INICIAR SESIÓNนางพูดได้เพียงสองพยางค์ก็สะอื้นจนพูดต่อไม่ได้ ซีฮันไม่ได้เร่งรัด นางเพียงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเ
นางกำนัลคนสนิทรีบถาม “เฟยเหนียงเหนียง จะเสด็จออกไปจริงหรือเพคะ ให้บ่าวไปแทนเถิด”จินเช่อเฟยส่ายหน้า“หากเป็นคนที่รู้ความลับของข้า ข้าจะฆ่าด้วยมือของตัวเอง”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาศาลาริมสระบัวจมอยู่ในความมืด มีเพียงโคมไฟดวงเล็กแขวนไว้หนึ่งดวงตามข้อความในจดหมาย ลมกลางคืนพัดผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นเบา ๆ รอบบริเวณดูว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่คนเดียวจินเช่อเฟยเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวไร้เสียง นางกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ก่อนเอ่ยเสียงเบา“ออกมา”ไม่มีเสียงตอบ นางเดินขึ้นศาลาช้า ๆ มือขวาแตะด้ามมีดในแขนเสื้อ“ในเมื่อกล้าส่งจดหมาย เหตุใดจึงไม่กล้าออกมาพบ”ความเงียบยังคงปกคลุม จินเช่อเฟยเริ่มขมวดคิ้ว นางก้าวเข้าไปกลางศาลา แล้วสังเกตเห็นโต๊ะหินตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีเพียงหมากล้อมสีดำหนึ่งเม็ดวางอยู่ นางหยิบมันขึ้นมาดู ใต้หมากล้อมมีข้อความสั้น ๆ เขียนไว้บนกระดาษแผ่นเล็ก“เจ้ามาช้ากว่าที่คิด”สีหน้าของจินเช่อเฟ
นางพูดได้เพียงสองพยางค์ก็สะอื้นจนพูดต่อไม่ได้ ซีฮันไม่ได้เร่งรัด นางเพียงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเงียบ ๆ ผ่านไปครู่ใหญ่ โถวฝ่าเฟยจึงเอ่ยเสียงสั่น“หม่อมฉันกลัว...”“กลัวสิ่งใด”หญิงสาวตัวสั่นจนผ้าห่มขยับ “นางบอกว่า...ต่อให้หม่อมฉันพูด ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ แล้วคนที่หม่อมฉันรัก...จะตายหมด”ซีฮันนิ่งไปเล็กน้อย“คนที่เจ้ารัก”โถวฝ่าเฟยพยักหน้าเบา ๆ“ครอบครัวของหม่อมฉันยังอยู่บ้านเดิมเพคะ”เพียงประโยคเดียว ซีฮันก็เข้าใจทุกอย่าง จินเช่อเฟยมิได้ข่มขู่เพียงชีวิตของโถวฝ่าเฟย แต่นางใช้ครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นโซ่ตรวน ซีฮันยกมือแตะไหล่โถวฝ่าเฟยเบา ๆ“ข้าจะไม่บังคับเจ้า”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ“แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้คนชั่วใช้ความกลัวเป็นอาวุธต่อไป”เมื่อออกจากห้องพัก ตงเปียนก็รีบถาม “เหนียงเหนียง นางยอมพูดหรือยัง”“ไม่”“เช่นนั้น...”“ไม่จำเป็นแล้ว”ซีฮัน
ไม่นานหลังรุ่งสาง ซีฮันปลอมเป็นการเสด็จตรวจตำหนักตามธรรมเนียม มีเพียงตงเปียนและขันทีคนสนิทไม่กี่คนติดตาม จินเช่อเฟยรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นเคย“ฮองเฮาเสด็จถึงตำหนักหม่อมฉัน นับเป็นเกียรติยิ่งเพคะ”ซีฮันยิ้มตอบ “ข้าได้ยินว่าตำหนักเจ้าตกแต่งงดงาม จึงอยากชมด้วยตนเอง”จินเช่อเฟยก้มศีรษะ “เชิญพระองค์ทอดพระเนตรได้ทุกแห่งเพคะ”แม้จะตอบเช่นนั้น แต่สายตาของนางกลับจับจ้องทุกฝีก้าวของฮองเฮาอย่างไม่ละเลยซีฮันเดินชมตำหนักอย่างสงบ เริ่มจากเรือนรับรอง ห้องเก็บผ้าแพร ห้องน้ำชา และลานฝึก ทุกอย่างดูเรียบร้อยไม่มีพิรุธ นางเดินช้ากว่าปกติ ใช้ปลายนิ้วเคาะเสาไม้เป็นระยะ สายตากวาดมองความกว้างของทางเดิน เทียบกับพื้นที่ภายนอกตำหนักในใจเมื่อเดินมาถึงห้องปักผ้า ซีฮันหยุดทันทีห้องนี้กว้างประมาณหกช่วงเสา แต่เมื่อเทียบกับแนวกำแพงด้านนอกแล้ว พื้นที่ด้านในกลับสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเกือบสองช่วงคนจินเช่อเฟยสังเกตเห็นฮองเฮาหยุดมอง จึงยิ้มพลางกล่าว “หม่อมฉันไม่ถนัดงานปักเหมือนโถวฝ่าเฟย ห้องนี้จึงใช้เพียงเก
นางเงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาอ่อนโยนจนแม้แต่นางกำนัลรอบข้างยังอดชื่นชมไม่ได้ ฮ่องเต้ตรัสเพียงไม่กี่ประโยคก่อนเสด็จต่อไปยังสวนอีกด้าน จินเช่อเฟยยืนส่งเสด็จด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานไม่เปลี่ยนแปลงทันทีที่ขบวนเสด็จลับสายตา รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางหาย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นเฉียบ นางหันไปมองนางกำนัลคนสนิทแล้วกล่าวเสียงเรียบ “โถวฝ่าเฟยอยู่ที่ใด”“เพคะ นางกำลังเลือกไหมอยู่ที่เรือนปักผ้า”“เชิญนางมาหาข้า”“เพคะ”ไม่นาน โถวฝ่าเฟยก็เดินเข้ามาในศาลาริมสระด้วยสีหน้างุนงง นางยังไม่รู้เลยว่าตนถูกเรียกมาด้วยเหตุใด เมื่อเห็นจินเช่อเฟยก็รีบย่อตัวถวายพระพร“ถวายพระพรจินเช่อเฟยเพคะ”จินเช่อเฟยยิ้มบาง “นั่งเถิด”โถวฝ่าเฟยนั่งลงอย่างระมัดระวัง จินเช่อเฟยรินชาให้นางด้วยตนเอง “ข้าได้ยินว่าฮองเฮาชื่นชมฝีมือปักของเจ้ามาก”โถวฝ่าเฟยยิ้มเขิน “เป็นพระเมตตาของฮองเฮาเพคะ”“จริงหรือ”น้ำเสียงของจินเช่อเฟยยังคงนุ่มนวล แต่แววตากลับเย็นลง “แล้วฮองเฮาไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเสื้อคลุมหรือ”โถวฝ่าเฟยสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ “ก็...ทรงถามเรื่องการปักตามปกติเพคะ”“ตามปกติเท่านั้นหรือ”โถวฝ่าเฟยเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาจินเช่อเฟ
ภายในห้องนั้นกลิ่นกำยานจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นผ้าไหมใหม่ ผ้าแพรหลากสีพับเรียงเป็นชั้นอย่างงดงาม หีบไม้ทุกใบลงลายทองประณีต ดูเผิน ๆ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ตงเปียนใช้ไฟจากตะเกียงเล็กส่องดูตามขอบหีบทีละใบ พบว่าหีบด้านหน้าเก็บเพียงผ้าแพรจริง ๆแต่เมื่อแตะหีบใบหนึ่งที่ตั้งลึกสุดด้านหลัง เขากลับรู้สึกว่าน้ำหนักผิดธรรมชาติ หีบนั้นหนักเกินกว่าจะใส่เพียงผ้าไหม เขาจึงค่อย ๆ เปิดฝาออกอย่างระวัง ภายในชั้นบนยังมีผ้าแพรพับวางปิดไว้ แต่เมื่อยกผ้าออก ด้านล่างกลับปรากฏช่องซ่อนอีกชั้นหนึ่งตงเปียนกลั้นลมหายใจแล้วเปิดแผ่นไม้ชั้นล่างขึ้น ภายในเรียงรายด้วยมีดสั้นหลายเล่ม ปลอกมีดหุ้มหนังสีดำ ปลายด้ามประดับหยกเล็ก ๆ อย่างประณีต มีบางเล่มบางเฉียบเหมาะแก่การซ่อนในแขนเสื้อ และบางเล่มปลายโค้งคล้ายใช้เพื่อกรีดมากกว่าแทงใกล้กันนั้นยังมีม้วนผ้าสีเทาห่อเข็มเงินขนาดเล็กนับสิบเล่ม ปลายเข็มมีสีคล้ำผิดปกติ ตงเปียนรู้สึกขนลุกทันที เขาไม่แตะปลายเข็ม เพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบขึ้นมาดูจากระยะห่าง ก่อนรีบวางกลับที่เดิมและจดตำแหน่งลงบนกระดาษเล็กขณะเดียวกัน ขันทีอีกคนที่ถูกส่งไปทางเรือนด้านเหนือก็พบสิ่งน่าตกใจยิ่งกว่า หลังฉากไม้แกะสลัก
ซีฮันไม่ได้เปิดทุกเล่ม นางเลือกเฉพาะบัญชีของโถวฝ่าเฟยในช่วงเดือนที่ผ่านมา“ครั้งล่าสุดที่โถวฝ่าเฟยรับด้ายไหมสำหรับปักเสื้อคลุม เป็นวันใด”เจ้ากรมรีบพลิกสมุด “วันที่สิบสามของเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”“ผู้ใดเป็นผู้ส่ง”“ตามธรรมเนียม สำนักทอผ้าจะบรรจุหีบ แล้วให้ขันทีเวรนำไปส่งโดยตรง”ซีฮันมองตงเปียน “ตรวจหีบ”ตงเปียนและขันทีในตำหนักฮองเฮารีบตรวจหีบไม้ที่ใช้ส่งของทันที พบว่าด้านข้างของหีบทุกใบมีตราประทับของสำนักทอผ้า แต่หีบที่ส่งให้โถวฝ่าเฟยกลับมีรอยงัดเล็ก ๆ บริเวณสลักไม้ รอยนั้นถูกแต้มสีทับไว้อย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่ออก“เหนียงเหนียง”ตงเปียนยื่นหีบให้ดูซีฮันใช้นิ้วลูบรอยงัดเบา ๆ ก่อนถามเจ้ากรม “หีบทุกใบเป็นเช่นนี้หรือไม่”เจ้ากรมรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นหีบนี้เคยถูกเปิด”เจ้ากรมเริ่มเหงื่อตก “กระหม่อม...ไม่ทราบจริง ๆ”ซีฮันไม่ได้ต่อว่า เพียงกล่าวเรียบ ๆ “เรียกขันทีผู้ส่งของวันนั้นมา”ไม่นาน ขันทีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาคุกเข่าจนตัวสั่นเมื่อเห็นฮองเฮา“เจ้าส่งหีบนี้หรือ”“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ”“ระหว่างทางเกิดสิ่งใด”ขันทีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างลังเล “หีบถูกเรียกตรวจ
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห
โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่







