Se connecter“อุแว้!” ทั้งจวนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงดีใจจะดังขึ้นพร้อมกัน เซียวซิงเฉินตาโตทันที“น้อง น้องคลอดแล้ว เย่!”ประตูห้องเปิดออก ชิงเอ๋อร์ยิ้มกว้าง“ฮูหยินคลอดปลอดภัยเจ้าค่ะ เป็นคุณหนูน้อย!”“น้องสาว!” เซียวซิงเฉินกระโดดตัวลอย ก่อนรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันทีบนเตียง กู้ฉิงอวิ๋นอุ้มทารกตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของเด็กน้อยแดงระเรื่อ น่ารักราวกับหยกแกะสลักเซียวเฉิงเฟิงนั่งอยู่ข้างเตียง ดวงตาอ่อนโยนอย่างที่สุด เซียวซิงเฉินค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนมองน้องสาวตาไม่กะพริบ“น้องตัวเล็กมาก”กู้ฉิงอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ“เจ้าชอบน้องหรือไม่”เด็กน้อยพยักหน้าแรง ๆ ทันที“ชอบ ข้าจะปกป้องน้องเอง ข้ารักน้อง”เซียวเฉิงเฟิงยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกชาย ก่อนหันมองภรรยาและลูกสาวในอ้อมแขน สายตานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่อาจซ่อนหลังผ่านพายุเลือดมาทั้งชีวิต ในที่สุดสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุด ก็ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือการได้เฝ้ามองคนที่รัก หัวเราะอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ตลอดไปยามบ่าย… แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ไผ่เข้ามาภายในเรือนใหญ่ กลิ่นหอมของขนมถั่วแดงลอยอบอวลไปทั่วห้องบนเตียงนุ่มกลางห้อง เด็กน้อยตัวจิ๋วกำลังน
“ล้ม” กู้ฉิงอวิ๋นที่นั่งอยู่ด้านข้างอดหัวเราะไม่ได้“ลูกเหมือนท่านไม่มีผิด”เซียวเฉิงเฟิงหันไปมองภรรยา ก่อนยกมุมปาก“เจ้าแน่ใจ?” กู้ฉิงอวิ๋นถลึงตาใส่เขา“แน่นอน ซุ่มซ่ามเหมือนท่าน จำได้ไหมเมื่อหลายปีก่อน ตอนเจอนักฆ่า ท่านทำหน้าตาเหลอหลาได้ตลกมาก” เซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ เมื่อโดนภรรยาล้อ ก่อนลูบศีรษะลูกชาย จากนั้นน้ำเสียงก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ซิงเฉิน”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง“ขอรับท่านพ่อ”เซียวเฉิงเฟิงมองลูกชายด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนถามช้า ๆ“เจ้าอยากมีน้องหรือไม่” ดวงตาของเซียวซิงเฉินพลันเบิกกว้างทันที“น้อง อยากมีขอรับ อยากมีมาก ถ้ามีน้อง ข้าจะสอนน้องอ่านหนังสือ จะสอนน้องคิดบัญชี จะสอนน้องทำขนมด้วย สอนทำของกินอร่อย ๆ และข้าซึ่งเป็นพี่ชายคนโต จะปกป้องน้องเอง” ยิ่งพูด เด็กน้อยยิ่งตื่นเต้นจนแก้มแดงเซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปมองภรรยา สายตานั้นชัดเจนยิ่งนักกู้ฉิงอวิ๋นมองเขา ก่อนหรี่ตาลง แล้วทำหน้าหมั่นไส้อย่างชัดเจน“ใต้เท้าเซียว ท่านนี่นะ” เซียวเฉิงเฟิงยกมุมปาก“แล้วคำตอบเล่า” กู้ฉิงอวิ๋นมองพ่อลูกตรงหน้า ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างอ่อนโยน“ได้สิ ตอนนี้ก็มีแล้ว ดีใจไหม” เซ
“นายอำเภอเซียว หน้าท่านซีดยิ่งกว่าข้าอีก” แม้ในเวลานั้น เซียวเฉิงเฟิงก็ยังหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“ข้ายอมถูกแทงสิบครั้ง ยังง่ายกว่าดูเจ้าเจ็บหนึ่งครั้ง” ดวงตาของกู้ฉิงอวิ๋นสั่นไหวทันที มือเขาซับเหงื่อให้นางอย่างอ่อนโยน ส่งสายตาเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาแทบไม่กะพริบตากู้ฉิงอวิ๋นกัดผ้าที่ม่อหลันส่งให้เบาๆ ตอนเบ่งคลอดจะได้ไม่กัดปากตัวเองเวลาผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วยาม ทันใดนั้น เสียงร้องเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น“อุแว้!”ทั่วทั้งจวนเงียบลงชั่วขณะ ก่อนเสียงร้องยินดีจะดังขึ้นพร้อมกัน“คลอดแล้ว!”“คลอดแล้ว!”น้ำตาของกู้ฉิงอวิ๋นไหลริน เซียวเฉิงเฟิงเองก็น้ำตาไหลด้วยความดีใจเขามองทารกตัวเล็กในอ้อมแขนของม่อหลันด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนเสียงของม่อหลันจะดังขึ้น“ใต้เท้า นายหญิงให้กำเนิดบุตรชายเจ้าค่ะ”เซียวเฉิงเฟิงนิ่งงันไป จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา“ลูกชาย ข้ามีลูกชายแล้ว ขอบใจเจ้ามากฉิงอวิ๋น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามภรรยาอย่างห่วงใย และรีบรับลูกชายมาอุ้มทันทีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ นั้น ทำให้หลายคนอมยิ้ม เป็นท่าทีที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เด็กน้อยตัวเล็กแดงเถือก แก้มแดง ดวงตายั
ภายในท้องพระโรง ขุนนางนับร้อยเรียงแถวสองฝั่ง บรรยากาศเงียบกริบด้านหน้าสุด… ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยืนอยู่ในชุดสีดำทองอย่างสง่างามส่วนด้านหน้าคือ เซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋นวันนี้กู้ฉิงอวิ๋นสวมชุดสีแดงเข้มปักดิ้นทองอย่างเรียบง่าย ใบหน้างดงามสงบนิ่ง แต่ทันทีที่นางก้าวออกมา สายตาของขุนนางทั้งท้องพระโรงกลับเปลี่ยนไป ไม่มีใครกล้ามองนางเป็นหญิงโง่อีกแล้วหญิงผู้นี้ คือคนที่ช่วยองค์ชายสามลากฮองเฮาลงจากบัลลังก์ คือคนที่ช่วยสามีเปิดโปงคดีสะเทือนแผ่นดิน และคือคนที่ช่วยชีวิตอดีตฮ่องเต้เอาไว้“กู้ฉิงอวิ๋น”นางก้าวออกมา ก่อนคุกเข่าลง“หม่อมฉันอยู่นี่เพคะ”ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ“ที่ผ่านมา คนทั้งเมืองหลวงเรียกเจ้าว่าหญิงโง่ แม้แต่ราชสำนักเอง ก็เคยดูแคลนเจ้า”ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ“แต่ครั้งนี้ เจ้ากลับช่วยชีวิตเสด็จพ่อเอาไว้ ช่วยประชาชน เปิดโปงคนชั่ว และรักษาแผ่นดินเอาไว้”น้ำเสียงของฮ่องเต้หนักแน่นขึ้น“ความดีความชอบเช่นนี้ สมควรได้รับรางวัล”ขันทีหลวงรีบคลี่ราชโองการสีทองออก“รับพระราชโองการ กู้ฉิงอวิ๋น มีสติปัญญา กล้าหาญ มีเมตตาต่อประชาชน ช่วยเหลือราชสำนัก เปิดโปงกบฏ มีคุณูป
“ขอบพระทัยฝ่าบาท” ดวงตาขององค์ชายสามสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้าวลงจากแท่น ก่อนดึงเซียวเฉิงเฟิงให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง“น้องร่วมสาบานของข้า ข้าจะทำหน้าที่รัชทายาทให้ดีที่สุด” เซียวเฉิงเฟิงยิ้มอย่างจริงใจ“เช่นนั้น อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง กระหม่อมจะเอาใจช่วยเสด็จพี่” องค์ชายสามหัวเราะเบา ๆด้านหลังกู้ฉิงอวิ๋น มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนึ่งลูบหน้าท้องของตนเองเบา ๆในขณะนั้นเอง สายลมอ่อนพัดผ่านท้องพระโรง ปอยผมของนางพลิ้วไหว และในเสี้ยววินาที นางเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างนางรู้ว่าแผ่นดินนี้ กำลังเข้าสู่ยุคใหม่แล้วเสียงระฆังไว้ทุกข์ดังสะเทือนไปทั่วเมืองหลวง หลังจากแต่งตั้งรัชทายาทหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้งทั่วทั้งวังหลวงตกอยู่ในความเงียบงัน ข่าวที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด แพร่กระจายไปทั่วใต้หล้าในเวลาเพียงครึ่งวันฮ่องเต้สวรรคตกะทันหัน ภายในท้องพระโรง เหล่าขุนนางนับร้อยคุกเข่าแน่นขนัด เสียงสะอื้นดังแว่วไปทั่วตำหนักด้านหน้าสุดคือองค์ชายสาม ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ ราวกับผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน ด้านข้างคือเซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋น ทั้งสองเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ขันทีหลวงคุกเข่า
เพราะเหตุการณ์เดินไปในทิศทางอีกแบบ จึงใช้แผนนี้ไม่ได้กู้ฉิงอวิ๋นนั่งพิงอกเซียวเฉิงเฟิง มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบ“ท่านว่าเขาจะเป็นเด็กเช่นไร” เซียวเฉิงเฟิงก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“เป็นลูกของเจ้า ย่อมต้องซน” นางถลึงตาใส่เขา“เป็นลูกของท่านต่างหาก และคงเจ้าเล่ห์เหมือนท่าน” เขาหัวเราะเบา ๆ กอดนางแน่นขึ้น“ซนก็ได้ เจ้าเล่ห์ก็ได้ ขอเพียงเขาปลอดภัยก็พอ”กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ นอกหน้าต่าง พระจันทร์ส่องสว่างเหนืออำเภอชิงเหอ หลังผ่านเลือด น้ำตา และความตายมานับไม่ถ้วน ในที่สุด ชีวิตใหม่ของพวกเขาก็กำลังเริ่มต้นขึ้นคืนนั้น ทั่วทั้งชิงเหอเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินสาดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นดอกเหมยลอยอ่อน ๆ ตามสายลมยามดึกบนเตียงไม้แกะสลัก เซียวเฉิงเฟิงนอนกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ของเขาวางอยู่บนหน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นแม้หน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นยังไม่นูนชัด แต่สำหรับเขา ตรงนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตกู้ฉิงอวิ๋นซุกตัวแนบอกสามี ฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นช้า ๆ สม่ำเสมอ ไม่นาน ทั้งสองก็ค่อย ๆ หลับไปพร้อมกัน แต่ในวินาทีที่สติเลือนหาย ทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนร่างกายเบ
กู้ฉิงอวิ๋นหลุบตามองมือของเขาที่จับมือของนางเอาไว้ แววตาไหววูบเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนกลับมานิ่งสงบดังเดิม“ขอบคุณท่านมาก” เสียงของนางเบามาก สุภาพมาก และไร้พิษภัยอย่างยิ่ง แต่เซียวเฉิงเฟิงไม่เชื่อ เขาเคยเจรจากับนักธุรกิจที่ซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้มมานับไม่ถ้วน สตรีตรงหน้าแม้ดูบอบบาง ทว่าสายตากลับนิ่งสงบเกิ
“เฉิงเฟิง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่”คำว่า “แม่” ทำให้หลี่หมิงรู้สึกขนลุกเขาไม่ได้ตอบ เพียงมองนางนิ่ง ๆเซียวฮูหยินชะงักเล็กน้อย คล้ายไม่คุ้นกับสายตาเช่นนี้ของเขา ปกติคุณชายโง่ผู้นี้เมื่อเห็นนางมักตัวสั่น ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งลึก เย็นเยียบ ราวกับสามารถมอง
เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วสามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษั
กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วลูบรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา นางแสร้งโง่ แสร้งพูดช้า แสร้งเชื่อฟัง เพื่อรอวัน หลุดออกจากจวนกู้ หลังจากบิดาสิ้นก็ไม่มีใครให้อาลัยอีก นางไม่สนิทกับมารดาเลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความอึดอัดขึ้นมา แม้จะไม่ได้โดนทุบตีทำร้ายหรือทารุณกรรม แต่ก็ไร้ซึ่ง







