Partager

บทที่ 3 ช่วยเหลือ

Auteur: sanvittayam
last update Date de publication: 2024-12-17 12:15:48

บทที่ 3

ช่วยเหลือ

“คุณลุกขึ้นเดินเองไหวไหม รู้สึกเจ็บปวดตรางไหนหรือไม่” ตงเหวินหมิงเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการตกลงมาจากฟ้า ต่อให้หล่นลงมาบนผืนน้ำทว่าร่างกายตรงหน้าก็ยังเป็นมนุษย์ ย่อมต้องมีความรู้สึกเจ็บ ดังนั้นจึงได้เอ่ยถามออกมา

“ฉัน...” หยางเหมยจินเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอนั้นช่างน่าสงสารยิ่งนักบ่งบอกว่าเธอลุกขึ้นไม่ไหวจริง ๆ  

“ขออนุญาตครับ คุณขึ้นหลังผมเถอะ เวลานี้พวกเราน่าจะไม่พบหรือว่าเจอกับชาวบ้านแล้วล่ะ มาเถอะจะได้รีบกลับบ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตอนนี้ก็ค่ำพอสมควร ชาวบ้านก็เข้าบ้านเรือนของตัวเองไปหมดแล้ว ทำให้เขาคลายความกังวลลงเล็กน้อย

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบา ๆ

เมื่อลุกเดินเองไม่ได้ แม้ว่าการที่จะขึ้นหลังของชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักจะไม่เป็นการเหมาะสมมากนัก แต่ทว่าหยางเหมยจินกลับเลือกที่จะละทิ้งความคิดจากอดีตทั้งหมดไป แล้วยอมให้

ชายหนุ่มพยุงลุกขึ้น ก่อนจะไปอยู่บนหลังของอีกฝ่ายเพื่อให้เขาพากลับที่พัก

ระหว่างทางทั้งสองไม่มีใครพูดอะไร ต่างก็จมอยู่ในความคิดของตนเอง จวบจนตงเหวินหมิงสาวเท้ายาว ๆ มาถึงบ้านหลังหนึ่ง

“พ่อ!!” เด็กชายหญิงสองแฝดวัยสิบขวบร้องขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นพ่อของตนพาใครมาด้วย ต่างจากทุกครั้งที่พ่อจะไปว่ายน้ำและอาบน้ำในยามค่ำคืน แถมการมาครั้งนี้ก็ไม่ปกติ นั่นคือมีการขี่หลังกันมาด้วย คนเป็นพ่อรีบวางหญิงสาวลงเมื่อเห็นสายตาของลูกสาว

“พ่อพาผู้หญิงเข้าบ้านหรือคะ”

เด็กน้อยนามว่าตงฟางลี่เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่พ่อพามาชัด ๆ มือทั้งสองข้างประสานกันตรงกลางอก พร้อมกับยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ บ่งบอกว่าเธอไม่พอใจการกระทำของพ่อตนเองอย่างมาก

“เธอคนนี้ชื่อว่าเหมยจิน ลี่ลี่อย่าเพิ่งโวยวายใส่พ่อ เราเข้าไปคุยกันในบ้านก่อน เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้คนนอกรู้เรื่อง น้าเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น และพ่ออยากถามความคิดของเราทั้งสองคนก่อนตัดสินใจอะไรบางอย่าง” ตงเหวินหมิงรีบห้ามลูกสาวตนเองไว้ทันที ก่อนที่เด็กน้อยจะอาละวาดมากกว่านี้ ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ก็อดที่จะยิ้มมุมปากไม่ได้

“ได้ค่ะ แต่พ่อต้องมีคำตอบที่ดีให้กับลี่ลี่นะคะ ส่วนน้าคนนี้ถ้าน่าสงสารจริง เราสองพี่น้องยินดีที่จะทำตามที่พ่อบอก” เด็กน้อยตงฟางลี่เมื่อพูดจบก็เดินนำทุกคนเข้าบ้าน ทิ้งให้พี่ชายที่ยังไม่ทันได้พูดหรือตอบอะไร ยืนเกาหัวตนเองแกรก ๆ ก่อนจะมองหน้าผู้เป็นพ่อ

“เรื่องยากสำหรับเราสองคนแล้วล่ะอาหยวน น้องสาวของเราเป็นเจ้าบ้านแทนพ่อมานานแล้ว”

ผู้เป็นพ่อกล่าวกับลูกชายอีกคนพร้อมรอยยิ้ม เนื่องจากบ้านตงแห่งนี้ คนที่ใหญ่สุดของบ้านไม่ใช่ผู้เป็นพ่อ แต่เป็นน้องเล็กของบ้าน แถมยังเป็นดวงใจของพ่อและพี่ชายอีกด้วย

“นั่นสิครับพ่อ” ตงจี้หยวนก็ตอบพ่อกลับไปอย่างอ่อนใจ

“งั้นเรารีบเข้าบ้านเถอะ ก่อนที่ลี่ลี่จะอารมณ์เสียที่เราชักช้า ไปกันเถอะคุณ” ตงเหวินหมิงเอ่ยบอกกับลูกชายและหันมาชักชวนหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ  ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

หยางเหมยจินได้แต่ยิ้มขำกับอาการของผู้เป็นพ่อและลูกชายที่ดูจะกลัวเด็กสาวเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน ทั้ง ๆ ที่เด็กน้อยคนนั้นอายุไม่เท่าไร ก่อนจะค่อย ๆ เดินตามทุกคนเข้ามาในบ้าน และหวังว่าตนเองจะผ่านการทดสอบของเด็กน้อยที่มีตำแหน่งไม่ต่างจากเจ้าบ้านหลังนี้

เมื่อทุกคนเข้ามาในบ้านแล้ว ตงเหวินหมิงจึงเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ลูกทั้งสองฟัง แต่ก็เลือกที่จะปิดบังเรื่องที่หญิงสาวตกลงมาจากฟ้า โดยบอกว่าเห็นเธอหมดสติลอยตามน้ำมา ทำให้เด็กน้อยทั้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เพราะตงฟางลี่ยังมีอาการหวงพ่อเลยยังไม่ยินยอมเท่าไร

“แต่มันไม่ค่อยดีหรอกค่ะพ่อ ลี่ลี่คิดว่าเรื่องนี้คงต้องคิดและทบทวนอีกหน่อย ตอนนี้ลี่ลี่ยังไม่อยากมีแม่ใหม่”

เด็กน้อยวัยสิบขวบคิ้วขมวด แม้จะสงสารน้าคนนี้มากก็ตามแต่เธอก็ยังไม่อยากไว้ใจ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้หญิงในหมู่บ้านมักทอดสะพานให้พ่อของเธอเสมอ ยิ่งลูกสาวบ้านซูยิ่งแล้วใหญ่ นั่นก็เช้าถึงเย็นถึงจนน่ารำคาญ

พอได้ยินความในใจของเด็กน้อยตรงหน้า หยางเหมยจินก็รีบยกมือขึ้นก่อนจะโบกไปมาเพื่อปฏิเสธ

“ลี่ลี่เข้าใจฉันผิดแล้ว คุณเหวินหมิงเป็นเพียงผู้มีพระคุณของฉันเท่านั้น ฉันไม่ได้คิดจะมาเป็นแม่เลี้ยงของลี่ลี่เลยนะ แต่หากลี่ลี่และทุกคนไม่สบายใจ ฉันจะลองไปขอความช่วยเหลือคนอื่นดู เพราะที่นี่ฉันไม่รู้จักใครเลย” ท้ายประโยคเธอก้มหน้าลงพูดอย่างเศร้าสร้อย

เรื่องนี้เธอคิดว่าตนเองไม่ได้โกหก คนที่ข้ามเวลามาเป็นพันปีอย่างเธอจะมีคนรู้จักที่นี่ได้อย่างไร 

“แล้วทำไมน้าเหมยถึงแต่งตัวเหมือนคนโบราณแบบนี้ล่ะ มันไม่เหมือนที่พวกเราใส่เลยนะคะ”

ไม่รู้เพราะว่าตงฟางลี่ฉลาดเกินไป หรือเพราะเสื้อผ้าที่หยางเหมยจินสวมใส่นั้นสะดุดตาจริง ๆ ทำให้เด็กน้อยอดที่จะถามไม่ได้ แล้วสายตานั้นมองคล้ายกับจะจับผิด จนหยางเหมยจินเลือกที่จะพูดความจริงออกมาเอง

“ข้าไม่ใช่คนที่นี่ และเจ้าไม่ต้องคิดว่าข้าวิปลาส ข้าคือ...”

จากนั้นหยางเหมยจินจึงเล่าทุกอย่างให้ทั้งสองคนฟังอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบังด้วยภาษาของคนยุคนาง และมองท่าทางของเด็กน้อยทั้งสองคนว่าหวาดกลัวเธอหรือไม่ ทว่าสายตาที่เห็นนั้นมีเพียงความสงสารและสงสัยเท่านั้น

“น้าเหมยต้องพูดเหมือนคนที่นี่ หากน้ายังแทนตัวเองว่าข้า น้าจะถูกมองว่าวิปลาสหรือเป็นบ้าจริง ๆ” ตงฟางลี่เอ่ยขึ้นมาหลังจากฟังจนจบ

เวลานี้ในใจของเด็กน้อยนั้นไม่คิดถึงเรื่องหวงพ่ออีกแล้ว คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะช่วยน้าคนนี้ได้ พลัดถิ่นมาจากบ้านเมืองที่รู้จักคงรู้สึกไม่ดี หากเป็นเธอเองเมื่อต้องแยกจากพ่อคงรู้สึกแย่เหมือนกัน

“ขอบใจมากนะลี่ลี่ น้าจะพยายามพูดให้เหมือนคนที่นี่ก็แล้วกัน” หยางเหมยจินตอบกลับมาเป็นภาษาของที่นี่อย่างไม่ยุ่งยากมากนัก เพราะทุกอย่างไหลเข้ามาในหัวของเธอตอนที่ผ่านกาลเวลามา

  หญิงสาวมองเด็กน้อยที่มีอำนาจที่สุดของบ้านด้วยใจที่อบอุ่น แม้ว่าจะพลัดถิ่นข้ามภพมา อย่างน้อยเธอก็เจอคนที่จิตใจดี เพราะหากไปเจอคนชั่วเธออาจจะถูกขายไปเป็นทาสของบ้านไหนสักแห่ง

เมื่อไม่มีใครกล่าวหรือพูดคุยอะไรอีก สามพ่อลูกได้แต่มองตากันคล้ายกับปรึกษา นี่จึงทำให้หยางเหมยจินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย และเตรียมจะเดินไปอีกทางอื่น เพื่อให้สามพ่อลูกได้พูดคุยกัน

“คุณไม่ต้องไปหรอก ผมและลูก ๆ ยินดีที่จะให้คุณอยู่ด้วย ส่วนในฐานะอะไรนั้น ค่อยมาพูดคุยและปรึกษากันอีกครั้ง แต่หากคุณต้องการอยู่ที่นี่จริง ๆ คุณต้องอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกไปให้ใครเห็นเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”

สุดท้ายแล้วตงเหวินหมิงก็ยินยอมให้หยางเหมยจินอยู่ด้วย แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่เขายื่นเสนอขึ้นมา

“เพราะอะไรคะ” หยางเหมยจินถามออกไปด้วยความสงสัย

“เพราะน้าเหมยยังไม่มีบัตรและเอกสารประจำตัว หากมีการตรวจค้นและไม่รู้ความเป็นมาที่แน่ชัด อาจจะโดนจับไปสอบสวนได้ ลี่ลี่พูดถูกไหมคะพ่อ” ตงฟางลี่เป็นคนตอบกลับมาแทน แม้ว่าอายุเพียงสิบปี ทว่าความคิดและความฉลาดของเด็กน้อยนั้น นับว่าดีเลิศกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน

นั่นทำให้ผู้เป็นพ่อต้องพยักหน้าและยิ้มให้อย่างอ่อนโยนจากนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า “ใช่แล้วลูก ลี่ลี่ของพ่อนั้นกล่าวมาถูกต้องที่สุดแล้ว”

เมื่อเอ่ยชมลูกสาวของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้หันมาพูดกับหยางเหม่ยจินต่อ

“ที่นี่ไม่เหมือนกับที่ที่คุณจากมา คุณต้องทำตามกฎของที่นี่เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาได้ ยิ่งเวลานี้หากมีใครรู้ว่าคุณเป็นพวกมีศักดินาก็จะไม่ปลอดภัย เข้าใจที่ผมพูดใช่หรือไม่อาเหมย”

ชายหนุ่มอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็นและเรียกเธออย่างสนิทสนม

หยางเหมยจินได้แต่พยักหน้าด้วยความงุนงง เนื่องจากเธอนั้นไม่ใช่คนในยุคนี้แต่ก็คิดจะทำตามโดยดี

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะทำตามที่ทุกคนบอก แล้วขอบคุณมากนะคะที่ให้ข้า เอ๊ย…ไม่ใช่ ที่ให้ฉันได้มาอาศัยอยู่ด้วย ฉันขอสัญญาว่าจะช่วยงานบ้านทุกอย่าง โดยไม่ให้พวกคุณต้องเดือดร้อนกับการที่ช่วยฉันไว้” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มเต็มใบหน้า

“แต่ผมคิดว่าเราควรจะคิดแผนการล่วงหน้านะครับพ่อ หากเกิดมีใครมาพบน้าเหมยเข้า เราจะบอกคนพวกนั้นอย่างไร” ตงจี้หยวนนั่งเงียบอยู่นานจึงได้เอ่ยขึ้นมา

นี่จึงทำให้ทุกคนต้องหันมามอง พร้อมกับคิดตาม

“ที่อาหยวนพูดมาพ่อเข้าใจนะ แต่เวลานี้เรายังไม่รู้ว่าจะให้เหมยจินอยู่กับพวกเราในฐานะอะไร เพื่อไม่ให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง” ตงเหวินหมิงพูดขึ้นมาอย่างคิดไม่ตกเช่นกัน

เรื่องนี้ไม่ใช่ตงเหวินหมิงไม่คิด แต่เพราะว่าไม่รู้จะบอกชาวบ้านหรือคนภายนอกอย่างไรต่างหาก ช่วงนี้เขาเลยอยากให้หยางเหมยจินอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกไปให้คนอื่นพบเห็น จนกว่าเขาจะหาทางออกได้ ส่วนเรื่องเอกสารค่อยว่ากันอีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร หากให้พวกใต้ดินจัดหาให้คงจะเสียเงินไม่น้อย และเรื่องเงินคือปัญหาของเขาเหมือนกัน หากเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาจะไม่เคร่งเครียดแบบนี้เลย

“ถ้าบอกว่าเป็นญาติเราได้ไหมครับพ่อ” ตงจี้หยวนถามขึ้นมา

“ไม่ได้ เพราะถ้าจะบอกว่าน้าเหมยจินคือญาติเรา คงจะไม่มีใครเชื่อ ในเมื่อพ่อและลูกทั้งสองย้ายมาอยู่หมู่บ้านนี้เป็นสิบปีแล้ว ยังไม่เคยมีญาติมาเยี่ยมเลยสักครั้ง” ตงเหวินหมิงตอบกลับไปทันที

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 4 คุณพ่อจอมหวง

    ตอนพิเศษ 4 คุณพ่อจอมหวงวันเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่สองพี่น้องฝาแฝดอย่างตงจี้หยวนและตงฟางลี่ก็เติบโตขึ้นและแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ทั้งสองคนก็ยังคงใช้แซ่ตงเหมือนเดิม ส่วนแซ่เดิมของพ่อแม่นั้นจะเอาไว้ให้ลูก ๆ ในอนาคตเป็นผู้สืบทอด ตอนนี้ทั้งสองคนใกล้จะเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยแล้ว คนพี่นั้นเริ่มเข้ามาช่วยดูแลงานในบริษัทของพ่อ และสมบัติที่พ่อแม่ที่แท้จริงทิ้งไว้ให้ เลยไม่ค่อยมีเวลาตัวติดกับน้องสาวเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ก็เหมือนกัน ชายหนุ่มจะต้องเข้าไปดูงานที่บริษัท แต่น้องสาวขอไปดูหนังกับเพื่อน“พี่ใหญ่ วันนี้ฉันขอไปดูหนังได้ไหม” ตงฟางลี่เอ่ยขอพี่ชายอย่างออดอ้อน“พี่น่ะให้ไปได้ ว่าแต่เราโทรขออนุญาตพ่อหรือยัง แล้วจะดูหนังรอบไหนกัน นี่ก็เย็นมากแล้วนะ”ชายหนุ่มตอบกลับน้องสาวอย่างไม่คิดอะไร สำหรับตัวเขานั้นไม่เท่าไร แต่พ่อนี่สิคงไม่ยอมอนุญาตง่ายๆ แน่ เพราะพ่อเป็นคุณพ่อจอมหวงลูกสาวเสียเหลือเกิน ดูอย่างน้องสาวคนเล็กที่อายุแค่ไม่เท่าไรสิ พ่อยังแทบจะไม่ให้ผู้ชายอุ้มแล้ว ความหวงของพ่อที่มีต่อน้องสาวเกินขอบเขตจริง ๆ และนี่ก็ไม่ต้องพูดถึงอาอี้ข่ายที่เป็นเหมือนกันราวกับถอดแบบกันมาเลยทีเ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 3 คุณพ่อลูกดก

    ตอนพิเศษ 3 คุณพ่อลูกดกหลังจากจบเรื่องตระกูลเกา ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ ซึ่งเกาเทียนอี้และเกาซื่อหลินก็ไม่คิดจะกลับไปเหยียบตระกูลเกาอีกเลย และได้ข่าวว่าเกาเสี่ยวจิงถูกคนตระกูลหุ้ยบอกเลิกการหมั้นหมายและไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์ส่วนสองแม่ลูกแม้จะอยู่ตระกูลเกาต่อ แต่สถานะของทั้งสองก็อยู่ยิ่งกว่าสาวใช้ สาเหตุที่ท่านนายพลไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ก็เพราะไม่ต้องการอับอายคนในสังคม และที่สำคัญเขาได้เอาผู้หญิงที่เลี้ยงไว้นอกบ้านเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์และยกเป็นนายหญิงคนใหม่ เลยทำให้เฟ่ยเจียแค้นใจอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมรับชะตากรรมที่ตนเองได้ก่อไว้พอเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตงเหวินหมิงคิดจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวเองและภรรยารวมถึงทุกคนให้สังคมได้รับรู้ แต่กลับถูกภรรยาห้ามไว้ เพราะเธอกำลังท้องเลยไม่อยากจัดงานเลี้ยงขึ้นมา โดยได้บอกกับสามีว่าค่อยจัดงานเปิดตัวตอนเธอคลอดลูกแล้วก็ยังไม่สายแต่เมื่อถึงเวลา หยางเหมยจินก็บ่ายเบี่ยงอีก เพราะเธออยากอยู่อย่างสงบกับลูกไม่อยากวุ่นวายกับใคร เพราะการเปิดตัวนั้นคงทำให้มีแต่คนเข้าหาเธอในฐานะนายหญิงตงจนเวลานี้เธอตั้งท้องครั้งที่สามแล้ว เพราะสองท้องที่ผ่

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนสินเดิมของแม่

    ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนสินเดิมของแม่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น สองแม่ลูกจากตระกูลเกาแทบจะนอนไม่หลับ เพราะกลัวว่าตงเหวินหมิงจะบุกมาพบกับท่านนายพลถึงตระกูลเกา แต่เมื่อเวลาผ่านมาเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทำให้ทั้งสองคนกลับมาเชิดหน้าเหมือนเดิม“คุณมีเรื่องอะไรหรือเปล่า เหมือนว่าสัปดาห์ก่อนคุณจะพูดอะไรเหรอ” นายพลเกาเอ่ยถามภรรยาหลังจากสะสางงานตนเองเสร็จแล้ว ตอนนั้นเขากำลังวุ่นกับงานอยู่ เลยไม่ได้ฟังอะไรเธอมากมายนัก“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ เรื่องไม่สำคัญแล้วล่ะ คุณทำงานของคุณเถอะ จริงสิ ฉันลืมบอกคุณไปว่าต้นเดือนหน้าทางตระกูลหุ้ยจะเข้ามาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายระหว่างลูกชายบ้านนั้นกับเสี่ยวจิงของเรานะคะ” เฟ่ยเจียตอบกลับไปอย่างอ่อนหวานและเปลี่ยนเรื่องไปพูดในเรื่องที่เธอมีความยินดีอย่างมากจะว่าไปเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเฟ่ยเจียไม่ใช่เรื่องของตระกูลตงจะเข้ามาที่นี่หรือไม่ แต่เป็นเรื่องการแต่งงานและหมั้นหมายของลูกสาวมากกว่าพอท่านนายพลเกาได้ยินเรื่องการแต่งงานของลูกสาวคนเล็ก ก็อดคิดถึงลูกสาวคนโตที่หายไปจากบ้านหลายปีแล้ว รวมถึงลูกชายที่ไปเป็นทหาร ซึ่งไม่รู้เวลานี้ทั้งสองเป็นอย่างไรบ้างเพราะขา

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 1 หาเรื่องใส่ตัว

    ตอนพิเศษ 1 หาเรื่องใส่ตัวหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่ปักกิ่ง เกาซื่อหลินก็ยังคงช่วยงานของหยางเหมยจินเหมือนเดิมพร้อมกับดูแลพี่สาวบุญธรรมไปด้วย วันนี้ทั้งสองออกมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเพียงลำพัง เพราะสองแฝดไปเรียนหนังสือ ตงเหวินหมิงกับตู้อี้ข่ายก็ไปทำงาน“นี่เสี่ยวหลิน ไม่ต้องคอยระมัดระวังขนาดนั้นก็ได้ พี่แค่ท้องนะไม่ใช่คนป่วยสักหน่อย” หยางเหมยจินพูดพึมพำออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เธอตั้งท้อง ทุกคนก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย เธอแทบจะเป็นง่อยอยู่แล้ว“พี่เหมยจินก็พูดไป ถ้าเกิดพี่เดินไม่ระวังแล้วสะดุดล้มขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ ต่อให้มีคนของพี่เขยติดตามมาด้วย ใช่ว่าจะมีคนกล้าแตะต้องตัวพี่นะ หน้าที่นี้เป็นของฉัน อย่างไรฉันก็ต้องคอยดูไว้ก่อน” เกาซื่อหลินโต้แย้งกลับทันที เพราะเธอต้องระวังความปลอดภัยให้กับพี่สาวคนนี้ เลยทำให้ต้องดูเหมือนทำเกินจริงไปหน่อย แต่ป้องกันไว้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ“เอาเถอะ แล้วแต่เธอก็แล้วกัน นั่นร้านขายขนมฝรั่งเปิดใหม่หรือเปล่า เราลองเข้าไปดูกันเถอะ” หยางเหมยจินคร้านจะเถียงกับอีกฝ่าย เมื่อเห็นร้านขนมเปิดใหม่จึงชวนอีกฝ่ายไปดู เนื่องจากขนมพวกนี้เธอกินแล้วติด

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทส่งท้าย ครอบครัวที่ต้องการ

    บทส่งท้าย ครอบครัวที่ต้องการสามปีต่อมา... หลังจากวันนั้นวันที่ตงเหวินหมิงกลับมา นั่นจึงทำให้หยางเหมยจินคลายความกังวลและรู้สึกดีใจที่เขาปลอดภัย โดยที่ตงเหวินหมิงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังเธออย่างละเอียด แล้วยังบอกอีกว่าเวลานี้เขาล้างมลทินให้ตระกูลตงเรียบร้อยแล้ว รวมถึงตระกูลของพี่เขยด้วย ก่อนจะบอกความจริงกับเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งแม้ทั้งสองคนจะรับรู้ว่าตนเองนั้นไม่ใช่ลูกแต่เป็นหลาน แต่ทั้งสองก็ยังคงเรียกตงเหวินหมิงว่าพ่อ และเรียกหยางเหมยจินว่าแม่เหมือนเดิมส่วนเรื่องบ้าน ทั้งหมดได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านที่รู้ความจริงว่าตงเหวินหมิงคือนายท่านหยางก็พากันตกใจ บางคนก็เสียดาย ที่ก่อนหน้านี้พวกตนน่าจะทำดีกับบ้านตงไว้ ส่วนซูหว่านแทบจะเสียสติ ที่ชายที่เธอหมายปองนั้นคือคนที่มีอิทธิพลของเมืองนี้ แถมยังร่ำรวยมากอีกด้วยแต่เพราะทางบ้านซูของเธอไม่อยากมีปัญหากับบ้านตงและรู้ว่าซูหว่านคงไม่จบเรื่องบ้านตง บ้านซูจึงตัดสินใจหาสามีที่อยู่ต่างเมืองให้เธอทันทีทำให้สามปีที่ผ่านมาไม่มีใครคอยมาวุ่นวายกับสองสามีภรรยามากนัก ทุกวันนี้ตงเหวินหมิงจึงรู้สึกสบายใจอย่างมาก“ตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างที่

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 52 จบสิ้นปัญหา

    บทที่ 52 จบสิ้นปัญหาหลายวันต่อมา...ในหมู่บ้านมีคนแปลกหน้าเข้ามาทำงานในคอมมูนไม่น้อยเลย แถมหัวหน้าคอมมูนยังให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างที่พักให้ นี่จึงทำให้ใครหลายคนพากันแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หัวหน้าคอมมูนบอกเองว่าทางการยังไม่ได้ส่งคนเข้ามา แต่ทำไมวันนี้กลายเป็นว่ามีคนมากมายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านล่ะ“พวกเราคิดว่ามันแปลกหรือไม่ ที่จู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยเลย” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้น“จะขี้สงสัยไปทำไมกัน คนมาทำงานจะคิดมากไปทำไม หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หัวหน้าหมู่บ้านคงบอกแล้วล่ะ” อีกคนตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจการพูดคุยของกลุ่มชาวบ้านแม้ว่าแปลกใจและสงสัยแต่ก็เลือกที่จะไม่ถาม เพราะรู้ดีว่าทุกคนมีหน้าที่การงานของตนเองซึ่งเรื่องนี้มีแค่หัวหน้าคอมมูนเท่านั้น ที่รู้ว่าเป็นคนของใครที่ถูกส่งเข้ามา เขาไม่คิดว่าคนเคยปลอมเป็นชาวบ้านมางานแต่งของตงเหวินหมิงกับหยางเหมยจินจะเป็นถึงนายท่านหลู่ นายท่านผู้ลึกลับแต่ทรงอิทธิพล และเขาก็ไม่คิดว่าท่านจะส่งคนมาบอกเรื่องที่จะให้ คนมาทำงานในคอมมูน โดยปลอมเป็นชาวบ้านที่มาทำงานในคอมมูนที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อที่จะปกป้องใครบางคน ซึ่งต่อให้ช

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 42 ง้อสามี

    บทที่ 42 ง้อสามีต้วนอี้ซานได้ยินดังนั้นแม้จะไม่พอใจ แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ เพราะอย่างไรเธอก็คือหญิงในดวงใจของเขา ใช่แล้ว!! เขาเพิ่งมารู้ตัวก็ตอนที่เสียเธอไปแล้วว่าเธอนั้นสำคัญกับเขามากแค่ไหน ที่เขายังไม่เข้าหอกับเธอก็เพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจเธออย่างไรล่ะ ไม่ใช่ว่าไม่รักอย่างที่เธอเข้าใจ“ต่อให้คุณ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 38 พร้อมที่จะเดินเคียงข้างกัน

    บทที่ 38 พร้อมที่จะเดินเคียงข้างกัน“ผมและอาเหมยตัดสินใจว่าจะอยู่บ้านหลังเก่าก่อนครับ เวลานี้เราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาแบบนี้แหละดีแล้วครับปลอดภัยกว่า ผมว่ายังไม่ควรที่จะเปิดตัวเพื่อให้ศัตรูเก่าได้รับรู้ก่อนที่เราจะพร้อมจริง ๆ ถ้าถึงเวลาเมื่อไร ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเองครับปู่เล็ก”ตงเหวินหมิงตอบ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 21 เชื้อเชิญมาเป็นช่างตัดเย็บ

    บทที่ 21 เชื้อเชิญมาเป็นช่างตัดเย็บ“ชุดแต่งงานนี้ฉันให้ราคาสองพันหยวน ส่วนผ้าเช็ดหน้าฉันให้ผืนละสิบห้าหยวน ราคานี้คุณพอใจหรือไม่ ราคาสองพันหยวนนี่ นับว่าเป็นผลงานตัดเย็บชิ้นแรกที่ฉันซื้อเข้าร้านในราคาแพงที่สุดแล้วนะคะ”ซ่านหลิงพูดไม่ผิดนักหรอก เนื่องจากชุดแต่งงานทั่วไปเธอรับซื้อแค่สองร้อยถึงสามร้อ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 17 เข้าเมืองพร้อมกัน

    บทที่ 17 เข้าเมืองพร้อมกัน“พี่สาวเหมยจิน!!”เกาซื่อหลินกำลังเดินมาทางนี้ เมื่อเห็นว่าหยางเหมยจินนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็รีบตะโกนเรียกและโบกมือให้ด้วยความดีใจ อีกทั้งเธอยังมีรอยยิ้มที่สดใสที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะตั้งแต่ที่เกาซื่อหลินมาอยู่ที่นี่ เธอไม่เคยคุยเล่นและหัวเราะกับใคร แต่เวลานี้เ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status