LOGINเสียงหายใจของจันทร์สิตาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
เธอยังคงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตู ดวงตาจ้อง “เงาเท้า” ใต้บานไม้ไม่กระพริบ
มันขยับ…
ช้า…และตั้งใจ
เหมือนรู้ว่าเธอกำลังมองอยู่
“อย่าเปิดประตู” เสียงของอนลดังผ่านโทรศัพท์อีกครั้ง ต่ำและนิ่ง
เธอกลืนน้ำลาย “เขายังอยู่…”
“ถอยออกมา”
น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำขอ
จันทร์สิตาค่อย ๆ ลุกขึ้น มือยังถือโทรศัพท์แน่น ก่อนจะถอยหลังออกมาจากประตูทีละก้าว
เงานั้นยังคงอยู่
ไม่เคาะ
ไม่พูด ไม่จากไปเหมือนกำลัง “รออะไรบางอย่าง”
ปึง!
เสียงกระแทกดังขึ้นจากปลายสายอีกครั้ง
จันทร์สิตาสะดุ้ง “เกิดอะไรขึ้น!?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนเสียงของอนลจะกลับมา…คราวนี้หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร”
คำตอบสั้นเกินไป
และ “ไม่จริง” เกินไป
“คุณอยู่ตรงไหนกันแน่—”
“อย่าถาม” เขาตัดบททันที
เธอเงียบ
เพราะน้ำเสียงนั้น…ไม่ใช่หมอที่เธอรู้จัก
“ฟังผมให้ดี” เขาพูดต่อ “ถ้ามันยังอยู่หน้าห้องคุณ แปลว่าเขายังไม่มั่นใจ”
“ไม่มั่นใจอะไร?”
“ว่าในห้องมีคุณ…หรือมีใครอีก”
คำพูดนั้นทำให้เลือดในตัวเธอเย็นวาบ
“คุณหมายความว่า…”
“เขากำลัง ‘เช็ก’ อยู่”
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง
จันทร์สิตาค่อย ๆ ถอยไปจนชิดผนังตรงข้ามประตู
สายตายังจับจ้องไปที่ช่องใต้บานไม้
เงาเท้ายังคงอยู่
แต่คราวนี้…
มันขยับเข้าใกล้ขึ้น
ชิดมากขึ้น
เหมือนคนที่ “ก้มลงแนบประตู”
หัวใจเธอแทบหยุดเต้น
“เขาเข้ามาใกล้มาก…” เธอกระซิบ
ปลายสายเงียบไปวินาทีหนึ่ง
ก่อนที่อนลจะพูดช้า ๆ
“ฟังนะ…อย่าขยับ อย่าส่งเสียง”
“แล้วคุณล่ะ?”
ไม่มีคำตอบทันที
มีเพียงเสียงลมหายใจของเขา…และเสียงอะไรบางอย่างลากผ่านพื้น
ครืด…
จันทร์สิตาขมวดคิ้ว
นั่นไม่ใช่เสียงในห้องเธอ
มันมาจาก “ปลายสาย”
“คุณกำลัง—”
ปึง!!
เสียงดังสนั่นจนสายสั่น
เธอสะดุ้งสุดตัว
“อนล!”
เงียบ
เงียบไปเกือบสามวินาที
ก่อนที่เสียงเขาจะกลับมาอีกครั้ง
ต่ำลง…เย็นลง
และไม่ใช่น้ำเสียงของหมออีกต่อไป
“ผมบอกแล้วว่าอย่าถาม”
คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก
บางอย่าง…ไม่เหมือนเดิม
ทันใดนั้น
เงาใต้ประตูก็ “หายไป”
จันทร์สิตาเบิกตากว้าง
“เขา…ไปแล้ว?”
“อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น” อนลตอบทันที
เธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประตูอีกครั้ง
เงียบ
ไม่มีเงา
ไม่มีเสียงเหมือน “ไม่มีใครเคยอยู่ตรงนั้นเลย”
แต่—
ก๊อก
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้…
มาจาก “อีกด้านหนึ่งของห้อง”
จันทร์สิตาหันขวับ
หน้าต่างกระจกบานใหญ่…
มีเงาคนยืนอยู่ด้านนอก
สูง
นิ่ง ไม่ขยับทั้งที่ห้องของเธออยู่ “ชั้นสิบ”
ลมหายใจเธอสะดุด
“อนล…”
เสียงเธอสั่น
“มีคนอยู่ตรงหน้าต่าง—”
ปลายสายเงียบไป
คราวนี้…นานกว่าทุกครั้ง
ก่อนที่เขาจะพูดช้า ๆ
“คุณแน่ใจ…ว่าเป็นคน?”
คำถามนั้นทำให้เธอขนลุกทั้งตัว
เธอเพ่งมองเงานั้น
แสงจากถนนสะท้อนขึ้นมาเล็กน้อย
พอให้เห็นว่า—
มันสวม “เสื้อคลุมสีเข้ม”
และ…
มีบางอย่างอยู่ในมือ
เหมือน “ของเล็ก ๆ”
ที่ยื่นขึ้นมาแนบกระจก
จันทร์สิตาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้
หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ
แล้วเธอก็เห็นชัดขึ้น
มันคือ…
ขนม
ห่อเล็ก ๆ
เหมือนของที่เอาไว้ “ล่อเด็ก”
มือของเธอสั่น
ภาพคำเขียนในคลินิกผุดขึ้นมาทันที
“อย่าไว้ใจคนที่ให้ขนม”
ทันใดนั้น
เงานั้นก็ “ขยับหัว” เล็กน้อย
เหมือนกำลัง…ยิ้ม
ก่อนจะเอียงศีรษะ
ช้า ๆ
ราวกับกำลังมองทะลุเข้ามาในห้อง
จันทร์สิตาถอยหลังทันที
“เขาคือคนจากคลินิก…” เธอกระซิบ
ปลายสายยังคงเงียบ
เงียบจนน่ากลัว
“อนล…คุณยังอยู่ไหม?”
ไม่กี่วินาทีต่อมา
เสียงเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้…นิ่งสนิท
เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว
“จำหน้ามันไว้ให้ดี”
เขาพูดช้า ๆ
“ถ้าคุณยังมีโอกาสเห็นมันอีก”
คำพูดนั้นทำให้เธอเย็นวาบไปทั้งตัว
“คุณหมายความว่าอะไร—”
แต่ก่อนที่เธอจะได้ถามต่อ
เงานั้นก็ “หายไป”
เหมือนถูกดึงออกจากหน้าต่างในพริบตา
เหลือเพียงความมืด…
และเงาสะท้อนของตัวเธอเองในกระจก
ในขณะเดียวกัน
อีกฟากหนึ่งของเมือง
ชายคนหนึ่งทรุดตัวลงกับพื้น เลือดซึมออกจากมุมปาก
โทรศัพท์ในมือหล่นกระแทกพื้น
หน้าจอยังสว่าง
สายยังไม่ตัด
รองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา
ช้า ๆ
มั่นคง
“ใครส่งนายมา”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
เย็น…และไร้ความปรานี
ชายคนนั้นหัวเราะแผ่ว
ก่อนจะกระซิบ
“เด็ก…ไม่ได้โกหก”
มือของอีกฝ่ายหยุดชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
“มัน…ยังอยู่…”
เสียงนั้นขาดหายไป
ก่อนที่ความเงียบจะกลืนทุกอย่าง
เสียงปืนด้านบนดังต่อเนื่องไม่หยุด คลินิกทั้งแห่งสั่นสะเทือนจากแรงปะทะเป็นระยะ เจ้าหน้าที่หลายคนวิ่งผ่านหน้าห้องอย่างรีบร้อนจันทร์สิตารู้สึกได้ทันทีว่า ที่นี่กำลังจะกลายเป็นสนามรบอีกแห่งอนลเสียบแม็กกาซีนเข้าปืนอย่างรวดเร็วสีหน้าเขากลับนิ่งลงอย่างน่ากลัวนิ่งเหมือนคนที่คุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้เกินไปแล้วลินเปิดตู้เหล็กด้านข้าง หยิบหูฟังสื่อสารออกมาส่งให้ทั้งคู่“ช่องสาม”“ถ้าหลงกัน อย่าปิดสัญญาณ”อนลรับมาเงียบ ๆจันทร์สิตารีบใส่ตาม แม้มือจะยังสั่นเล็กน้อยเสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นบนอีกครั้งตูม!ฝุ่นร่วงลงมาจากเพดานลินหันไปมองทางออกฉุกเฉินด้านหลัง“พวกมันกำลังปิดทางหนีด้านหน้า”อนลเดินไปดูแผนผังบนจออีกครั้งเร็ว ๆก่อนชี้ไปยังทางเดินด้านข้าง“อุโมงค์บริการยังใช้ได้ไหม”“ได้” ลินตอบ“แต่ถ้าพวกมันรู้…”“มันรู้แน่” เขาพูดตัดเรียบ ๆลินเงียบไปเพราะรู้ว่าเขาพูดถูกทันใดนั้นประตูห้องเปิดผางชายคนหนึ่งในชุดเจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามา“พวกมันเข้ามาถึงชั้นสองแล้ว!”เขาหอบแรง“มีคนของโครงการรุ่นใหม่ด้วย—”ประโยคยังไม่ทันจบเสียงปืนดังขึ้นจากทางเดินปัง!เลือดสาดกระเซ็นชายคนนั้นล้มลงตรงหน้าประ
ภายในห้องเงียบลงหลังลินพูดจบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอข้างเตียงอนลเปิดแฟ้มดูต่ออย่างรวดเร็วภาพถ่ายดาวเทียม ทางเข้าออก ตำแหน่งกล้องวงจรปิดทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ละเอียดเกินไปจันทร์สิตาขยับเข้าไปใกล้“ที่นี่คืออะไร”ลินกอดอกพิงผนัง“โรงงานเก่าในเขตอุตสาหกรรม”“แต่ใต้ดิน…”สายตาเธอนิ่งลง“…คือศูนย์ทดลองแห่งใหม่”จันทร์สิตารู้สึกหนาววาบ“พวกมันสร้างใหม่ได้ยังไง ทั้งที่เรื่องแบบนี้—”“คนมีอำนาจช่วยได้ทุกอย่าง” ลินตอบเรียบ ๆ“โดยเฉพาะถ้าได้เงินเยอะพอ”คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบลงทันทีอนลหยุดเปิดแฟ้มตรงหน้าหนึ่งเป็นรายชื่อเด็กหลายคนบางชื่อถูกขีดฆ่าบางชื่อมีคำว่า “ย้าย”และหนึ่งในนั้นชื่อ “เรย์” ถูกวงสีแดงไว้จันทร์สิตาเห็นมือของเขากำกระดาษแน่นขึ้นเล็กน้อย“มันเหลือเด็กอยู่กี่คน” เขาถามเสียงต่ำลินเงียบไปนิดหนึ่งก่อนตอบ“ที่ยืนยันได้…หกคน”อนลหลับตาลงช้า ๆเหมือนพยายามกดอารมณ์บางอย่างไว้อีกครั้ง“นายยังหยุดพวกมันได้” ลินพูดเบา ๆอนลหัวเราะแผ่ว ๆ“ผมหยุดมันไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว”จันทร์สิตาหันไปมองเขาทันทีน้ำเสียงนั้นเหนื่อยเกินไปเหมือนคนที่โทษตัวเองมานานมากแล้วลินเดินเข้
สายฝนยังคงตกกระทบกระจกด้านนอกไม่หยุดภายในคลินิกใต้ดินเงียบเกินไปจันทร์สิตายืนมองผู้หญิงชุดดำตรงหน้ารอคำตอบอีกฝ่ายนิ่งอยู่นานก่อนหัวเราะเบา ๆแต่แววตาไม่ได้ขำเลยแม้แต่นิดเดียว“เพราะฉันติดหนี้เขา”คำตอบนั้นสั้นมากแต่หนักพอจะทำให้จันทร์สิตาไม่ถามเล่นอีกผู้หญิงคนนั้นเดินไปพิงโต๊ะเหล็กช้า ๆก่อนพูดต่อ“วันที่ฉันหนีออกมาจากที่นั่น…”“มีเด็กคนหนึ่งกลับเข้าไปช่วยคนอื่น”จันทร์สิตานิ่งฟัง“ทั้งที่ตัวเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด”สายตาเธอเลื่อนไปทางห้องรักษาด้านใน“เด็กคนนั้นคืออนล”จันทร์สิตารู้สึกแน่นในอกอย่างประหลาดเธอเคยคิดว่าเขาเย็นชาห่างเหินไม่ไว้ใจใครแต่ยิ่งรู้มากขึ้นเท่าไร เธอกลับยิ่งเห็นว่า คนแบบเขา…มักเป็นคนที่เจ็บมาเยอะที่สุด“แล้วคุณคือหมายเลขสิบสาม?” เธอถามเบา ๆผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า“ฉันชื่อลิน”นี่เป็นครั้งแรกที่เธอบอกชื่อจริง“โครงการนั้นคืออะไรกันแน่”ลินเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังเลือกว่าจะพูดมากแค่ไหนก่อนตอบช้า ๆ“โครงการสร้างมนุษย์ที่เชื่อฟังสมบูรณ์แบบ”จันทร์สิตาหน้าเปลี่ยนทันที“อะไรนะ?”“พวกมันเลือกเด็กที่ไม่มีใครตามหา”“เด็กกำพร้า เด็กหาย เด็กที่ถูกขาย”น้ำเสียงลิ
ภายในรถเงียบสนิทจันทร์สิตาเห็นสายตาของอนลเปลี่ยนทันทีหลังได้ยินประโยคนั้นเย็นลงแข็งขึ้นและเหมือนมีบางอย่างถูกกระแทกแรง ๆ จากข้างใน“หมายความว่าไง” เขาพูดเสียงต่ำปลายสายหัวเราะเบา ๆ“นายคิดจริง ๆ เหรอ…”“…ว่ามีแค่นายกับหมายเลขสิบสามที่รอดมาได้”จันทร์สิตาหันไปมองผู้หญิงชุดดำทันทีหมายเลขสิบสาม?ผู้หญิงคนนั้นนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนเบือนสายตาหนีเล็กน้อยเสียงปลายสายดังต่อ“เด็กคนนั้นอยู่กับเรามาตลอด”“และคืนนี้…เขาจะถูกลบเหมือนที่นายเคยปล่อยให้คนอื่นถูกลบ”อนลกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเลือดจากแผลยังไหลไม่หยุดแต่สีหน้าเขากลับเย็นลงเรื่อย ๆอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ“ที่ไหน”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบช้า ๆ“ถ้านายอยากช่วย…”“มาคนเดียว”สายตาของผู้หญิงชุดดำเปลี่ยนทันที“อย่าไป” เธอพูดทันทีแต่ปลายสายยังพูดต่อ“นายมีเวลาสามชั่วโมง”“ก่อนที่เด็กคนนั้นจะถูกกำจัด”ติ๊ดสายถูกตัดทันทีภายในรถเหลือเพียงเสียงฝนจันทร์สิตามองอนลทันที“เด็กคนไหน”เขาไม่ตอบสายตาจับอยู่ที่หน้าจอมืดสนิทของโทรศัพท์ผู้หญิงชุดดำหันกลับมาช้า ๆ“มันกำลังลากนายกลับเข้าเกมอีกแล้ว”อนลเงียบ“นายรู้ดีว่ามันชอบใช้วิธีนี้”“
เสียงทุกอย่างรอบตัวเหมือนเงียบหายไปชั่วขณะ จันทร์สิตามองเลือดที่ซึมผ่านเสื้อของอนล หัวใจเธอหล่นวูบจนแทบหายใจไม่ออก “อนล!” เธอรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันที ร่างสูงทรุดลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนยืนอยู่ มือหนึ่งกดแผลไว้แน่น สายตายังคงจับอยู่ที่ชายวัยกลางคนตรงหน้า เหมือนยังไม่ยอมล้ม ฝุ่นจากแรงระเบิดยังคละคลุ้งทั่วโกดัง เศษเหล็กด้านบนเริ่มร่วงลงมาเรื่อย ๆ ผู้หญิงชุดดำยิงสวนอีกนัด ปัง! ชายวัยกลางคนหลบหลังเสาทัน ก่อนหัวเราะเบา ๆ “น่าเสียดาย” “อีกนิดเดียวเอง” อนลยกปืนขึ้นช้า ๆ ทั้งที่เลือดยังไหลไม่หยุด แต่ก่อนเขาจะยิง พื้นด้านบนก็ถล่มลงมาระหว่างกลางโกดังเสียก่อน ตูม! เศษปูนและเหล็กตกลงกั้นกลางพื้นที่ทันที ตัดอีกฝ่ายออกไปจากสายตา “ไปเดี๋ยวนี้!” ผู้หญิงชุดดำตะโกน เธอวิ่งเข้ามาหาพวกเขาเร็วมาก สายตากวาดมองแผลของอนลเพียงครั้งเดียว ก่อนสบถเบา ๆ “กระสุนฝัง” จันทร์สิตาหน้าซีดทันที “เขาจะเป็นอะไรไหม?!” “ถ้ายังอยู่ตรงนี้ ก็เป็นแน่” ผู้หญิงคนนั้นตอบรวดเร็ว ก่อนหันไปมองโกดังที่กำลังสั่น “มันตั้งใจระเบิดทั้งที่” อนลยังพยายามยืนเอง “ผมเดินได้” เขาพูดเสียงต่ำ ผู้หญิงชุดดำปรายตามองเข
ปลายกระบอกปืนแนบอยู่ข้างศีรษะแม่จันทร์สิตาเธอตัวสั่น แต่พยายามไม่ร้องออกมาอีกจันทร์สิตาหน้าเสียทันที“แม่!”เธอเผลอขยับตัวไปข้างหน้าแต่ออนลคว้าข้อมือเธอไว้ทันแรงมากกว่าทุกครั้ง“อย่า” เขาพูดเสียงต่ำสายตายังคงจับอยู่ที่คนถือปืนนิ่งเกินไปจนเธอเริ่มกลัวว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างจริง ๆชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ“นั่นสิ”เขามองอนลด้วยสายตาพึงพอใจ“ในที่สุดนายก็มีจุดอ่อนเหมือนคนปกติสักที”ผู้หญิงชุดดำขมวดคิ้วทันที“พอได้แล้ว”“เธอไม่เกี่ยว”ชายคนนั้นเหลือบมองเธอ“แต่เขาเกี่ยว”เขาชี้ไปที่อนล“หมายเลขเจ็ดเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด”“เราต้องรู้ว่า…เมื่อมีความรู้สึก เขาจะพังได้แค่ไหน”จันทร์สิตารู้สึกเลือดเย็นวาบสำหรับคนพวกนี้ ทุกอย่างยังเป็นแค่การทดลองเท่านั้นแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีอนลปล่อยมือจันทร์สิตาช้า ๆก่อนก้าวออกไปด้านหน้า“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงเขาเรียบแต่ครั้งนี้…เย็นจนน่ากลัวชายวัยกลางคนยิ้มกว้างขึ้น“ถ้านายยอมกลับมา”จันทร์สิตาหันขวับทันที“อะไรนะ?”ชายคนนั้นเดินช้า ๆ ลงมาจากชั้นเหล็ก“โครงการกำลังจะเริ่มใหม่”“และเราต้องการนาย”อนลหัวเราะเบา ๆไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง“คุณยังคิดว่าควบคุ







