Share

บทที่ 8

last update Last Updated: 2025-12-30 14:49:11

หลินกวงหมิงพยักหน้าจากนั้นหันไปมองหลินฉางและหลินเฉียว “คราแรกพวกเจ้าต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมแม่นาง...ข้าหมายถึงมู่เซิน ทว่าตอนนี้เกิดเรื่องไม่คาดคิด มู่เซินนางไม่ได้สติ เช่นนั้นเจ้าทั้งสองก็ต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมกับแม่นางซีหลิน นางอายุมากกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนเช่นนั้นก็เป็นพี่สาว มีเรื่องอะไรก็ต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

หลินฉางขมวดคิ้วมองบิดาจากนั้นเหลือบไปมองมารดา ทว่าหลินเฉียวกลับมีท่าทีโกรธกรุ่น “ท่านพ่อ อยู่ๆ ท่านก็มีบุตรสาวบุตรชายเพิ่มเข้ามาถึงสามคน ท่านไม่คิดจะอธิบายอะไรให้พวกเราทุกคนกระจ่างมากกว่านี้เลยหรือ ท่านผิดต่อท่านแม่ถึงเพียงนี้แต่ท่านกลับ...”

“ชีเอ๋อร์”

หญิงสาวกัดปากไม่กล้าพูดอะไรต่อ หลินฮูหยินถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ให้เป็นไปตามที่ท่านสั่ง พวกเจ้าเองก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เอาละกลับเรือนไปได้แล้ว”

“ท่านแม่ข้าส่งท่านกลับเรือน” หลินกวงหมิงเข้าไปช่วยประคองมารดา “ฮูหยินเจ้าก็มาด้วยกันสิ”

คุณชายและคุณหนูตระกูลหลินมองตามคนทั้งสาม ความสงสัยเต็มอก ความสับสนถูกเก็บกดเอาไว้ในใจ ทุกคนมองหลินฝานและหลินอี หวังว่าพี่ชายและพี่สาวจะรู้เรื่องมากกว่านี้ ทว่าจนแล้วจนรอดนอกจากรู้ว่าบิดาป
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 23

    “ใช่...บอกตามตรง วันนั้นในงานเลี้ยงคนที่รู้ว่านางจะเล่นเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลคนแรกก็คือท่านพ่อ จากนั้นหัวหน้าองครักษ์เซี่ยจึงพอจะเดาได้ ตั้งแต่ตอนข้ายังเด็กเคยได้ยินเรื่องเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลครั้งหนึ่ง ตอนนั้นท่านพ่อของข้าเพิ่งเคยติดตามท่านปู่ออกรบ ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟังว่าท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความสิ้นหวัง อาจารย์ของท่านพ่อคว้ากู่เจิงเดินขึ้นไปบนป้อมกำแพงสูง ตอนนั้นเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลก็ดังก้องขึ้น เหล่าทหารร่วมกันเคาะดาบ กระบี่ ทวน กลองศึกถูกตีรับจังหวะเพลงปลุกความฮึกเหิมให้ทหารในกองทัพ เผ่าโยวโจวบุกเข้ามามีจำนวนนับหมื่น ทว่าท้ายที่สุดกลับพ่ายแพ้ต่อเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลย่อยยับ แม้ว่าต้าเยวี่ยของเราจะมีกำลังพลเพียงหกพัน”“ข้าเคยได้ยินว่าเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลมีบันทึกเอาไว้ในหอจดหมายเหตุของแคว้น มีน้อยคนนักที่สามารถเล่นจนจบ แต่ถึงสามารถเล่นจนจบก็มักจะเปลี่ยนจังหวะให้ช้าลง คืนนั้นหัวหน้าองครักษ์เซี่ยกล่าวว่าเขาเองก็เพิ่งเคยได้ฟังเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพลจนจบแบบที่จังหวะไม่เปลี่ยน หากเล่นได้ขั้นนั้นจะต้องฝึกฝนและคุ้นชินจากการเล่นครั้งแล้วครั้งเล่านับครั้งไม่ถ้วน หากคุณหนูอวิ๋นฝึกฝน

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 22

    ในบางช่วงคล้ายสติของเขากำลังกลับคืนมา ภาพที่หยางสวินเคอมองเห็น ...อวิ๋นซูเหยาที่สองมือมีมีดสั้นคู่หนึ่ง นางเคลื่อนไหวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดจริงจัง บุรุษชุดดำเองก็มีมีดสั้นคู่เช่นกัน ทั้งสองประมือกันท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่รับรู้ถึงรังสีเข่นฆ่า ตรงกันข้าม ไม่รู้เพราะเหตุใดเขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่การประมือ ทว่าเป็นการร่ายรำอันงดงามและแข็งแกร่งของคนทั้งสองเพลงกระบี่อันอ่อนช้อยแฝงความดุดัน ความเร็วของการเคลื่อนไหว ร่างกายที่ผสานกับมีดสั้นคู่ ท่วงท่าอันคล่องแคล่วว่องไวเขาถึงขั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้ที่ตั้งรับกลับเป็นบุรุษในชุดสีดำปกปิดใบหน้าผู้นั้น ผู้ที่จู่โจมและได้เปรียบกลับเป็นหญิงสาวที่ไร้ซึ่งกำลังภายในหยางสวินเคอหยัดตัวขึ้นนั่งพิงต้นดอกหลันฮวาอิ๋ง มองเงาร่างสองร่างกำลังประมือกันไปมา ทว่าตอนนั้นเองเขากลับสังเกตเห็นว่าข้างกายมีใครอีกคน“ฟื้นแล้ว?”คิ้วเข้มมุ่นลง “ชายารัชทายาท?!”นางย่อตัวลงนั่งข้างๆ เขา กระทั่งหลังจากนั้นก็ยื่นยาเม็ดหนึ่งมาที่ปาก “นี่คือยาถอนพิษ” เขาไม่ได้เปิดปากรับแต่นางกลับบีบคางเขาแล้วบังคับให้เขากินหลังกลืนยาเม็ดนั้นร่างกายของเขาก็รู้สึกเย็นวาบ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 21

    รถม้ากำลังมุ่งหน้าออกจากเมืองหลวงตรงไปยังหลิงซาน อวิ๋นซูเหยาในชุดสีดำปักแพรกุ๊นขอบสีแดง รวบมัดผมยาวยกสูงเป็นหางม้าดูทะมัดทะแมง นางเป็นคนควบคุมรถม้าโดยด้านหลังมีหยางสวินเคอนั่งอยู่ข้างๆ เขาเพิ่งโผล่ออกมานั่งเป็นเพื่อนนางหลังจากพ้นประตูเมืองที่คนไม่พลุกพล่านชายหนุ่มมองเสี้ยวหน้าเรียบเฉยของนาง คาดเดาไม่ได้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ “คุณหนูอวิ๋น”“ท่านรู้สึกไม่สบายตัว?”“มิใช่ ข้าเพียงสงสัย”“เรื่องใดเล่า” นางถาม“เหตุใดเจ้าจึงดูสงบเยือกเย็นนัก”นางเลิกคิ้วหันกลับมามองเขาจากนั้นละสายตาไปมองถนน สองมือถือเชือกบังเหียนคุมม้าลากรถ “แล้วข้าสมควรเป็นอย่างไร ตื่นตระหนก หวาดกลัว เป็นกังวล หรือว่าควรยิ้มแย้มยินดีเล่า ทั้งหมดนั้นมิใช่ท่านหรอกหรือที่สมควรเป็น ท่านถูกพิษนี่มิใช่ข้า”ชายหนุ่มหัวเราะ “ก็จริง เพียงแต่ข้าสงสัยว่าในใจของเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”“ข้าคิดอะไรอยู่นั้นไม่สำคัญ สำคัญที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คิดอะไรอยู่ต่างหาก”“เคยคิดหรือไม่ว่าเรื่องนี้อันตรายเกินไปสำหรับเจ้า”“คิดสิ แต่อันตรายแล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็มีเพียงแต่ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น แม้ข้าเลี่ยงได้ครานี้ก็มิใช่จะเล

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 20

    ก่อนหมดสติเขาได้ยินเสียงทุ้มของบุรุษชุดดำ “หากอยากได้ยาถอนพิษ วันมะรืนไปพบข้าที่ยอดเขาหลิงซาน...ตามลำพัง หากอยากให้เขารอดก็ทำตามนี้ หากไม่....ภายในสามวันเขาจะค่อยๆ สิ้นใจอย่างทรมาน เลือดหลั่งรินจากทวารทั้งห้า” แล้วหยางสวินเคอก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น กว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเขานอนอยู่บนเตียงในจวนของตัวเองร่างกายไร้เรี่ยวแรง กำลังภายในถูกสกัด หน้าอกรู้สึกแน่นตึงหายใจเข้าลำบาก ในปากมีรสเค็มปร่าของเลือด...“รู้สึกตัวแล้ว?” จ้าวเหยียนช่วยประคองเขาขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าของอีกฝ่ายเคร่งเครียด“เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม“ข้าสิต้องถามเจ้า ตกลงเกิดอะไรขึ้น ข้าให้เจ้าไปช่วยคนที่ตำหนักอู่หลวน เหตุใดมีเพียงเจ้าที่ถูกพิษแต่คนที่เจ้าไปช่วยกลับไม่มีแม้แต่รอยยับบนแขนเสื้อ?”หยางสวินเคอชะงัก “คุณหนูอวิ๋น?”“นาง? ก็บอกอยู่เนี่ยว่าปลอดภัยดี อันที่จริงนางนั่นละที่ช่วยดูแลเจ้า ตอนองครักษ์ไปถึงที่นั่นเจ้าก็หมดสติพิงไหล่ของนาง นอกจากนางทุกคนก็หมดสติอยู่รอบๆ จำอะไรแทบไม่ได้ หมอหลวงบอกว่าเจ้าถูกพิษประหลาด พวกเขากำลังพยายามหาทางถอนพิษ เสด็จพ่อทรงกริ้วสั่งให้องครักษ์ควานหาตัวมือสังหารผู้น

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 19

    หญิงสาวนั่งลงจากนั้นก้มลงมองกู่เจิงตรงหน้า กรีดนิ้วลงไปคราหนึ่งเพื่อสร้างความคุ้นเคย สายตาของนางเงยขึ้นก็สบตากับองค์หญิงเต๋อซิง ข้างๆ กันนั้นยังคงมีหยางเซวียนยืนอยู่ มองคนตระกูลหลิวและคนของจวนโหว แน่ใจว่านี่เป็นแผนการเพื่อทำให้นางขายหน้า...ในเมื่อพวกเจ้าเล่นเพลงพิณที่ซาบซึ้งกินใจ ข้าก็จะเล่นกู่เจิงที่ฮึกเหิมและห้าวหาญ เอาให้กลบความซาบซึ้งโศกเศร้าเมื่อครู่ให้สิ้น ทำให้งานเลี้ยงในคืนนี้ไม่มีที่สำหรับพวกเจ้า!!!นางกรีดนิ้วเชื่องช้าเพื่อหยั่งเชิงเสียงที่ใจของนางนึกถึง มองหาความรู้สึกที่คุ้นเคยโดยให้เครื่องเล่นตรงหน้านำทาง ใช้ความทรงจำที่หลั่งรินออกมาทำให้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามจังหวะ“นาง... นางจะเล่นเพลงจักรพรรดิเคลื่อนพล??” หลินกวงหมิงอุทานออกมาแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่มิดเซี่ยหมิงเองก็ชะงัก เหล่าแม่ทัพนายกองที่อยู่ในงานเลี้ยงต่างเลิกคิ้วมองด้วยความประหลาดใจหลินฝานลุกขึ้นจากนั้นเดินไปยังกลองด้านหลัง พยายามเคาะให้เข้าจังหวะกับกู่เจิงของหญิงสาว ต่อมานึกไม่ถึงว่าเซี่ยหมิงเองก็เดินไปเคาะเกราะไม้เป็นจังหวะจักรพรรดิเคลื่อนพล... เป็นเพลงปลุกเร้าให้กองทัพฮึกเหิมกล้าหาญ เพลงกู่เจิงที่ทุ้มสลับแหลมเ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 18

    ยิ่งเดินผ่านประตูวังหลวง มองเห็นเหล่าองครักษ์ ตราประจำตำแหน่ง ประตูแต่ละชั้น ทางเดิน รวมไปถึงเส้นทางในวังหลวง ความคุ้นเคยก็ยิ่งทำให้อวิ๋นซูเหยากุมสองมือที่ประสานยังหน้าท้องแน่น นางสอบถามบิดาขณะอยู่บนรถม้าพบว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางเข้าวังหลวง ทว่าความคุ้นเคยและเส้นทางที่นางรู้ว่ามันเชื่อมไปทางใด ทำให้นางตื่นตระหนกจนไม่อาจรักษาสีหน้า นางถึงกับแยกแยะออกด้วยซ้ำว่าชุดบนตัวของเหล่าองครักษ์นั้น แบ่งแยกหน้าที่และตำหนักที่ดูแลรักษาได้อย่างแม่นยำ!!งานเลี้ยงจัดขึ้นที่อุทยานส่วนนอกซึ่งเป็นลานกว้าง โต๊ะที่จัดเอาไว้ย่อมต้องเรียงลำดับตามความสำคัญ ฝ่ายหนึ่งเป็นขุนนางบู๊ อีกฝ่ายเป็นขุนนางบุ๋น จากนั้นจึงเป็นเหล่าปราชญ์ ทว่าปราชญ์หลวงย่อมได้รับความสำคัญ ดังนั้นอวิ๋นหยวนจึงนับว่ามีที่นั่งที่อยู่แถวหน้า อวิ๋นซูเหยานั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังบิดา จิบชาจากนั้นมองของกินเล่นและอาหารเลิศรสด้วยความรู้สึกเฉยชาหลังจากการร่ายรำจบลงฮองเฮาก็ยกย่องในฝีมือการเล่นพิณของหยางเซวียนว่าเลิศล้ำ อยากให้เขาเล่นพิณในงานเลี้ยงสักครา หญิงสาวมองอย่างไรก็รู้สึกว่าฮองเฮากำลังสนับสนุนให้ตระกูลหยางสร้างความประทับใจเพลงพิณสะท้อนความรู้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status