LOGIN| นารา |
เช้านี้ฉันตื่นสาย นาฬิกาเจ้ากรรมดันไม่ยอมปลุก หรือฉันไปเผลอปิดมันตอนไหนก็ไม่รู้ และดูเหมือนมันจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย!!
วันนี้...วันที่ฉันต้องเริ่มทำงานเป็นวันแรก แต่ไม่รู้ผีบ้านผีเรือนตัวไหนเข้าสิงคุณ ‘นาริน’ คุณแม่สุดที่รักของฉัน เธอคะยั้นคะยอให้ฉันขับรถไปทำงาน กลัวลูกขึ้นรถเมล์แล้วตัวจะเหม็นกลิ่นเหงื่อ จะขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกคนเยอะ กลัวลูกต้องยืนนาน จะแว้นไปกับพี่วินปากซอย ก็บอกกลัวเสื้อเหม็นกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะพานรังเกียจไปอีก ฉันจึงต้องจำใจทำตามที่แม่บอก
เพราะเป็นเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์ วันนี้รถจึงค่อนข้างติดมากกว่าปกติ ฉันขับรถฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจะเฮงซวยของเมืองกรุงมาเรื่อยๆ โชคดีที่ฉันจำเส้นทางได้จากการมายื่นเอกสารรายงานตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน กูเกิลแมพจึงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไป
ฉันขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงตึกเดอะมาสเตอร์ ตึกสูงที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงหน้า ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปตรงป้ายทางเข้า
นั่นไงล่ะ! ไม่มีที่จอด วนจะสิบรอบไม่มีที่จอดเหลือเลย จะมีก็แต่ที่จอดสำหรับผู้มาติดต่องานด้านหน้าตึกอีกไม่กี่ช่องแค่นั้น
เอาวะ...จังหวะนี้ฉันว่าฉันต้องทำเนียนแล้วแหละ ทำไงได้...แค่วันแรกก็มาทำงานสายซะแล้ว ทั้งๆ ที่เมื่อวันก่อน ฝ่ายบุคคลก็กำชับแล้วกำชับอีกว่าให้รีบมาก่อนเวลางานอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
เฮ้อ...อยู่เมืองกรุงก็ต้องทำใจสินะ!!
เมื่อได้ที่จอดรถ ฉันวิ่งกระหืดกระหอบไม่ห่วงสวย ด้วยสปีดความเร็วสี่คูณร้อยมายังโถงลิฟต์ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ลิฟต์ทุกตัวยังอยู่ชั้นสูงๆ กันทั้งนั้น
แต่เอ๊ะ...สายตาอันเฉียบคมดันเหลือบไปเห็นลิฟต์ตัวด้านในสุดกำลังจะปิด ฉันจึงใช้พละกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดวิ่งไปยังลิฟต์ตัวนั้น ก่อนจะใช้มือเอื้อมไปคั่นไว้ไม่ให้ประตูลิฟต์ปิดลง
โชคยังเข้าข้าง เซนเซอร์ทำงานอัตโนมัติ ประตูลิฟต์ตัวนั้นเปิดออก ฉันจึงรีบแทรกตัวเข้าไปทันที แต่ก็แอบเซเสียการทรงตัวจนเกือบชนคนข้างใน
เมื่อตั้งสติได้ ฉันยืนเก้ๆ กังๆ จ้องแผงปุ่มเลขชั้นที่ดูลายตา จนเจอตัวเลขนั้นในที่สุด แต่เหมือนว่ามีคนกดไว้แล้วก่อนหน้า ฉันจึงหันหลังไปยิ้มให้กับคนที่อยู่ในลิฟต์แก้เก้อเร็วๆ หนึ่งที แต่ก็ไม่ได้สังเกตใบหน้าเขาหรอก เพราะมัวแต่ยืนก้มหน้าและเขินกับความล่กๆ เด๋อๆ ของตัวเองอยู่
แต่ด้วยความที่ลิฟต์ตัวนี้มันเป็นสแตนเลสแวววาวประดับกระจกไว้โดยรอบ ฉันจึงแอบชำเลืองมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผ่านกระจกเงาพวกนี้ ไล่จากปลายรองเท้าหนังมันแผล็บคู่สวย ขึ้นไปยังกางเกงสแล็กจับจีบสุดเนี้ยบ เสื้อสูทผ้าเนื้อดีที่ราคาคงแพงหูฉี่ ส่วนด้านในเป็นเชิ้ตขาว ผูกเนกไทสีเทาลายเข้ากัน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกนั่นอีก
สายตาฉันเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ กระทั่งเห็นใบหน้าเท่านั้นแหละ อื้อหือ...คนอะไรมันจะหล่อเท่ได้ขนาดนี้ เบ้าหน้าฟ้าประทานสุดๆ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันควรจะจดจ่อ ตอนนี้ฉันควรจะต้องรีบไปรายงานตัวกับหัวหน้าก่อน
ติ๊ง...เสียงลิฟต์ดังขึ้น ฉันแหงนหน้ามองตัวเลขที่โชว์ขึ้นมา ตอนนี้ลิฟต์มาถึงชั้นยี่สิบเก้าแล้ว ฉันเดินออกจากลิฟต์ไปสองสามก้าว ก่อนหยุดอยู่กับที่ หันซ้ายหันขวา สอดส่ายสายตาตามหาป้ายหรืออะไรก็ตามที่พอจะบอกได้ถึงจุดที่ฉันควรจะต้องไปต่อ
ผลัวะ…โครม!! พลันฉันรู้สึกเหมือนมีคนมาชนด้านหลัง พร้อมกับเสียงข้าวของหลายอย่างตกกระแทกพื้น ฉันจึงรีบหันหลังไปดู
“คุณจะหยุดเดินทำไม เห็นไหมของของผมตกหมดแล้ว พังหมดแล้วมั้งเนี่ย” ผู้ชายคนในลิฟต์พูดเสียงดัง คือเขาไม่ได้ถึงขนาดตะคอกหรอกนะ แต่น้ำเสียงนั่นก็ดุดันพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกกลัวหัวหดขึ้นมาได้
“ขอโทษค่ะคุณ พอดีฉันหาห้องทำงานของคุณอารยาอยู่น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน ฉันก็ไม่เคยมาซะด้วยสิ” ฉันรีบขอโทษขอโพยชายคนนั้น พลางช่วยเขาก้มเก็บของที่ตกกระจัดกระจาย แต่คุณพระ! สูทสีเข้มเข้ารูปของเขาเต็มไปด้วยคราบกาแฟที่หกเลอะเทอะเป็นวงสีน้ำตาลน่าเกลียด
ซวยแล้วไง!! แต่ไม่ทันที่ฉันจะพูดเรื่องคราบกาแฟที่หกเลอะเสื้อเขา และยังไม่ทันได้พูดขอโทษ ผู้ชายคนนั้นเก็บของเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เบือนหน้าหนี และรีบเดินไปจากจุดนั้น ทิ้งให้ฉันเคว้งคว้าง ยืนงงๆ อยู่คนเดียวหน้าลิฟต์
เฮ้อ...คนอะไรแข็งกระด้างสิ้นดี ฉันคิดในใจพยายามมองหาป้ายบอกทางอีกครั้ง แต่พลันเห็นป้าแม่บ้านคนหนึ่งกำลังถูพื้นอยู่ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปสอบถาม และสุดท้ายก็สามารถไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ฉันเคาะประตูห้องที่มีชื่อว่า ‘อารยา มุทิตาอารีย์ - ผู้บริหารฝ่ายเลขานุการ’ เมื่อได้ยินเสียงขานรับอนุญาต ฉันจึงเปิดประตูเข้าไป
“สวัสดีค่ะคุณอารยา ดิฉัน ‘นารา สุวรรณธานนท์’ มารายงานตัวค่ะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อม และกล่าวทักทายไปตามมารยาท
“มาสายนะเรา แต่ไม่เป็นไร วันนี้พี่อารมณ์ดี ยกให้วันนึง”
“ขอโทษด้วยค่ะคุณอารยา ดิฉันวนหาที่จอดรถนานไปหน่อยค่ะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องซีเรียส เอ้อ...ต่อไปเรียกพี่ว่าพี่ก็ได้ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก กันเองๆ” เธอยิ้มให้หนึ่งที ก่อนหันไปจัดการเก็บเอกสารที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะให้รวมเข้าเป็นกองเดียวกัน
พี่อารยาคนนี้ เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายเลขานุการ พูดง่ายๆ ก็คือดูแลเลขาของผู้บริหารระดับสูงๆ ของบริษัทนี้ทั้งหมด ฉันดูๆ แล้ว อายุอานามเธอน่าจะประมาณสี่สิบต้นๆ เธอเป็นผู้หญิงร่างท้วมหน่อยๆ แต่ใบหน้าสะสวย คมเข้ม แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงจะรูปร่างค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ดูเป็นผู้หญิงที่คล่องแคล่วมากๆ คนหนึ่ง
หลังจากทักทายเสร็จ พี่อารยาพูดคุยและแจ้งหน้าที่ พร้อมสอนงานและแนะนำงานต่างๆ อีกเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นพาฉันไปยังจุดที่ฉันต้องนั่งทำงาน
พี่อารยาเดินนำฉันไปตามโถงทางเดินยาว ที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนอย่างดี ซ้ายขวาของทางเดินเป็นห้องผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ประมาณห้าหกห้องเห็นจะได้ หน้าห้องแต่ละห้องมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยนั่งประจำอยู่ แต่บางห้องก็เห็นเป็นผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับพี่อารยานั่งก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น
เราสองคนเดินมาจนถึงห้องห้องหนึ่ง มันเป็นห้องที่ตั้งอยู่ตรงปลายสุดทางเดิน ข้างๆ ประตูมีป้ายสีเงินแวววาวสลักชื่อเอาไว้ว่า ‘การันต์ เตชะกุลธร – รองประธานกรรมการบริหาร’ ฉันคิดในใจ โอ้โห! นี่ฉันได้มาทำงานเป็นเลขาท่านรองประธานของบริษัทนี้เลยเหรอเนี่ย...ช่างโชคดีจริง
แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็พอจะรู้คร่าวๆ จากฝ่ายบุคคลตั้งแต่วันที่มารายงานตัววันก่อนแล้วแหละ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าฉันต้องทำงานกับใคร รู้แค่เป็นเลขาผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งแค่นั้น
ด้วยดีกรีเด็กทุน จบโทอเมริกาด้านการบริหารจัดการองค์กร ฉันรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากสำหรับการเริ่มงานที่แรกในชีวิต ฝ่ายบุคคลให้ฉันฝึกงานก่อนสามเดือน ถ้าเจ้านายพอใจก็ค่อยเซ็นสัญญา แต่ถ้าเจ้านายไม่โอเค ก็อาจจะต้องย้ายไปทำแผนกอื่น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
หลังได้ยินเสียงอนุญาตจากคนด้านใน พี่อารยาเปิดประตูเดินเข้าไป แล้วจึงหันหลังกวักมือเรียกให้ฉันเดินตามเข้ามา
โอ้โห...ห้องนี้ตกแต่งไว้สวยมาก ทั้งหินอ่อน ไม้โอ๊กอย่างดี ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงพวกนี้อีก ดูหรูหราหมาเห่าเข้ากันไปหมด เจ้าของห้องรสนิยมดีจริงๆ ฉันมองซ้ายมองขวา ตื่นตะลึงกับห้องทำงานสุดหรูห้องนี้ จนเดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง
พี่อารยาสะกิดแขนดึงสติฉันให้กลับมาสนใจเรื่องตรงหน้า ฉันเห็นเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ที่หันหลังให้กับเราอยู่ คนนั่งคงกำลังมองวิวตึกสวยของเมืองหลวงอยู่แน่นอน
“อะ...แฮ่ม...!! คุณการันต์คะ นี่เลขาคนใหม่ของคุณค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ใช้เวลานานกว่าทางฝ่ายบุคคลจะหาให้ได้” พี่อารยากระแอมหนึ่งทีเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว พูดจนจบประโยค ก่อนที่คนนั่งหลังเก้าอี้ตัวสูงนั้นจะหมุนเก้าอี้กลับมา
“เฮ้ย...คุณ!”
ฉิบหายแล้ว...เจ้านายคนใหม่ ก็คือคนที่ฉันเจอในลิฟต์นั่นเอง!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม






![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
