LOGINเมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”
“จริงรึ?”
“จริงสิ!”
เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยที
ในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน
ผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่
นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็นำชุดของทหารผู้นั้นมาให้ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านสวมใส่ และทั้งสองคนก็รีบหนีออกไปจากฐานทัพแห่งนั้นทันที
นิคโคลัสประครองร่างใหญ่ของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านหนีออกมาจากกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนได้สำเร็จ และเขาก็รีบพาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านแอบหนีกลับเข้ามายังค่ายทหารของแคว้นต้าถัง
ทางด้านของชิวยวี่ที่กลับมาจากการรบในยามค่ำแล้ว ก็รู้สึกเป็นกังวลใจมากที่เห็นนิคโคลัสยังไม่ยอมกลับมาที่ค่ายตามที่นัดกันไว้ นางจึงเฝ้ารอเขาอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งดึกดืน
และท่ามกลางความมืดมิดแสงสว่างก็บังเกิดขึ้น เมื่อร่างของนิคโคลัสได้เดินฝ่าความมืดเข้ามายังค่ายทหารพร้อมกับท่านพ่อของนาง ชิวยวี่จึงรีบวิ่งเข้าไปหาท่านพ่อของนางด้วยความดีใจทันที
ชิวยวี่กอดท่านพ่อของนางไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดัง เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่นางได้รู้วว่าในสนามรบนั้นน่ากลัวขนาดไหนเมื่อไม่มีบิดาของนาง และยิ่งนางรู้ว่าเขาต้องตกอยู่ในมือของศัตรูเช่นนี้ จึงทำให้หัวใจของนางต้องกังวลอยู่ตลอดเวลา
ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นว่าบุตรสาวผู้เข้มแข็งของตนเองร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวเป็นครั้งแรก เขาจึงลูบหัวของนางอย่างเอ็นดูพร้อมกับพูดขึ้น “พ่อกลับมานะยวี่เอ๋อร์ ลูกไม่ต้องร้องแล้วนะ! ในเมื่อเจ้าตั้งใจว่าจะทำอาหารให้พ่อเมื่อกลับมา แล้วพ่อจะไม่กลับมาเจ้าได้เช่นไรล่ะ!”
“ฮืออออออออออออออออออออออออ ท่านพ่อ! ท่านพ่อ ข้าเป็นห่วงท่านเหลือเกิน”
“เอาล่ะ! วันนี้ลูกนำทัพคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้วสินะ ระหว่างทางลู่เซียนได้เล่าให้ฟังว่าลูกนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นถึงแม่ทัพแล้ว พ่อภูมิใจในตัวลูกเหลือเกิน”
“เพราะลูกมีท่านพ่อเป็นแบบอย่าง ลูกจึงได้มีความเข้มแข็งเช่นนี้” ชิวยวี่ตอบกลับไปทั้งน้ำตา
“งั้นวันนี้เราไปพักผ่อนกันเถอะ ลู่เซียนก็คงอยากจะพักด้วยเหมือนกัน” ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านพูดกับบุตรสาวของตนเองจบ เขาก็หันไปหานิคโคลัสพร้อมกับพูดขึ้น “ครั้งนี้เจ้าได้ชีวิตของข้าไว้ กลับไปถึงจวนแล้วข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม”
นิคโคลัสยิ้มรับอย่างขอบคุณ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินเข้าไปพักผ่อน
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
วันนี้กองทัพของแคว้นนั้นได้แม่ทัพหลัวอีม่านกลับมาแล้ว จึงทำให้มีแม่ทัพถึงสามคน และกองกำลังทหารก็กลับมามีกำลังใจมากขึ้น ทำให้การสู้ศึกวันนี้เต็มไปด้วยความดุเดือด และในที่สุดแคว้นเป่ยเอี่ยนจึงต้องยอมแพ้และถอยทัพกลับไปทันที แต่ในตอนแรกท่านแม่ทัพหลัวอีม่านไม่ยอมให้พวกเขายอมถอยทัพกลับไปอย่างสงบสุข เพราะกลัวว่าพวกเขาจะย้อนกลับมารุกรานอีก จึงทำให้ฮ่องเต้ของแคว้นเป่ยเอี่ยนเขียนหนังสือสนธิสัญญาว่าจะไม่กลับมารุกรานแคว้นต้าถังอีกต่อไป
เมื่อแม่ทัพทั้งสามสามารถนำชัยชนะกลับมาให้แคว้นต้าถังได้แล้ว พวกเขาก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันที
แต่ระหว่างทางที่กองทัพกำลังเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงนั้น ท่านแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋ก็ชื่นชอบในความกล้าหาญของท่านหญิงหลัวชิวยวี่ผู้นี้เป็นอย่างมาก เขาจึงเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านเพื่อสู่ขอนางระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง
“ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! ข้ารู้ว่าเวลานี้ไม่เหมาะสมที่ข้าจะพูดเรื่องนี้ออกมา แต่ข้าเกรงว่าหากรอช้าไปกว่านี้จะทำให้ข้าเสียโอกาส ข้าจึงจะขออนุญาตสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่จากท่าน”
ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่เพราะว่าเขาเลี้ยงบุตรสาวของตนเองมาอย่างตามใจตลอด เขาจึงไม่คิดจะบังคับนางในเรื่องการแต่งงานนี้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงตอบท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋กลับไป “ท่านแม่ทัพหวาง! ข้าเองก็ชื่นชอบในตัวของเจ้าและปรารถนาที่จะได้เจ้ามาเป็นบุตรเขยของข้าเช่นกัน แต่เรื่องการแต่งงานของยวี่เอ๋อร์นั้นข้าไม่สามารถบังคับใจของนางได้ หากเจ้าอยากแต่งงานกับนาง เจ้าก็จงทำให้นางยอมตกลงกับเจ้าเองเถิด หากเจ้าทำได้ ข้าก็จะยอมรับคำสู่ขอนี้”
เมื่อท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ได้ยินว่าท่านแม่ทัพหลัวอีม่านเปิดทางให้เขาเช่นนั้น เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที
_____________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







