LOGIN“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที
“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละ
ชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกิน
จากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที
“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ
“เสียวจังเลยค่ะ”
“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”
เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนนางเริ่มรู้สึกว่านางใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว
“อ๊าาาาาาา ซีดดดดดดด เสียว”
“ข้าก็เสียวเหลือเกิน ข้าไม่ไหวแล้ว” เขาพูดไป พร้อมกับยังคงกระแทกน้องชายเข้าออกอย่างรุนแรง เพราะว่าเขาเองก็คงอยากจะปล่อยน้ำเชื้อออกมาเต็มที่แล้ว
“อ๊าาาาาาาาา ข้าใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เขากระแทกแรงจนกลีบดอกไม้ของนางสั่นระริก
“อ๊าาาาาาาา ไม่ไหวแล้ว ข้าจะเสร็จแล้วค่ะ อ๊าาาาาาา ข้า ข้า เสร็จ ข้าเสร็จแล้ว”
“อ๊าาาาาาาา ข้าก็ไม่ไหวแล้ว ข้าใกล้จะแตกแล้ว”
เขากระแทกเขาออกอย่างรุนแรง พร้อมกับลมหายใจที่หอบที่ “ซีดดดดดดดด อ๊าาาาาาาา ไม่ไหวแล้ว ข้าจะแตกแล้ว อ๊าาา ข้าแตกแล้ววววว”
ร่างกายของเขากระตุกสองสามที พร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นอุ่น ๆ ที่พุ่งเข้าใส่มาในมดลูกของนาง และเขาทิ้งร่างกายอันหอบเหนื่อยลงทับกับร่างกายของฉัน และเขาก็ค่อย ๆ เอื้อมมือไปแกะผ้าออกจากข้อมือของฉัน เมื่อทั้งสองเสพสวาทจนสุขสมใจแล้ว ชิวยวี่จึงพูดกับเขาขึ้น “ข้าชอบเวลาที่เห็นเจ้ารุนแรงกับข้าเช่นนี้เหลือเกิน แบบนี้ข้าคงต้องเข้าใกล้ท่านแม่ทัพหวางบ่อย ๆ แล้วล่ะ!” แล้วนางก็ยิ้มออกมาเบา ๆ
“ท่านหญิงอย่าได้คิดเข้าใกล้ชายอื่นอีกเชียว มิเช่นนั้นท่านจะโดดดีแน่” พูดจบ เขาก็ดึงร่างบางของนางเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมกอดของเขา
และในที่สุดทั้งสองคนก็ตกเป็นของกันและกันเรียบร้อยแล้ว
และเมื่อวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ทางด้านของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ที่เห็นว่าเมื่อวานนี้ท่านหญิงชิวยวี่ดูเหมือนจะมีใจให้กับเขา เขาก็ไม่รอช้ารีบเชิญผู้ใหญ่มาสู่ขอนางทันที ทำเอาชิวยวี่ถึงกลับตั้งตัวไม่ทัน นางจึงรีบเชิญท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ออกไปคุยเป็นการส่วนตัวทันที
“ท่านแม่ทัพหวาง! ข้าต้องขออภัยท่านด้วยที่ข้าไม่สามารถตอบตกลงคำขอแต่งงานกับท่านได้ เพราะตัวข้านั้นไม่ได้รักท่าน ข้าต้องขออภัยด้วยถ้าหากท่าทางและกริยาของข้าทำให้ท่านต้องเข้าใจผิด”
“วันนี้ไม่รักกันไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวอยู่ไปเราก็รักกันเอง ข้าจะรักท่านหญิงไปชั่วชีวิตของข้า แต่ท่านหญิงจะรักข้าเมื่อใดก็ได้” ท่านแม่ทัพหวางตอบกลับไปอย่างมีความหวัง
“ชาตินี้ข้าเกิดมามีชีวิตเดียว หัวใจของข้ามีเพียงดวงเดียว ข้าจึงรักได้เพียงครั้งเดียว และตอนนี้หัวใจของข้าก็ได้เป็นของบุรุษผู้อื่นไปแล้ว”
ท่านแม่ทัพหวางที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะถามนางขึ้นตรง ๆ “บุรุษผู้นั้นคือลู่เซียน องครักษ์ของท่านหญิงใช่หรือไม่?”
ชิวยวี่พยักหน้าเพื่อเป็นการตอบรับ ก่อนที่นางจะพูดกับเขาขึ้น “ข้ารู้สึกเป็นการอย่างมากที่ครั้งหนึ่งได้เคยร่วมรบกับท่าน ได้รับความรักจากหัวใจของท่าน แต่สตรีเช่นข้าไม่เหมาะกับบุรุษผู้งดงามเช่นท่านหรอก ข้าขอให้ท่านแม่ทัพหวางได้พบกับสตรีที่แสนดีที่มีหัวใจให้ท่านแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่านางผู้นั้นจะอยู่ไกลจากท่านขนาดไหน ข้าก็ขอให้ท่านและนางได้มาพบกับไว ๆ” พูดจบ ชิวยวี่ก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที ปล่อยให้ท่านแม่ทัพหวางต้องยืนร้องไห้เพียงลำพังจากการปฏิเสธความรัก
หลังจากนั้นผ่านไป 1 เดือน งานแต่งงานของท่านหญิงชิวยวี่และนิคโคลัสหรือที่ผู้คนรู้จักในนามลู่เซียนก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติของท่านแม่ทัพหญิงแห่งแคว้นต้าถัง
และหลังจากแต่งงานแล้วนิคโคลัสก็คอยสนับสนุนและออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่คู่กับท่านหญิงชิวยวี่ของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความเก่งกาจเท่ากับนาง แต่เรื่องราวของลู่เซียนก็ถูกบันทึกไว้ในสมุดบันทึกประวัติศาสตร์เล่มนั้นของท่านหญิงชิวยวี่ว่าเขาคือสามีที่ดีที่ไม่เคยทอดทิ้งภรรยา ถึงแม้ว่าในสนามรบเขาก็ยังคงเดินร่วมเคียงกับนาง แต่เรื่องราวบันทึกของลู่เซียนนี้ นิคโคลัสดันหลุดเข้ามาในยุคต้าถังก่อนที่เขาจะอ่านถึงนั้นเอง ทำให้เขาไม่ทันได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วในหนังสือบันทึกประวัติศาตร์ของท่านหญิงชิวยวี่ก็มีเขาอยู่ด้วยนั่นเอง
_____________________จบบริบูรณ์_________________________
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







