Teilen

บทที่ 5

บุปผาร่วงโรย
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พี่ชายก็มายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ข้างเตียงแล้ว

เขาปาใบผลตรวจครรภ์ใส่ตัวฉัน “หลินหยวนชิง เด็กในท้องเป็นลูกใคร!”

ฉันเม้มปาก ขยำผ้าปูที่นอนแน่นไม่ยอมพูดอะไรสักคำ

พี่ชายคาดคั้นอยู่นานฉันก็ยังไม่ปริปาก จนกระทั่งเสิ่นสืออี้เดินเข้ามา หัวใจฉันก็กระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

“นายมาทำอะไรที่นี่?”

หลินเจ๋อเฟิงมองเขาด้วยความสงสัย

เสิ่นสืออี้ตอบด้วยสีหน้าท่าทางที่เป็นธรรมชาติมาก “ฉันได้ยินเพื่อนร่วมงานในบริษัทบอกว่าน้องสาวนายป่วย ในฐานะเจ้านาย ฉันแวะมาเยี่ยมลูกน้องก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”

พี่ชายขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้คิดมาก โบกมือไล่อย่างรำคาญ “นายออกไปก่อน ฉันมีธุระจะคุยกับน้อง”

เสิ่นสืออี้ชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษผลตรวจในมือพี่ชาย

ฉันรีบแกล้งไอออกมาดังๆ พี่ชายรีบซ่อนใบนั้นไว้ข้างหลังทันที แล้วหันไปตะคอกใส่เขา “ออกไปก่อนสิ!”

เขาลูงเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมหันหลังเดินออกไป

ในห้องผู้ป่วย เหลือเพียงฉันกับพี่ชาย

เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เด็กในท้อง เป็นลูกของใคร?”

วินาทีนั้นฉันอยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่าพ่อของเด็กก็คือผู้ชายที่เพิ่งถูกพี่ไล่ออกไปคนนั้นไง แต่ฉันจะมีสิทธิ์อะไรไปพูดล่ะ?

เมื่อกี้เขายังเรียกฉันว่าลูกน้องอยู่เลย

แถมเมื่อคืนเขายังจูบกับผู้หญิงอื่นอย่างดูดดื่มปานจะกลืนกิน

คนแบบนี้ จะคู่ควรมาเป็นพ่อของลูกฉันได้ยังไง?

ฉันยิ้มสมเพชตัวเอง แย่งใบผลตรวจครรภ์จากมือพี่ชายมาฉีกทิ้งจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“พี่ไม่ต้องถามแล้ว นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน”

หลินเจ๋อเฟิงโกรธจนหัวเราะออกมา เขาถอยหลังไปหลายก้าว “ได้ ได้เลย โตแล้วปีกกล้าขาแข็งพี่คงคุมเธอไม่ได้แล้วสินะ!”

“หลินหยวนชิง ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าเธอท้องกับใครก็ไม่รู้ที่แม้แต่หน้าก็ยังไม่เห็น เธอเคยคิดถึงผลที่จะตามมาบ้างไหม?!”

เห็นใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธของพี่ ในใจฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

สุดท้ายฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจัง “พี่คะ ให้เวลาฉันอีกหน่อย แล้วฉันจะบอกความจริงทุกอย่างกับพี่เอง”

พี่ชายมองฉันด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง สุดท้ายก็หันหลังเดินจากไป พร้อมปิดประตูเสียงดังสนั่น

เสิ่นสืออี้ที่ยืนอยู่ข้างนอกสะดุ้งโหยงกับเสียงปิดประตู เขาค่อยๆ เดินเข้ามาในห้อง “พวกคุณคุยอะไรกันเหรอ? ทำไมเขาได้ถึงโกรธขนาดนั้น?”

เห็นฉันเงียบ จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นขวับ “คงไม่ได้บอกเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราหรอกนะ… หยวนชิง ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า…”

“ฉันไม่ได้บอก”

ฉันพูดแทรกขึ้นมาอย่างรำคาญ

มาถึงขั้นนี้แล้ว เสิ่นสืออี้ก็ยังกลัวฉันจะบอกเรื่องของเรากับพี่ชายอยู่อีก

ก็แน่ล่ะสิ เขานอกใจน้องสาวเพื่อนต่อหน้าต่อตาเพื่อนขนาดนั้น เขาจะไปกล้าให้รู้ได้ยังไง

“ขอโทษนะ”

“ผมใจร้อนไปหน่อย”

เสิ่นสืออี้นั่งลงข้างเตียง ลูบหลังมือที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางของฉันด้วยความปวดใจ “คุณดูสิ ทำไมถึงรีบร้อนจะออกจากโรงพยาบาลขนาดนั้น ไข้ยังไม่ทันลดเลยแท้ๆ”

ฉันไม่ตอบคำถามเขา แต่จ้องเขม็งไปที่ลำคอของเขา มองรอยแดงจางๆ ที่ไม่ได้เกิดจากฉันรอยนั้น

เขาจับสังเกตสายตาฉันได้ ก็รีบดึงปกเสื้อขึ้นปิดทันที “ยุงกัดน่ะ ช่วงนี้อากาศร้อน”

ฉันละสายตากลับมา พูดเสียงเบา “งั้นยุงคงจะชุมน่าดูนะคะ”

ไม่อย่างนั้นบนพื้นที่ผิวหนังแค่นั้นจะทิ้ง ‘รอยจูบ’ ไว้ได้เยอะขนาดนี้เชียวเหรอ

ได้ยินคำตอบฉัน เสิ่นสืออี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาช่วยรินน้ำอุ่นให้ฉัน แล้วชวนคุยสัพเพเหระต่ออีกพักหนึ่ง

จู่ๆ เขาก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือ “ที่บริษัทมีธุระนิดหน่อย ผมต้องไปก่อนนะ เดี๋ยวผมให้แม่บ้านมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ”

เขาโกหกอีกแล้ว

เมื่อก่อน แค่ฉันข้อเท้าแพลง เขายอมทิ้งโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านเพื่อมาเฝ้าฉัน

ตอนนั้น เขาบอกว่า ฉันสำคัญกว่าเรื่องใดๆ ในโลก

แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ต่อให้ฉันจะชนะคนทั้งโลกได้ แต่มีคนเดียวที่ฉันจะแพ้ให้เสมอ คือเจียงอวิ๋นเหยา

และก็เป็นไปตามคาด หนึ่งชั่วโมงให้หลัง เจียงอวิ๋นเหยาก็โพสต์ลงหน้าไทม์ไลน์

ในรูปไม่มีหน้าของพวกเขา มีเพียงมือสองข้างที่สอดประสานกันแน่นภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง

มือคู่นั้นฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะฉันเองก็เคยจับมานับครั้งไม่ถ้วน

แคปชั่น [ครั้งนี้ อีกนานแค่ไหนถึงจะปล่อยมือนะ?]

ต้องยอมรับเลยว่า เจียงอวิ๋นเหยามีวิธีควบคุมผู้ชายที่เก่งกาจจริงๆ ไม่บอกรัก แต่กลับบอกใบ้เสิ่นสืออี้เป็นนัยๆ ว่า ถ้าเขาไม่พยายามให้มากพอ พวกเขาก็อาจจะเลิกกันได้อีก

พอกดเข้าไปดู ก็เห็นคอมเมนต์เพิ่มมาหนึ่งรายการ เป็นของเสิ่นสืออี้ มีเพียงสี่พยางค์สั้นๆ

[ไม่มีวันครับ]

ฉันยิ้มออกมา กดไลก์ให้พวกเขา แล้วแคปหน้าจอเก็บไว้

ฉันลากสังขารอันโซซัดโซเซลงจากเตียง เดินไปที่ห้องตรวจที่เพิ่งไปมาเมื่อไม่นานมานี้ ครั้งนี้ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“คุณหมอคะ เด็กคนนี้ฉันไม่เอาแล้วค่ะ”

หมอชะงักไป “คุณหลินครับ คุณคิดดีแล้วเหรอครับ?”

ฉันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ฉันคิดดีแล้วค่ะ ยังไงพ่อของเด็กเขาก็ไม่ต้องการเขาแล้ว”

หลังจากนัดหมายเวลาผ่าตัดเรียบร้อย ฉันก็เดินออกจากโรงพยาบาล เจียงอวิ๋นเหยาส่งข้อความมาหาฉันอีกแล้ว ในรูปเป็นตั๋วเครื่องบินสองใบ พวกเขาจะไปเที่ยวพักผ่อนกัน

ในเวลาเดียวกัน เสิ่นสืออี้ก็ส่งข้อความมาหาฉัน [ที่รัก ผมต้องไปดูงานต่างจังหวัดนะ จะรีบกลับมา]

ฉันยิ้มขำ

ต้องยอมรับว่าหลายปีมานี้ที่ต้องคอยโกหกปิดบังพี่ชาย ทำให้ตอนนี้เสิ่นสืออี้โกหกได้คล่องปากจนเป็นนิสัย

ฉันไม่ตอบกลับเสิ่นสืออี้ แต่เลือกตอบกลับเจียงอวิ๋นเหยา

[ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ]

พวกเขาเริ่มต้นการเดินทางของพวกเขาแล้ว ฉันเองก็ต้องออกเดินทางไปตามเส้นทางชีวิตของฉันบ้าง

ฉันกลับมาที่วิลล่า เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง นำไปเฉพาะของที่เป็นของฉันจริงๆ และทิ้งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสิ่นสืออี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานไม้แกะสลักที่เขาให้ หรือเหรียญรางวัลแข่งรถเหรียญแรกของเขา

เมื่อเก็บทุกอย่างเรียบร้อย ฉันหันกลับไปมองบ้านที่ว่างเปล่าหลังนี้ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

สถานที่แห่งนี้ พวกเราเคยหัวเราะด้วยกัน เคยพลอดรักกัน เคยบอกรักกันนับหมื่นพันครั้ง

แต่ฉัน จะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 16

    ฉันนอนอยู่บนเตียง ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามาที่ข้างเตียง แล้วเลิกเสื้อฉันขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติฉันเกร็งตัวขึ้นมาทันที แต่เขากลับหัวเราะ “คิดอะไรอยู่ครับ หืม?”มือของเขาลูบไล้ผ่านรอยแผลเป็นนั้น ก่อนจะเริ่มร่างภาพบางอย่างลงบนกระดาษร่างแบบ“คุณคือผลงานชิ้นใหม่ของผม”“และจะเป็นผลงานที่ผมชอบที่สุดด้วย”ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามหน้าท้องของฉัน ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายหัวใจของฉันถูกเขาปั่นป่วนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉันกดมือเขาไว้ กระชากคอเสื้อเขาดึงลงมาหาตัวเอง“ซ่งจื่อชิง ตกลงตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ?”เขาจ้องตาฉัน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าคุณเต็มใจ วินาทีถัดไปเราเป็นแฟนกันได้เลย และอีกหนึ่งปีให้หลังเราจะเป็นสามีภรรยากัน”ฉันยิ้ม สองแขนโอบรอบคอเขา แล้วประทับจูบลงไปเมื่อเห็นฉันเป็นฝ่ายรุก ซ่งจื่อชิงก็ดูตื่นตัวขึ้นมาทันทีเขากดท้ายทอยฉันไว้ บดจูบลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ จูบของเขาเหมือนกับตัวตนของเขาไม่มีผิด ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยการช่วงชิงตอนที่ผละออกจากกัน พี่ชายก็เดินเข้ามาพอดี“อุ๊ย… พี่ลืมของน่ะ.. พะ…พวกเธอต่อเลย”เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของซ่งจื่อชิงดังขึ้นที่ข้างหูฉันดึง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 15

    หลังจากที่ฉันกับซ่งจื่อชิงเปิดใจคุยกันจนความสัมพันธ์ชัดเจน ชีวิตของฉันก็ไม่สงบเงียบเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปเขามาหาฉันบ่อยขึ้น และแสดงออกกับฉันอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นการตามจีบของซ่งจื่อชิงไม่เหมือนเสิ่นสืออี้ ที่มีแต่ใช้เงินเปย์หรือพูดคำหวานเลี่ยนเขาจะยอมอดหลับอดนอนหลายคืนเพื่อช่วยฉันแก้คอนเซปต์งานออกแบบ แล้วเขียนสรุปประสบการณ์ของตัวเองเป็นเล่มออกมาให้ฉันอ่านคนเดียวเขาถึงขั้นติดตั้งกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านวิลล่าของฉัน และจัดบอดี้การ์ดมาเฝ้าหน้าประตูมากมาย เพื่อป้องกันคนบ้าบางคนแต่ต่อให้ป้องกันดีแค่ไหน ก็ยังกันความมุ่งมั่นของเสิ่นสืออี้ไม่ได้วันนั้นฉันออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งพุ่งมาเบรกกะทันหันตรงหน้าชายชุดดำหลายคนพุ่งลงมาจากรถ เข้ามาปิดปากปิดจมูกฉัน แล้วโยนฉันขึ้นรถไปอย่างรุนแรงตื่นมาอีกที ฉันก็อยู่ในบ้านที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย“ใครสั่งให้มัดมือเธอแน่นขนาดนี้ ผิวเธอแดงไปหมดแล้วเห็นไหม!”เสิ่นสืออี้เตะเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของบอดี้การ์ด แววตาเย็นชาจนแทบจะฆ่าคนได้แต่พอเขาหันกลับมามองฉัน สายตาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนแทบหยดเป็นน้ำ “หยวนชิง…”เพล้ง!ฉันคว้าแจกันข้า

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 14

    หลังจากส่งข้อความไป เสิ่นสืออี้ก็ไม่เคยตอบกลับมาอีกเลยฉันจึงโพสต์สเตตัสลงในบัญชีโซเชียลมีเดีย ตั้งค่าเป็นสาธารณะให้ทุกคนเห็น[เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสิ่นสืออี้ ไม่ต้องมาบอกฉันแล้ว เราเลิกกันแล้วค่ะ]พอลองคิดดูก็น่าขำ ฉันกับเสิ่นสืออี้ไม่เคยเปิดตัวว่าคบกัน การประกาศความสัมพันธ์ครั้งแรกกลับกลายเป็นการประกาศเลิกราหลังจากโพสต์ไปไม่นาน ผู้คนต่างพากันมากดไลก์ ในจำนวนนั้นมีแอคเคานต์แปลกหน้าอยู่คนหนึ่งซ่งจื่อชิงเขาเพิ่งสมัครบัญชีเมื่อสามนาทีที่แล้วทันใดนั้น ความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่เขาทันที เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับ ไม่เคยมีโซเชียลมีเดียใดๆ มาก่อน[นั่นมันบัญชีของท่านเทพนี่นา! หรือว่าเขากับคุณหลินจะ…][มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่คิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันมาก!]……ฉันกำลังไล่อ่านคอมเมนต์ จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพี่ชายโทรมาเขาบอกว่าเมื่อวานเสิ่นสืออี้ดื่มเหล้าหนักจนถูกหามส่งห้องฉุกเฉิน ตอนนี้กำลังกู้ชีพอยู่“หยวนชิง ได้ยินข่าวนี้แล้วเธอดีใจไหม?”ฉันก้มหน้าเงียบดีใจไหมเหรอ? ฉันคิดว่าฉันควรจะดีใจนะ ในเมื่อผู้ชายสารเลวคนหนึ่งรู้ความจริงแล้วกลับใจ เป็นจะเป็นจะตายเพื่อฉั

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 13

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้เสิ่นสืออี้กับเจียงอวิ๋นเหยาก็จะแต่งงานกันแล้วเดิมทีฉันไม่รู้เรื่องนี้หรอก แต่เจียงอวิ๋นเหยาบุกมาถึงหน้าบ้าน แล้วปาการ์ดเชิญใส่หน้าฉันด้วยตัวเองเธอหันกลับไปชนเข้ากับซ่งจื่อชิงพอดี หลังจากสบตากัน เธอก็แค่นหัวเราะออกมา“หลินหยวนชิง เธอมีรสนิยมแปลกๆ หรือไง ชอบยั่วเพื่อนพี่ชายตัวเอง?”พูดจบ เธอก็หันไปมองซ่งจื่อชิงด้วยสายตายั่วยุ “คุณซ่ง ฉันขอเตือนให้คุณตาสว่างหน่อยนะ อย่าโดนผู้หญิงคนนี้หลอกเข้าล่ะ แฟนเก่าของหล่อนก็คือคู่หมั้นของฉันนี่แหละ ตอนเลิกกันน่ะ จบไม่สวยเอามากๆ ต่อให้หล่อนโกหกว่าตัวเองท้องก็ยังรั้งเขาไว้ไม่ได้เลย”เจียงอวิ๋นเหยาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าท้อง แต่ฉันไม่ใส่ใจสักนิด เพราะมันคือเรื่องจริง และการตั้งท้องก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรใบหน้าของซ่งจื่อชิงขรึมลง เขาแค่นหัวเราะ “แล้วไงครับ?”“เก็บขยะที่คนอื่นไม่เอาแล้วมาได้ มันน่าภูมิใจตรงไหนเหรอครับ?”“แก!!”หน้าของเจียงอวิ๋นเหยาแดงก่ำทันที แต่เธอก็ไม่กล้าทำอะไรซ่งจื่อชิง“คอยดูเถอะ รอให้ฉันได้เป็นคุณนายเสิ่นก่อน ฉันรับรองว่าจะทำให้แกชื่อเสียงป่นปี้แน่!”วินาทีนั้น ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเ

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 12

    ฉันตอบตกลงรับคำเชิญของเขาเมื่อได้เห็นชุดราตรีอันวิจิตรบรรจงที่เขาส่งมาให้ ฉันรู้สึกราวกับกำลังฝันไป เรื่องราวทุกอย่างมันพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ฉันคาดคิดไว้มากแต่ฉันนึกไม่ถึงว่า เรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่ายังรออยู่ข้างหน้าฉันบังเอิญเจอเจียงอวิ๋นเหยากับเสิ่นสืออี้ในงานเลี้ยงเมื่อได้เจอฉันอีกครั้ง เสิ่นสืออี้ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูผอมลงไปมาก ดวงตาข้างที่ยังไม่หายดีสวมทับด้วยผ้าปิดตาสีดำ กลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์ลึกลับไปอีกแบบต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหน ก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอเพียงแต่ว่า ทันทีที่ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามา เขาก็ไม่ใช่จุดสนใจอีกต่อไปวันนี้ซ่งจื่อชิงสวมชุดสูทสีม่วง ตัดกับกระดุมข้อมือสีทอง ดูสูงส่งและสง่างามอย่างที่สุดสีม่วง เป็นสีที่ฉันชอบที่สุดฉันเผลอมองเขาอยู่นาน พอหันกลับมาก็สบเข้ากับสายตาของเสิ่นสืออี้พอดีเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับถูกไฟช็อต ไม่หันมามองฉันอีกแม้แต่หางตาฉันยิ้มสมเพชตัวเอง เขาคงจะรังเกียจฉันเข้ากระดูกดำแล้วจริงๆก็แน่ล่ะ ในใจเขาตอนนี้ ฉันคือคนที่ลักพาตัวแสงจันทร์ขาวของเขา แถมยัง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)การแข่งขันครั้งนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการออกแบบไม่ใช่แค่เพราะเป็นรายการที่มีมาตรฐานสูงและทรงเกียรติมากเท่านั้นแต่เป็นเพราะดิสก์ ยอมเปิดเผยใบหน้าแถมยังเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจก่อนหน้านี้ เพราะผลงานของดิสก์ กวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที ทุกคนเลยคิดว่าเขาต้องเป็นคุณปู่ผู้มากประสบการณ์แน่ๆแต่นึกไม่ถึงว่าตัวจริงของเขาจะยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ ความประทับใจแรกที่ฉันมีต่อเขาคือ เขาดูไม่เหมือนศิลปิน แต่เหมือนท่านประธานบริษัทมากกว่าชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่ง ริมฝีปากเม้มแน่น แววตาเย็นชา ดูแล้วน่าเกรงขามไม่น้อยฉันอดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าแนะนำผลงานเสร็จและทยอยลงเวทีไปทีละคน พอถึงคิวฉัน ฝ่ามือฉันก็เริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อแสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาที่ตัวฉัน ฉันเลื่อนแหวนวงหนึ่งไปตรงหน้าคณะกรรมการทุกคนนิ่งอึ้งไปทันทีเพราะนั่นเป็นแหวนที่เรียบง่ายอย่างถึงที่สุดตรงกึ่งกลางของแหวนถูกเจาะให้เป็นร่องเล็กๆ ดูเหมือนเป็นรอยร้าวรอยหนึ่งกรรมการคนอื่นๆ ต่างพากันขมวดคิ้ว มีเพียงดิสก์ เท่านั้นที่ยกยิ้มมุมปาก“นี่มันจะทำส่งเดชเกินไปหร

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status