Share

บทที่3

last update publish date: 2026-06-11 00:25:22

​ยามเช้าตรู่ ณ ท้องพระโรงอันโอ่โถงวิจิตรตระการตา

​บรรยากาศรอบกายยังคงตึงเครียดและเงียบสงัดดั่งเช่นทุกวัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง รอคอยการเปิดม่านมุกของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และแล้ว เมื่อขุนนางอาวุโสอย่างราชครูเซิ่นกั๋วไท่ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับประคองแบบแปลนการขุดขยายร่องน้ำและทางระบายน้ำเมืองหลวงฉบับแก้ไข ทุกสายตาต่างลอบมองด้วยความลุ้นระทึก

​โดยปกติแล้ว... ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบจนน่าหวาดกลัว ฎีกาหรือแผนงานใดที่ผ่านหัตถ์ของเขา จะต้องถูกตรวจแล้วตรวจอีก ไต่สวนขุนนางผู้เสนอจนแทบกระอักเลือด คัดง้างหาข้อบกพร่องจนไม่มีใครกล้าทำงานชุ่ยๆ

​ทว่าในวันนี้... ทันทีที่จ้าวหลิงเซียวคลี่แบบแปลนแผ่นยักษ์ออก ดวงตาคมกริบพลันสะดุดเข้ากับเส้นสายการระบายน้ำจุดหนึ่งที่ถูกลากเชื่อมเข้าสู่ทะเลสาบเสวียนอู่พอดิบพอดี มันเป็นจุดเดียวกับที่เขาใช้ ‘อุ้งเท้ามังคุด’ จุ่มหมึกตบประทับไว้เมื่อคืนวาน... สตรีผู้นั้นนำความคิดของเขามาปรับแก้ลงแผ่นดินจริงได้อย่างไร้ที่ติ

​มุมปากของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังม่านมุกแอบกระตุกยิ้มบางเบาที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ก่อนที่เขาจะตวันพู่กันลงนามและประทับตราหยกพิทักษ์แผ่นดินอย่างรวดเร็วฉับไว

​“แผนงานป้องกันอุทกภัยฉบับนี้ไร้ที่ติ! ถ่ายทอดคำสั่งไป ยังกรมพระคลัง (หู่ปู้) ให้เร่งเบิกจ่ายเงินทองจากคลังหลวงเพื่อเริ่มลงมือขุดทางน้ำทันที ห้ามล่าช้าแม้แต่ชั่วยามเดียว!” สุรเสียงทรงอำนาจสั่งการเฉียบขาด

​การสั่งประทานเงินท้องพระคลังอย่างสายฟ้าแลบ โดยไม่มีการซักไซ้ไล่เลียงหรือทัดทานแม้แต่คำเดียว ทำเอาเหล่าขุนนางทั้งท้องพระโรงเบิกตากว้าง ตกใจจนแทบสิ้นสติ! พวกเขาต่างลอบสบตากันด้วยความฉงนฉงาย ทว่าก็ทำได้เพียงก้มศีรษะลงจรดพื้น น้อมรับคำสั่งด้วยความยำเกรง “ชินอ๋องปรีชาสามารถ พะย่ะค่ะ!”

แต่ความปรานีของพญายมเดินดินก็มีให้เพียงแค่ตระตูลเซิ่นเท่านั้น... เพราะหลังจากนั้น ขุนนางตระกูลอื่นๆ ที่ก้าวออกมารายรายงานโครงการทุจริตหรือไร้สาระ ล้วนถูกจ้าวหลิงเซียวตวาดลั่น ด่าทออย่างรุนแรง และสะบัดฎีกาปัดตกอย่างไร้เยื่อใยตามเคย ท้องพระโรงกลับคืนสู่ความน่าสะพรึงกลัวดังเดิมในพริบตา

​ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.)

​ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงแมลงกลางคืนที่หวีดหวิว

​สติสัมปชัญญะของจ้าวหลิงเซียวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทัศนวิสัยของเขาเปลี่ยนเป็นมุมต่ำและกว้างขึ้นตามสัญชาตญาณสัตว์ เขาพบว่าตนเองกำลังนอนขดตัวอยู่ตรงมุมห้องนอนอันมืดสลัวของคุณหนูใหญ่จวนราชครู จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวพ่นลมหายใจเบาๆ เตรียมจะลุกขึ้นยืนสำรวจห้องทว่า... สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้าที่ทำให้ร่างแมวทั้งร่างแข็งทื่อดุจศิลา!

​แสงตะเกียงน้ำมันวับแวมสาดส่องกระทบเรือนร่างระหงของเซิ่นหว่านชิง นางกำลังยืนอยู่ข้างเตียงนอน และเริ่ม... ถอดเสื้อตัวนอกออก!

​ผ้าไหมเนื้อดีสีอ่อนค่อยๆ เลื่อนหลุดจากลาดไหล่เนียนละเอียดสยายลงสู่พื้น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักที่ต้องแสงไฟราวกับเรืองแสงได้ จ้าวหลิงเซียวเบิกตากลมโตสีฟ้าอำพันกว้างจนแทบจะถลน หัวใจแมวของเขาพลันกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก เมื่อนางเริ่มเอื้อมมือไปแก้สายรัดเอวของชุดตัวใน...

​ส... สตรีไร้ยางอาย! เจ้าจะทำอันใดน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

​เขาคิดในใจอย่างลนลาน พยายามจะเบือนหน้าหนี ทว่าดวงตาเจ้ากรรมกลับไม่รักดี จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ เสื้อตัวในขยับแยกออกทีละน้อย... และในจังหวะที่เขากำลังจะเห็นหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มของนางอยู่รอมร่อ!

​ฟุ่บ!

​“คุณหนูเจ้าคะ น้ำแกงรังนกอุ่นๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ”

​อิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับถือผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ร่างของสาวใช้ตัวดีเข้ามายืนบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าของจ้าวหลิงเซียวไว้ได้อย่างประจวบเหมาะราวกับจับวาง! ภาพความงดงามหมดจดถูกตัดฉับลงในเสี้ยววินาที

​ทว่า... แม้ภาพจะถูกบังไปแล้ว แต่เหตุการณ์เมื่อครู่กลับส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอย่างรุนแรง!

​ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

​ภายในอกเสื้อขนฟู เสียงหัวใจของจ้าวหลิงเซียวเต้นโครมครามรัวกระหน่ำดุจกลองรบ ร่างแมวตัวน้อยสั่นเทาเบาๆ ความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าภายใต้ขนหนานุ่ม ความรู้สึกหวาดกลัวชนิดหนึ่งปะทุขึ้นมาในจิตใจอย่างปิดไม่มิด!

​พญายมเดินดินผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบหรือกองทัพนับแสน ยามนี้กำลัง ‘หวาดกลัว’ จนแทบสติแตก... เพราะตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบห้าปี จ้าวหลิงเซียวอุทิศตนให้กับการศึกและการเมืองมาโดยตลอด เขาเป็นบุรุษจารีตอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยมีพระชายา! ไม่เคยอนุญาตให้สนมหรือสตรีใดเข้าใกล้ในระยะสามก้าว และไม่เคยพานพบเนื้อนางของสตรีในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!

​น่ากลัวยิ่งนัก... สตรีเพศช่างน่ากลัวและอันตรายยิ่งนัก!

​เจ้าแมวขาวหน้ามุ่ยรีบมุดหัวเข้าใต้เบาะรองนั่งทันที สองอุ้งเท้าหน้ายกขึ้นกุมหัวตัวเองไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ท่านอ๋องหนุ่มในร่างเดรัจฉานได้แต่ภาวนาให้ค่ำคืนอันน่าส่วนสยอง (และแอบใจสั่น) นี้ผ่านพ้นไปโดยเร็วที่สุด!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่8

    ​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิต

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่7

    ​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหล

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่6

    ​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ย

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status