LOGINในที่สุดการเจรจาสู่ขอมู่หลันก็สำเร็จลงอย่างง่ายดาย เพราะท่านย่าไม่ได้เรียกร้องสินสอดอันใด ขอเพียงจัดมาให้สมน้ำสมเนื้อไม่ให้อับอายขายหน้ากันก็พอ และบิดามารดาของเล่อถงเองก็เอ็นดูมู่หลันไม่น้อย และพวกเขาก็ยินดีที่จะได้สะใภ้เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้นิสัยใจคอกันเช่นนี้ แถมยังไม่ต้องห่างไกลกัน เพราะจวนก็อยู่ติด ๆ กันสามารถไปมาหาสู่กันได้ตลอด
จวนทั้งสองมีประตูเล็กด้านข้างที่เปิดเข้าหากันได้ มู่หลันแต่งงานเข้าจวนสกุลจางแล้วก็กลับมาที่จวนของตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องปรับตัวอันใด ปรนนิบัติพ่อแม่สามีและท่านย่าไปพร้อม ๆ กันได้
วันแต่งงานที่หาฤกษ์ได้เร็วที่สุด ก็เกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา ที่จวนสกุลจางก็ครึกครื้นไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย เพราะทั้งจวนแม่ทัพและจวนคหบดีจางล้วนเป็นที่นับหน้าถือตาย่อมจะมีคนรู้จักมากมาย แขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างมาก ประตูเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างสองจวนถูกเปิดออก ให้บ่าวไพร่เดินข้ามกันไปมาได้สะดวก
แม่ทัพมู่หยางพาฮูหยินคนใหม่คือจินเยว่กลับมาร่วมงานได้ทันเวลา เมื่อแม่ทัพหนุ่มพาฮูหยินกลับคืนมาอยู่ที่จวนด้วยกันแล้ว ทำให้ทั้งท่านย่าและแม่นมหวังดีใจมาก เพราะอยากจะให้ทั้งสองได้คืนดีกันอยู่แล้ว ตอนนี้ท่านย่าและแม่นมหวังมีความสุขมาก ที่ลูกหลานไม่ได้จากไปไกล มู่หลันแต่งงานออกไปก็ไปอยู่ที่สกุลจางที่อยู่ใกล้กัน จะกลับมาเยี่ยมเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ส่วนที่จวนแม่ทัพ จินเยว่ก็กลับคืนมาเป็นฮูหยินอย่างที่นางควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว หากไม่มีอุปสรรคความรักนั่นเกิดขึ้นเสียก่อน
แต่บัดนี้ทุกคนให้อภัยสตรีนางนั้นแล้ว เพราะแม่ทัพหยางบอกว่านางกับบิดาก็มีบุญคุณกับกองทัพไม่น้อย พวกเขาช่วยรักษาทหารมากมายให้หายจากอาการบาดเจ็บ และช่วยให้รอดชีวิตก็หลายคน บุญคุณจึงลบล้างความผิดของนางไปเสีย เพราะฉะนั้นจึงเลิกแล้วต่อกันไป นางทำความผิดจึงเสียโอกาสรับความดีความชอบ หากนางไม่ทำเช่นนี้ป่านนี้เขาคงจะขอพระราชทานบำเหน็จให้แก่นาง เพื่อที่นางจะได้ทรัพย์สินเงินทองเอาไว้ตั้งตัว
แต่ในเมื่อนางมาทำเรื่องราวกับเขาไปเสียแล้ว แม่ทัพหนุ่มจึงไม่คิดจะทูลขอบำเหน็จให้แก่นางอีก ถือว่าเลิกแล้วต่อกันไป และพวกเขาก็ไม่ได้ข่าวคราวสตรีนางนั้นอีกเลย หลู้หนิงอันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นางไม่หวนคืนกลับมาที่จวนแม่ทัพอีก อาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าคนที่จวนนี้รู้ถึงสิ่งที่นางทำเอาไว้หมดแล้ว นางจึงได้ไหวตัวและหนีไป ไม่ยอมกลับมาอีก
ส่วนแม่ทัพมู่หยางกับจินเยว่ที่ตอนนี้มีหนังสือสมรสกับแม่ทัพมู่หยางเรียบร้อยแล้ว แต่นางบอกว่าไม่ต้องจัดการแต่งงานให้เอิกเกริกกันอีก เพียงจัดพิธีเล็กไหว้ทั้งสี่ ไม่ได้เชิญแขกเหรื่ออันใด มีเพียงญาติมิตรไม่กี่คนเท่านั้น เพราะนางไม่อยากจะให้ใครมาตั้งคำถามถึงเรื่องราวที่ผ่านมาอีก เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป บัดนี้พี่มู่หยางกลับมาเป็นคนเดิมแล้ว เพราะอดีตเขาไม่ใช่ชายเจ้าชู้ เป็นทหารที่เอาแต่หน้าที่การงาน และการออกศึก ไม่เคยมีตามองสตรีใด
แต่ที่ผ่านเป็นความพลาดพลั้งที่ใครก็มิอาจจะคาดคิด แต่เมื่อมันผ่านพ้นไปแล้วก็ให้แล้วกันไป จินเยว่แทบไม่เชื่อเลย บางครั้งนางนึกว่าตนเองฝันไป เพราะไม่คิดว่าวันหนึ่งนางจะกลับมาเป็นฮูหยินเฉิน ฮูหยินจวนแม่ทัพแห่งนี้ได้อีก ทั้ง ๆ ที่นางพยายามตัดใจลืมเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตไปแล้ว แต่วันนี้นางกับพี่มู่หยางต่างก็นั่งเคียงข้างกันในงานพิธีแต่งงานของเล่อถงกับมู่หลันสหายของพวกเขาที่ตอนนี้กลายมาเป็นสามีภรรยากันอีกคู่แล้ว
จินเยว่จ้องมองสหายรักทั้งสองในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ทั้งเล่อถงที่ดีกับนางมาเสมอ และมู่หลันที่ก็คอยช่วยเหลือนางมาตลอด ทั้งสองมีความสุขนางก็ดีใจกับพวกเขาด้วย เพราะนางเองก็พอจะรู้ว่ามู่หลันน่าจะแอบหลงรักจางเล่อถง อยู่ เมื่อเห็นพวกเขาลงเอยกันได้เช่นนี้นางก็ดีใจนัก
คู่บ่าวสาวแต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงที่ตัดเย็บอย่างปราณีตและดูก็รู้ว่าเป็นชุดแต่งงานที่มีราคาแพงเพราะตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นดีและด้วยช่างที่ฝีมือดีที่สุดของร้านผ้าไหมของสกุลจาง เครื่องประดับเนื้อตัวของเจ้าสาวก็งดงามนัก เพราะสกุลจางเป็นสกุลคหบดีที่ร่ำรวย เจ้าสาวแต่งงานไปครั้งนี้ก็เหมือนตกถังข้าวสารถังใหญ่มาก
งานแต่งงานครั้งนี้เป็นที่โจษจันยิ่งกว่างานแต่งงานครั้งไหน เพราะว่าขบวนสินสอดและสินเดิมที่เป็นขบวนยาวมาก ชาวบ้านร้านตลาดต่างก็พากันออกมาชมขบวนแห่ของเจ้าบ่าวที่เพียงแค่ขี่ม้ากับขบวนแห่ไปทั่วเมือง แล้วก็วกไปหาเจ้าสาวที่อยู่จวนที่กำแพงติดกัน บรรยากาศของงานฉลองแต่งงานนี้มีแต่ความรื่นรมย์ ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เสียงสนทนาและหัวเราะของผู้คนในงานดังขึ้นเป็นระยะ
ท่านย่าและแม่นมหวังนั้นปลื้มใจจนน้ำตาซึม ที่เห็นลูกหลานต่างมีความสุข เพราะพวกนางก็เห็นหลาน ๆ ทั้งสองคู่นี้มาตั้งแต่ยังเด็กพวกเขาวิ่งเล่นกันไปมาระหว่างสองจวนนี้ และบัดนี้พวกเขาเติบใหญ่ขึ้นมาและก็แต่งงานกัน ทำให้ผู้อาวุโสต่างก็ปลื้มใจและรอคอยที่จะเห็นเหลน ๆ ที่จะเกิดมาในอีกไม่นาน ทั้งบิดามารดาของเล่อถงก็ล้วนยินดีและปรารภเรื่องนี้กับท่านย่าและก็พากันหัวเราะอย่างเบิกบานใจที่เห็นความสุขของลูกหลาน
เรื่องราวความรักของเพื่อนเล่นในวัยเด็กที่ต่างก็เติบโตขึ้นมาและก็พบรักกัน และต่างก็ใช้ชีวิตคู่อยู่จวนข้าง ๆ กันมีบุตรหลานสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนภายในเมืองแห่งนี้ สกุลเฉินนั้นเป็นตระกูลแม่ทัพที่ก็สืบทอดตำแหน่งแม่ทัพมาอีกหลายต่อหลานรุ่น
ส่วนสกุลจางที่ก็ยังคงอยู่ข้าง ๆ กันนั้นก็สืบทอดกิจการร้านค้าผ้าไหมและร้านค้าอีกหลายร้านต่อมาอีกหลายต่อหลายรุ่นเช่นกัน นับเป็นตระกูลคหบดีที่สืบทอดกันต่อมาอีกหลายรุ่น
ส่วนแม่ทัพเฉินมู่หยางและจินเยว่ต่างก็ครองรักกันอย่างผาสุกตราบจนแก่เฒ่า และแม่ทัพเฉินมู่หยางไม่เคยมีสตรีใด นอกจากจินเยว่ตราบจนตลอดชีวิตของพวกเขา
ส่วนคหบดีจางเล่อถงกับมู่หลันก็เช่นกัน พวกเขาครองรักกันอย่างมีความสุข และมู่หลันก็่ช่วยสามีดูแลกิจการร้านผ้าไหม และเป็นคู่คิดของเขามาจนตลอดชีวิต และคหบดีจางก็เช่นเดียวกับแม่ทัพมู่หยาง เขาไม่เคยมีสตรีอื่นใดนอกจากมู่หลันภรรยาคนแรกและคนเดียวจนตลอดชีวิต เพราะมู่หลันขู่เขาว่าหากเขากล้ามีบ้านเล็กบ้านน้อยเมื่อใด
นางจะจัดการเจ้าลูกชายแสนรักของเขาให้เป็นอาหารของห่านที่นางเลี้ยงเอาไว้หลังบ้านในทันที และนั่นคือประโยคที่ทำให้ครั้งใดที่มีสตรีเข้ามาวอแวท่านคหบดีจางผู้ที่ยิ่งมากวัยก็ยิ่งภูมิฐานครั้งใด เขาก็มักจะนึกถึงประโยคนี้ของภรรยาขึ้นมาทุกครั้งไป และนั่นจึงทำให้ชีวิตครอบครัวของพวกเขาราบรื่นตลอดมาและดำเนินไปตราบจนชั่วชีวิตของพวกเขา
จบบริบูรณ์ค่ะ
ด้วยรัก จากนักเขียนค่ะ
ในที่สุดการเจรจาสู่ขอมู่หลันก็สำเร็จลงอย่างง่ายดาย เพราะท่านย่าไม่ได้เรียกร้องสินสอดอันใด ขอเพียงจัดมาให้สมน้ำสมเนื้อไม่ให้อับอายขายหน้ากันก็พอ และบิดามารดาของเล่อถงเองก็เอ็นดูมู่หลันไม่น้อย และพวกเขาก็ยินดีที่จะได้สะใภ้เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้นิสัยใจคอกันเช่นนี้ แถมยังไม่ต้องห่างไกลกัน เพราะจวนก็อยู่ติด ๆ กันสามารถไปมาหาสู่กันได้ตลอด จวนทั้งสองมีประตูเล็กด้านข้างที่เปิดเข้าหากันได้ มู่หลันแต่งงานเข้าจวนสกุลจางแล้วก็กลับมาที่จวนของตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องปรับตัวอันใด ปรนนิบัติพ่อแม่สามีและท่านย่าไปพร้อม ๆ กันได้วันแต่งงานที่หาฤกษ์ได้เร็วที่สุด ก็เกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา ที่จวนสกุลจางก็ครึกครื้นไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย เพราะทั้งจวนแม่ทัพและจวนคหบดีจางล้วนเป็นที่นับหน้าถือตาย่อมจะมีคนรู้จักมากมาย แขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างมาก ประตูเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างสองจวนถูกเปิดออก ให้บ่าวไพร่เดินข้ามกันไปมาได้สะดวกแม่ทัพมู่หยางพาฮูหยินคนใหม่คือจินเยว่กลับมาร่วมงานได้ทันเวลา เมื่อแม่ทัพหนุ่มพาฮูหยินกลับคืนมาอยู่ที่จวนด้วยกันแล้ว ทำให้ทั้งท่านย่าและแม่นมหวังดีใจมาก เพราะอยากจะให้ทั้งสองได้
ตอนแรกมู่หลันเม้มปากของนางเอาไว้แน่นไม่ยินยอมให้เจ้าคนร้ายกาจนั่น สอดลิ้นสากที่ไล้เลียริมฝีปากของนางอยู่เข้าไปในปากจิ้มลิ้มของนางอย่างเด็ดขาด แต่แล้วเพียงไม่นาน มู่หลันก็เคลิบเคลิ้มยอมเผยอริมฝีปากอิ่มของนางให้ลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของเล่อถงเข้ามาชิมความหวานในปากของตนเอง ทั้งยังเข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็กแสนนุ่มนิ่มของนาง จนร่างงามสั่นสะท้านไปหมด ในที่สุดก็ไร้เรี่ยวแรงเอนกายพิงอกแกร่งของเขาอย่างเต็มใจเพราะที่จริงแล้วภายในใจของมู่หลันนั้น แทบจะเต้นระบำรำฟ้อน เพราะนางหลงรักจางเล่อถงมานานแล้ว แต่เขาไม่เคยสนใจนางเลย เอาแต่ตามติดจินเยว่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางกับพี่ใหญ่รักกัน เขาไม่เคยหันมามองมู่หลันเลยสักครั้ง จนนางเคยน้อยใจว่านางไร้ความงามจนถึงขนาดที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยหรือ แม้นางจะรักจินเยว่มาก แต่นางก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ว่าเหตุใดสหายวัยเด็กที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆทั้งพี่ใหญ่ ทั้งเล่อถง เอาแต่ตามติดและคอยเอกอกเอาใจแต่จินเยว่ นางเหมือนไร้ตัวตน พี่ใหญ่นั้นนางไม่ว่าอะไรเพราะนางเต็มใจที่จะได้จินเยว่เป็นพี่สะใภ้ แต่เล่อถง บุรุษไร้หัวใจผู้นั้น ไม่เคยมองมาที่นางเลย แม้นางจะเฝ้าปรุงแต่งโฉมเพ
หนิงอันเชื่อตามสัญชาตญาณของตนเองว่าสาวใช้นางนี้ไม่ได้พูดปด จึงพยักหน้าแล้วก็ตัดสินใจก้าวกลับขึ้นไปบนรถม้า แล้วบอกกับคนขับว่านางจะว่าจ้างให้ไปส่งที่เมืองใกล้ชายแดนแทน ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของนาง คนขับรถพยักหน้า แล้วหนิงอันก็ก้าวกลับเข้าไปในรถม้าตามเดิม เมื่อทรุดนั่งลงแล้ว นางก็เปิดผ้าม่านข้างรถม้าออกจ้องมองไปที่จวนแม่ทัพเฉินเป็นครั้งสุดท้าย แม้นางจะรักชายผู้นั้นมาก แต่นางเองก็รู้แก่ใจว่าเขาไม่ได้รักนาง เพียงแต่นางใช้ยาเสน่หารัญจวนเพื่อชักจูงจิตใจเขาเท่านั้น แต่หากมันหมดฤทธิ์ไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพบหน้ากันอีกเพราะเขาไม่ได้รักนางด้วยหัวใจที่แท้จริงของเขา แต่มันคือการบังคับเขาด้วยฤทธิ์ของยาพิษ มือบางขอหนิงอันปล่อยผ้าม่านลงให้มันปิดสนิทดังเดิม แล้วก็นั่งเอนกายพิงรถม้าแล้วก็หลับตาลงอย่างปลงกับชีวิตที่พลิกผันของตนเองแล้วตัดสินใจว่าอย่างน้อยนางก็ไม่ถูกโทษทัณฑ์ ไปจากที่นี่แล้วไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองอื่น อย่างน้อยนางพอมีวิชาแพทย์และความรู้เรื่องสมุนไพรติดตัวอยู่บ้าง คงจะพอใช้มันเลี้ยงชีพได้ หนิงอันหลับตาลงน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้มของนาง นางยกมือขึ้นเช็ดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็วและสลัดความคิดค
แม่ทัพหนุ่มเหยียดยิ้ม แล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างหน้าตาเฉยว่า“บังเอิญข้า มีความชอบไม่เหมือนผู้อื่นเสียด้วย ข้าชอบมีอะไรกับคนที่เกลียดข้า มันสะใจดี ข้าไม่ชอบคนที่ชอบข้า เกลียดกันก็มีอะไรกันได้ไม่จำเป็นต้องรักกัน อย่างที่เจ้าก็เห็นเมื่อคืนนี้ด้วยตนเองแล้ว ว่ามันสุขสมเพียงไร เจ้าก็เตรียมตัวเป็นนางบำเรอข้าเช่นนี้ หากข้าอยากนอนกับเจ้าเมื่อใดข้าก็จะมาหา แต่เจ้าอย่าหวังจะได้พบบุรุษที่ไหนอีกเลย ข้าจะให้องครักษ์เฝ้าเจ้าไว้ไม่ให้ออกนอกจวนเด็ดขาดข้าจะสั่งให้บ่าวจับตามองเจ้าทุกฝีก้าว เจ้าอยากได้อะไรก็บอกสาวใช้ก็แล้วกัน ข้าจะให้พ่อบ้านหาไว้รับใช้เจ้าสักคน แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าออกไปจากจวนเด็ดขาด ข้าจะบอกผู้อื่นว่าเจ้าเป็นเมียข้า แต่แท้จริงแล้วเจ้ามีฐานะเป็นเพียงนางบำเรอของข้าเท่านั้น พอใจเจ้าหรือยังเล่า”แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน เมื่อง้องอนดี ๆ แล้วไม่ยอมคืนดีสักที ไม่ยอมรับว่าเป็นฮูหยินของเขา เช่นนั้นก็เป็นนางบำเรอก็ได้ แต่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเมียเหมือนกัน และเขาจะไม่ยอมให้นางหนีไปมีบุรุษใดได้อีก อย่าคิดฝันว่าจะได้สมหวังกับเจ้าเล่อถงนั่นเลย ข้ารู้นะว่ามันหลงรักเจ้า มันถึงยอมทุ่มเทช่วยเจ้
แม่ทัพหนุ่มก็ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เพราะเขาสะกดกลั้นความต้องการของตนมานานแล้ว เพราะต้องการสั่งสอนภรรยาแสนดื้อเช่นนาง เขายกสะโพกหนาขึ้นเสยเข้าหานางแล้วเร่งความเร็ว ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ เป็นบดขยี้ ถี่ยิบและเน้นหนัก ขึ้นหานางจนกระทั่งแตกระเบิดพร่างพรายไปด้วยกันอีกครั้งแล้วพลิกร่างอวบอิ่มของนางลงด้านล่าง แล้วก็สอดอาวุธคู่กายของเขากลับเข้าไปอีกครั้ง แล้วโยกขย่มนางอย่างเร่าร้อน เร่งกระแทกกายแกร่งเข้าสุดออกสุด และบดขยี้อย่างเน้นย้ำทุกจังหวะที่โจ้นจ้วง ตอกย้ำแรง ๆ ถึงความมีตัวตนของตนเอง ดังจะย้ำเตือนกับนางว่าเขาคือสามีของนาง สามีที่ยังรักนาง โหยหาและต้องการนางสุดหัวใจ“เยว่เอ๋อ โอ้วววว โอ้ววว เยว่เอ๋อ ยอดรักของข้า เจ้าคือภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของข้า ข้ารักเจ้า โอ้ววว โอ้ววว”แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางเรียกสตรีในหัวใจด้วยเสียงแหบพร่าดุจโหยหานางเหลือเกิน บั้นเอวสอบโยกไหวรัวเร็วและถี่ยิบแต่สิ่งที่นางตอบสนองเขาก็คือ “อ๊าย อ๊ะ อ๊ะ ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียด อ๊าย อ๊ะ”แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มน้อย ๆ ที่นางบอกว่าเกลียดเขา เขาจึงยิ่งกระแทกเข้าออกแรงขึ้นอีก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องน้อยนั้น เตียงสี่เสาหลังใหญ่ในห้
“ อ๊าย ข้าเจ็บ อย่านะ ไม่ อย่าทำเช่นนี้ ไม่….. ” นางดิ้นรนไปมา พยายามจะดิ้นหนีออกไปให้ไกลจากการรุกรานของเขาแต่แล้วก็พบว่าข้อมือตนเองถูกมัดติดกับหัวเตียง นางกรีดร้องเสียงดังยิ่งขึ้นเพราะตกใจ ที่อยู่ ๆ ก็ตื่นมาพบว่าตนเองถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ และนอนแผ่กางแขนและขาอยู่บนเตียงในห้องที่ใดก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ห้องพักห้องเล็กที่อยู่บนร้านผ้าไหมแน่ ๆ “ ช่วยด้วย อย่านะ ท่านแม่ทัพ อย่านะ อย่า อ่่าาา อ่าาาาห์ ” เมื่อเขาสอดนิ้วเข้าไป เขาพบว่ามันแห้งสนิทและคับแน่นยิ่งนัก นิ้วแกร่งของเขาแทบจะดันเข้าไปไม่ได้ เขายกยิ้มพอใจ นางยังมิได้ถึงกับมีอะไรกับเจ้าจางเล่อถงนั่น ตอนนี้เขาสบายใจขึ้นมากเพราะลงมือพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ว่านอกจากเขาแล้วยังมิมีชายใดมากล้ำกลายนาง ถ้าเช่นนั้นวันนี้จะต้องตอกย้ำความเป็นสามีของนาง เพื่อให้นางรู้ว่านางมีเจ้าของแล้ว และเขาจะไม่ยอมให้นางหนีเขาไปได้อีกเป็นอันขาด เขาจะขังนางเอาไว้ที่จวนของสหายของเขาที่เมืองหนิงโจวแห่งนี้ เพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครจะติดตามทั้งเขาและนางมาได้ ที่นี่เป็นจวนของสหายของเขา ที่เขาส่งจดหมายไปขอยืมเพื่อจะพำนักชั่







