Share

บทที่3

last update Tanggal publikasi: 2026-06-11 00:25:22

​ยามเช้าตรู่ ณ ท้องพระโรงอันโอ่โถงวิจิตรตระการตา

​บรรยากาศรอบกายยังคงตึงเครียดและเงียบสงัดดั่งเช่นทุกวัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง รอคอยการเปิดม่านมุกของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และแล้ว เมื่อขุนนางอาวุโสอย่างราชครูเซิ่นกั๋วไท่ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับประคองแบบแปลนการขุดขยายร่องน้ำและทางระบายน้ำเมืองหลวงฉบับแก้ไข ทุกสายตาต่างลอบมองด้วยความลุ้นระทึก

​โดยปกติแล้ว... ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบจนน่าหวาดกลัว ฎีกาหรือแผนงานใดที่ผ่านหัตถ์ของเขา จะต้องถูกตรวจแล้วตรวจอีก ไต่สวนขุนนางผู้เสนอจนแทบกระอักเลือด คัดง้างหาข้อบกพร่องจนไม่มีใครกล้าทำงานชุ่ยๆ

​ทว่าในวันนี้... ทันทีที่จ้าวหลิงเซียวคลี่แบบแปลนแผ่นยักษ์ออก ดวงตาคมกริบพลันสะดุดเข้ากับเส้นสายการระบายน้ำจุดหนึ่งที่ถูกลากเชื่อมเข้าสู่ทะเลสาบเสวียนอู่พอดิบพอดี มันเป็นจุดเดียวกับที่เขาใช้ ‘อุ้งเท้ามังคุด’ จุ่มหมึกตบประทับไว้เมื่อคืนวาน... สตรีผู้นั้นนำความคิดของเขามาปรับแก้ลงแผ่นดินจริงได้อย่างไร้ที่ติ

​มุมปากของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังม่านมุกแอบกระตุกยิ้มบางเบาที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ก่อนที่เขาจะตวันพู่กันลงนามและประทับตราหยกพิทักษ์แผ่นดินอย่างรวดเร็วฉับไว

​“แผนงานป้องกันอุทกภัยฉบับนี้ไร้ที่ติ! ถ่ายทอดคำสั่งไป ยังกรมพระคลัง (หู่ปู้) ให้เร่งเบิกจ่ายเงินทองจากคลังหลวงเพื่อเริ่มลงมือขุดทางน้ำทันที ห้ามล่าช้าแม้แต่ชั่วยามเดียว!” สุรเสียงทรงอำนาจสั่งการเฉียบขาด

​การสั่งประทานเงินท้องพระคลังอย่างสายฟ้าแลบ โดยไม่มีการซักไซ้ไล่เลียงหรือทัดทานแม้แต่คำเดียว ทำเอาเหล่าขุนนางทั้งท้องพระโรงเบิกตากว้าง ตกใจจนแทบสิ้นสติ! พวกเขาต่างลอบสบตากันด้วยความฉงนฉงาย ทว่าก็ทำได้เพียงก้มศีรษะลงจรดพื้น น้อมรับคำสั่งด้วยความยำเกรง “ชินอ๋องปรีชาสามารถ พะย่ะค่ะ!”

แต่ความปรานีของพญายมเดินดินก็มีให้เพียงแค่ตระตูลเซิ่นเท่านั้น... เพราะหลังจากนั้น ขุนนางตระกูลอื่นๆ ที่ก้าวออกมารายรายงานโครงการทุจริตหรือไร้สาระ ล้วนถูกจ้าวหลิงเซียวตวาดลั่น ด่าทออย่างรุนแรง และสะบัดฎีกาปัดตกอย่างไร้เยื่อใยตามเคย ท้องพระโรงกลับคืนสู่ความน่าสะพรึงกลัวดังเดิมในพริบตา

​ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.)

​ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงแมลงกลางคืนที่หวีดหวิว

​สติสัมปชัญญะของจ้าวหลิงเซียวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทัศนวิสัยของเขาเปลี่ยนเป็นมุมต่ำและกว้างขึ้นตามสัญชาตญาณสัตว์ เขาพบว่าตนเองกำลังนอนขดตัวอยู่ตรงมุมห้องนอนอันมืดสลัวของคุณหนูใหญ่จวนราชครู จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวพ่นลมหายใจเบาๆ เตรียมจะลุกขึ้นยืนสำรวจห้องทว่า... สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้าที่ทำให้ร่างแมวทั้งร่างแข็งทื่อดุจศิลา!

​แสงตะเกียงน้ำมันวับแวมสาดส่องกระทบเรือนร่างระหงของเซิ่นหว่านชิง นางกำลังยืนอยู่ข้างเตียงนอน และเริ่ม... ถอดเสื้อตัวนอกออก!

​ผ้าไหมเนื้อดีสีอ่อนค่อยๆ เลื่อนหลุดจากลาดไหล่เนียนละเอียดสยายลงสู่พื้น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักที่ต้องแสงไฟราวกับเรืองแสงได้ จ้าวหลิงเซียวเบิกตากลมโตสีฟ้าอำพันกว้างจนแทบจะถลน หัวใจแมวของเขาพลันกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก เมื่อนางเริ่มเอื้อมมือไปแก้สายรัดเอวของชุดตัวใน...

​ส... สตรีไร้ยางอาย! เจ้าจะทำอันใดน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

​เขาคิดในใจอย่างลนลาน พยายามจะเบือนหน้าหนี ทว่าดวงตาเจ้ากรรมกลับไม่รักดี จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ เสื้อตัวในขยับแยกออกทีละน้อย... และในจังหวะที่เขากำลังจะเห็นหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มของนางอยู่รอมร่อ!

​ฟุ่บ!

​“คุณหนูเจ้าคะ น้ำแกงรังนกอุ่นๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ”

​อิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับถือผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ร่างของสาวใช้ตัวดีเข้ามายืนบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าของจ้าวหลิงเซียวไว้ได้อย่างประจวบเหมาะราวกับจับวาง! ภาพความงดงามหมดจดถูกตัดฉับลงในเสี้ยววินาที

​ทว่า... แม้ภาพจะถูกบังไปแล้ว แต่เหตุการณ์เมื่อครู่กลับส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอย่างรุนแรง!

​ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

​ภายในอกเสื้อขนฟู เสียงหัวใจของจ้าวหลิงเซียวเต้นโครมครามรัวกระหน่ำดุจกลองรบ ร่างแมวตัวน้อยสั่นเทาเบาๆ ความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าภายใต้ขนหนานุ่ม ความรู้สึกหวาดกลัวชนิดหนึ่งปะทุขึ้นมาในจิตใจอย่างปิดไม่มิด!

​พญายมเดินดินผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบหรือกองทัพนับแสน ยามนี้กำลัง ‘หวาดกลัว’ จนแทบสติแตก... เพราะตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบห้าปี จ้าวหลิงเซียวอุทิศตนให้กับการศึกและการเมืองมาโดยตลอด เขาเป็นบุรุษจารีตอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยมีพระชายา! ไม่เคยอนุญาตให้สนมหรือสตรีใดเข้าใกล้ในระยะสามก้าว และไม่เคยพานพบเนื้อนางของสตรีในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!

​น่ากลัวยิ่งนัก... สตรีเพศช่างน่ากลัวและอันตรายยิ่งนัก!

​เจ้าแมวขาวหน้ามุ่ยรีบมุดหัวเข้าใต้เบาะรองนั่งทันที สองอุ้งเท้าหน้ายกขึ้นกุมหัวตัวเองไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ท่านอ๋องหนุ่มในร่างเดรัจฉานได้แต่ภาวนาให้ค่ำคืนอันน่าส่วนสยอง (และแอบใจสั่น) นี้ผ่านพ้นไปโดยเร็วที่สุด!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’ ​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง ​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว! ​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’! ​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย ​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’ ​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าส

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่6

    ​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ย

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่4

    ​ตลอดทั้งราตรีนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน!​แม้สาวใช้จะเดินออกไปแล้ว และเซิ่นหว่านชิงจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว ทว่าเจ้าแมวตัวป่วนที่มุดหัวอยู่ใต้เบาะรองนั่งกลับยังมีอาการใจสั่นระรัว ภาพหัวไหล่เนียนละเอียดและผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักยังคงติดตา ตลบอบอวลอยู่ในหัวสม

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 2

    ​เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมาบรรจบ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีหมึก จ้าวหลิงเซียวที่เฝ้ารอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งวันก็รู้สึกถึงแรงกระชากอันคุ้นเคยอีกครั้ง​สติสัมปชัญญะของพญายมแห่งราชสำนักลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'ก้อนขนสีขาว' บนเตียงนุ่มนิ่ม สิ่งแรกที่เขาทำคือการผุดลุกขึ้นยืนสี่ขา สะบัดขนจนฟูฟ่อง ดว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status