LOGINบทที่ 4
ออกสู่สนามรบ
หลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตี
ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย
...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา
“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย”
ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านมองหน้าบุตรสาวของตนเองด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะตอบนางกลับไป “พ่อจะรีบกลับมานะ เจ้าอยู่ทางนี้ก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”
“ค่ะท่านพ่อ” ชิวยวี่พยักหน้ารับคำเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่นางจะมองตามหลังของเขาที่กำลังขี่ม้าเดินออกไป
...หลังจากที่ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านและท่านแม่ทัพหนุ่มหวางหยุ่นตี๋ได้นำทัพเพื่อป้องกันการบุกรุกจากแคว้นเป่ยเอี่ยนได้เพียงได้ 5 วัน พวกเขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะชนะการศึกครั้งนี้เลย เนื่องจากว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีกำลังมากกว่า แถมการรบของพวกเขาก็ช่างป่าเถื่อนจนทำให้ทหารของแคว้นต้าถังต้องล้มตายเป็นจำนวน
และในวันที่ 6 ของการรบ ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านก็ถูกลักพาตัวออกไปจากสนามรบเพื่อเป็นการตัดกำลัง ทำให้ท่านแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋ต้องรีบถอยทัพเพื่อกลับมาตั้งรับทันที
เมื่อท่านแม่ทัพหลัวอีม่านถูกลักพาตัวไปแล้วก็ทำให้เหล่าทหารในกองทัพสูญเสียกำลังใจเป็นอย่างมาก แถมทางกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนก็มีแม่ทัพมาถึง 2 คน แต่ตอนนี้กองทัพของแคว้นต้าถังกลับเหลือท่านแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เพียงผู้เดียว และกำลังคนก็น้อยมากนัก ทำให้ท่านแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋ต้องส่งมาเร็วเข้าไปแจ้งในพระราชวังเพื่อให้ส่งท่านแม่ทัพคนใหม่กับมา และพวกเขาจะต่อสู้ไปพร้อม ๆ กับนำตัวท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับมาด้วย
...ข่าวการถูกลักพาตัวของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้มาถึงหูของชิวยวี่ นางจึงร้อนรนที่จะเดินทางไปยังสนามรบให้ได้ และในขณะเดียวกันนั้น ฮ่องเต้ของแคว้นต้าถังผู้ซึ่งเห็นฝีมือของชิวยวี่มาตั้งแต่ยังเล็ก เขาจึงเล็งเห็นว่าตอนนี้นางมีฝีมือมากพอที่จะออกรบได้แล้ว และความกล้าหาญที่ไม่เกรงกลัวใครของนางจะสามารถทำให้นางได้รับชัยชนะกลับมาอย่างแน่นอน ฮ่องเต้จึงได้แต่งตั้งให้ชิวยวี่เป็นแม่ทัพหญิง และเดินทางไปนำทัพเคียงคู่กับท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ทันที
เมื่อชิวยวี่เดินทางมาถึงค่ายทหารพร้อมกับนิคโคลัสแล้ว นางก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปสั่งการแผนการต่าง ๆ สำหรับการรบทันที
วินาทีแรกที่ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ได้พบกับชิวยวี่ เขาก็ตกตะลึงให้กับความงามที่มีพร้อมกับความกล้าหาญของนาง แถมสายตาของนางก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอีกด้วย
ก่อนเวลาออกรบเพียงไม่กี่ชั่วยาม นิคโคลัสก็สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของชิวยวี่นั้นเต็มไปด้วยความกังวล เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่านางคงเป็นห่วงเรื่องของท่านพ่อของนางอย่างแน่นอน และถ้าหากเป็นเช่นนี้นางจะต้องเข้าไปในสนามรบด้วยความกังวลและเสียสมาธิเป็นอย่างมาก นิคโคลัสจึงได้พูดกับนางขึ้น “ท่านหญิง! เรื่องท่านแม่ทัพหลัวอีม่านท่านไม่ต้องเป็นกังวล เดี๋ยวข้าจะข้ามไปสืบให้เอง”
“แล้วเจ้าไม่กลัวพวกเขาจะจับได้รึ?” ชิวยวี่ถามขึ้นด้วยความกังวล
“ไม่หรอก! ข้าเป็นนักเดินทาง พวกเขาย่อมไม่สนใจอยู่แล้วว่าข้าเป็นคนแคว้นใด วันนี้ท่านหญิงไปออกรบเพื่อปกป้องแคว้นของตนเองให้เต็มที่ ส่วนข้าจะไปหาทางปกป้องท่านพ่อของท่านหญิงเอง และเราค่อยกลับมาเจอกันที่นี่” พูดจบ นิคโคลัสก็เตรียมที่จะก้าวขาเดินออกไปออกไป แต่ชิวยวี่ก็เรียกเขาไว้ก่อน
“ลู่เซียน! เจ้าดูแลตัวเองดี ๆ นะ”
เขาพยักหน้าตอบรับนางด้วยรอยยิ้มอันกว้าง พร้อมกับก้าวเดินห่างออกไปจากนางทันที
นิคโคลัสเดินทางเข้ามาแคว้นเป่ยเอี่ยนทางประตูเมืองอย่างถูกต้อง โดยเขาได้บอกผู้คุมประตูเมืองว่าเขานั้นเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วยุทธภพ และเขาก็เล่าเรื่องราวเหลือเชื่อมากมายจากยุค 2022 ให้ผู้คุ้มได้ฟังพร้อมกับแสร้งบอกว่าตนเองนั้นมีความสามารถพิเศษเป็นนักทำนายทายอนาคตอันไกลโพ้นได้ ทำให้ผู้คุมประตูเมืองหลงเชื่อเขา และยอมปล่อยให้เขาเข้าไปท่องเที่ยวในแคว้นเป่ยเอี่ยนทันที
เมื่อนิคโคลัสเข้ามาที่ด้านในของแคว้นเป่ยเอี่ยนได้แล้ว เขาก็ออกตามสืบฐานทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนและได้ทราบข่าวว่าท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ถูกจับตัวมาที่นี่เพื่อตัดกำลังจริง และตอนนี้เขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ นิคโคลัสจึงไม่รอช้ารีบเดินทางต่อไปยังฐานทัพของกองทัพทันที
_______________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







