Se connecter“น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบกันจะทะเลาะกันราวกับเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติปางก่อน
จิ้งอ๋องขี่ม้าไปยังวังหลวงเพื่อขอเข้าเฝ้าพระสนมหรงในเวลาต่อมา วันนี้เต๋อเป่าติดตามไปคอยคุ้มกันด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อเดือนก่อน เวลาเข้าวังมาทีไร เต๋อเป่าจะต้องติดตามจิ้งอ๋องเป็นเงาตามตัว เพราะเขากลัวว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับจิ้งอ๋องอีกเหมือนครั้งก่อน
“เรื่องก็เป็นเช่นนี้พะย่ะค่ะเสด็จแม่” จิ้งอ๋องเล่าเรื่องราวที่เจียงหว่านบอกกับพระองค์ไม่ขาดไปสักคำเดียว
“ฮึ่ม! น้องสาวนางช่างบังอาจนัก ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน เจ้าก็ไม่คิดที่จะลงโทษนางสักหน่อยหรือ เจ้าไม่กลัวพระชายาเจ้าน้อยใจหรืออย่างไร” พระสนมหรงทรงกริ้วไม่น้อยที่ลูกสะใภ้ของพระนางถูกคนอื่นรังแก
“ลูกไม่เห็นว่านางจะน้อยใจอะไรนี่พะย่ะค่ะ พรุ่งนี้นางยังต้องกลับบ้านเดิมตามธรรมเนียมด้วย หม่อมฉันบอกบ่าวให้ติดตามไปด้วยแล้ว” จิ้งอ๋องคิดว่าแค่การไปเยี่ยมบ้านเดิม ไม่จำเป็นต้องให้พระองค์ไปด้วย
“อ้าว เหตุใดเจ้าไม่ติดตามไปดูแลนางด้วยเล่า เจ้าไม่กลัวหรือว่าครอบครัวนางจะรังแกนางน่ะฮะ” พระสนมหรงขมวดพระขนงมุ่นขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ว่าบุตรชายไม่คิดจะไปกับลูกสะใภ้
“ใครจะกล้าล่ะพะย่ะค่ะ อีกอย่างลูกมีงานต้องทำ” จิ้งอ๋องเอ่ยอ้าง
“เพ้ย! เจ้าเป็นพระสวามีประสาอะไรกัน หากเจ้าไม่ไปกับนางแล้ว ผู้คนจะยิ่งครหาว่าพระชายาไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าอยากทำให้นางลำบากหรืออย่างไรกัน” พระสนมหรงไม่อยากให้ชื่อเสียงของลูกชายเสียหายอีก
“ใครจะพูดอะไรก็ไม่เห็นต้องสนใจนี่พะย่ะค่ะ ถ้าใครกล้าปล่อยข่าวลือเสียหายให้ลูก ลูกจะสั่งคนไปจับพวกเขามาโบยเสียให้เข็ด” จิ้งอ๋องผู้คุมกำลังทหารส่วนใหญ่ของแคว้นเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
“เจ้าบ้าไปแล้ว! อยู่ดี ๆ จะไปจับคนมาโบยสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไรกัน เจ้าอย่านึกว่าที่นี่เป็นเมืองชายแดนได้หรือไม่ ไม่รู้ล่ะ ยังไงพรุ่งนี้เจ้าต้องไปบ้านเดิมกับลูกสะใภ้แม่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาพบแม่อีก” พระสนมหรงกริ้วหนักที่ลูกชายตัวดีเอาแต่ชอบใช้กำลังจนชื่อเสียงเสียหายหมดแล้ว
“โธ่ เสด็จแม่อย่าทรงตรัสเช่นนี้สิพะย่ะค่ะ ลูกอยู่เมืองหลวงก็มีแค่เสด็จแม่ที่เป็นญาติใกล้ชิด หากเสด็จแม่ไม่ให้ลูกมาพบ ลูกคงไม่มีใจจะทำงานให้เสด็จพ่อหรอกพะย่ะค่ะ” จิ้งอ๋องเอ่ยอ้างเรื่องงานมากมายที่ฮ่องเต้ส่งมาให้พระองค์ช่วยสะสางอยู่บ่อย ๆ หลังกลับจากเมืองชายแดนเมื่อสองปีก่อน
“เจ้าไม่ต้องเอาพ่อเจ้ามาอ้างเลย ยังไงพรุ่งนี้เจ้าต้องไปกับนาง และยังต้องเตรียมของขวัญตามธรรมเนียมด้วย อย่าให้เสียหน้าจวนจิ้งอ๋องของเจ้า” พระสนมหรงทรงบังคับบุตรชายคนเดียวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เฮ้อ ลูกทราบแล้วพะย่ะค่ะ เช่นนั้นลูกขอตัวกลับไปสั่งการคนที่จวนให้เตรียมของขวัญก่อนนะเสด็จแม่” จิ้งอ๋องถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ทำได้แค่ต้องรับปากพระมารดาไปก่อน ไม่อย่างนั้นพระสนมหรงคงหาเรื่องไล่ลูกชายอย่างเขาออกจากวังเป็นแน่ เวลาพระนางงอนนั้นใช่ย่อยเสียที่ไหนกัน
“ไปเถอะ รอให้พระชายาเจ้าหายดีเสียก่อนค่อยพานางมาพบแม่” พระสนมหรงพยักพระพักตร์ให้กับลูกชายตัวดีที่กำลังหาเรื่องหนีหน้าพระนาง
“ลูกทูลลาพะย่ะค่ะ” จิ้งอ๋องลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วคารวะพระสนมหรงก่อนจะหันหลังเดินออกจากตำหนักไปพร้อมกับเต๋อเปา
“กลับจวนไปเจ้าก็ให้คนไปบอกพ่อบ้านด้วยเล่า” จิ้งอ๋องตรัสบอกระหว่างทางไปยังลานพักม้าด้านนอกพระราชฐานชั้นใน
“พะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เต๋อเป่ารับคำทันที พรุ่งนี้เขาเองก็คงต้องร่วมทางกับท่านอ๋องไปยังจวนขุนนางเจียงด้วยตามหน้าที่
หลังมื้อเช้าวันต่อมา เจียงหว่านที่แต่งตัวเสร็จได้แต่บ่นในใจที่ต้องสวมชุดรุ่มร่ามหลายชั้นตามยศศักดิ์ที่เพิ่งได้รับหลังจากแต่งงาน นางไม่กล้าทำตัวเอาแต่ใจเกินไปนัก เพราะอย่างไรเสียธรรมเนียมในยุคสมัยนี้นางก็ไม่สันทัดจึงกลัวว่าจะทำสิ่งใดผิดพลาดไปจนถูกจิ้งอ๋องตำหนิอีก
“เชิญพระชายาเสด็จไปยังรถม้าเพคะ” นางกำนัลที่ไปตรวจสอบของขวัญซึ่งพ่อบ้านเตรียมการเอาไว้ให้กลับมาเรียกเจียงหว่านที่เรือนเอ่ยขึ้น
“อืม… ไปกันเถอะแม่นม” เจียงหว่านยื่นมือเล็กไปให้แม่นมลู่พยุงเดิน นางกลัวว่าตัวเองจะสะดุดชุดรุ่มร่ามจนลงไปคลุกฝุ่นเสียก่อน
ขณะที่ขบวนของเจียงหว่านกำลังจะไปถึงหน้าประตูจวนอ๋อง เสียงขานบอกว่าจิ้งอ๋องเสด็จก็ดังออกมาทันที ทุกคนต่างพากันหันไปทำความเคารพจิ้งอ๋องเต็มพิธีการ เจียงหว่านเองก็เช่นเดียวกัน
“ตามสบาย วันนี้เราจะไปกับเจ้าด้วย” จิ้งอ๋องตรัสลอย ๆ ขึ้นมาอย่างกลัวว่าตนเองจะเสียหน้าที่เมื่อวานพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าจะไม่ไป
“เพคะ” เจียงหว่านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาท่ามกลางสายตาบ่าวไพร่
“รีบไปเถอะจะได้รีบกลับ” จิ้งอ๋องไม่อยากอยู่จวนคนอื่นนานนัก อีกทั้งพระองค์ยังรู้สึกว่าคนตระกูลเจียงนั้นไม่น่าคบหา
เจียงหว่านไม่ได้ตอบกลับ นางเพียงแต่เดินหน้าต่อเพื่อไปขึ้นรถม้าที่จอดอยู่ด้านหน้าจวนก็เท่านั้น แม่นมลู่ส่งเจียงหว่านขึ้นรถม้าเสร็จก็หันหลังเดินไปขึ้นรถม้าคันหลังพร้อมกับนางกำนัลและขันทีซึ่งอยู่เรือนเดียวกัน
จิ้งอ๋องเองก็ขึ้นรถม้าตามหลังเจียงหว่านไปโดยไม่คิดจะตรัสสิ่งใดให้เสียอารมณ์ พระองค์ใช่ว่าจะไม่เห็นท่าทีเฉยชาของเจียงหว่าน เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกับนางก็เท่านั้น พระองค์ยังต้องเตรียมรับมือกับคนที่จวนตระกูลเจียงซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้อนรับพระองค์อย่างไรเช่นกัน
ขบวนรถม้าและองครักษ์จวนอ๋องที่ขี่ม้าประกบอยู่ด้านข้างไปถึงหน้าจวนขุนนางเจียงในเวลาต่อมา ที่หน้าประตูตอนนี้มีเจียงซุนเจ๋อ หวังซินอวี่และเจียงม่านหรูยืนรออยู่ พวกเขาได้รับแจ้งจากคนของจวนอ๋องแล้วว่าวันนี้ท่านอ๋องจะเสด็จมาด้วยจึงพากันออกมาต้อนรับตามธรรมเนียม ทั้งที่คราแรกสองแม่ลูกจะไม่ยอมออกมาต้อนรับเจียงหว่านเพราะคิดว่าท่านอ๋องคงไม่คิดจะเสด็จมาที่บ้านซอมซ่อของพวกเขา
“ถวายพระพรจิ้งอ๋อง พระชายาพะย่ะค่ะ/เพคะ” ทั้งสามคนพร้อมบ่าวไพร่ต่างย่อกายทำความเคารพจิ้งอ๋องกับเจียงหว่านที่เดินลงมายืนได้ไม่นาน
“ตามสบายเถอะ” จิ้งอ๋องตรัสจบก็โบกมือให้คนนำของขวัญออกมาเตรียมไว้มอบให้กับครอบครัวของเจียงหว่าน
“เชิญเสด็จประทับด้านในก่อนพะย่ะค่ะท่านเขย” เจียงซุนเจ๋อรีบตีสนิท
“บังอาจ! เจ้ามีสิทธิ์เรียกท่านอ๋องเช่นนั้นได้หรือ” เต๋อเป่าเห็นสีหน้าไม่พอพระทัยของจิ้งอ๋องเข้าจึงตวาดใส่เจียงซุนเจ๋อเสียงดังจนเขาสะดุ้งโหยง
“อ่า...กระหม่อมผิดไปแล้วพะย่ะค่ะ เชิญท่านอ๋องเสด็จ” เจียงซุนเจ๋อได้แต่ต้องรีบเปลี่ยนคำเรียกหาใหม่ ใครใช้ให้เต๋อเป่ายื่นมือจับกระบี่เหมือนพร้อมที่จะชักออกมาได้ทุกเมื่อกันเล่า คนกลัวตายอย่างเจียงซุนเจ๋อมีหรือจะไม่กลัว
“รีบเข้าไปเถอะ คนมุงดูเยอะแล้ว” เจียงหว่านเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจนัก นางไม่ชอบที่จิ้งอ๋องมาแสดงอำนาจอยู่หน้าจวนตอนนี้เลยจริง ๆ รู้ทั้งรู้ว่าละแวกนี้มีจวนขุนนางมากมายตั้งอยู่
“พี่สาว ให้ข้าช่วยพาท่านเข้าไปดีไหมเจ้าคะ” เจียงม่านหรูรีบเสนอหน้าออกมาทันที นางยังชม้อยชม้ายสายตามองจิ้งอ๋องอย่างหยาดเยิ้มด้วย
“ไม่จำเป็น” เจียงหว่านกลัวว่าเจียงม่านหรูจะมาหาเรื่องอีกจึงปฏิเสธ
จิ้งอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็เหลือบมองเจียงหว่านแว่บหนึ่ง ก่อนที่พระองค์จะเสด็จเข้าไปด้านในโดยมีเจียงหว่าน แม่นมลู่ นางกำนัลและขันทีพร้อมกับเต๋อเป่าติดตามเข้าไป ส่วนคนตระกูลเจียงที่เหลือก็ทำได้แค่รีบเดินตามหลังเข้าไปเท่านั้น เจียงม่านหรูที่เพิ่งเสียหน้าอดกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจไม่ได้ นางหรือก็คิดว่าเจียงหว่านจะตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่คิดเลยว่าเจียงหว่านยังจะรอดมาได้อีก เจียงม่านหรูที่ยิ่งเห็นจิ้งอ๋องใกล้ ๆ ก็ยิ่งอยากได้ตำแหน่งพระชายาของเจียงหว่านรีบคิดแผนการใหม่ทันที
จิ้งอ๋องกับเจียงหว่านไปนั่งในห้องโถงรับแขกในตำแหน่งประธานตามยศศักดิ์ของพวกเขา ตามธรรมเนียมแล้วพวกเขายังต้องร่วมโต๊ะอาหารหลังจากมอบของขวัญด้วย
“น้องหญิง ทำอย่างไรเสียงมันถึงจะเงียบเล่า” ไท่จื่อลุกลี้ลุกลนเพราะกลัวว่าของที่เจียงหว่านอุตส่าห์หามาให้จะพังเสียก่อนหากเสียงมันดังนานไป“คิก เสด็จพี่ต้องกดรับสายตรงนี้เพคะ” เจียงหว่านยกเครื่องของไท่จื่อขึ้นมาแล้วแสดงให้ดูว่าต้องรับสายอย่างไร จากนั้นก็ส่งมือถือให้ไท่จื่อจ่อไปที่หูเหมือนที่นางกำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน“อ่า...นี่มันคืออะไรกันแน่น้องหญิง” ไท่จื่อถามโดยลืมไปเลยว่ากำลังรับสายจากเจียงหว่านอยู่ที่ข้างใบหูของพระองค์“นี่เรียกว่ามือถือเพคะ เอาไว้ใช้สื่อสารทางไกล สามารถใช้ได้ทั่วแคว้นเลยนะเพคะเสด็จพี่ พระองค์ได้ยินเสียงหม่อมฉันชัดเจนหรือไม่” เจียงหว่านถามกลับปลายสายพร้อมรอยยิ้มกว้าง นางคิดว่าไท่จื่อน่าจะได้ยินเสียงชัดเจน
[ ระบบ เจ้ามีอุปกรณ์สื่อสารทางไกลแนะนำเราบ้างหรือไม่ เราอยากได้สักสามสิบเครื่อง ] เจียงหว่านถามระบบภายในความคิดของนาง[ โฮสต์ต้องการแบบที่สามารถใช้งานในยุคนี้ได้ใช่ไหมขอรับ ] ระบบเห็นทางที่จะได้รับแต้มจำนวนมากอีกครั้งแล้ว มันเลยถามก่อน[ ใช่แล้ว เจ้ามีให้เราเลือกดูบ้างหรือไม่ เอาแบบอยู่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตรก็ยังสามารถติดต่อกันได้น่ะ ] เจียงหว่านระบุสเปคเพิ่มเติม[ มีอยู่หลายแบบเลยขอรับ เชิญโฮสต์เลือกดูตามสบายขอรับ ] ระบบฉายภาพและสเปคต่าง ๆ ของมือถือในยุคอนาคตที่มันมีอยู่ในคลังสินค้าทันที ซึ่งมือถือเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเหมือนกับชา
ในวังหลวงตอนนี้ฮ่องเต้และฮองเฮาได้รับที่นอนซึ่งไท่จื่อพาคนนำมาส่งมอบให้ด้วยพระองค์เอง ทั้งสองพระองค์ลองนอนดูก็พบว่ามันนุ่มมากจนแทบจะเคลิ้มหลับไปในทันทีที่หัวถึงหมอนเลยทีเดียว“เสด็จพ่อ เสด็จแม่พอพระทัยหรือไม่พะย่ะค่ะ” ไท่จื่อตรัสถามหลังจากเห็นทั้งสองพระองค์ท่าทางจะหลับไปจริง ๆ“โอ้ พ่อชอบมาก น้องหญิงก็คงชอบเหมือนกันใช่หรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสถามฮองเฮาที่หลับตาไปพักหนึ่งแล้ว“อ่า…ชอบเพคะ แม่ฝากขอบใจเจียงหว่านด้วยนะลูกที่มอบของดี ๆ แบบนี้ให้แม่กับพ่อของเจ้า” ฮองเฮาตรัสพร้อมรอยยิ้มกว้าง พระนางเกือบหลับไปแล้วจริง ๆ ยังดีที่ได้ยินเสียงฮ่องเต้ตรัสถามเสียก่อน“ลูกจะบอกนางให้พะย่ะค่ะ ที่ตำหนักเสด็จแม่ลูกให้คนไปเปลี่ยนที่นอนให้แล้ว
[ ระบบ หากเราแลกมากกว่าหนึ่งพันอันจะมีส่วนลดแต้มแลกหรือไม่ ][ แน่นอนว่ามีขอรับ ไม่ทราบโฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งใด ] ระบบไม่คิดว่าโฮสต์ของมันจะแลกของมาเยอะแยะปานนี้[ เราขอแลกที่ชุดที่นอนยางพาราหนึ่งพันชุด เจ้าคิดส่วนลดให้ที ] เจียงหว่านคิดว่าอีกไม่นานฤดูหนาวก็จะมาถึงแล้ว การมีชุดที่นอนนี้จะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ราษฎรในเมืองหลวงได้ไม่มากก็น้อย[ หนึ่งชุดปกติแลกห้าแต้ม ระบบลดให้เหลือสี่แต้มต่อชุดขอรับ รวมแต้มที่ต้องใช้แลกทั้งหมดสี่พันแต้ม โฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ ]
ชาวเมืองเมื่อได้ยินเสียงของคนด้านหน้า พวกเขาต่างรีบเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบและเงียบเสียงลงทันที พวกเขากลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของไท่จื่อเฟยที่กำลังตั้งครรภ์อยู่กว่าหนึ่งชั่วยามที่พ่อบ้านจะรับของจากชาวบ้านหมดเสียที เขาสั่งให้ปิดประตูทันทีที่ชาวเมืองคนสุดท้ายส่งมอบของให้กับไท่จื่อเฟย“พวกเจ้าแยกสิ่งของออกมาเป็นประเภท ๆ เสียให้เรียบร้อย ของที่อยู่ได้หลายวันก็นำไปไว้ที่เรือนว่างด้านหลังจวน ส่วนของสดที่เน่าเสียง่ายไท่จื่อให้พวกเจ้าแบ่งกันนำไปให้ครอบครัวกินได้ ข้าจะไปดูที่ครัวเสียหน่อยว่าเตรียมอาหารมื้อเย็นเอาไว้ให้ไท่จื่อเฟยหรือยัง” พ่อบ้านสั่งการเสร็จก็เดินจากไปบ่าวไพร่พอทราบว่าไท่จื่อแบ่งปันสิ่งของให้พวกเขาด้วยก็พากันยิ้มแย้มด้วยความดีใจ ของมากมายที่ชาวเมืองให้มาล้วนแล้วแต่เป็นของดีทั้งนั้น หากพวกเขาแบ่งไปให้ครอบครัวได้กินบ้างก็น
“แสดงว่าหลานของแม่ฉลาดและรู้เรื่องมากเลยนะ” ฮองเฮารู้สึกเช่นนั้นจริงว่าพอไท่จื่อดุพวกเขา พวกเขากลับเชื่อฟังอย่างดีและหยุดดิ้นทันที“หลานของพวกเราย่อมต้องฉลาดอยู่แล้วน้องหญิง” ฮ่องเต้ตรัสอย่างอวด ๆเจียงหว่านพอได้ยินก็อดยิ้มขำไม่ได้ที่ฮ่องเต้เองก็เห่อหลานไม่แพ้กับฮองเฮาเช่นเดียวกัน บทสนทนาหลังจากนั้นจึงเป็นเรื่องการดูแลครรภ์ระหว่างที่อยู่เมืองฝูเซิงแทน ไท่จื่อกับเจียงหว่านก็เล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่ได้ปิดบังอะไร ถึงแม้ว่าไท่จื่อต้องไปตรวจงานอยู่บ่อย ๆ แต่พระองค์ก็หาเวลามาคอยดูแลเจียงหว่านอยู่ตลอดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้ได้รับคำชมจากฮ่องเต้และฮองเฮาไม่น้อยเลยทีเดียวกว่าไท่จื่อจะพาเจียงหว่านกลับจวน เวลาก็ล่วงเลยมานานเกือบสองชั่วยามเลยทีเดียว อาหารที่ก่อนหน้าคิดว่าเจียงหว่านจะกินไม่หมด กลายเป็นว่านางกินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับสน
“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขารอให้พระสนมกับคนอื่น ๆ เดินจากไปก่อนจึงลุกขึ้นลากตัวเจียงหว่านออกจากวังไปอย่างรวดเร็ว เจียงม่านหรูที่แอบดูอยู่ห่าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามหลังออกไปเช่นเดียวกัน นาง
ณ จวนจิ้งอ๋อง บรรยากาศยามนี้มีแต่เสียงแสดงความยินดีดังไปทั่วตามมารยาท เหล่าขุนนางและลูกน้องมากมายถึงจะรู้ว่าจิ้งอ๋องไม่เต็มใจแต่งกับบุตรีขุนนางเจียงก็ตามที แต่ด้วยเพราะอุบัติเหตุในวังหลวงเมื่อเดือนก่อนทำให้พระองค์จำใจรับราชโองการพระราชทานสมรสนี้มาหนึ่งเดือนก่อนงานเลี้ยงในวังหลวงวันนี้มีขุนนางมากม
ตำหนักเฟิ่งหวง“คิดไม่ถึงว่าจิ้งอ๋องถึงกับไม่พานางมาพบเราก่อน” ฮองเฮาจิกเล็บลงบนฝ่ามือด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พระนางอุตส่าห์แต่งตัวรอให้พวกเขามาพบตามธรรมเนียม
“จัดเรือนที่ไกลที่สุดให้นางเสีย ข้าไม่อยากเห็นหน้านาง” จิ้งอ๋องเลือกที่จะไม่สนใจว่าที่พระชายาของพระองค์เลยแม้แต่น้อย การอยู่ห่างกันนับว่าเป็นเรื่องที่พระองค์คิดว่าดีที่สุดแล้ว ไม่อย่างนั้นพระองค์คงพลั้งมือฆ่านางตายในสักวัน







