LOGINบทที่ 5
คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคน
เมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันที
ทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”
“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป
“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเอง
เมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น
ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมานั้นเอง เมื่อครั้งอยู่ในสนามรบนางไม่เคยสังเกตเลยว่าเขามีใบหน้าที่งดงามมากถึงเพียงนี้
“ข้ามาขอพบท่านหญิงหลัวชิวยวี่ ไม่ทราบว่าอยู่หรือไม่?” ท่านแม่ทัพหวางถามคนที่อยู่หน้าประตูขึ้น และเสียงหล่อเหลาของเขานั้นก็ทำให้นางหลุดออกจากภวังค์ทันที
“ท่านหญิงนั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำเจ้าค่ะ เชิญท่านแม่ทัพหวางไปนั่งรอที่ศาลากลางน้ำเถิด แล้วข้าจะยกน้ำชาไปให้”
ท่านแม่ทัพหวางพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่เขาจะเดินไปที่ศาลากลางน้ำของจวนสกุลหลัวตามที่นางบอก
“ข้าขออภัยที่มารบกวนท่านหญิงหลัวชิวยวี่แต่เช้าเช่นนี้ แต่เพราะเห็นว่าเมื่ออยู่ในสนามรบเราไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันเลย ข้าจึงมาที่นี่เพื่อสานสัมพันธ์กับท่าน”
เมื่อเขาเอยปากขอมาเช่นนั้น ชิวยวี่ก็จะลุกหนีเขาไปได้เช่นไรกัน นางจึงเริ่มรินน้ำชาใส่ถ้วยชาทันที
“ข้าได้ยินมาว่าท่านหญิงหลัวชื่นชอบฝึกดาบยิ่งนัก หากมีโอกาส ข้าอยากชวนท่านหญิงหลัวไปประลองด้วยกันหรือไม่?” เขาถามขึ้น
ชิวยวี่ที่เพิ่งกลับมาจากสนามรบด้วยความเหนื่อยล้า นางจึงรีบปฏิเสธขึ้น “ข้ายังไม่กล้าประลองกับท่านแม่ทัพหวางเหรอกค่ะ ฝีมือระดับท่านแม่ทัพหวางคงได้ฟันดาบข้าหักตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว”
“ท่านหญิงหลัวก็พูดเกินไป” เขาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม “ข้าได้เห็นในสนามรบจึงได้รู้ว่าท่านเป็นสตรีกล้าหาญ สู้รบกับบุรุษก็เคยทำมาแล้ว แม้แต่ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้เป็นบิดายังเอยชมฝีมือการต่อสู้ด้วยดาบของท่านหญิงหลัวไม่ขาดปาก ข้าเคยได้เห็นแต่ตาเปล่า แต่ยังไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง”
ชิวยวี่พรางนึกในใจ “นี่ข้าคงปฏิเสธเขาได้แล้วสินะ! เอาว่ะ! ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็แค่ประลองดาบกับท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าถังที่นางเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาแล้วมันจะไปอยากอะไร”
เมื่อชิวยวี่ได้ขอสรุปกับตัวเองในใจเช่นนั้นแล้ว นางจึงเอยปากรับคำทันที แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เริ่มทำการประลอง ท่านพ่อของนางก็เดินเข้ามาเพื่อพูดขึ้นเรื่องการเมืองกับท่านแม่ทัพหวางขึ้นเสียก่อนว่าเป็นเรื่องสำคัญ ชิวยวี่จึงจำเป็นต้องลุกออกมาจากนั้น
หลังจากที่ท่านแม่ทัพหวางคุยเรื่องสำคัญกับท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้เป็นบิดาของนางเสร็จแล้ว เขาก็เดินมาหานางอีกครั้ง พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านหญิง! วันนี้ข้าจะชวนท่านหญิงไปเทศกาลลอยโคมด้วยกัน ท่านหญิงจะไปกับข้าได้หรือไม่?”
ชิวยวี่ที่ชื่นชอบงานเทศกาลลอยโคมอยู่แล้วจึงรีบตอบตกลงเขาไปในทันที “ตกลงค่ะ”
และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็พาชิวยวี่มางานเทศกาลลอยโคม โดยมีนิคโคลัสตามมาด้วย ทำให้ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเอาเสียเลย
หลายครั้งที่ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋พยายามจะหาโอกาสให้ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับท่านหญิงชิวยวี่เพียงสองต่อสอง แต่ชิวยวี่ก็มักจะเรียกนิคโคลัสตามติดไปด้วย ดังนั้นเมื่อท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋หาโอกาสอยู่กับนางสองต่อสองได้ เขาจึงรีบถามชิวยวี่ขึ้นทันที “ท่านหญิง! เหตุใดลู่เซียนจึงตามติดท่านมากขนาดนี้จนทำให้เราไม่มีเวลส่วนตัวเลยล่ะ?”
“อ่อ! ลู่เซียนคือองครักษ์ของข้า เขาก็ต้องตามติดข้าตลอดเวลาก็ถูกแล้วสิ”
“แต่เขาดูไม่ค่อยแข็งแกร่งพอที่จะเป็นองครักษ์ของท่านหญิงเลยนะ?” ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ยังคงถามขึ้นต่อ
“แต่เขาเป็นคนช่วยท่านพ่อของข้าไว้นะ หากเขาไม่แข็งแกร่งพอ เขาคงไม่มีทางเข้าไปช่วยท่านพ่อของข้าได้อย่างแน่นอน” ชิวยวี่ตอบกลับไปทันที
“ข้าต้องขออภัยด้วยที่เข้าใจเขาผิดไป”
“ไม่เป็นไรหรอก! ข้าไม่ถือสา” พูดจบ ชิวยวี่ก็เดินไปหานิคโคลัสทันที
...หลังจากที่ท่านแม่ทัพหวางเดินทางมาส่งนิคโคลัสและท่านหญิงชิวยวี่กลับถึงจวนแล้ว เขาก็เห็นว่าทั้งสองคนนั้นสนิทสนมเกินไปมาก ท่านแม่ทัพหวางจึงไม่สามารถให้เป็นแบบนี้ต่อไปได้ เขาจะต้องรีบพิชิตใจท่านหญิงชิวยวี่ของเขาให้ได้เร็วที่สุด
__________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







