Masuk***ท่านอ๋องคลั่งรัก***
หลังจากที่จ้าวอี้หลง องค์ชายรัชทายาทลำดับ 3 ของราชวงศ์จ้าวแห่งแคว้นอี้เฉิง ได้เห็นการก่อกบฏช่วงชิงราชบัลลังก์เกิดขึ้น จ้าวอี้หลงได้ตัดสินใจหลีกหนีจากปัญหาที่รุมเร้า เนื่องด้วยไม่อยากให้ตนเองต้องตกเป็นหมากบนกระดานแห่งการแย่งชิงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เขาจึงเนรเทศตนเองมาเป็นผู้ดูแลเมืองหลี่เฟิง ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ สุดเขตชายแดนของแคว้น และ ณ ที่นั้นเอง ที่ทำให้เขาได้พบกับฮวาหมี่หลัน บุตรสาวโฉมสะคราญของผู้ตรวจการประจำเมืองหลี่เฟิง เพียงแรกพบกัน เขาก็ตกหลุมรักนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น พร่ำสาบานว่าชาตินี้จะไม่กลับเมืองหลวงตลอดไป อย่างไรก็ตามหมี่หลันนั้นมิใช่สตรีธรรมดา หากแต่เป็นนักเขียนสาวจากยุคปัจจุบันซึ่งนำชุดของผู้ตรวจการ ฮวาของเมืองหลี่เฟิงในอดีตมาใส่ด้วยความซุกซน จนทำให้นางต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของบุตรสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไปของท่านผู้ตรวจการ นามว่าฮวาหมี่หลัน
บทนำ
ณ แคว้นอี้เฉิง ในอดีต
หลังจากที่ท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวช่วยช่วงชิงบัลลังก์จากฮ่องเต้องค์ก่อนมาให้ ท่านอ๋องจ้าวหยาง และสถาปนาขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่แล้ว บ้านเมืองก็เริ่มกลับมาสงบสุขอีกครั้ง พร้อมกับประชาชนที่เลิกตื่นกลัวความวุ่นวายของแผ่นดิน แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างความสงบสุขและเรียบง่าย ท่านอ๋องจ้าวอี้หลง องค์รัชทายาทลำดับต่อไปจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็นึกเบื่อความวุ่นวายของวังหลวงและราชบัลลังก์ขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจเนรเทศตัวเองออกไปเป็นผู้ดูแลเมืองหลี่เฟิง ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ สุดเขตชายแดนของแคว้น
ณ จวนของท่านอ๋องจ้าวอี้หลง
เมื่อฮ่องเต้จ้าวหยางได้ทราบข่าวว่าน้องชายคนสนิทของตนตัดสินใจเนรเทศตัวเองไปอยู่เมืองหลี่เฟิงที่แสนห่างไกล เขาจึงรีบมาเจรจาเพื่อโน้มนาวใจท่านอ๋องจ้าวอี้หลงทันที
“หลงเอ๋อร์! เหตุใดเจ้าจึงตัดสินกะทันหันทิ้งพี่ไปเช่นนี้? แล้วพี่จะครองบัลลังก์โดยไม่เจ้าได้เช่นไรกัน?” ฮ่องเต้จ้าวหยางถามน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง
“ตอนนี้เรื่องการครองบัลลังก์ อย่างไรเสียท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวก็ช่วยท่านพี่ดูแลได้อย่างแน่นอน หากมีท่านราชครูจ้าวเว่ยโจวอยู่ ข้าเองก็ไม่ห่วงอะไร แต่ที่ข้าตัดสินใจเนรเทศตนเองไปเป็นผู้ดูแลเมืองหลี่เฟิงเช่นนี้ เพราะข้ามิอาจจะทนเห็นความวุ่นวายทางด้านการเมืองได้อีกต่อไปแล้ว แต่หากท่านพี่ต้องการความช่วยเหลืออันใดจากข้า ข้าก็จะรีบเดินทางกลับมาหาท่านพี่ทันที” ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงตอบกลับไป “ต่อจากนี้ไป ข้าขอให้ท่านพี่ครองแผ่นดินอย่างเป็นธรรม อย่าได้กระทำชั่วดั่งฮ่องเต้องค์ก่อน ข้าจะเฝ้าเป็นกำลังใจให้ท่าน แม้ว่าตัวของเราจะห่างไกลกัน แต่สายสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องของเรานั้นยังคงแน่นแฟ้นดั่งเดิมเสมอ”
“เมื่อเจ้าตัดสินใจเช่นนี้ พี่ก็ยอมรับในการตัดสินใจของเจ้า” ฮ่องเต้พูดจบ ก็เดินเข้าไปสวมกอดของน้องชายของตนเองไว้แน่น “เจ้าเองก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะหลงเอ๋อร์ หากเจ้าต้องการสิ่งใดจากพี่ ก็รีบส่งมาเร็วกลับมาหาพี่ทันที”
“พะยะค่ะ ท่านพี่”
เช้าวันรุ่งขึ้น
ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงออกเดินทางสู่เมืองหลี่เฟิงแต่เช้า พร้อมกับเหล่าทหารติดตามจำนวนหนึ่ง
___________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







