Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-06-11 00:15:03

​เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมาบรรจบ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีหมึก จ้าวหลิงเซียวที่เฝ้ารอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งวันก็รู้สึกถึงแรงกระชากอันคุ้นเคยอีกครั้ง

​สติสัมปชัญญะของพญายมแห่งราชสำนักลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'ก้อนขนสีขาว' บนเตียงนุ่มนิ่ม สิ่งแรกที่เขาทำคือการผุดลุกขึ้นยืนสี่ขา สะบัดขนจนฟูฟ่อง ดวงตาสีฟ้าอำพันฉายแววเด็ดเดี่ยว คืนนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าจวนแห่งนี้เป็นของตระกูลใด และสตรีใจกล้าผู้นั้นคือใคร!

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวกระโดดลงจากเตียง วิ่งไปที่บานประตูไม้แกะสลักพลางส่งเสียงร้อง 'เหมียว! เหมียว!' อย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับใช้กรงเล็บตะกุยบานประตูเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเขาต้องการออกไปสำรวจด้านนอก

​เซิ่นหว่านชิงที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนเป็นชุดนอนกระโปรงตัวหลวมสบาย กำลังจะล้มตัวลงนอนจำต้องถอนหายใจยาว นางเดินมาอุ้มเจ้าตัวแสบขึ้นแนบอก

​"ดึกป่านนี้แล้วยังจะออกไปซนที่ใดอีกเล่า ไป๋อวี้..." นางบ่นพึมพำ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตสีฟ้าที่จ้องเป๋งมาอย่างดื้อรั้น ใจนางก็อ่อนยวบ "ก็ได้ๆ ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นที่ระเบียงสักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นนะ"

​นางอุ้มแมวขาวก้าวพ้นธรณีประตูเรือน ทว่าเดินรับลมเย็นได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็บังเอิญสวนทางกับชายชราผู้หนึ่งที่เพิ่งกลับจากราชวังในชุดขุนนางเต็มยศ สีหน้าของเขาดูอิดโรยและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

​"ท่านพ่อ... เพิ่งกลับจากสภาหรือเจ้าคะ" เซิ่นหว่านชิงเอ่ยทักทาย

​จ้าวหลิงเซียวที่อยู่ในอ้อมแขนชะเง้อคอหันไปมอง ก่อนที่ร่างแมวของเขาจะแข็งทื่อดุจถูกสาป... ชายชราสวมหมวกขุนนางขั้นหนึ่งผู้นั้นคือ ‘เซิ่นกั๋วไท่’ ราชครูเฒ่าหัวหน้าขุนนางฝ่ายค้าน ศัตรูตัวฉกาจที่ชอบงัดข้อกับเขากลางท้องพระโรงเป็นประจำ!

​ที่แท้ที่นี่ก็คือจวนราชครู! เช่นนั้นสตรีที่จับข้าอาบน้ำและขู่จะตอนข้า ก็คือ ‘เซิ่นหว่านชิง’ บุตรีเพียงคนเดียวของตาเฒ่านี่น่ะสิ!

​"หว่านชิง พ่อมีเรื่องด่วนต้องหารือกับเจ้า คืนนี้คงต้องรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าแล้ว" ราชครูเซิ่นถอนหายใจยาว

​"ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ" เซิ่นหว่านชิงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาสาวใช้ "อิงเอ๋อร์ เจ้าพาไป๋อวี้กลับไปนอนก่อน ข้าจะไปคุยธุระกับท่านพ่อที่ห้องหนังสือ"

​ไม่ได้! ข้าต้องไปฟังด้วย!

​จ้าวหลิงเซียวร้องลั่นในใจ ข่าวสารวงในของพวกขุนนางฝ่ายค้านอยู่ตรงหน้า มีหรือที่ผู้สำเร็จราชการอย่างเขาจะยอมพลาด! เมื่อเห็นสาวใช้กำลังจะยื่นมือมาอุ้ม ชินอ๋องผู้หยิ่งทะนงก็ตัดสินใจโยนศักดิ์ศรีลูกผู้ชายทิ้งไปชั่วคราว เขารีบซุกหน้าเข้ากับอกคอเสื้อของเซิ่นหว่านชิง สองขาหน้ากอดรัดแขนนางแน่นหนึบ พลางช้อนตามองและส่งเสียงคราง 'หง่าว...' อย่างน่าสงสารจับใจ

​เซิ่นหว่านชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา "ดูท่าคืนนี้ไป๋อวี้จะติดข้าเป็นพิเศษ... ท่านพ่อ ข้าขอพามันเข้าไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ มันคงไม่ซน"

​ราชครูเฒ่ามองแมวขาวด้วยสายตาเอ็นดูและพยักหน้าอนุญาต จ้าวหลิงเซียวลอบเหยียดยิ้มกริ่มในใจ... หึ สตรีและคนแก่ ช่างหลอกง่ายเสียจริง

​...

​ณ ห้องหนังสืออันมิดชิดของราชครู

​บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้อง แผ่นที่และแบบแปลนขนาดยักษ์ของเมืองหลวงถูกกางออก ราชครูเซิ่นชี้ไปที่เส้นสายรยางค์บนกระดาษด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

​"นี่คือแบบแปลนขุดลอกคลองระบายน้ำของเมืองหลวง ที่กรมโยธาเพิ่งนำเสนอต่อสภาวันนี้... แต่พ่อดูแล้วรู้สึกตงิดใจแปลกๆ การขยายขนาดคลองหลักกว้างขึ้นนั้นดี ทว่าหากอิงตามโครงสร้างของเมืองหลวงทั้งหมด พ่อเกรงว่ามันจะมีจุดบกพร่อง หว่านชิง เจ้าเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลและผังเมือง ลองช่วยพ่อดูทีว่าขนาดคลองเท่านี้ จะรองรับปริมาณน้ำของทั้งเมืองหลวงไหวหรือไม่"

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวที่หมอบอยู่มุมโต๊ะถึงกับหูผึ่ง... ตาเฒ่าเซิ่นเอาแผนระดับชาติมาปรึกษาสตรีในห้องหอเนี่ยนะ!?

​ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่า คือท่าทีของเซิ่นหว่านชิง นางวางท่าทีอ่อนหวานทิ้งไปจนหมดสิ้น ดวงตาดอกท้อฉายแววคมกริบและจริงจัง นางหยิบพู่กันขึ้นมาจดตัวเลขและคำนวณปริมาณน้ำฝนกับความลึกของคลองอย่างคล่องแคล่ว ปลายพู่กันตวัดลากเส้นร่างโครงสร้างคร่าวๆ ลงบนกระดาษเปล่าด้านข้างอย่างรวดเร็ว

​"ท่านพ่อ... แบบแปลนนี้มีปัญหาจริงๆ เจ้าค่ะ" นางเอ่ยเสียงเรียบ "กรมโยธาขยายคลองหลักก็จริง แต่พวกเขาลืมคำนวณความลาดชันของพื้นที่ฝั่งตะวันออก หากขุดลอกตามแบบนี้ ปริมาณน้ำจะไหลมารวมกันเร็วเกินไป คลองหลักรองรับไม่ทันแน่"

​จ้าวหลิงเซียวมองใบหน้าด้านข้างของนางด้วยความอึ้งงัน ความรู้ความสามารถของสตรีผู้นี้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าในกรมโยธาเสียอีก!

​เขาขยับตัวลุกขึ้นเดินนวดฝีเท้าไปตามขอบโต๊ะ สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวกวาดมองแบบแปลนที่นางแก้ไข... นางคำนวณได้ถูกต้องแม่นยำมาก ทว่าสายตาทางทหารและยุทธศาสตร์ของเขา กลับมองเห็น ‘จุดตาย’ อีกจุดหนึ่งที่นางเพิ่งมองข้ามไป

​มันคือบริเวณคอขวดที่เชื่อมระหว่างคลองสายรองกับทะเลสาบเสวียนอู่! หากไม่ขุดเส้นทางเชื่อมตรงจุดนี้เพื่อเบี่ยงทางน้ำ เมื่อใดที่พายุใหญ่เข้า น้ำจะทะลักย้อนกลับและเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรนับหมื่นหลังคาเรือนในเขตเมืองชั้นล่างทันที!

​เซิ่นหว่านชิงกำลังจะวางพู่กันลง "ข้าคิดว่าแก้เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ—"

​ฟุ่บ!

​ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ก้อนขนสีขาวก็กระโจนพรวดเข้ามากลางโต๊ะ จ้าวหลิงเซียวไม่รอช้า เขาใช้อุ้งเท้าหน้าจุ่มลงไปในจานฝนหมึกจนดำปิ๊ดปี๋ แล้วตบ ‘ป้าบ!’ ลงไปบนจุดคอขวดในแผนที่อย่างแม่นยำ!

​รอยเท้ามังคุดสีดำประทับหราอยู่บนกระดาษราคาแพง

​"ไป๋อวี้! เจ้าแมวบ้า!"

​เซิ่นหว่านชิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางรีบคว้าร่างแมวขึ้นมาอุ้มไว้ ง้างมืออีกข้างขึ้นเตรียมจะตีก้นลงโทษเจ้าตัวแสบที่ทำลายแผนที่สำคัญ "เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย กระดาษเปื้อนหมดแล้ว เห็นหรือไม่!"

​ทว่าในวินาทีที่สายตาของนางหลุบมองไปที่ ‘รอยเท้าหมึก’ บนกระดาษ มือที่ง้างขึ้นเตรียมจะตีก็พลันชะงักค้างกลางอากาศ

​ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง นางรีบวางแมวลงแล้วคว้าแผนที่ขึ้นมาดูใกล้ๆ รอยเท้านั้นไม่ได้ประทับมั่วซั่ว แต่มันประทับอยู่ตรงจุดบอดของผังเมืองพอดิบพอดี!

​"ท่านพ่อ... ดูนี่สิเจ้าคะ!" เซิ่นหว่านชิงชี้ไปที่รอยเท้าแมวด้วยมือที่สั่นไหวเล็กน้อย "ตรงนี้! จุดที่ไป๋อวี้เหยียบลงไป... หากเราไม่ขุดทางเชื่อมระบายน้ำตรงคอขวดนี้เข้ากับทะเลสาบเสวียนอู่ล่ะก็ เมื่อพายุมา น้ำจากคลองหลักจะล้นทะลักและท่วมเมืองชั้นล่างทั้งหมด! ข้าเกือบจะพลาดจุดสำคัญที่สุดไปแล้ว!"

​ราชครูเซิ่นชะโงกหน้าเข้ามาดู ก่อนจะเบิกตากว้าง ลูบเคราตัวเองอย่างตื่นเต้น "จริงด้วย! หากไม่มีทางเชื่อมตรงนี้ เมืองหลวงได้จมบาดาลแน่ๆ... สวรรค์คุ้มครอง! แมวตัวนี้ช่างรู้ความราวกับเทพารักษ์จำแลงมา!"

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างหยิ่งยโส นั่งตัวตรงเก็บหางเรียบร้อย พลางส่งเสียงร้อง 'เหมียว' เบาๆ ราวกับจะบอกว่า ‘แน่นอนอยู่แล้ว เปิ่นหวังเป็นใคร พวกเจ้าเป็นใคร’

​เซิ่นหว่านชิงมองรอยเท้าหมึกสลับกับมองเจ้าก้อนขนสีขาวที่กำลังนั่งเชิดหน้า นางค่อยๆ ระบายยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะรวบตัวมันเข้ามากอดหอมฟอดใหญ่จนท่านอ๋องหน้ายับ

​"ไป๋อวี้ เจ้าเป็นแมวนำโชคของข้าจริงๆ! พรุ่งนี้ข้าจะให้ห้องเครื่องทำปลาแห้งชุดใหญ่ให้เจ้ากินจนพุงกางไปเลย!"

​พญายมเดินดินแห่งราชสำนักถูกจับมาหอมแก้มซ้ายขวาจนขนยุ่งเหยิง แม้ในใจจะก่นด่าสตรีไร้ยางอายที่กล้าลวนลามเขา ทว่ามุมปากแมวๆ ของเขากลับลอบกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างไม่รู้ตัว รอยเท้ามังคุดเพียงรอยเดียวของเขา... ได้กู้ชีวิตคนทั้งเมืองหลวงเอาไว้แล้ว!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่8

    ​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิต

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่7

    ​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหล

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่6

    ​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ย

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status