LOGIN![คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
พิธีวิวาห์
เด็กสาวในชุดเดรสสีหวานนั่งสนทนาอยู่กับเพื่อนใหม่อย่างสุภาพ ความสดใสและใบหน้าพริ้มเพราสะกดใจคนมอง ไม่เว้นแม้แต่ชิงพลบซึ่งยืนจิบไวน์อยู่ไม่ห่าง วันนี้เป็นวันมงคลสมรสของหัสดินทร์และอาชิตา ละพอจึงมีความสุขเป็นพิเศษ เพื่อนใหม่หัวเราะเมื่อละพอเล่าเรื่องตลกผ่านภาษามือ ทั้งสองอายุไล่เลียกัน จึงคุยกันได้ กระนั้นท่าทีของละพอยังค่อนข้างไว้ตัวอยู่มาก ตอนนั้นน้ำเปล่าในแก้วของละพอหมดพอดี เธอจึงลุกขึ้นจะไปเติม เพื่อหาเรื่องเบี่ยงออกจากวงสนทนาโดยไม่เสียมารยาทกับแขก “พี่ไปเอาให้มั้ย” ละพอส่ายหน้า ‘ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากเดินยืดเส้นบ้าง พี่ธัชรอที่นี่นะ หนูไปแป๊บเดียว’ กรธัชไม่ขัด เขาเข้าใจอาการอยากจะเดินย่อยอาหารบ้าง จึงตอบยิ้มว่าจะรอเธอที่นี่นะ ละพอมุ่งตรงไปที่มุมเครื่องดื่มและอาหาร แขกเหรื่อในงานเอ่ยทักทายละพอ เด็กสาวทักกลับด้วยกิริยาเรียบร้อยมีมารยาท จนกระทั่งเธอรู้สึกเหมือนเดินไปชนอะไรบางอย่างที่แข็งราวกับกำแพงหิน ละพอเงยหน้าขึ้นมายกมือไหว้ขอโทษ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าคนคนนั้นคือ…ชิงพลบ ชิงพลบมีสีหน้าบึ้งตึงไม่รับแขก เห็นอย่างนั้นละพอรีบเดินเลี่ยงไป ทว่าเดินไปได้สองก้าวก็ถูกชิงพลบรั้งแขน ตรงนั้นเป็นมุมอับระหว่างทางเดินมีเสาคอยบังสายตาคนไว้ ร่างเล็กถูกดันแนบชิดติดกับผนัง โดยมีร่างสูงคอยกักขังเธอเอาไว้ ‘ทำอะไรน่ะ?’ ละพอดิ้นขลุกขลัก มองเขาอย่างหวาดระแวง นัยน์ตาคมเฉี่ยวตวัดมองอย่างดุๆ พลางรวบข้อมือเล็กไว้แล้วดันไปติดกับผนัง ความเย็นของผนังทำให้ละพอรู้สึกสะท้าน ทั้งยังหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชิงพลบตามลำพัง สายตาละพอสอดส่ายหาหนทางรอด เมื่อครู่อาธูปยังอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ครั้นไม่พบอาธูป เธอยิ่งเริ่มตระหนก พยายามบิดข้อมือออกจากการจับกุมของมือแกร่ง แต่ไม่สำเร็จ ชิงพลบเลิกคิ้วยิ้มมุมปาก ท้าทายให้เธอร้องให้คนช่วย “พูดสิ เรียกคนมาช่วย ไม่งั้นจะถือว่าสมยอมนะ” ดวงตากลมมองชิงพลบอย่างไม่พอใจ เธอดิ้นรนจนทำให้ร่างกายเสียดสีกัน “วันนี้เธอน่ารักดีนะ…” ชิงพลบรวบมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างจับปลายคางเชยขึ้น เขาจ้องมองกลีบปากบางสีหวานที่ขบเม้มเมื่อเจอเรื่องเครียด ไม่รู้ทำไม แต่ภาพความสนิทสนมของละพอกับเด็กอ่อนนั้นขวางหูขวางตาเขาจนต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ชิงพลบไล้นิ้วโป้งกับกลีบปากที่ชุ่มชื้นและนุ่มนิ่มมือ ละพอพยายามเบี่ยงหน้าหนี หวั่นใจกับสายตาที่จ้องมองมา เหมือนว่าเขากำลังหิวกระหาย... ‘จะทำอะไร อย่านะ…’ ดวงตาละพอเบิกกว้างเมื่อเรียวปากถูกครอบครองด้วยปากร้อนที่แนบลงมาโดยไร้สุ้มเสียง! เธอเบี่ยงหน้าหนี ปฏิเสธลิ้นร้อนที่พยายามแทรกเข้ามา ชิงพลบเบียดชิดไล่ต้อนไม่ห่าง ริมฝีปากหยักหนาคลอเคลียแนบคลึงกับกลีบปากบาง เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของละพอไม่ระคายผิวหนัง ชิงพลบใช้มือบีบคางเพื่อให้อีกฝ่ายยอมอ้าปาก ความเจ็บทำให้ละพอยอมเผยปาก ครั้นเขาสมใจอยากจึงยอมถอนปากอย่างอ้อยอิ่ง พลางใช้นิ้วมือเกลี่ยไล่หยาดน้ำตา และกอดกระชับเนื้อตัวที่สั่นระริกของเธอไว้แน่น ชิงพลบก้มหน้าลงชิดใบหู ก่อนจะผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา “ตะโกนสิละพอ เรียกให้คนมาช่วย” เสียงนั้นทำให้ละพอขนลุก เขาเป่ารดลมหายใจร้อนๆ กระทบแก้มนวล นัยน์ตาคมเฉี่ยววาววับส่องประกายความพึงพอใจ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของละพอหลั่งไหล เธอพยายามจะพูดแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ชิงพลบไม่สบอารมณ์ ประทับจุมพิตเพื่อกดดันให้เธอพูด แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่พูด ไม่กล้าส่งเสียงสักคำ ชิงพลบถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะผลักเธอทิ้ง “ครั้งนี้ฉันจะปล่อยเธอไป แต่คราวหน้าฉันจะไม่ใจดีแล้วนะ” เมื่อหลุดจากการจับกุม ละพอยกมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่แล้ววิ่งหนีไปสุดฝีเท้า ชิงพลบหยักยิ้ม อา…มือหนักเหมือนกันนะ‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา
“แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ
“ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห
เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ
ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช
ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ







