Share

 ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่
ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่
Penulis: Teddy's

บทที่ 1

Penulis: Teddy's
last update Tanggal publikasi: 2026-05-17 20:43:13

“หนานหนาน น้องน่าสงสารมากนะลูก เสียสละให้น้องไปเถิด”

“หนานหนาน ลูกมีของพวกนี้มากมายอยู่แล้ว แบ่งให้น้องบ้างจะเป็นอันใดไป”

“หนิงเออร์เองก็เสียใจ ใยเจ้าจะต้องคาดคั้นเอาความจากนางอีก!”

“เจ้ายังไม่ทันได้เข้าพิธีแต่งงาน เช่นนั้นก็เสียสละให้หนิงเออร์เสียเถิด”

“หนิงเออร์”

“หนิงเออร์”

“หนิงเออร์”

แล้วข้าต้องเสียสละไปจนถึงเมื่อใดหรือท่านพ่อ ท่านแม่...

ร่างบอบบางที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงกลางห้องค่อย ๆ หลั่งน้ำตาออกมา ทั้งที่นางกำลังหลับลึกอยู่ในห้วงของความฝัน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของห้องนอนหรูหรานี้ฝันถึงเรื่องอันใด เหตุใดจึงได้หลั่งน้ำตาออกมาจนเปียกหมอนเช่นนี้

กงเหม่ยหนานยืนมองภาพของน้องสาวขึ้นเกี้ยวแต่งงานออกจากจวน ข้างกันมีเจ้าบ่าวขี่ม้าตัวใหญ่ในชุดแต่งงานสีแดงสดงดงาม ขบวนสินสอดนั้นยาวจนไม่อาจมองเห็นท้ายขบวนได้ ช่างเป็นงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ทำไมนางถึงได้รู้สึกเศร้าเพียงนี้ น้องสาวของนางนั่งเกี้ยวเจ้าสาวหรูหราเพียงนี้ออกจากจวน นั่นไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ แต่ว่า...เหตุใดเจ้าบ่าวจึงได้ดูคุ้นตาเช่นนี้

แล้วเหตุใดข้าจึงไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวของน้องสาวเป็นผู้ใดกันเล่า

ความสงสัยมากมายประเดประดังเข้ามาในหัวของเหม่ยหนานจนนางปวดหัวอย่างรุนแรง สองมือเรียวบางยกขึ้นมากุมหัวด้วยความเจ็บปวด ปากพยายามเรียกร้องให้สาวใช้ข้างกายมาช่วยพยุงตน

แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกเสียงดังเท่าใดก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือนางเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะสาวใช้ข้างกายที่นางสนิทสนมที่สุด หรือจะเป็นท่านพ่อท่านแม่ที่ยืนอยู่ด้านหน้านางไม่ไกล เหตุใดจึงไม่มีใครได้ยินสิ่งที่นางพูด นางปวดหัวจนจะตายอยู่แล้ว เหตุใดทุกคนจึงได้ไม่หันกลับมามองนางเลยแม้แต่บ่าวไพร่

ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป ไม่มีใครรู้ว่าเหม่ยหนานกำลังเจอกับเรื่องอันใดอยู่ แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่เข้าใจ ภาพทุกอย่างที่นางเห็นนั้นไม่ปะติดปะต่อกันเลยสักนิด ราวกับว่าอยากจะให้นางเห็นอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่อาจให้เห็นได้ทั้งหมด

เฮือกกกกก

ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถพาตัวเองออกจากความฝันได้อย่างที่ต้องการ ในฝันนั้นไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอันใดกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ คือนางอึดอัด ทั้งยังคับข้องใจเป็นอย่างมาก กว่านางจะบังคับตัวเองให้ตื่นขึ้นจากความฝันได้ก็เกือบจะขาดใจตาย

หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักจนได้ยินเสียงดังออกมานอกอก เหม่ยหนานได้แต่ใช้มือทาบไปกับอกและค่อย ๆ ปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติอย่างช้า ๆ ก่อนที่ความปวดหัวที่ไม่ทราบที่มาที่ไปจะพุ่งเข้ามาโจมตีนางจนสลบลงไปอีกครั้ง

สาวใช้หน้าห้องได้ยินแต่เสียงร้องโหยหวนของเจ้านายก็แง้มประตูเข้ามาดู แต่ไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรจึงได้ปิดประตูไปดังเดิม ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว พวกนางไม่อยากรบกวนคุณหนูใหญ่ให้ตื่นกลางดึก ช่วงนี้คุณหนูของพวกนางนั้นชอบนอนละเมอกลางดึก วันนี้คงจะเหมือนทุกวันกระมัง

กว่าที่เหม่ยหนานจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เข้าเที่ยงของอีกวันแล้ว นับว่าเป็นครั้งแรกที่นางตื่นสายเพียงนี้ ด้วยความเป็นห่วง พวกบ่าวไพร่จึงได้รีบวิ่งไปแจ้งแก่ฮูหยินว่าคุณหนูใหญ่นอนหลับไม่ยอมตื่น ตัวก็ร้อนดั่งไฟ ฮูหยินจึงได้ให้พวกนางไปตามหมอมาดูอาการของคุณหนู

โชคยังดีที่คุณหนูของพวกนางตื่นขึ้นมาพอดีกับที่หมอมาถึงเรือนพอดี ท่านหมอตรวจอาการเล็กน้อยก่อนจะให้เทียบยาแล้วจากไปทันที สาวใช้อย่างพวกนี้ก็รีบกุลีกุจอไปหาสมุนไพรมาต้มให้เจ้านายกินกันวุ่นวายไปทั่วทั้งเรือน

ภายในห้องนอนโอ่อ่าของคุณหนูใหญ่ตระกูลกง กงเหม่ยหนานนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา สีหน้าและแววตาเรียบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต นางมองไปยังรอบห้องด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะค่อย ๆ หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอย่างเย้ยหยันเพียงผู้เดียว

“เหม่ยหนิง แม้เจ้าจะเป็นลูกรักของท่านพ่อท่านแม่ แต่ข้ากลับเป็นลูกรักของสวรรค์!”

ตระกูลกงมีบุตรสาวสองคน นั่นก็คือคุณหนูใหญ่กงเหม่ยหนาน และคุณหนูรองกงเหม่ยหนิง นายท่านกงและฮูหยินนั้นรักใคร่บุตรสาวทั้งสองมาก แม้จะไม่ใช่บุตรชายอย่างบ้านอื่น แต่คุณหนูทั้งสองก็เป็นที่รักใคร่ของสองสามีภรรยาจนคนในเมืองรับรู้กันถ้วนหน้า

นายท่านกงและฮูหยินรักและเอ็นดูคุณหนูรอง บุตรสาวที่มีนิสัยร่าเริงและขี้อ้อนมากเป็นพิเศษ ตอนคลอดนางคลอดก่อนกำหนด พอเกิดมาก็เลยร่างกายอ่อนแอ สองสามีภรรยาจำเป็นต้องดูแลลูกสาวคนนี้เป็นพิเศษ นานเข้าก็เริ่มเอนเอียงไปรักบุตรสาวคนเล็กมากกว่า

ส่วนบุตรสาวคนโต หาใช่ว่าจะถูกละเลยอย่างที่หลายคนคิด นายท่านและฮูหยินมักจะมอบของมีค่าและสิ่งดี ๆ ให้นางอยู่เสมอ เรื่องนี้ร้านค้าในเมืองต่างก็ยืนยันได้

…แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่าเรื่องภายในนั้นเป็นอย่างไร เหม่ยหนานค่อย ๆ ประคองร่างกายที่หนักอึ้งขึ้นมาจากเตียง ก่อนจะเรียกสาวใช้ข้างกายมาปรนนิบัติตนเองเหมือนทุกวัน

“คุณหนูเจ้าคะ อาการเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านหมอสั่งให้กินยาตามอาหาร บ่าวจะได้ไปต้มยามาถูกเจ้าค่ะ”เหม่ยหนานหันไปมองสาวใช้ที่เอ่ยถามตนเองด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว แค่อ่อนเพลียเล็กน้อยก็เท่านั้น ต้มยาบำรุงให้ข้าสักถ้วยก็พอแล้ว”เหม่ยหนานบอกออกไปตามตรง นางเพียงปวดเมื่อยและยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่เล็กน้อยก็เท่านั้น

ในระหว่างที่นางลงไปแช่น้ำในอ่าง หญิงสาวไล่สาวใช้ข้างกายออกไปจากห้องอาบน้ำ นางนั่งคิดถึงสิ่งที่ตนเองได้ผ่านมาก่อนจะน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาที่ไหลออกมาหาใช่ความเศร้าเสียใจไม่ แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความแค้น

ทั้งชีวิตนางมั่นใจว่าตนเองไม่เคยทำผิดต่อน้องสาวหรือท่านพ่อท่านแม่มาก่อน แต่เพราะเป็นเด็กที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงเช่นนั้นหรือ นางจึงได้ถูกขอร้องให้เสียสละครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนั้นหรือ

ในห้วงความฝัน เรื่องราวเลวร้ายเริ่มหนักขึ้นเมื่อวสันตฤดูย่างกรายเข้าในปีที่นางอายุได้สิบแปดปีบริบูรณ์ อากาศในเมืองอบอุ่นขึ้น ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป

ตระกูลกงจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุครบสิบแปดปีให้นางอย่างทุกปี แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังถือว่ามีเกียรติของคุณหนูใหญ่ตระกูลกงอยู่บ้าง นางต้อนรับและพูดคุยกับแขกที่มาร่วมงานในฐานะเจ้าภาพได้อย่างคล่องแคล่ว

งานเลี้ยงฉลองเต็มไปด้วยแขกตระกูลต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมงาน คนนอกมากมายย่างเท้าเข้ามาในจวน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใด ก่อนวันเกิดของนาง น้องสาวเพียงคนเดียวอย่างกงเหม่ยหนิงกลับอยากจะออกไปซื้อของขวัญให้พี่สาวถึงต่างเมืองนักหนา นางไม่รู้ว่าน้องสาวต้องการไปซื้อสิ่งใด

รู้เพียงว่าท่านพ่อท่านแม่ยอมพยักหน้าให้นางไป โดยมีคู่หมั้นของนางออกเดินทางไปด้วยกัน ทั้งสองคนสนิทสนมกันตามประสาคนพบหน้ากันบ่อยครั้ง แม้นางจะไม่ค่อยชอบใจ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ก็คนเขายืนยันนักหนาว่าไม่มีอะไรเกินเลย หากอยากจะดื้อดึงกล่าวหาทั้งสองก็คงจะกลายเป็นนางที่ตกเป็นข้อครหาว่าเป็นสตรีที่ไม่รู้จักแยกแยะ

ไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปถึงไหนกันแล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาให้เห็นหน้าเลยแม้แต่คนเดียว ท่านพ่อท่านแม่ก็ได้แต่ปลอบใจว่าอาจจะมีปัญหาระหว่างเดินทาง พวกเขาก็ส่งคนไปดูแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้

“เป็นวันพรุ่งนี้งั้นสินะ”หากนางจำไม่ผิดแล้วล่ะก็ วันพรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของนาง ที่จวนจัดงานยิ่งใหญ่เพื่อเลี้ยงฉลอง แต่กลับไร้เงาน้องสาวและคู่หมั้นในงาน

ในความทรงจำ หากพรุ่งนี้เป็นวันเลี้ยงฉลองวันเกิดของนาง แสดงว่าเมื่อวานเหม่ยหนิงและคู่หมั้นของนางอย่าง จางจงจื้อได้ออกเดินทางกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าพวกเขาจะกลับมา พวกเขาจะกลับมาทันร่วมงานเลี้ยงฉลองของนางอย่างแน่นอน แถมยังมาพร้อมกับของขวัญชิ้นใหญ่ที่นางไม่อาจปฏิเสธได้และไม่มีทางลืมลงอย่างแน่นอน

“อาการเป็นอย่างไรบ้าง พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองของเจ้า หากล้มป่วยไปคงจะแย่เอา”กงฮูหยินเอ่ยออกมาคล้ายว่าจะเป็นห่วง หากไม่ใช่ว่าเหม่ยหนานรู้ถึงจิตใจของผู้เป็นมารดาอยู่ก่อนแล้ว นางคงจะหลงเชื่อว่ามารดานั้นเป็นห่วงตนเองที่ล้มป่วยกะทันหันเช่นนี้

“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก เมื่อครู่ดื่มยาที่บ่าวเอามาให้ก็รู้สึกดีขึ้นมาแล้วเจ้าค่ะ”เหม่ยหนานที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ถูกมารดาเรียกตัวมาพบถึงที่เรือนใหญ่ ทั้งที่รู้ว่านางไม่ค่อยสบาย แต่กลับเรียกนางมาพบ ช่างน่าขันนัก

“เช่นนั้นก็พักผ่อนให้มาก ไม่รู้หนิงเออร์เป็นอย่างไรบ้าง ออกไปตั้งแต่เมื่อวาน เห้อ นางช่างดื้อซนนัก เอาล่ะ เจ้ากลับไปพักเสียเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามาดูงาน”

“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าขอตัวลา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 186

    เขายื่นสัมภาระในมือให้ข้ารับใช้ใกล้มือ ก่อนจะลงไปนอนกับทั้งสองคน ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับไปพร้อมกับลูกและภรรยา ช่างเป็นภาพที่สงบและเต็มไปด้วยความสุขเสียยิ่งกว่าอะไรก่อนจะเป็นเหม่ยหนานที่ตื่นมาก่อนใคร นางสัมผัสได้ถึงแรงหนัก ๆ ที่รัดเอวของตนเอาไว้ แต่เพียงแค่สัมผัสของเขานางก็จำได้แล้วว่าเป็นพระสวามีของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 185

    การจัดสอบคัดเลือกขุนนางในเมืองจัดขึ้นทันทีหลังจัดการขุนนางกังฉินในเมืองทั้งหลาย ขุนนางเก่า ๆ ที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าหือกล้าอืออีกต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะมีอำนาจในเมืองแล้วอย่างไร ทหารที่เดินทางมาพร้อมท่านอ๋องและพระชายานั้นนับรวมแล้วสามารถตั้งกองทัพขึ้นมาได้กองทัพหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ยังไม่รวมกับทหารใ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 184

    เพราะอย่างนั้นนางจึงได้ผูกมิตรกับข้ารับใช้ในจวนอยู่ตลอด มิเช่นนั้นนางจะไปทำดีกับข้ารับใช้และบ่าวไพร่พวกนี้ทำไมกัน คิดว่าคุณหนูเช่นนางจะลดตัวลงไปเอาอกเอาใจบ่าวไพร่ชั้นต่ำพวกนี้น่ะหรือ ฝันไปเถอะเหม่ยหนานหรือจะมองแผนการของสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ออก เมืองหลวงนั้นสุดแสนจะกว้างใหญ่ ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยงูพิ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 183

    คืนนั้นแทนที่เหม่ยหนานจะเลือกไปนอนที่โรงเตี๊ยม เสวียนอี้เสนอให้ตั้งค่ายนอนกันนอกเมือง พรุ่งนี้ช่างที่มาทุบจวนจะได้เข้ามาเริ่มทำงานกันตั้งแต่เช้า จะได้ไม่รบกวนเสี่ยวหลงตอนนอนด้วย แน่นอนว่าเหม่ยหนานเองก็เห็นด้วย นอนกลางดินกินกลางทรายกันมาสี่เดือนแล้ว อดทนเพิ่มอีกสักวันจะเป็นอันใดไปเรื่องเจ้าเมืองนี้น

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 182

    “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เราไม่ถือสา อย่างไรจวนแห่งนี้ก็ต้องรื้อแล้วสร้างใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองช่วยเป็นธุระเรื่องทำความสะอาดให้นับเป็นน้ำใจแล้ว เอาล่ะ วันนี้เรายังมีเรื่องให้จัดการอีกมาก เอาไว้ข้าจะส่งคนไปตามมาประชุมหารือเรื่องพัฒนาเมืองท่าแห่งนี้ก็แล้วกัน” ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะสร้างจวนใหม

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 181

    ขบวนรถม้าของเสวียนอ๋องและพระชายาเดินทางนานถึงสี่เดือน ระหว่างทางพวกเขาเจอเรื่องมากมาย ไม่ว่าจะโจรป่าหรือภัยพิบัติ แต่สุดท้ายขบวนรถม้าและเหล่าข้ารับใช้ที่ติดตามมาด้วยหลายร้อยคนก็เดินทางมาถึงเมืองได้ในที่สุดเจ้าเมืองท่าแห่งนี้ได้รู้ข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าเสวียนอ๋องจะมาครองเมืองท่าแห่งนี้ ด้วยราชโองการของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 64

    ในขณะที่เหม่ยหนานกำลังนั่งรอพระสวามีเข้าไปประชุมอยู่นั้น ตัวนางก็นั่งรอที่ตำหนักรับรองที่จัดเตรียมเอาไว้ นางนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าของคุณหนูอวิ๋นเข้าเสียได้ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว ท่าทางว่าจะเป็นทุกข์ไม่น้อยเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“คุณหนูอวิ๋นเองก็มารอใต้เท้าอวิ๋นเข้าประชุมหรือ” คร

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 63

    วันต่อมาวังอ๋องมีรับสั่งให้ข้ารับใช้จัดตั้งโรงทานกลางเมืองทันที ชาวบ้านคนใดเดือดร้อน คนใดไร้อาหารก็สามารถมารับได้ที่โรงทานของพระชายา อาหารที่จัดเตรียมมาก็ไม่ได้เลิศเลอเหมือนอยู่ในเหลาอาหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นอาหารที่ดูไม่ดีแต่อย่างใดซ้ำเสวียนอ๋องและพระชายายังเป็นคนแรกที่จัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในเ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 62

    “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดจึงได้ตรวจตราคนเข้าเมืองเข้มงวดเพียงนี้ เจ้าลงไปถามทหารยามดูหน่อยเถิด” เมื่อถึงรอบของตนเอง มั่วซีก็สั่งให้สาวใช้ของตนกลับลงไป ก่อนจะกลับมารายงานได้ความว่าเพราะราชสำนักประกาศเรื่องโรคระบาดออกมา ทำให้มีการสั่งคัดกรองผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ผู้ใดเข้าไปแล้วก็

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 57

    หลังจากปรับความเข้าใจกันเสร็จสรรพ เหม่ยหนานตัดสินใจว่าจะลองเปิดใจอีกสักครั้ง อย่างไรก็ดีกว่าอยู่กันแบบหมางเมินไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว บ่ายวันนั้นเลยจบด้วยการเข้าหอสร้างพยานรักกันจนฟ้ามืดอีกครั้งเหล่าข้ารับใช้ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านอ๋องโปรดปรานพระชายามาก เกรงว่าอีกไม่นานเกินรอคงจะมีท่านอ๋องน้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status