Mag-log in"ผมจะไม่จากพี่ไปไหน เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเลยนะ ผมจะอยู่กับพี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"นายไม่รู้อบทรักแสนหนักหน่วงดำเนินนานหลายนาที ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกจับเปลี่ยนท่าใหม่ให้ขึ้นมาอยู่ด้านบนเป็นฝ่ายบังคับเกมรักในครั้งนี้แทน"ขยับแบบนั้นแหละ...อ๊าส์...ดี""อ๊ะ...ไม่ไหวแล้ว...อื้ม"ร่างเล็กที่อยู่ด้านบนเริ่มหมดแรง ดวงตาสวยปรือจวนจะหลับเต็มที ในขณะที่เธอเสร็จสมไปหลายครั้งหลายหน แต่กรัณย์ยังไม่มีท่าทีจะปลดปล่อยเสียทีจนเธอฝืนทำต่อไม่ไหวอีกแล้ว"เหนื่อยแล้วเหรอครับ" สะโพกสอบหยุดสวนกระแทกแล้วเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เริ่มปวกเปียกเต็มที"อื้อ..." พริมาพยักหน้าแทนคำตอบ คอเธอแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียงจะพูดคุยกับเขาได้"ถ้างั้นเดี๋ยวผมทำให้นะ...อ๊าส์"หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้น ไม่ได้รู้สึกโล่งใจแม้แต่นิดเดียว เธอหมดแรงต่อต้านความเอาแต่ใจของเขาแล้ว ตอนนี้ต่อให้เขาจับเธอพลิกเปลี่ยนท่าขนาดไหนก็ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น"พี่พิม...อ๊าง...ซี้ด" ร่างหนายังโหมอัดรัวๆ ใส่ร่างเล็กที่นอนนิ่งจนหัวสั่นหัวคลอนตามแรงกระแทกกระทั้นที่เขามอบให้กรัณย์อาศัยจังหวะตอนที่อีกคนกำลังเบลอๆ เร่งจังหวะถี่ยิบแล้วแช่แก่นกายค้างไว้สักพักก่อนจะฉีดพ่นน้ำสีขา
ใบหน้าหล่อคมค่อยๆ โน้มมามอบจุมพิตแสนอ่อนโยนให้เธอ พริมาสัมผัสได้ถึงความทะนุถนอมที่กรัณย์มีให้จนโอนอ่อนไปกับจูบของเขา ริมฝีปากบางเผลอจูบตอบอย่างลืมตัว ทว่าต่อให้รู้ตัวก็คงไม่มีทางปฏิเสธการกระทำของเขาได้"ไปที่ห้องกันนะ" ว่าจบก็รีบตวัดอุ้มคนตัวเล็กพาเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนอนกว้าง ไม่รอให้อีกคนได้เอื้อนเอ่ยคำใดเสียก่อนร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างเบามือก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งมือมาลูบไล้กายของเธอ แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อยืดตัวสวยออกช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน"อ๊ะ" เสียงหวานร้องตกใจเมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าบนตัวของเธอกรัณย์เงียบไม่พูดไม่จาสักคำ เขากำลังตั้งอกตั้งใจกับการพินิจพิจารณากายขาวเนียนของคนตรงหน้าชนิดที่ว่าตาไม่กะพริบ ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันแววตาจ้องมองเธออย่างหื่นกระหาย แต่ก็พยายามข่มใจเอาไว้"อย่าจ้องแบบนั้นสิ""ก็พี่สวยนี่" คำตอบแบบตรงไปตรงมาของกรัณย์ทำให้พริมาเบือนหน้าหลบสายตาไม่ให้เขาเห็นว่าเธอกำลังเขิน"รีบทำสักที""อย่าใจร้อนสิครับ ของแบบนี้รีบร้อนได้ที่ไหนกัน" แม้ในใจอยากจะกระโจนเข้าใส่เธอเหลือเกิน แต่ก็ไม่อย
"ผมจะไม่จากพี่ไปไหน เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเลยนะ ผมจะอยู่กับพี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น""นายไม่รู้อนาคตนายก็พูดได้นี่""ต่อให้ผมไม่รู้อนาคต แต่ผมก็รู้ใจตัวเองนะ""...นายไม่เข้าใจหรอก" ความกลัวของพริมาคือกลัวการสูญเสียคนที่รักและผูกพันพริมาเคยเข้ารับการรักษาจิตใจอยู่ระยะหนึ่งจนดีขึ้นแต่ก็ยังกลัวที่จะมีความสัมพันธ์กับใครแบบใกล้ชิด ทำให้เธอพยายามเว้นระยะห่างจากทุกคน ไม่สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษยกเว้นกับราเชนที่รายนั้นเข้าใจและเข้ามาทำความสนิทกับเธอก่อนทว่ายังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เคยบอกใคร แม้แต่กรัณย์ก็ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อนนั่นคือ...หลังจากเธอบอกเลิกกับเขาและย้ายตามครอบครัวไปอยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้นเธอเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองตั้งครรภ์ แม้จะไม่รู้ว่าท้องได้อย่างไรในเมื่อป้องกันมาตลอด แต่เพราะสถานการณ์ของที่บ้านกำลังย่ำแย่เธอจึงบอกพ่อแม่ไม่ได้ ไม่นานผู้เป็นพ่อก็จากไป พริมากลายเป็นเสาหลักครอบครัวต้องดูแลแม่ที่ป่วยและตรอมใจ ความเครียดเริ่มสะสมอีกทั้งร่างกายยังพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เด็กในท้องหยุดการเจริญเติบโต เป็นเหตุให้เธอเสียลูกไปโดยที่เคยมีใครรู้ว่าเธอ
หลังเหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งกรัณย์และพริมาก็แทบไม่ได้คุยกันอีกเลย เธอทำหน้าที่ตามที่เคยบอกไว้ทั้งพยาบาลจำเป็นและยังเป็นคนช่วยปลอยประโลมความเหงาให้เขาในตอนกลางคืน แต่พอจบกิจกรรมก็ต่างหันหลังใส่กันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผ่านมาแล้วสามวัน ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม"พี่พิม..." เสียงทุ้มกำลังจะพูดต่อแต่พอเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของอีกคน คำพูดก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมด"ข้าวอยู่บนโต๊ะ รีบกินซะจะได้ไปโรงพยาบาล" พริมาเอ่ยบอกโดยไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ เธอก็แค่ทำหน้าที่ของตนเองไม่ให้ขาดตกบกพร่องเป็นพอ"อืม" ตอบรับแค่สั้นๆ พร้อมใบหน้าสลดบรรยากาศในห้องชวนอึดอัดเสียยิ่งกว่าการถูกขังอยู่ในห้องแคบที่มืดสนิท ทั้งห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงช้อนกระทบจานขณะรับประทานอาหาร ช่างเป็นมื้ออาหารที่เหงาเหลือเกิน"ฮัลโหลค่ะพี่ตุ๊ก ไฟล์ที่ส่งมาพิมตรวจแล้วนะคะ แต่ยังมีส่วนที่ต้องแก้ด้วยค่ะ" เสียงหวานคุยกับคนในสายซึ่งเป็นบรรณาธิการที่ดูแลเรื่องรูปเล่มของเธอ"ค่ะ เดี๋ยวพิมแก้แล้วส่งให้ใหม่ไม่เกินวันพรุ่งนี้ค่ะ""ถ้าพี่ไม่ว่างเดี๋ยวผมไปเองก
สองชายหนุ่มมองหน้ากันตาขวาง ต่างฝ่ายต่างดูออกว่าอีกคนคิดอย่างไรกับพริมา พวกเขาเป็นผู้ชายเหมือนกันมีหรือจะแยกไม่ออก ยิ่งพอมีคู่แข่งก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้น ทำให้ทั้งคู่ไม่ยอมแพ้กัน"คุณกายดูเด็กอยู่เลยนะครับ ปีนี้อายุเท่าไหร่เหรอครับ" แทนไทเริ่มเปิดประเด็นถามเรื่องอายุด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแถมยังเน้นคำว่าเด็กเสียงดังฟังชัด"อายุมันไม่สำคัญไม่ใช่เหรอครับ แล้วคุณล่ะครับอายุเท่าไหร่ ถ้าให้เดาคงสักสี่สิบหรือเปล่าครับ""ผมสามสิบครับ สงสัยผมจะดูเป็นผู้ใหญ่ใช่ไหมเนี่ยคุณถึงเข้าใจผิด""อ๋อเปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่าหน้าแก่เกินวัย" กรัณย์ตอบออกมาด้วยใบหน้านิ่งๆ พลางยักคิ้วไปหนึ่งที"กาย!" พริมารีบปรามคนข้างๆ ทันควันที่เขาเสียมารยาทกับนักเขียนในดวงใจของเธอ"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณพิม คุณกายยังเด็กอาจจะพูดอะไรไม่ทันคิดน่ะครับ" แทนไทยังเน้นคำว่าเด็กให้ได้ยินชัดๆ ชวนให้กรัณย์นึกโมโห"อายุน้อยกว่าแล้วไงวะ""กาย หยุดนะ" คนตัวเล็กฉุดแขนเขาให้นั่งลงเมื่อกรัณย์ทำท่าเหมือนจะโจมตีใส่แทนไท"ดูท่าผมคงทำให้คุณกายไม่พอใจสินะครับ ต้องขอโทษด้วยครั
นักเขียนสาวเริ่มทำงานที่คั่งค้างไว้ ที่ต้องหอบงานมาทำนอกสถานที่ก็เพราะเธอคงทำงานไม่ได้หากต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับกรัณย์ จะให้กลับไปทำที่ห้องของตนเองก็เงียบไปจนคิดงานไม่ออกเพราะมัวแต่คิดถึงหน้าเขา ที่เดียวที่จะช่วยให้สมองเธอแล่นได้คงมีแต่คาเฟ่แห่งนี้"อัปรูปสักหน่อยดีกว่า"พริมาจัดแจงพื้นที่สำหรับเขียนงาน ซึ่งร้านก็มีโซนสำหรับความเป็นส่วนตัวไว้ให้ลูกค้าที่ต้องการทำงาน เธอถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้านก่อนจะอัปลงโซเชียลตามที่เคยทำโดยไม่ได้คิดว่าเป็นการบอกพิกัดใคร เพราะส่วนมากก็มีแค่คนรู้จักเท่านั้นที่ติดตามคนตัวเล็กนั่งทำงานพลางจิบกาแฟและกินขนมเค้กที่สั่งมาไปพร้อมกัน ชีวิตนักเขียนของเธอต้องแข่งกับเวลาอยู่พอสมควรหากหัวไม่แล่นเธอก็ไม่สามารถบรรจงเขียนออกมาได้ การเขียนแต่ละเรื่องจึงต้องใช้สมาธิและจินตนาการให้ได้มากที่สุด"อ้าว! คุณพิม" เสียงทักทายของผู้มาใหม่เรียกให้พริมาสนใจเขา"คุณแทน" พริมาเงยหน้าจากโน้ตบุ๊กขึ้นมองตามเสียงที่เรียกชื่อเธอ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินที่นักเขียนในดวงใจของเธอก็มาร้านนี้ด้วยเช่นกัน"บังเอิญจังเลยนะครับ ไม
พอถึงเวลาบ่ายโมงนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์เดินออกจากตึกคณะเพื่อไปที่อื่นต่อ บางคนมีงานต้องไปทำ บางคนอาจจะมีเรียนต่อ หรือบางคนนัดกับคนรักเอาไว้"แหมๆ ช่วงนี้แฟนเด็กมารับ มาส่งทุกวันเลยนะ" เพื่อนในกลุ่มพากันแซวเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดมัธยมนั่งรอพริมาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่"แฟนเด็ก
สี่ปีก่อนหน้านี้...สองครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกัน แต่กลับอยู่บ้านข้างกันมีเพียงรั้วสูงแค่อกเท่านั้นที่กั้นเอาไว้ สองบ้านไม่ถูกกันด้วยเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ เพราะเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ถ้าถามว่าทำไมเธอไม่ย้ายบ้านหนีคำตอบของพวกผู้ใหญ่ก็คงบอกว่าจะย้ายทำไมในเมื่อนี่เป็นบ้านของเรา
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันกลับหลังเจรจาเรียบร้อย ราเชนอาสาไปส่งเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธเพราะมีที่ที่ต้องไปก่อนกลับคอนโดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านอาหารขาเรียวสวยเลี้ยวเข้าร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เธอจึงเดินเท้ามาแทนการนั่งรถประจำทางเพื่อ
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมคาย สันจมูกเด่นชัดรวมถึงสันกรามที่เข้ากับรูปหน้าอย่างไม่มีที่ติ บุคคลิกของเขาคือหนุ่มขี้เล่น ยิ้มเก่ง คอยแจกความสดใสให้กับคนรอบข้าง แต่ความจริงแล้วเขานั้นร้ายยิ่งกว่าซาตาน"โอ๊ย! บอกว่าไม่รับงานแล้วไง" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์กระชากอย่างไม่พอใจก่อนจะโยนเอกสารในมือทิ้งลงพื้







