Se connecterบทที่ 6
ข้ารักท่านสุดหัวใจ
2 วันผ่านไป
วันนี้เป็นวันที่ท่านราชครูได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับชัยชนะแล้ว และซินจางก็ออกไปยืนรอรับเขาที่ประตูเมืองด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง แม้ว่าในใจของนางนั้นกำลังเจ็บปวดเพราะคืนนี้นางจะต้องเป็นผู้สังหารเขา
“ข้าดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นหน้าเจ้าเป็นคนแรก” ท่านราชครูพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ปลื้มปลิ่มสุดหัวใจ
“ข้าเองก็ดีใจเช่นกันที่ได้เห็นท่านปลอดภัยกลับมา” ซินจางตอบเขากลับไป พร้อมกับพูดขึ้นต่อ “แล้วคืนนี้ข้าจะไปพบท่านที่จวนของท่านเพื่อฉลองชัยชนะด้วยกันนะ”
“ดีจริงเชียว ข้ารอให้ถึงค่ำคืนนี้ไม่ไหวแล้ว”
และในเวลาค่ำคืนมาเยือน
ณ จวนอ๋องจ้าวเว่ยโจว
ณ ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย แต่มีเพียงซินจางและท่านราชครูที่กำลังทานอาหารอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองคน ท่านราชครูรู้สึกดีใจมากที่ได้ใช้เวลาใกล้ชิดนางมากขนาดนี้ ในขณะที่ซินจางกลับเตรียมการที่จะสังหารเขาเพื่อรักษาชีวิตบิดาของตน
หลังจากที่ซินจางเห็นว่าท่านราชครูทานอาหารจนอิ่มเรียบร้อยแล้ว นางก็เห็นว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะสังหารเขาทันที ซินจางจึงไม่รอช้า นางหยิบมีดสั้นออกมาเสื้อของนาง พร้อมกับพูดขึ้น “วันนั้นท่านเคยบอกว่า หากข้าอยากได้ชีวิตของท่าน ท่านก็จะยกมันให้กับข้า วันนี้ข้าอยากได้ชีวิตของท่านเพื่อรักษาชีวิตของท่านพ่อข้าไว้ ท่านจะยกให้กับข้าได้หรือไม่”
ท่านราชครูยิ้มออกมาโดยไร้ซึ่งความกังวลและคำถามใด ๆ เขารู้ดีว่าหากนางทำเช่นนี้ก็เพราะว่านางมีเหตุผลของนาง ในเมื่อนางตัดสินใจมาเช่นนี้แล้ว เขาก็พร้อมที่จะยกชีวิตของเขาให้กับนางตามที่เขาได้พูดเอาไว้
“ได้สิ ในเมื่อเจ้าขอมา ทำไมข้าจะให้เจ้าไม่ได้ล่ะ แต่ก่อนตายข้าขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้ารักเจ้ามาก แม้ตายไปเป็นผีข้าก็จะตามมาดูแลเจ้า จางเอ๋อร์! การได้มารักเจ้านั้นถือว่าชีวิตของข้านั้นคุ้มค่าแล้ว และการที่ข้าได้ตายด้วยน้ำมือของเจ้า ข้านั้นมีความสุขยิ่งกว่า”
เมื่อซินจางได้ยินคำพูดของเขาเช่นนั้น นางก็ร้องไห้ออกมาทันที “ฮืออออออออออออออออออออออออออ ท่านราชครู ฮืออออออออออออออออออออ เหตุใดท่านจึงได้รักข้ามากมายขนาดนี้ ตัวข้าเองนั้นก็รักท่านเช่นกัน แต่วันนี้ข้าไม่ทางเลือกใด ๆ เลย ฮือออออออออออออออออออ ฮ่องเต้สั่งให้ข้ามาสั่งหารท่าน หากข้าไม่สังหารท่าน ฮ่องเต้จะทำให้ท่านพ่อของข้าได้รับโทษในฐานะกบฏ ฮือออออออออออออออออออ และข้าก็มิอาจจะทนเห็นท่านพ่อของข้าต้องถูกใส่ร้ายเช่นนั้นได้ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ”
“งั้นเจ้าก็เข้ามาสังหารข้าเถิด ข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก” ท่านราชครูพูดขึ้น พร้อมกับมือที่ถือมีดของนางให้เสียบแทงเข้ามาในหน้าอกของเขา แต่ยังไม่ทันที่มีดนั้นจะได้แทงเข้าไปลึกมาก ซินจางก็ดึงมีดนั้นออก และสะบัดมีดนั้นทิ้งลงไปบนพื้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาทันที
“ฮืออออออออออออออออออออออออ ข้าฆ่าท่านไม่ได้ ข้ามิอาจจะทนเห็นท่านจากไปไม่ได้ ฮืออออออออออ”
ท่านราชครูเข้ามากอดร่างบางของนางไว้แน่น พร้อมกับพูดขึ้น “จางเอ๋อร์! วันนี้ฮ่องเต้ผู้นี้บังอาจกล้าทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด ดังนั้นวันนี้ข้าจะทำฮ่องเต้ต้องชดใช้”
“ฮือออออออออออออออออออออออ ได้โปรดช่วยท่านพ่อของข้าด้วย” ซินจางร้องไห้ออกมา พร้อมกับกอดร่างใหญ่ของท่านราชครูไว้แน่น
ท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวปล่อยให้ซินจางร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเขาสักพักใหญ่ ๆ จนในที่สุดนางก็เผลอหลับไป เมื่อซินจางหลับไปแล้ว ท่านราชครูก็อุ้มร่างบางของนางไปนอนที่เตียง ก่อนที่เขาจะออกไปสั่งทหารของเขาทั้งหมด
“คืนนี้เราจะโค่นราชบัลลังก์จากฮ่องเต้ทันที เพื่อเป็นการแก้แค้นที่ฮ่องเต้ได้ทำให้นางผู้เป็นที่รักของข้าต้องร้องไห้”
และในค่ำคืนนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของพระราชวัง ท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวก็นำทัพของเขาเข้ายึดครองวังหลวงก่อนทันที และไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สามารถเข้ายึดครองราชย์บัลลังก์จากฮ่องเต้จ้าวม่านฉีได้สำเร็จ
“เจ้าคนทรยศ! เจ้ากบฏ! ฮ่องเต้จ้าวม่านฉีตะโกนชี้หน้าด่าท่านราชครูด้วยความโกรธแค้น “ข้ารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง ในที่สุดสิ่งที่ข้าคิดก็เกิดขึ้นจนได้ คนเลือดผสมอย่างเจ้าไม่มีทางปกครองแคว้นอี้เฉิงได้อย่างแน่นอน เพราะไม่มีประชาชนคนไหนเขายอมรับเจ้าอย่างแน่นอน”
“และใครว่าข้าจะขึ้นเป็นฮ่องเต้เสียเองล่ะ!” ท่านราชครูพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสะใจ ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ที่ข้าวางแผนก่อกบฏทั้งหมดก็ไม่ใช่เพื่อตัวข้าเอง แต่เป็นเพื่อประชาชนต่างหาก เจ้าไม่เหมาะสมที่จะบริหารแผ่นดินเลยแม้แต่น้อย เจ้าเป็นฮ่องเต้มานับ 8-9 ปี แต่เจ้ามิสามารถดูแลให้ประชาชนกินดีอยู่ดีได้ วัน ๆ เจ้าเอาแต่คิดระแวงว่าใครกันที่คิดคดทรยศต่อเจ้า ใครกันที่จะกบฏต่อเจ้า เจ้ามันขี้ขลาด ทั้ง ๆ ที่เป็นฮ่องเต้แต่ยังวางแผนการรบไม่เป็น โชคดีที่เหล่าแม่ทัพของแคว้นอี้เฉิงมีแต่ผู้ที่เก่งกาจ มิเช่นนั้นคงล้มจมไปนานแล้ว และบัลลังก์นี้ก็ไม่ใช่ของข้า แต่เป็นของอ๋องจ้าวหยาง แม้จ้าวหยางจะมีอายุน้อยกว่าเจ้า 3 ปี แต่ความคิดในการบริหารบ้านเมืองนั้นกลับดีกว่าเจ้า หลายครั้งที่จ้าวหยางออกรบด้วยตัวเองเพื่อปกป้องประชาชน แต่เจ้ากับเอาแต่นั่งระแวงอยู่บนบัลลังก์นั้น วันนี้จ้าวหยางจะขึ้นเป็นฮ่องเต้สืบต่อไป และข้าจะไม่สังหารเจ้า แต่ข้าจะจองจำเจ้าอยู่ในคุกเพื่อทบทวนการกระทำของเจ้าไปชั่วชีวิต”
เมื่อพูดจบ ท่านราชครูก็เดินหันหลังออกจากบัลลังก์และห้องว่าราชการทันที
และในเวลานั้นเองฮ่องเต้องค์ใหม่ผู้มีนามว่าจ้าวหยางก็ถูกสถาปนาขึ้นเป็นฮ่องเต้ทันที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ซินจางตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงของตนเอง นางจึงแปลกใจขึ้นมา เพราะเมื่อคืนนี้นางจำได้ว่านางหลับอยู่ที่จวนอ๋องจ้าวเว่ยโจว
และเมื่อรุ่ยเซียงเห็นว่าคุณหนูตื่นขึ้นมาแล้ว รุ่ยเซียงจึงรีบเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้กับซินจางฟัง และนั้นก็ทำให้ซินจางรู้ว่า ตลอดมาที่ผู้คนกล่าวหาว่าท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวพยายามโค่นบัลลังก์เพื่อครองราชย์เองนั้นไม่เป็นความจริง แต่จริง ๆ แล้วเขากับทำเพื่อให้ท่านอ๋องจ้าวหยางผู้ซึ่งโอรสของสนมเอกของฮ่องเต้องค์ก่อนขึ้นครองราชย์แทน เพราะท่านราชครูนั้นเป็นผู้ที่ฉลาดปราดเปรือง เขามองออกว่าหากท่านอ๋องจ้าวหยางได้ขึ้นครองราชย์แล้วล่ะก้อ บ้านเมืองก็จะเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง เพราะท่านอ๋องจ้าวหยางมักใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับประชาชนบ่อยครั้ง ทำให้จ้าวหยางสามารถเข้าใจประชาชนได้เป็นอย่างดี
“คุณหนูหรือไม่เจ้าคะว่าตอนนี้ประชาชนต่างอิจฉาคุณหนูมาก ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มองว่าท่านราชครูนั้นเป็นราชครูชั่วอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขากลับเยินยอท่านราชครูกันไม่หยุดปากเลยเจ้าค่ะ” รุ่ยเซียงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
“ข้าเองก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่า จริง ๆ แล้วสวรรค์จะใจดีกับข้าขนาดนี้” ซินจางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
และผ่านไปหลังจากนั้น 3 วัน
งานแต่งงานของซินจางและท่านราชครูก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่ง เหล่าผู้คนมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดีแต่คู่บ่าวสองตลอดเส้นทาง และตอนนี้ไม่มีใครรังเกียจหรือกลัวท่านราชครูอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขากับเคารพรักท่านราชครูในการกระทำของเขาที่ได้ช่วยเหลือให้แคว้นอี้เฉิงได้มีฮ่องเต้ใหม่ที่พร้อมดูแลประชาชน
ณ จวนอ๋องจ้าวเว่ยโจว
ร่างบางของซินจางนั่งอยู่ในอ้อมกอดของท่านราชครูที่ริมระเบียง ทั้งสองคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดาวมากมายกำลังสว่างไสวอยู่บนนั้น
“ท่านราชครู ท่านรู้หรือไม่ว่ากว่าข้าจะได้มาพบกับท่านหัวใจของข้าต้องบอบช้ำมาอย่างครั้งแล้วครั้งเล่าจนทำให้ข้ายอมแพ้ต่อความรักและโชคชะตา แต่เมื่อข้าหยุดค้นหาข้ากลับไปมาเจอท่าน ท่านคือของขวัญชิ้นใหญ่ที่แสนวิเศษที่สวรรค์ได้ส่งมาให้ข้า เพื่อเป็นรางวัลที่ผ่านความบอบช้ำนั้นมาได้” ซินจางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ใครกันที่มันกล้ามาทำร้ายหัวใจของจางเอ๋อร์ของข้า หากข้าได้พบพวกมันที่ไหน ข้าจะทรมานพวกมันให้ดู” ท่านราชครูตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง จนทำให้ซินจางนึกยิ้มออกมาอย่างมาความสุข นางพรางคิดในใจว่านางโชคดีเหลือเกินที่ได้ข้ามภพมาพบคนคลั่งรักอย่างท่านราชครูผู้นี้
เมื่อใดที่คุณหยุดตามหาความรัก ความรักก็วิ่งพุ่งเข้าใส่คุณทันที ดังนั้นเมื่อใดที่คุณอกหักจากความรักแบบซินจางก็จงอย่าน้อยใจไป เพราะนั้นหมายความว่าคุณกำลังเดินเข้าใกล้รักแท้ของคุณเข้าไปอีกก้าวแล้วนะ
__________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







