تسجيل الدخولเสียงฝนยังคงตกไม่หยุดแม้รถจะแล่นออกมาจากคลินิกร้างนั้นไกลแล้ว ภายในรถเงียบกริบ
จันทร์สิตานั่งนิ่ง สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกกลับไม่ใช่ถนน…
มันคือ “ภาพวาดเด็กคนนั้น”
ตาเดียว…จ้องกลับมาไม่กระพริบเธอหลับตาลงแรง ๆ เหมือนจะไล่ภาพนั้นออกไป
“ยังกลัวอยู่เหรอ” เสียงทุ้มของหมออนลดังขึ้นเรียบ ๆ โดยที่สายตายังมองถนน
“ฉันไม่ได้กลัวผี” เธอตอบทันที
“งั้นก็กลัวคน”
เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย “คุณพูดเหมือนรู้จักคนแบบนั้นดีเลยนะคะ”
มือของเขาที่จับพวงมาลัยนิ่งสนิทไปชั่ววินาทีหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“ผมแค่เคยเห็นผลลัพธ์ของมันบ่อย”
คำตอบนั้น…ไม่ได้อธิบายอะไร
แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึก “ไม่ควรถามต่อ”รถเลี้ยวเข้าคอนโดของเธอ
ไฟหน้ารถสาดผ่านร่างใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า ก่อนที่คนนั้นจะหันหนีและเดินเร็ว ๆ ออกไป
“เดี๋ยวค่ะ!”
จันทร์สิตารีบหันไปมองด้านหลัง “เมื่อกี้มีคน—”
“ผมเห็น” อนลตอบทันที
เขาดับเครื่อง แต่ยังไม่ลงจากรถ สายตาคมมองผ่านกระจกมองหลังไปยังเงามืดด้านนอก
“คุณมีคนตามอยู่”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสะดุดแรง
“เป็นไปไม่ได้…” เธอพึมพำ
แต่ลึก ๆ เธอรู้ดี
ว่า “มันเป็นไปได้”เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำ…มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ตั้งแต่แรก
“ขึ้นห้องไป” เขาพูดสั้น ๆ
“แล้วคุณล่ะ?”
“ผมจะอยู่ดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครขึ้นไปกับคุณ”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปไหน มือของเขาก็คว้าแขนเธอไว้
จันทร์สิตาหันกลับมา สายตาสบเข้ากับเขาในระยะใกล้
ใกล้เกินไป
“ล็อกประตูให้ดี” เขาพูดเบา ๆ
น้ำเสียงไม่ใช่คำสั่ง
แต่มันคือ “ความห่วง” ที่เขาไม่ยอมพูดตรง ๆหัวใจเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
“คุณนี่…” เธอยิ้มบาง ๆ “เริ่มทำให้ฉันสับสนแล้วนะ”
เขาปล่อยมือเธอทันที
“อย่าสับสน” เขาพูดเสียงเรียบ “มันอันตราย”
ห้องของจันทร์สิตาเงียบสนิท
เธอปิดประตู ล็อกสองชั้นตามที่เขาบอก ก่อนจะพิงหลังกับบานประตู
ความเงียบ…ทำให้เสียงหัวใจตัวเองดังชัดขึ้น
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรูปที่แอบถ่ายในคลินิก
ภาพเด็ก…
ภาพคำเตือน…และภาพหนึ่งที่เธอเพิ่งสังเกต
“เดี๋ยวสิ…”
เธอขยายรูป
มุมล่างของภาพวาด…มี “ลายเซ็น” เล็ก ๆ
T.
ธันวา
แปลว่า…
เด็กคนนั้น “วาดมันเอง”มือของเธอเริ่มสั่น
ถ้าเด็กเป็นคนวาด…
แปลว่าเขา “เห็นมันจริง”ก๊อก…ก๊อก…
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
เธอสะดุ้งเฮือก
“ใครคะ…?”
ไม่มีเสียงตอบ
ก๊อก…ก๊อก…
ดังขึ้นอีกครั้ง ช้าลง…เหมือนคนที่ “ไม่รีบ”
จันทร์สิตากลืนน้ำลาย
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ประตู
“ใคร?”
ยังคงเงียบ
เธอชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงมองผ่านช่องใต้ประตู
เห็นเพียง “เงาเท้า” ของใครบางคนยืนอยู่นิ่ง ๆ
ไม่ขยับ
ไม่เดิน
เหมือน “กำลังรอ”
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น
เธอสะดุ้ง รีบหยิบขึ้นมาดู
อนลโทรเข้า
เธอกดรับทันที
“ฮะ—”
“อย่าเปิดประตู” เสียงเขาตัดเข้ามาทันที
เย็น…และจริงจังผิดปกติ
“มีคนยืนอยู่หน้าห้องฉัน…” เธอกระซิบ
“ผมรู้”
คำตอบนั้นทำให้เธอชะงัก
“คุณรู้ได้ยังไง—”
“เพราะเขาไม่ได้ขึ้นไปหาคุณคนเดียว”
เสียงฝีเท้าดังแผ่ว ๆ ผ่านสายโทรศัพท์
แล้วตามมาด้วยเสียงอะไรบางอย่างกระแทก
ปึง!
จันทร์สิตาเบิกตากว้าง
“คุณอยู่ไหน!?”
ปลายสายเงียบไปวินาทีหนึ่ง
ก่อนที่เสียงของอนลจะกลับมาอีกครั้ง
คราวนี้…ต่ำลง
เย็นกว่าเดิม
และอันตรายกว่าที่เธอเคยได้ยิน
“อยู่กับคนที่คุณไม่ควรเจอ”
เงาหน้าประตู…
ยังคงไม่หายไปและคราวนี้
มัน…เริ่มขยับช้า ๆเหมือนกำลังก้มลงมองเธอกลับผ่านช่องใต้ประตูนั้น
เสียงทุกอย่างรอบตัวเหมือนเงียบหายไปชั่วขณะ จันทร์สิตามองเลือดที่ซึมผ่านเสื้อของอนล หัวใจเธอหล่นวูบจนแทบหายใจไม่ออก “อนล!” เธอรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันที ร่างสูงทรุดลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนยืนอยู่ มือหนึ่งกดแผลไว้แน่น สายตายังคงจับอยู่ที่ชายวัยกลางคนตรงหน้า เหมือนยังไม่ยอมล้ม ฝุ่นจากแรงระเบิดยังคละคลุ้งทั่วโกดัง เศษเหล็กด้านบนเริ่มร่วงลงมาเรื่อย ๆ ผู้หญิงชุดดำยิงสวนอีกนัด ปัง! ชายวัยกลางคนหลบหลังเสาทัน ก่อนหัวเราะเบา ๆ “น่าเสียดาย” “อีกนิดเดียวเอง” อนลยกปืนขึ้นช้า ๆ ทั้งที่เลือดยังไหลไม่หยุด แต่ก่อนเขาจะยิง พื้นด้านบนก็ถล่มลงมาระหว่างกลางโกดังเสียก่อน ตูม! เศษปูนและเหล็กตกลงกั้นกลางพื้นที่ทันที ตัดอีกฝ่ายออกไปจากสายตา “ไปเดี๋ยวนี้!” ผู้หญิงชุดดำตะโกน เธอวิ่งเข้ามาหาพวกเขาเร็วมาก สายตากวาดมองแผลของอนลเพียงครั้งเดียว ก่อนสบถเบา ๆ “กระสุนฝัง” จันทร์สิตาหน้าซีดทันที “เขาจะเป็นอะไรไหม?!” “ถ้ายังอยู่ตรงนี้ ก็เป็นแน่” ผู้หญิงคนนั้นตอบรวดเร็ว ก่อนหันไปมองโกดังที่กำลังสั่น “มันตั้งใจระเบิดทั้งที่” อนลยังพยายามยืนเอง “ผมเดินได้” เขาพูดเสียงต่ำ ผู้หญิงชุดดำปรายตามองเข
ปลายกระบอกปืนแนบอยู่ข้างศีรษะแม่จันทร์สิตาเธอตัวสั่น แต่พยายามไม่ร้องออกมาอีกจันทร์สิตาหน้าเสียทันที“แม่!”เธอเผลอขยับตัวไปข้างหน้าแต่ออนลคว้าข้อมือเธอไว้ทันแรงมากกว่าทุกครั้ง“อย่า” เขาพูดเสียงต่ำสายตายังคงจับอยู่ที่คนถือปืนนิ่งเกินไปจนเธอเริ่มกลัวว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างจริง ๆชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ“นั่นสิ”เขามองอนลด้วยสายตาพึงพอใจ“ในที่สุดนายก็มีจุดอ่อนเหมือนคนปกติสักที”ผู้หญิงชุดดำขมวดคิ้วทันที“พอได้แล้ว”“เธอไม่เกี่ยว”ชายคนนั้นเหลือบมองเธอ“แต่เขาเกี่ยว”เขาชี้ไปที่อนล“หมายเลขเจ็ดเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด”“เราต้องรู้ว่า…เมื่อมีความรู้สึก เขาจะพังได้แค่ไหน”จันทร์สิตารู้สึกเลือดเย็นวาบสำหรับคนพวกนี้ ทุกอย่างยังเป็นแค่การทดลองเท่านั้นแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีอนลปล่อยมือจันทร์สิตาช้า ๆก่อนก้าวออกไปด้านหน้า“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงเขาเรียบแต่ครั้งนี้…เย็นจนน่ากลัวชายวัยกลางคนยิ้มกว้างขึ้น“ถ้านายยอมกลับมา”จันทร์สิตาหันขวับทันที“อะไรนะ?”ชายคนนั้นเดินช้า ๆ ลงมาจากชั้นเหล็ก“โครงการกำลังจะเริ่มใหม่”“และเราต้องการนาย”อนลหัวเราะเบา ๆไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง“คุณยังคิดว่าควบคุ
จุดเลเซอร์สีแดงนิ่งอยู่กลางอกของอนลจันทร์สิตาหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเสียงปืนรอบโกดังยังดังต่อเนื่องแต่ในวินาทีนั้น เหมือนทุกอย่างเงียบลงเหลือเพียงจุดสีแดงจุดเดียวอนลเห็นมันแล้วแต่เขาไม่ขยับสายตากลับมองไปยังความมืดด้านบนของโกดังแทนเหมือนรู้ว่าใครอยู่ตรงนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มกระพริบขึ้นแทนไฟหลักเงาคนเคลื่อนไหววุ่นวายทั่วโกดังชายติดอาวุธของฝั่งหน้ากากเริ่มยิงตอบโต้เสียงกระสุนกระแทกเหล็กดังสนั่นแม่ของจันทร์สิตาร้องด้วยความตกใจพยาบาลสาวพยายามขยับตัวหนีอนลดึงจันทร์สิตาหลบหลังลังเหล็กทันที“อยู่ตรงนี้” เขาพูดต่ำ ๆ“แล้วคุณล่ะ?”เขาไม่ตอบสายตายังคงมองไปด้านบนจุดเลเซอร์ยังตามเขาไม่ปล่อยทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นผ่านความวุ่นวาย“ลดปืน”น้ำเสียงผู้หญิงเย็นเฉียบและทรงอำนาจอย่างประหลาดเสียงปืนหลายจุดค่อย ๆ เงียบลงแม้ไม่ทั้งหมด แต่เพียงพอให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีจากด้านบนของโกดังเงาหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดผู้หญิงในชุดดำยาวผมรวบตึงถือปืนสไนเปอร์ในมือดวงตาเย็นชาราวกับไม่เคยลังเลกับอะไรและเธอกำลังมองตรงมาที่อนลจันทร์สิตารู้สึกได้ทันทีคนนี้อันตรายมากชายในหน้ากากหัวเราะเ
โกดังทั้งหลังเงียบสนิทมีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคาเหล็กดังต่อเนื่องจันทร์สิตายืนตัวแข็ง มองแม่ตัวเองที่ถูกมัดอยู่กลางโกดังแม่เธอดูตกใจ แต่ยังมีสติพยายามส่ายหน้าเหมือนบอกไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ส่วนพยาบาลสาวอยู่ข้างกันในสภาพอ่อนแรงกว่าเดิมเลือดซึมตรงหน้าผากอนลกวาดตามองรอบอย่างรวดเร็วประเมินทุกทางหนี ทุกตำแหน่งคนสายตาเย็นจนแทบอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรชายสวมหน้ากากยืนอยู่ด้านบนไฟจากโกดังส่องให้เห็นเพียงครึ่งหน้า“ผมนึกว่าคุณจะไม่มา” เขาพูดเสียงเรียบอนลไม่ตอบ“แต่สุดท้าย…”ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ“…คุณก็ยังเหมือนเดิม”“ยังชอบช่วยคนอื่นก่อนตัวเอง”อนลเงยหน้ามองตรงไปยังเขา“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงนิ่งแต่เย็นจนจันทร์สิตารู้สึกได้ชายบนชั้นเหล็กเอียงคอเล็กน้อย“ง่ายจังนะ”“คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์ต่อรอง?”ชายติดอาวุธด้านบนเริ่มขยับตำแหน่งปืนทุกกระบอกเล็งลงมาจันทร์สิตาหายใจช้าลงเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า คนพวกนี้ไม่ใช่แค่พวกอาชญากรธรรมดาพวกมันถูกฝึกมาเหมือนทีมปฏิบัติการบางอย่างอนลก้าวมาด้านหน้าเล็กน้อยเหมือนขวางเธอไว้โดยอัตโนมัติ“คุณต้องการอะไร” เขาถามชายในหน้ากากเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ“
สายถูกตัดไปเหลือเพียงความเงียบหนักอึ้งกลางลานร้างด้านหลังอาคารจันทร์สิตามองโทรศัพท์ในมืออนลตัวเลขเวลายังคงเดินต่อ06:4806:4706:46ทุกวินาทีเหมือนกำลังกดทับประสาท“มันต้องการอะไรจากคุณกันแน่” เธอถามเบา ๆอนลเงยหน้ามองอาคารไกล ๆ ดวงตาเย็นเฉียบ“มันไม่ได้อยากฆ่าผมทันที”“มันอยากดูผมเลือก”คำตอบนั้นทำให้เธอรู้สึกหนาวไปทั้งตัวลมกลางคืนพัดแรงขึ้นอนลเปิดแผนที่ในมือถืออีกครั้งสายตากวาดเร็วมากเหมือนกำลังคำนวณทุกเส้นทาง“ถ้าเราแยกกัน—” จันทร์สิตาเริ่มพูด“ไม่” เขาตัดทันที“แต่ถ้าไม่แยก เราอาจช่วยไม่ทันทั้งคู่”เขาเงียบเธอเห็นกรามเขาเกร็งชัดเขากำลังคิดหนักหนักกว่าที่เคยเห็นทันใดนั้นจันทร์สิตานึกอะไรบางอย่างขึ้นได้“เดี๋ยว…”เธอหยิบมือถือขึ้นมาเร็ว ๆ“ตอนมันส่งภาพแม่ฉันมา”นิ้วเธอเลื่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว“ฉันเห็นอะไรบางอย่าง”อนลขยับเข้ามาใกล้ทันทีเธอหยุดภาพหนึ่งไว้ซูมเข้าด้านหลังกำแพงหน้าบ้าน มีเงาสะท้อนกระจกบางอย่างคล้ายป้ายไฟอนลเพ่งมองก่อนดวงตาจะนิ่งลง“ปั๊มน้ำมัน”“อะไรนะ?”“บ้านคุณไม่มีปั๊มอยู่แถวนั้น” เขาพูดเร็วขึ้น“ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายที่บ้านจริง”จันทร์สิตาเบิกตากว้าง“หม
เสียงปืนดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง จันทร์สิตาสะดุ้งสุดตัว แรงกระชากจากอนลดึงเธอล้มลงไปด้านข้างทันที กระสุนพุ่งกระแทกกำแพงเหนือหัวแตกกระจาย ปูนปลิวใส่พื้น “หมอบ!” อนลตะโกน เสียงปืนดังอีกนัด ปัง! เขาดันเธอเข้าไปหลบหลังเครื่องควบคุมเก่า ก่อนคว้าเหล็กแท่งหนึ่งจากพื้นเหวี่ยงใส่ไฟด้านบนเต็มแรง เพล้ง! ห้องตกสู่ความมืดทันที เหลือเพียงแสงแดงฉุกเฉินกะพริบสลัว ๆ “บ้าเอ๊ย มองไม่เห็น!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งสบถ อนลคว้ามือจันทร์สิตาแน่น “วิ่งตามผม” เขาพาเธอพุ่งออกทางด้านข้างห้องอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าดังไล่ตามทันที ทางเดินด้านนอกแคบและมืด ไฟฉุกเฉินสีแดงทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฝันร้าย จันทร์สิตาหอบแรง วิ่งแทบไม่ทัน “พวกนั้นเป็นใครกันแน่!” เธอถามระหว่างวิ่ง “พวกที่เหลืออยู่” อนลตอบสั้น ๆ “จากโครงการนั้น?” “ใช่” คำตอบนั้นทำให้เธอหนาววาบ เสียงวิทยุสื่อสารดังแว่วมาจากด้านหลัง “อย่าให้หมายเลขเจ็ดหนีไป!” จันทร์สิตาหันไปมองอนลทันที เขาได้ยินเหมือนกัน แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน เหมือนชินกับการถูกเรียกแบบนั้นไปแล้ว อนลเลี้ยวเข้าทางแยกหนึ่ง ก่อนหยุดกะทันหัน ด้านหน้าเป็นทางตัน จันทร์สิตาหายใ







