LOGIN“ทำไมมึงใจร้ายกับพี่เขาจังวะ ยังไงพี่เขาก็เป็นแม่ของลูกมึงนะ” “กูรู้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นแม่ของลูกกูไม่มีวันให้เข้ามาอยู่ด้วยหรอก ทั้งที่ที่นี่กูเตรียมไว้ทำเรือนหอของกูกับปริมแท้ ๆ”
View Moreบทนำ
การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบวิ่งรอบสนามเป็นการทดสอบความทนทานทั้งรถยนต์ และนักแข่งโดยกำหนดระยะเวลาเอาไว้และใช้จำนวนรอบที่นักแข่งสามารถทำได้เป็นการตัดสิน ในตอนที่รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ จังหวะหัวใจของทั้งคนทั้งรถประสานรวมเป็นหนึ่งเพื่ออดทนไปจนถึงเส้นชัยจนกว่าเวลานั้นจะหมดลง
ในตอนนั้นพอร์ชก็วิ่งไปตามเส้นทางของตัวเองด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ทว่าคิดไม่ถึงเพียงเข้าเส้นชัยก็พบว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่เส้นชัยที่เขาต้องการเลยสักนิด...
.
.
เสียงเครื่องยนต์ด้านนอกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ อีกทั้งกลิ่นน้ำมันเครื่องและการเผาไหม้จากล้อยางก็ตลบอบอวลไปทั่วเช่นกัน นั่นคือสัญญาณของการแข่งขัน Sports Car Racing ที่ พอร์ช ชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ
"ไอ้พอร์ชทำไมมึงยังไม่เข้าไปทำสมาธิข้างในอีกล่ะวะ" วายุเพื่อนสนิทและทีมงานรวมไปจนถึงหุ้นส่วนคนสำคัญของพอร์ชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าจวนจะถึงเวลาแข่งขันแล้วแต่เพื่อนเขายังมายืนเอ้อระเหยลอยชายอยู่ข้างนอกอยู่เลย
"ก็กูตื่นเต้นนี่หว่า เยี่ยวเหนียวหมดแล้วเนี่ย พวกมึงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วหรือยังวะ" คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแต่หามิใช่การแข่งที่จะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หากแต่เป็นหลังจากที่เขาได้ถ้วยมาครอบครองแล้วต่างหาก
"ไอบีเอ็มมันจัดการทุกอย่างไว้พร้อมแล้วล่ะน่า มึงไปทำสมาธิดี ๆ เถอะเพราะถ้ามึงแพ้ไอสิ่งที่เตรียมมาก็ไม่มีความหมายแล้ว"
"ไอ้สัตว์ตบปากตามจำนวนผู้หญิงที่มึงเคยผ่านมาเลยนะ" นับเป็นคำที่ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งสำหรับวันแข่งขันของนักแข่งรถมืออาชีพเช่นพอร์ช
"โห กูตบเป็นวันก็ไม่ครบอะแบบนั้น" วายุตอบกลับทำเอาคนที่อยู่ในชุดนักแข่งสุดแสนจะเหนื่อยใจ
"นี่แหละมึงมันสำส่อนไง ไปแล้ว" ต่อปากต่อคำกับเพื่อนตัวเองพอเป็นพิธีเขาก็วางใจเมื่อรู้ว่าเพื่อนอีกคนจัดเตรียมทุกอย่างของเขาเอาไว้เรียบร้อยแล้วจึงเข้าไปทำสมาธิก่อนจะลงแข่งขันตามที่เพื่อนตัวเองแนะนำแต่โดยดี
ปัง!!
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดนับเป็นสัญญาณของการเริ่มแข่งขัน ผู้รักความเร็วจำนวนนับไม่ถ้วนต่างพากันเหยียบคันเร่งพารถคู่ใจของตัวเองทะยานไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจของความอยากเอาชนะ
การแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบ 6 ชั่วโมงโดยมีนักแข่ง 2 คนที่คอยผลัดเปลี่ยนกันขับ พอร์ชเลือกเป็นนักแข่งคนที่สองและกำลังนั่งดูสิงหานักแข่งคนแรกและเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของเขากำลังเร่งความเร็วสร้างความเป็นต่อเอาไว้ให้เขาเพื่อให้พอร์ชขับเข้าเส้นชัยในจำนวนรอบที่มากกว่าให้ได้
"ไอสิงแม่งขึ้นนำแล้วมึง งานนี้ถ้าทุกอย่างสำเร็จมึงต้องเซ่นไหว้พวกกูอย่างดีเลยนะไอ้พอร์ช" วายุพูดพร้อมทั้งดูการแข่งแบบไม่กะพริบตา
"เออ กูรู้แล้วน่า ถ้าทุกอย่างสำเร็จตามคาดกูจะสร้างศาลให้คนมาจุดธูปบูชาพวก มึงเลย"
"ไอ้สัตว์!"
"ปริมมาหรือยัง"
"มาแล้วล่ะ กำลังนั่งอยู่ในห้อง VIP ไม่ต้องห่วงมีไอ้บีเอ็มเฝ้าเอาไว้พอถึงเวลามันจะพาปริมไปที่นั่นแน่"
รอดูอยู่จวบจนครึ่งทางที่สุดก็ได้เวลาของการผลัดเปลี่ยนผู้ขับหมายเลขสองแล้ว เมื่อรถยนต์เข้ามาจอดในพิทเรียบร้อย ทีมงานทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ของตนเช่นการเปลี่ยนยางรถบ้างและปลดเซฟตี้ของนักแข่งคนแรกก่อนจะแทนที่เขาด้วยนักแข่งคนที่สองนั่นคือพอร์ช
"ไปโว้ยเพื่อน!! เอาถ้วยมาให้ได้นะ" ไม่ทันตอบกลับอะไรเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วรถยนต์คันเดิมที่มีพอร์ชเป็นผู้อยู่หลังพวงมาลัยก็แล่นออกไปตามทางออกและเข้าสู่เส้นทางในสนามแข่งอีกครั้ง
หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและหัวใจของคนที่รักในความเร็ว ทว่าวันนี้นอกจากสิ่งพวกนั้นแล้วภารกิจของเขาคือการคว้าถ้วยมาให้จงได้ เวลาผ่านไปสักพักเขายังทำเวลาและรักษาอันดับของตัวเองได้ดี กระทั่งเข้ามาสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งแล้ว...
"เย้!!!!"
เมื่อรถสปอร์ตหมายเลข 18 ทยานเข้าเส้นชัยผู้คนต่างส่งเสียงพากันกู่ร้องให้กับชัยชนะของพอร์ชและทีม มันเป็นความสำเร็จที่พวกเขาภูมิใจมากที่สุด แม้ว่าจะได้รับชัยชนะมามากมายหลายครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน
หลังจากที่พอร์ชและสิงหาขึ้นไปรับถ้วยรางวัลบนโพเดียมเรียบร้อยแล้วก็ลงมาข้างล่างและกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังจุดที่พวกเขาเตรียมเอาไว้ กระทั่งมาถึงก็พบว่าคนที่เขารอคอยยังไม่ทันมาถึงแต่ใบหน้าของเขาก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเพราะรู้ว่ายังไงเธอก็ต้องมาแน่นอน จนได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน
"คุณพอร์ชคะ..." เจ้าของชื่อหันหลังไปมองคนที่เรียกเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสก่อนจะหุบมันลงเพียงเสี้ยววินาทีเพราะว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขากำลังรออยู่
"พี่..." ชายหนุ่มคิดไม่ถึงว่าคนที่เขาไม่ได้เจอมาสักพักจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ด้วยสภาพที่ไม่ปกติเอาเสียเลย
"พี่คงไม่ต้องแนะนำตัวใช่ไหมคิดว่าเราก็น่าจะรู้จักกันแล้ว พี่มีเรื่องที่ต้องบอกพอร์ชนะ" หญิงสาวพูดทว่าเกรงว่านี่มันจะไม่ใช่เวลาชายหนุ่มจึงได้บอกปัดไปก่อน
"เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ ผมมีเรื่องสำคัญต้องทำก่อน" เพียงแต่หญิงสาวไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นเพราะว่าเรื่องของเธอก็สำคัญมาก ๆ เช่นกัน
"เดี๋ยวก่อนพอร์ช พี่พูดไม่นาน แค่ประโยคเดียวเท่านั้น" ถึงจะชั่งใจแต่พอร์ชจะเสียเวลายื้อยุดอยู่ตรงนี้ไม่ได้
"ครับ พี่มีอะไรก็รีบพูดมาเลยครับ" หญิงสาวมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดมันออกไป
"พี่กำลังตั้งท้องอยู่ นี่ก็ 7 เดือนแล้ว" พอร์ชรู้ดีเพราะว่าเธอท้องโตมาขนาดนี้ไม่ว่าใครก็มองออกทั้งนั้น เพียงแต่ประเด็นมันอยู่ตรงไหนกันเขายังไม่เข้าใจ "และเด็กในท้องคนนี้เป็นลูกของพอร์ชนะ"
"ฮะ!!" การร้องด้วยความตกใจครั้งนี้เป็นการประสานเสียงของทุกคนที่ซุ่มอยู่ตรงนั้น เพราะว่าจุดนี้คือจุดมาร์กที่พวกเขาจะทำการเซอร์ไพรส์ให้พอร์ชขอปริมเป็นแฟนด้วยถ้วยรางวัลที่เขาเพิ่งได้มานั่นเอง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นอย่างนี้ไปได้
"พี่พอร์ช..." และที่มันหนักไปกว่านั้นก็คือผู้หญิงที่เขาต้องการจะขอคบนั้นเข้ามาได้ยินเรื่องทั้งหมดพอดิบพอดีแต่ไม่ได้แสดงตัวเพราะดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันจะไม่เกี่ยวกับเธออีกแล้ว ส่วนเพื่อน ๆ ของพอร์ชก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไรต่อไปเช่นกันเมื่อเห็นว่าไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ทันอีกแล้วจึงทำได้เพียงยืนดูอยู่ห่าง ๆ ข้าง ๆ ปริมที่มาทีหลัง
"มะ หมายความว่ายังไง" ชายหนุ่มถามออกไปด้วยความสับสน เรื่องนี้เขาไม่ได้เตรียมใจมาก่อนไม่คิดว่าต้องมีวันนี้ด้วยซ้ำ และเขายังคงต้องใช้เวลาเพื่อการทำความเข้าใจเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่
"เด็กในท้องของพี่...เป็นลูกของพอร์ชจริง ๆ นะ" เธอย้ำอีกครั้งทว่านั่นทำให้ชายหนุ่มเกิดการต่อต้านขึ้นมา เขารับเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ
"ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นลูกของผม ผมกับพี่นอนด้วยกันแค่ครั้งเดียวเอง แต่พี่อยู่กับแฟนพี่ทุกวันแบบนั้นคิดว่าใครเขาจะเชื่อ พี่คิดจะมาจับผมเหรอ" ถ้อยคำแรง ๆ ถูกส่งไปถึงคนฟังนั่นล้วนแล้วแต่เป็นคำดูถูกทั้งสิ้น แต่เธอก็เตรียมใจเอาไว้มาก่อนอยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไรแบบนี้
"ที่พี่บอกนายเรื่องลูกไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องอะไรจากนายเลยนะ แค่เผื่อวันไหนที่พี่ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วลูกของเรา…เขาจะได้มีที่พึ่งเท่านั้นเอง" หญิงสาวชี้แจงเพราะว่าเธอไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบอะไรจริง ๆ
"ถ้าพี่ไม่ต้องการอะไรจากผมจริง ๆ ก็ไม่ควรมาบอกเรื่องนี้กับผมตั้งแต่แรก ให้ผมไม่ต้องรับรู้อะไรเลยยังดีซะกว่า" แต่จุดประสงค์ของเธอไม่อาจส่งต่อไปให้คนฟังได้รับรู้ ทันทีที่พูดจบแล้วพอร์ชก็เดินออกจากตรงนั้นไปไม่หันมามองคนข้างหลังอีกเลย...
"หมายความว่ายังไง ไม่ใช่ว่าเราตกลงกันไปแล้วเหรอว่าต้องอยู่ด้วยกัน 1 ปีน่ะ" พอร์ชเริ่มโวยวายอีกครั้ง"อย่าเสียงดังได้ไหม เดี๋ยวลูกตื่น" เธอพูดไปแบบนั้นทั้งที่มือก็ยังคงพับผ้าอ้อมใส่ตะกร้าไม่ยอมหยุด"นี่พี่จะทำให้ผมเดือดร้อนอีกแล้วใช่ไหม" สีฝุ่นหันมามองคนพูดด้วยความไม่สบอารมณ์ ตกลงว่าเรื่องทุกอย่างจะโยนมาให้เธอผิดทั้งหมดเลยหรือยังไง"อะไรของนายอีกพอร์ช เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก""พี่อยากให้ทุกคนมองว่าผมเลวอีกแล้วใช่ไหม ทำไมวะ ทำไมผมต้องมาเจอแต่อะไรก็ไม่รู้แบบนี้ด้วย" คนเมาค้างนั่งลงที่โซฟาข้างประตูเอามือมากุมที่หัวทำท่าเหมือนกับจะร้องไห้ก็ทำให้สีฝุ่นแอบใจกระตุกไปครู่หนึ่ง"นี่จำอะไรได้เลยเหรอ เมื่อคืนนายเมาแล้วเป็นคนไล่พวกเราออกไปเองนะ แล้วตอนนี้จะมาพูดเหมือนฉันผิดอีกเหรอ ตกลงจะเอายังไงกันแน่" พอร์ชเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่อยากจะพูดแบบนี้แต่ว่าเขาไม่สามารถให้สีฝุ่นไปจากบ้านตอนนี้ได้จริง ๆ"พี่ก็พูดเองว่าผมเมา ผมเมาก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ แล้วอีกอย่างตอนนี้ผมก็มีเรื่องเครียดตั้งมากมายดังนั้นพี่...ช่วยอยู่ต่อได้ไหมครับไม่อย่างนั้นแม่เอาผมตายแน่ ๆ " คนฟังก็นึกเห็นใจแต่ไม่ใช่ไม่โกรธหรื
ตอนที่ 6 ทำไมใจร้ายกับพี่เขาจัง"ฉันมารอรับอยู่ที่หน้าบ้านแล้วแก รีบออกมาสิ" ลูกแพรโทรไปหาสีฝุ่นที่อยู่ด้านในของบ้านหลังจากที่อีกคนขอให้เธอมาช่วยพาไปรับลูกชายที่กำลังจะออกจากโรงพยาบาลในวันนี้"กำลังลงไปรอก่อน" สีฝุ่นรีบลงไปด้านล่างด้วยสีหน้าที่แสดงความดีใจอย่างปิดไม่มิด วันนี้จะเป็นวันแรกที่เธอได้พาลูกชายตัวน้อยกลับมาใช้ชีวิตนอกตู้อบอย่างปกติ และจะได้อุ้มเจ้าตัวเล็กได้นาน ๆ อย่างที่ต้องการแล้ว "เตรียมของมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ลูกแพรเห็นของที่พะรุงพะรังก็ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้สีฝุ่นเลย"ครบแล้ว ๆ เดี๋ยวแกต้องช่วยฉันถือกลับมาด้วยนะ""อื้อ รู้แล้วล่ะน่า ก็ฉันเป็นน้าที่หลานรักที่สุดนี่น่า ไม่ยอมให้ใครมาแย่งตำแหน่งได้หรอก""บอกกี่ครั้งแล้วว่าเป็นป้าน่ะ จะมาน้าที่ไหนกัน" สองเพื่อนซี้ต่างคนต่างโต้เถียงกันไปมาเหมือนอย่างเคย ลูกแพรกลับมาจากต่างประเทศเมื่อไม่กี่วันก่อนแต่ว่ามาถึงก็เอาแต่ผูกตัวติดอยู่กับสองแม่ลูกนี่ตลอด เพราะว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้วคงไม่ได้มาเล่นด้วยแบบนี้บ่อย ๆ ดังนั้นตอนนี้จึงอยากช่วยดูแลสองแม่ลูกนี้ให้ดี"นี่แกบอกพ่อมันหรือยังเนี่ยว่
."ปริมตัดสินใจจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ พี่ว่าเราค่อย ๆ คุยกับมันก่อนก็ได้นะ ไอ้พอร์ชมันไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนั้น ถ้าคุยกันดี ๆ พี่ว่ามันต้องเข้าใจ" สิงหาเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกใจกับการตัดสินใจทำเรื่องบางอย่างของปริม"มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกพี่สิง เรื่องนี้ปริมคิดมานานแล้วค่ะพ่อกับแม่ก็อยากให้ปริมไป อีกอย่าง..." เธอเว้นช่วงไปนิดหนึ่งแต่คิดว่ายังไงทุกคนก็น่าจะรู้กันหมดแล้วจึงได้ตัดสินใจพูดความในใจและความตั้งใจจริงออกไป "ปริมจะหลบไปพักใจด้วยค่ะ"การจะมีความรักไม่ใช่เรื่องง่ายและการจะลืมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะความรักที่มันกำลังมีแนวโน้มไปได้ดีแบบนี้ ทางเดียวที่เธอจะสามารถหลุดพ้นออกจากความสัมพันธ์ซับซ้อนครั้งนี้ได้ก็คือการเดินจากไปเท่านั้นเอง"พี่เข้าใจปริมนะ พี่อยู่ตรงนี้ตลอด" เขาลูบที่หลังของเธอสองถึงสามครั้งเพื่อปลอบใจและเพียงแค่นั้นน้ำตาของหญิงสาวก็ไหลมาเป็นทาง นี่คงเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอปล่อยให้ตัวเองเสียใจกับเรื่องนี้"อึก! หื้อออ" หญิงสาวโผเข้ากอดคนตรงหน้าและปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาอย่างไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้สึกแต่เพราะเธอเป็นเหต
."มึงคลอดแต่มาบอกกูเอาป่านนี้กูก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ" ลูกแพรบ่นอุบเมื่อเพิ่งรู้ว่าสีฝุ่นคลอดแล้วแต่เพิ่งบอกกับเธอ"เอาน่า อย่าบ่นเยอะนี่หลานฟังอยู่นะเนี่ย" สีฝุ่นแพลนกล้องไปที่เด็กน้อยที่กำลังอยู่ในตู้อบและดื่มนมจากขวดอย่างสบายใจ"อุ้ย! น้องปอร์เช่หลานน้าน่ารักน่าชังจังเลยลูก เดี๋ยวอาทิตย์หน้าน้าจะรีบไปหานะคะ" เมื่อเห็นหน้าของเด็กน้อยคนปลายสายก็เปลี่ยนมาใช้ช่องเสียงที่เท่าไรก็ไม่อาจรู้ได้เลย"อาเขาเข้าใจตั้งชื่อเนอะ น่ารักมากเลย""ส่วนพ่อมันก็คงไม่ต้องพูดถึงเลยใช่ไหม ตั้งแต่คลอดนี่ถามจริงเถอะว่าเคยได้มาเยี่ยมสักครั้งบ้างหรือยังเนี่ย" ฟังแล้วก็อยากจะถอนหายใจ"ยังเลย ช่างเถอะอย่าไปพูดถึงเขาเลย เดี๋ยวฉันวางสายก่อนก็แล้วกันนะ ฉันจะกลับบ้านแล้วล่ะคืนนี้ต้องปั๊มนมเอาไว้เยอะ ๆ หน่อย"ชีวิตประจำวันช่วงนี้ของสีฝุ่นก็วนไปวนมาอยู่แบบนี้มาราวอาทิตย์กว่าแล้ว เธอย้ายเข้าไปอยู่บ้านของพอร์ชและใช้ชีวิตแบบที่แทบไม่เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าแท้จริงเขาอาจไม่ได้อยู่ที่นั่นเลยด้วยซ้ำอีกด้าน..."นั่นพี่ฝุ่นหรือเปล่าวะน่ะ มึงจอดดิ๊" วายุเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเล็กบางคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ที่ริมฟุต





