Home / โรแมนติก / ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง / บทนำ เรื่องเล่าพยายมราช!!

Share

ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง
ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง
Author: เนี่ยนเนี่ยน

บทนำ เรื่องเล่าพยายมราช!!

last update publish date: 2026-06-10 23:55:56

​ปัง!

​เสียงไม้ตบโต๊ะของนักเล่านิทานชราดังก้องกังวาน ทำลายความสงัดของค่ำคืนอันมืดมิดในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงจนเงียบกริบ แขกเหรื่อทุกโต๊ะที่กำลังล้อมวงดื่มสุราต่างหยุดชะงัก ชะเง้อคอหันไปจับจ้องเป็นตาเดียว แสงโคมไฟสลัวยามวิกาลขับเน้นให้บรรยากาศดูขลังและน่าลึกลับยิ่งขึ้น

​"วันนี้... ยามราตรีเคลื่อนคล้อย เราจะมากล่าวถึงบุรุษผู้ที่เพียงแค่นามถูกเอ่ย ทารกที่กำลังแผดเสียงร้องจ้ายังต้องหยุดสะอื้น บุรุษผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินต้าจ้าวไว้ในอุ้งมือ... ผู้สำเร็จราชการ ชินอ๋อง ‘จ้าวหลิงเซียว’!"

​ทันทีที่สามพยางค์นี้หลุดออกจากปาก บรรยากาศในโรงเตี๊ยมพลันเย็นเยียบลงหลายส่วน ผู้คนพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บ้างหันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดผวา ราวกับกลัวว่าองครักษ์เสื้อแพรของจวนอ๋องจะแฝงกายอยู่ตามมุมมืดในความมืดมิดนี้

​นักเล่านิทานลูบเคราขาวขุ่นของตน ก่อนจะเริ่มเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงพลัง

​"นับตั้งแต่อดีตฮ่องเต้เสด็จสวรรคตเมื่อสามปีก่อน ฮ่องเต้น้อยเพิ่งจะมีพระชนมายุเพียงเจ็ดชันษา ราชสำนักระส่ำระสาย ขุนนางกังฉินเหิมเกริม ทว่าชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวผู้นี้... กลับก้าวขึ้นมาว่าราชการหลังม่านมุกอย่างอาจหาญ! พวกเจ้าคิดหรือว่าความสงบสุขของแผ่นดินนี้ได้มาด้วยความเมตตาปรานี? ผิดมหันต์! มันแลกมาด้วยภูเขาซากศพและทะเลโลหิตต่างหากเล่า!"

​ชายชรากวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังเบิกตากว้าง สูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยต่อ

​"ขุนนางเฒ่าหน้าเนื้อใจเสือที่บังอาจต่อต้านและฉ้อราษฎร์บังหลวง ชินอ๋องเพียงนั่งจิบชาชั้นเลิศอยู่เบื้องหลังม่านมุกในท้องพระโรง เขาตวัดปลายพู่กันจุ่มหมึกสีชาด สั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรโดยที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่แม้แต่จะกะพริบ! นับตั้งแต่ขึ้นควบคุมราชสำนัก ขุนนางฉ้อฉลที่ถูกเขากวาดล้างไปมีมากกว่าสิบสองตระกูล ผู้คนนับพันชีวิตต้องเซ่นสังเวยคมดาบ โลหิตไหลนองอาบย้อมลานประหารจนกลายเป็นสีแดงฉาน ไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น!"

​"แต่ที่น่าครั่นคร้ามที่สุด..." นักเล่านิทานหรี่ตาลง น้ำเสียงลดต่ำลงคล้ายกระซิบ ทว่ากลับดังก้องไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "คือวิปโยคกบฏฉีอ๋อง... ฉีอ๋องผู้เป็นพระอนุชาต่างมารดา บังอาจวางยาพิษปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้ซึ่งเป็นพระเชษฐาแท้ๆ คืนนั้นชินอ๋องหาได้รอให้ศาลต้าหลี่ไต่สวนความ เขาสวมชุดเกราะสีนิล นำทัพบุกพังประตูจวนฉีอ๋องด้วยตนเอง!"

​"ละ... แล้วเกิดอันใดขึ้นเล่า?" ชายขี้เมาผู้หนึ่งใจกล้าตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ

​"ชินอ๋องเหยียบย่างฝ่าดงกระบี่เข้าไปในห้องโถง ลากคอฉีอ๋องที่กำลังสั่นงันงกออกมากระแทกกับพื้นหินศิลา... แล้วใช้กระบี่คู่กาย ปาดคอผู้เป็นน้องชายต่างมารดาด้วยมือของตนเองอย่างมหันตภัย! แต่นั่นยังมิใช่จุดจบ!"

​ไม้ตบโต๊ะดัง ปัง! อีกครา ปลุกเร้าความหวาดกลัวท่ามกลางแสงตะเกียงวับแวม

​"พญายมผู้นั้นบั่นเศียรของฉีอ๋อง แล้วสั่งให้นำไปแขวนประจานไว้เหนือป้ายหน้าจวน! เล่าขานกันว่าดวงตาของฉีอ๋องยังคงเบิกโพลงจ้องมองผู้คน โลหิตหยดรินย้อมธรณีประตูไม่แห้งขอด ความเหี้ยมโหดนี้ทำเอาชาวบ้านและคหบดีที่อาศัยอยู่ในตรอกนั้นหวาดผวาจนสติแตก พากันอพยพย้ายหนีทิ้งจวนกันชั่วข้ามคืน จนบัดนี้ ตรอกที่เคยคึกคักหรูหราที่สุดในเมืองหลวง... กลับกลายเป็นตรอกร้างผีสิงที่ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเดินเฉียดกราย! บุรุษผู้นั้นไร้หัวใจ ไร้ความปรานี เป็นพญายมเดินดินโดยแท้!"

​เรื่องเล่าอันชวนขนลุกจบลงพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ของผู้คนในโรงเตี๊ยม

​ทว่าท่ามกลางความหวาดผวาของฝูงชน... ณ มุมเงียบสงบชั้นสองของโรงเตี๊ยม สตรีโฉมงามผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาหลงจิ่งชั้นเลิศด้วยท่วงท่าสง่างามดุจกิ่งหลิวลู่ลม

​เซิ่นหว่านชิง คุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครู วางถ้วยชาเคลือบศิลาดลลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเบา ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีโปร่งบาง

​"ช่างเป็นบุรุษที่โหดเหี้ยมสมคำร่ำลือจริงๆ" นางพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบระคนขบขัน

​"แต่คุณหนูเจ้าคะ ได้ยินมาว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ที่จวนชินอ๋อง" สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังก้มลงกระซิบ "มีข่าววงในหลุดรอดมาว่า ท่านอ๋องถูกลอบวางยาพิษลี้ลับจนหมดสติไป โชคดีที่องครักษ์เงาลับฝีมือดีบุกเข้าไปช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที และพาร่างของท่านอ๋องฝ่าวงล้อมกลับไปรักษาตัวที่จวนอ๋องได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้ร่างจริงของเขายังคงนอนไม่ได้สติอยู่เลยเจ้าค่ะ"

​เซิ่นหว่านชิงเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย "โอ้? พญายมผู้นั้นก็มีวันพลาดท่าด้วยหรือเนี่ย... น่าเวทนายิ่งนัก"

​น้ำเสียงของนางหาได้มีความเวทนาเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าดวงตาดอกท้อคู่สวยกลับทอประกายขบขันเบาๆ นางละสายตาจากเบื้องล่าง ก้มลงมองตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กที่วางอยู่บนตั่งนุ่มข้างกาย

​ในจังหวะนั้นเอง... แสงจันทร์นวลตาพลันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างปะทะกับร่างก้อนขนสีขาวปลอดในตะกร้า มันค่อยๆ ขยับตัวแล้วลืมตาโพลงขึ้นมา!

​ดวงตาสีฟ้าอำพันคู่นั้นทอประกายวาวโรจน์ สติสัมปชัญญะของ จ้าวหลิงเซียว หวนคืนมาอย่างสมบูรณ์ในร่างของสัตว์สี่เท้า และเมื่อหูแมวอันว่องไวของเขาได้ยินเสียงนักเล่านิทานด้านล่างพรรณนาถึงตอนที่เขาบั่นคอฉีอ๋องประจานจนตรอกนั้นรกร้าง ใบหน้าแมวสีขาวฟูฟ่องก็เริ่มบิดเบี้ยว หนวดแมวกระตุก ใบหูลู่ลง และ หน้ามุ่ยขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเดือดดาล

​พวกเจ้าจะไปรู้อันใด! ฉีอ๋องมันสมควรแล้ว! มันกล้าสวมรอยวางยาพิษปลงพระชนม์เสด็จพี่แท้ๆ ของข้า จิตใจชั่วช้าสารเลวเยี่ยงนั้น แค่โดนบั่นคอแขวนประจานยังนับว่าปรานีไปด้วยซ้ำ!

​ยิ่งพอนางเอกเอ่ยคำว่า 'น่าเวทนายิ่งนัก' ด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบจะกระโจนออกจากตะกร้าไปตะปบหน้านางให้รู้แล้วรู้รอด สตรีผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาเวทนาพญายมอย่างเขา!

​เซิ่นหว่านชิงเห็นแมวตัวโปรดตื่นขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง หนวดกระตุกยิบๆ หน้าตามุ่ยจนบี้แบนก็นึกเอ็นดู นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอื้อมมือเรียวขาวผ่องดุจหยกสลักหมายจะอบรมสั่งสอนให้มันอารมณ์ดี ปลายนิ้วอ่อนนุ่มสอดเข้าใต้คางฟูๆ แล้วเริ่มลงมือเกาอย่างช่ำชอง

​"เด็กดี ตื่นมาก็ทำหน้าบึ้งเชียว โกรธข้าหรือไร..." นางเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย

​สัมผัสอุ่นวาบที่ใต้คางทำเอาสัญชาตญาณสัตว์ในร่างต้านทานไม่อยู่ ความฟินแล่นขึ้นสมองจนจ้าวหลิงเซียวเผลอจะเคลิ้มตาม ทว่าจิตวิญญาณชินอ๋องผู้สูงส่งกลับกู่ร้องด้วยความอัปยศสูงสุด สตรีหน้าเหม็น! กล้าดียังไงเอาปลายนิ้วมาลบหลู่เกียรติของเปิ่นหวัง! ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเจ้านะ!

​ความโกรธระคนอับอายทำให้อารมณ์ของเขาปะทุถึงขีดสุด ทันใดนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวก็อ้าปากกว้างแล้ว งับหมับเข้าที่มือนางเอกเต็มแรง!

​งับ!

​"โอ๊ย!" เซิ่นหว่านชิงสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับทันที นางมองรอยฟันแมวเล็กๆ บนหลังมือที่ขึ้นรอยแดง ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเจ้าตัวดีในตะกร้า ที่ยามนี้ยืนสี่ขา โก่งตัวขู่ฟ่อ หน้าตามุ่ยดุดัน ราวกับจะบอกว่า 'หากกล้าแตะต้องข้าอีก ข้าจะกัดเจ้าให้จมเขี้ยว!'

​แทนที่จะโกรธ คุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับเลิกคิ้ว มองแมวขาวตัวน้อยด้วยแววตาพึงพอใจระคนท้าทาย พลางลูบรอยแผลบนมือตนเองเบาๆ

​"หึๆ... ดุเสียจริงนะไป๋อวี้ ถ้าแกมีนิสัยร้ายกาจแบบฉีอ๋อง..บาปมันจะส่งผลให้ไม่ตายดีรู้ไหม..."

งับ!!

แล้วแมวน้อยขนสีขาวก็กัดไปอีกหนึ่งที ทำเอานางร้องเสียงหลงอย่าทรมาน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่8

    ​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิต

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่7

    ​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหล

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่6

    ​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ย

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status