Teilen

บทที่ 4

บุปผาร่วงโรย
เมื่อกลับมาถึงห้องผู้ป่วย เสิ่นสืออี้ก็หายตัวไปแล้ว บนเตียงมีเพียงใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลที่มีลายเซ็นของเขาวางอยู่

พยาบาลที่อยู่ข้างๆ อธิบายว่า “เขาเพิ่งจ่ายเงินเสร็จก็รีบร้อนออกไปเลยค่ะ สงสัยคงจะมีธุระด่วน”

ฉันจ้องมองใบเสร็จใบนั้นเขม็ง ผ่านไปเนิ่นนานถึงถามเสียงเบา “ตอนเขาไป ท่าทางเขาเป็นยังไงคะ?”

พยาบาลนึกย้อนดูครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “ดูอาการไม่ค่อยดีเลยค่ะ ขอบตาแดงๆ เหมือนร้องไห้มา”

ร้องไห้?

ฉันกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นขึ้นไปอีก

เสิ่นสืออี้ ดูท่าฉันจะประเมินความรักที่คุณมีต่อเจียงอวิ๋นเหยาต่ำไปจริงๆ

“คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายตรงไหนอีกไหมคะ?”

ฉันส่ายหน้า หันไปบอกพยาบาล “ช่วยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ฉันทีค่ะ”

พยาบาลเงยหน้ามองด้วยความตกใจ “แต่ร่างกายของคุณยัง…”

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะ”

ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่ที่ยังหลงเหลือกลิ่นน้ำหอมของเจียงอวิ๋นเหยาอีกต่อไปแล้ว

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ฉันไม่ได้กลับไปที่วิลล่าของเสิ่นสืออี้ แต่กลับไปที่บ้านของตัวเอง

พอเห็นฉัน หลินเจ๋อเฟิงก็ตกใจมาก “หยวนชิง เธอไม่ได้นอนโรงพยาบาลอยู่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ?”

ขอบตาฉันร้อนผ่าว โผเข้ากอดพี่ชายเต็มแรง น้ำตาไหลรินเปียกชุ่มหัวไหล่เขา

“อ้าว น้องหยวนชิงเป็นอะไรไปเหรอจ๊ะ?”

เสียงของเจียงอวิ๋นเหยาดังขึ้นข้างหู

ฉันรีบผละออกจากอ้อมกอดพี่ชาย หันขวับไปมองเธอ “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

พี่ชายอธิบายอยู่ข้างๆ “พวกเราจัดงานเลี้ยงต้อนรับอวิ๋นเหยากันที่นี่น่ะ เธอคือนางเอกของวันนี้เชียวนะ”

ฉันสบตากับเจียงอวิ๋นเหยา แววตาของเธอเต็มไปด้วยการยั่วยุและเยาะเย้ยอย่างชัดเจน

พี่ชายลูบหัวฉัน “หยวนชิง เมื่อกี้เป็นอะไรไป? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ มีใครรังแกเธอเหรอ?”

ฉันส่ายหน้า ปาดน้ำตาออกแบบลวกๆ ตอบว่า “ไม่มีอะไรค่ะ” แล้วเดินตรงไปที่ประตู

“เอ๊ะ? จะไปแล้วเหรอ? หยวนชิง เธอเป็นอะไรกันแน่?”

พี่ชายทำท่าจะตามมา แต่เจียงอวิ๋นเหยากดมือเขาไว้ พูดเสียงเบา “เดี๋ยวฉันไปคุยกับน้องเอง นายไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิงหรอก”

เสียงรองเท้าส้นสูงดังไล่หลังมา เจียงอวิ๋นเหยาก้มลงกระซิบที่ข้างหูฉัน “น้องหยวนชิง เรามาคุยกันหน่อยไหม?”

ฉันสะบัดมือเธอออกทันควัน ตอบเสียงเย็น “เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน”

เธอไม่โกรธกลับหัวเราะออกมา “ทำไมจะไม่มีล่ะ?”

จากนั้นเธอก็ก้มลงมาพูดด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “ก็พวกเราเคยนอนกับผู้ชายคนเดียวกันนี่นา”

ร่างกายฉันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

เจียงอวิ๋นเหยาพาฉันกลับไปที่ห้องรับแขก ตรงนั้นเต็มไปด้วยเพื่อนฝูงของเธอ ทุกคนมองฉันด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

คาดว่าเจียงอวิ๋นเหยาคงบอกสถานะของฉันให้ทุกคนรู้หมดแล้ว

แต่เธอก็ยังเสแสร้งแนะนำฉันกับทุกคน “คนนี้นะคะ ก็คือขยะชิ้นนั้นที่เสิ่นสืออี้ยังไม่ได้กำจัดทิ้ง”

ได้ยินคำพูดหยาบคายนั้น ฉันตวัดสายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วคุณล่ะเป็นตัวอะไร? นักต้มตุ๋นความรักที่อยากได้เสิ่นสืออี้ด้วยวิธีเล่นตัวให้ผู้ชายวิ่งไล่ตามงั้นเหรอ?”

เจียงอวิ๋นเหยาชะงักไป เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าฉันจะกล้าสวนกลับ สีหน้าเธอดูไม่ได้ขึ้นมาทันที

แต่คนรอบข้างกลับรุมกันโจมตีฉันแทนเธอ

“นักต้มตุ๋นความรัก?”

“หึ อย่างน้อยพี่อวิ๋นเหยาก็หลอกเอาหัวใจเสิ่นสืออี้มาได้ ไม่เหมือนเธอหรอก!”

“นั่นสิ เมื่อกี้ยังร้องไห้วิ่งเข้ามาอยู่เลย น่าสมเพชชะมัด”

“มาพนันกันไหม ว่าเสิ่นสืออี้จะใช้เวลากี่วันในการเขี่ยเธอทิ้ง?”

“ฉันพนันหนึ่งวัน!”

“ฉันพนันหนึ่งชั่วโมง!”

เพล้ง!

ฉันปาแก้วในมือลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น

ทุกคนเงียบกริบทันที หลินเจ๋อเฟิงที่ยุ่งอยู่ในครัวรีบวิ่งออกมา

เจียงอวิ๋นเหยารีบก้มลงเก็บเศษแก้ว แล้วจับมือฉันถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าโดนลวกหรือเปล่า

วินาทีนั้น ฉันไม่ได้รู้สึกขยะแขยง แต่กลับรู้สึกโล่งใจ

ที่แท้ผู้หญิงที่เสิ่นสืออี้เฝ้าคะนึงหามาตลอดหลายปี ก็คือคนเจ้าแผนการแบบนี้นี่เอง

จู่ๆ ฉันก็นึกอยากรู้ขึ้นมาว่า ถ้าเสิ่นสืออี้รู้ว่าช่วงเวลาที่เขาเจ็บปวดเจียนตายจนคลุ้มคลั่งเพราะเจียงอวิ๋นเหยา แท้จริงแล้วเป็นแค่เกมปั่นหัวของเธอ เขาจะมีปฏิกิริยายังไงนะ?

แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้ว ฉันหันไปหาพี่ชาย “ได้ยินประธานเสิ่นบอกว่า พี่จะแนะนำผู้ชายให้ฉันคนหนึ่งเหรอคะ?”

เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ “ใช่สิ เขากล้าบอกเรื่องนี้กับเธอด้วยเหรอ? สองคนนี้ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย”

วินาทีนั้น ฉันอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า เราไม่เพียงแค่สนิทกัน แต่เราจูบกันทุกวัน สัมผัสร่างกายกัน และเรียกกันว่าที่รัก

แต่พออ้าปากจะพูด ฉันกลับทำได้เพียงยิ้มขื่น “เราไม่สนิทกันค่ะ”

“คนที่พี่จะแนะนำให้ ฉันตกลงนะคะ”

ฉันก้มหน้าเดินออกไป พลางกดแอดไลน์ผู้ชายคนนั้นไปด้วย

รูปโปรไฟล์ของเขาเป็นรูปวิวทะเล ดูเป็นคนรุ่นเก่าหัวโบราณมาก

ไม่นาน เขาก็กดรับเพื่อนและส่งข้อความมา

[ซ่งจื่อชิง]

ฉันมองชื่อนี้แล้วรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ถูกมือปริศนาแย่งไป

เสิ่นสืออี้โผล่มายืนอยู่ที่ประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาดูอารมณ์ไม่ดีนัก “ออกจากโรงพยาบาลแล้วทำไมไม่บอกผมสักคำ?”

หางตาเขาเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน คิ้วเขมวดมุ่น “ซ่งจื่อชิง? ฟังดูเหมือนชื่อผู้ชาย เขาเป็นใคร? ทำไมคุณไม่เคยเล่าให้ผมฟัง?”

ฉันแย่งโทรศัพท์คืนมา ไม่สนใจจะตอบคำถามรัวๆ ของเขา

ทำเพียงตอบกลับเสียงเย็น “ทีคุณยังทิ้งฉันไปโดยไม่บอกสักคำเลยไม่ใช่เหรอ?”

เสิ่นสืออี้หน้าเสีย กำลังจะอ้าปากพูด พี่ชายก็กวักมือเรียกเขา “มาได้จังหวะพอดี วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับอวิ๋นเหยา มาดื่มกันหน่อยสิ”

เขาหันไปมองเจียงอวิ๋นเหยาที่ยืนอยู่กลางวงล้อมผู้คน กัดฟันเน้นเสียงหนัก “งานเลี้ยงต้อนรับที่ผมไม่รู้เรื่อง?”

พอสังเกตเห็นบรรยากาศมาคุ คนอื่นๆ ก็รีบแก้ตัว “โธ่ พี่อวิ๋นเหยาชวนแค่เพื่อนสนิทน่ะค่ะ ประธานเสิ่นอย่าถือสาเลยนะคะ”

“ใช่ครับ อีกอย่างวันนี้เฉินเจ๋อ หวานใจของพี่อวิ๋นเหยาก็มาด้วย ขืนเชิญคุณมาคงจะไม่ค่อยดีมั้งครับ”

“หวานใจ? เฉินเจ๋อ?”

วินาทีนั้น หน้าของเขามืดทะมึนลงจนถึงที่สุด ฉันรู้แค่ว่า เสิ่นสืออี้ใกล้จะบ้าแล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยืนอยู่ตรงนี้ เขาคงพุ่งเข้าไปกระชากตัวเจียงอวิ๋นเหยามาคาดคั้นเอาคำตอบแน่ๆ

ฉันมองเขาที่โกรธจนตัวสั่น แล้วยิ้มขื่น หันไปบอกพี่ชาย “ฉันกลับก่อนนะพี่”

เพราะไข้ยังไม่ลดดี การก้าวเดินของฉันจึงโงนเงนเล็กน้อย เสิ่นสืออี้ยื่นมือมาประคองฉันโดยสัญชาตญาณ แต่พอหันไปเห็นเจียงอวิ๋นเหยา เขาก็ลดมือลงเงียบๆ

“แหม น้องสาว ดูท่าทางอาการจะยังไม่ดีขึ้นนะ ให้สืออี้ไปส่งไหม”

“ยังไงเขาก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ส่วนฉันยังต้องยุ่งรับแขกคนอื่นอีก”

เจียงอวิ๋นเหยาเดินผ่านหน้าเสิ่นสืออี้เข้ามาจับมือฉัน

ส่วนเสิ่นสืออี้หันไปมองเจียงอวิ๋นเหยา ความโศกเศร้าในแววตาคู่นั้นราวกับกระบี่คมกริบที่แทงทะลุหัวใจฉัน

ฉันส่ายหน้า “ไม่ต้องรบกวนประธานเสิ่นหรอกค่ะ”

เสิ่นสืออี้ตัวแข็งทื่อ ขยับตัวเหมือนจะตามมา แต่สุดท้ายก็หยุดนิ่ง

ท้ายที่สุด พี่ชายเป็นคนขับรถมาส่งฉันที่บ้าน ฉันนั่งพิงหน้าต่างรถเงียบกริบตลอดทาง

มีแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ เป็นเจียงอวิ๋นเหยา

เธอส่งรูปมาให้ฉันรูปหนึ่ง เป็นภาพด้านข้างของเสิ่นสืออี้นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ

[เฮ้อ เขาขี้งกชะมัด เธอยังไปไม่ทันไร เขาก็ต่อยเฉินเจ๋อไปหมัดหนึ่ง แล้วก็ลากฉันออกมาเลย]

[สงสารเพื่อนที่มาช่วยเล่นละครจริงๆ เอาไว้ฉันคงต้องหาทางชดเชยให้เขาหน่อยแล้ว]

[น้องสาว เธอนี่ยังไม่รู้วิธีกำราบผู้ชายสินะ]

[ผู้ชายเนี่ย ต้องตบหัวแล้วลูบหลัง ปั่นหัวให้เขาอยากแบบนี้ เขาถึงจะลืมเราไม่ลง]

ฉันซูมดูรูป เห็นรอยเลือดที่มุมปากเสิ่นสืออี้ คาดว่าคงได้มาจากตอนชกต่อยเมื่อครู่

“หยวนชิง ตกลงเธอเป็นอะไรกันแน่?”

พี่ชายจอดรถเทียบข้างทาง หันมามองขอบตาแดงช้ำของฉัน “วันนี้อารมณ์เธอไม่ปกติเลย บอกพี่มาซิว่าเกิดอะไรขึ้น พี่จะจัดการให้เอง!”

ฉันเม้มปากแน่น กำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้น รถปอร์เช่คันหนึ่งก็มาจอดเทียบด้านหน้ารถเรา

เจียงอวิ๋นเหยากับเสิ่นสืออี้เดินลงมาจากรถ

เขากระชากเธอลงจากรถอย่างแรง ทั้งสองคนดูเหมือนจะเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ได้จบลงด้วยการแยกย้าย

เสิ่นสืออี้ดันร่างเจียงอวิ๋นเหยาไปติดกับประตูรถ แล้วก้มลงจูบอย่างดุดัน

เขากอดเอวเธอไว้ บดจูบลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ…

ฉันนั่งดูฉากนี้เงียบๆ ร่างกายเริ่มสั่นเทา

พี่ชายเห็นฉันจ้องไม่วางตา นึกว่าฉันแค่สงสัย จึงหัวเราะออกมา “ไม่ต้องตกใจไป สองคนนั้นก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนคบกันเมื่อกี้ยังทะเลาะกันบ้านแตก วินาทีต่อมาก็ไปเปิดห้องกันแล้ว พี่ชินแล้วล่ะ”

“ไม่เจอกันตั้งนาน เจียงอวิ๋นเหยายังเก่งเหมือนเดิมนะเนี่ย เอาเสิ่นสืออี้ซะอยู่หมัดเลย”

“เอ๊ะ? หยวนชิง เธอเป็นอะไร?”

หลินเจ๋อเฟิงหันมาเห็นฉันเหงื่อแตกพลั่กก็ทำอะไรไม่ถูก ฉันกุมท้องตัวเองไว้ พูดเสียงแผ่วเบา “พาฉัน… ไปโรงพยาบาลที…”
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 16

    ฉันนอนอยู่บนเตียง ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามาที่ข้างเตียง แล้วเลิกเสื้อฉันขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติฉันเกร็งตัวขึ้นมาทันที แต่เขากลับหัวเราะ “คิดอะไรอยู่ครับ หืม?”มือของเขาลูบไล้ผ่านรอยแผลเป็นนั้น ก่อนจะเริ่มร่างภาพบางอย่างลงบนกระดาษร่างแบบ“คุณคือผลงานชิ้นใหม่ของผม”“และจะเป็นผลงานที่ผมชอบที่สุดด้วย”ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามหน้าท้องของฉัน ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายหัวใจของฉันถูกเขาปั่นป่วนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉันกดมือเขาไว้ กระชากคอเสื้อเขาดึงลงมาหาตัวเอง“ซ่งจื่อชิง ตกลงตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ?”เขาจ้องตาฉัน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าคุณเต็มใจ วินาทีถัดไปเราเป็นแฟนกันได้เลย และอีกหนึ่งปีให้หลังเราจะเป็นสามีภรรยากัน”ฉันยิ้ม สองแขนโอบรอบคอเขา แล้วประทับจูบลงไปเมื่อเห็นฉันเป็นฝ่ายรุก ซ่งจื่อชิงก็ดูตื่นตัวขึ้นมาทันทีเขากดท้ายทอยฉันไว้ บดจูบลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ จูบของเขาเหมือนกับตัวตนของเขาไม่มีผิด ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยการช่วงชิงตอนที่ผละออกจากกัน พี่ชายก็เดินเข้ามาพอดี“อุ๊ย… พี่ลืมของน่ะ.. พะ…พวกเธอต่อเลย”เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของซ่งจื่อชิงดังขึ้นที่ข้างหูฉันดึง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 15

    หลังจากที่ฉันกับซ่งจื่อชิงเปิดใจคุยกันจนความสัมพันธ์ชัดเจน ชีวิตของฉันก็ไม่สงบเงียบเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปเขามาหาฉันบ่อยขึ้น และแสดงออกกับฉันอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นการตามจีบของซ่งจื่อชิงไม่เหมือนเสิ่นสืออี้ ที่มีแต่ใช้เงินเปย์หรือพูดคำหวานเลี่ยนเขาจะยอมอดหลับอดนอนหลายคืนเพื่อช่วยฉันแก้คอนเซปต์งานออกแบบ แล้วเขียนสรุปประสบการณ์ของตัวเองเป็นเล่มออกมาให้ฉันอ่านคนเดียวเขาถึงขั้นติดตั้งกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านวิลล่าของฉัน และจัดบอดี้การ์ดมาเฝ้าหน้าประตูมากมาย เพื่อป้องกันคนบ้าบางคนแต่ต่อให้ป้องกันดีแค่ไหน ก็ยังกันความมุ่งมั่นของเสิ่นสืออี้ไม่ได้วันนั้นฉันออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งพุ่งมาเบรกกะทันหันตรงหน้าชายชุดดำหลายคนพุ่งลงมาจากรถ เข้ามาปิดปากปิดจมูกฉัน แล้วโยนฉันขึ้นรถไปอย่างรุนแรงตื่นมาอีกที ฉันก็อยู่ในบ้านที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย“ใครสั่งให้มัดมือเธอแน่นขนาดนี้ ผิวเธอแดงไปหมดแล้วเห็นไหม!”เสิ่นสืออี้เตะเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของบอดี้การ์ด แววตาเย็นชาจนแทบจะฆ่าคนได้แต่พอเขาหันกลับมามองฉัน สายตาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนแทบหยดเป็นน้ำ “หยวนชิง…”เพล้ง!ฉันคว้าแจกันข้า

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 14

    หลังจากส่งข้อความไป เสิ่นสืออี้ก็ไม่เคยตอบกลับมาอีกเลยฉันจึงโพสต์สเตตัสลงในบัญชีโซเชียลมีเดีย ตั้งค่าเป็นสาธารณะให้ทุกคนเห็น[เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสิ่นสืออี้ ไม่ต้องมาบอกฉันแล้ว เราเลิกกันแล้วค่ะ]พอลองคิดดูก็น่าขำ ฉันกับเสิ่นสืออี้ไม่เคยเปิดตัวว่าคบกัน การประกาศความสัมพันธ์ครั้งแรกกลับกลายเป็นการประกาศเลิกราหลังจากโพสต์ไปไม่นาน ผู้คนต่างพากันมากดไลก์ ในจำนวนนั้นมีแอคเคานต์แปลกหน้าอยู่คนหนึ่งซ่งจื่อชิงเขาเพิ่งสมัครบัญชีเมื่อสามนาทีที่แล้วทันใดนั้น ความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่เขาทันที เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับ ไม่เคยมีโซเชียลมีเดียใดๆ มาก่อน[นั่นมันบัญชีของท่านเทพนี่นา! หรือว่าเขากับคุณหลินจะ…][มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่คิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันมาก!]……ฉันกำลังไล่อ่านคอมเมนต์ จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพี่ชายโทรมาเขาบอกว่าเมื่อวานเสิ่นสืออี้ดื่มเหล้าหนักจนถูกหามส่งห้องฉุกเฉิน ตอนนี้กำลังกู้ชีพอยู่“หยวนชิง ได้ยินข่าวนี้แล้วเธอดีใจไหม?”ฉันก้มหน้าเงียบดีใจไหมเหรอ? ฉันคิดว่าฉันควรจะดีใจนะ ในเมื่อผู้ชายสารเลวคนหนึ่งรู้ความจริงแล้วกลับใจ เป็นจะเป็นจะตายเพื่อฉั

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 13

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้เสิ่นสืออี้กับเจียงอวิ๋นเหยาก็จะแต่งงานกันแล้วเดิมทีฉันไม่รู้เรื่องนี้หรอก แต่เจียงอวิ๋นเหยาบุกมาถึงหน้าบ้าน แล้วปาการ์ดเชิญใส่หน้าฉันด้วยตัวเองเธอหันกลับไปชนเข้ากับซ่งจื่อชิงพอดี หลังจากสบตากัน เธอก็แค่นหัวเราะออกมา“หลินหยวนชิง เธอมีรสนิยมแปลกๆ หรือไง ชอบยั่วเพื่อนพี่ชายตัวเอง?”พูดจบ เธอก็หันไปมองซ่งจื่อชิงด้วยสายตายั่วยุ “คุณซ่ง ฉันขอเตือนให้คุณตาสว่างหน่อยนะ อย่าโดนผู้หญิงคนนี้หลอกเข้าล่ะ แฟนเก่าของหล่อนก็คือคู่หมั้นของฉันนี่แหละ ตอนเลิกกันน่ะ จบไม่สวยเอามากๆ ต่อให้หล่อนโกหกว่าตัวเองท้องก็ยังรั้งเขาไว้ไม่ได้เลย”เจียงอวิ๋นเหยาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าท้อง แต่ฉันไม่ใส่ใจสักนิด เพราะมันคือเรื่องจริง และการตั้งท้องก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรใบหน้าของซ่งจื่อชิงขรึมลง เขาแค่นหัวเราะ “แล้วไงครับ?”“เก็บขยะที่คนอื่นไม่เอาแล้วมาได้ มันน่าภูมิใจตรงไหนเหรอครับ?”“แก!!”หน้าของเจียงอวิ๋นเหยาแดงก่ำทันที แต่เธอก็ไม่กล้าทำอะไรซ่งจื่อชิง“คอยดูเถอะ รอให้ฉันได้เป็นคุณนายเสิ่นก่อน ฉันรับรองว่าจะทำให้แกชื่อเสียงป่นปี้แน่!”วินาทีนั้น ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเ

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 12

    ฉันตอบตกลงรับคำเชิญของเขาเมื่อได้เห็นชุดราตรีอันวิจิตรบรรจงที่เขาส่งมาให้ ฉันรู้สึกราวกับกำลังฝันไป เรื่องราวทุกอย่างมันพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ฉันคาดคิดไว้มากแต่ฉันนึกไม่ถึงว่า เรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่ายังรออยู่ข้างหน้าฉันบังเอิญเจอเจียงอวิ๋นเหยากับเสิ่นสืออี้ในงานเลี้ยงเมื่อได้เจอฉันอีกครั้ง เสิ่นสืออี้ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูผอมลงไปมาก ดวงตาข้างที่ยังไม่หายดีสวมทับด้วยผ้าปิดตาสีดำ กลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์ลึกลับไปอีกแบบต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหน ก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอเพียงแต่ว่า ทันทีที่ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามา เขาก็ไม่ใช่จุดสนใจอีกต่อไปวันนี้ซ่งจื่อชิงสวมชุดสูทสีม่วง ตัดกับกระดุมข้อมือสีทอง ดูสูงส่งและสง่างามอย่างที่สุดสีม่วง เป็นสีที่ฉันชอบที่สุดฉันเผลอมองเขาอยู่นาน พอหันกลับมาก็สบเข้ากับสายตาของเสิ่นสืออี้พอดีเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับถูกไฟช็อต ไม่หันมามองฉันอีกแม้แต่หางตาฉันยิ้มสมเพชตัวเอง เขาคงจะรังเกียจฉันเข้ากระดูกดำแล้วจริงๆก็แน่ล่ะ ในใจเขาตอนนี้ ฉันคือคนที่ลักพาตัวแสงจันทร์ขาวของเขา แถมยัง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)การแข่งขันครั้งนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการออกแบบไม่ใช่แค่เพราะเป็นรายการที่มีมาตรฐานสูงและทรงเกียรติมากเท่านั้นแต่เป็นเพราะดิสก์ ยอมเปิดเผยใบหน้าแถมยังเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจก่อนหน้านี้ เพราะผลงานของดิสก์ กวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที ทุกคนเลยคิดว่าเขาต้องเป็นคุณปู่ผู้มากประสบการณ์แน่ๆแต่นึกไม่ถึงว่าตัวจริงของเขาจะยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ ความประทับใจแรกที่ฉันมีต่อเขาคือ เขาดูไม่เหมือนศิลปิน แต่เหมือนท่านประธานบริษัทมากกว่าชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่ง ริมฝีปากเม้มแน่น แววตาเย็นชา ดูแล้วน่าเกรงขามไม่น้อยฉันอดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าแนะนำผลงานเสร็จและทยอยลงเวทีไปทีละคน พอถึงคิวฉัน ฝ่ามือฉันก็เริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อแสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาที่ตัวฉัน ฉันเลื่อนแหวนวงหนึ่งไปตรงหน้าคณะกรรมการทุกคนนิ่งอึ้งไปทันทีเพราะนั่นเป็นแหวนที่เรียบง่ายอย่างถึงที่สุดตรงกึ่งกลางของแหวนถูกเจาะให้เป็นร่องเล็กๆ ดูเหมือนเป็นรอยร้าวรอยหนึ่งกรรมการคนอื่นๆ ต่างพากันขมวดคิ้ว มีเพียงดิสก์ เท่านั้นที่ยกยิ้มมุมปาก“นี่มันจะทำส่งเดชเกินไปหร

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status