Share

Chapter 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 15:26:50

| นารา |

เช้านี้ฉันตื่นสาย นาฬิกาเจ้ากรรมดันไม่ยอมปลุก หรือฉันไปเผลอปิดมันตอนไหนก็ไม่รู้ และดูเหมือนมันจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย!!

วันนี้...วันที่ฉันต้องเริ่มทำงานเป็นวันแรก แต่ไม่รู้ผีบ้านผีเรือนตัวไหนเข้าสิงคุณนาริน คุณแม่สุดที่รักของฉัน เธอคะยั้นคะยอให้ฉันขับรถไปทำงาน กลัวลูกขึ้นรถเมล์แล้วตัวจะเหม็นกลิ่นเหงื่อ จะขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกคนเยอะ กลัวลูกต้องยืนนาน จะแว้นไปกับพี่วินปากซอย ก็บอกกลัวเสื้อเหม็นกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะพานรังเกียจไปอีก ฉันจึงต้องจำใจทำตามที่แม่บอก

เพราะเป็นเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์ วันนี้รถจึงค่อนข้างติดมากกว่าปกติ ฉันขับรถฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจะเฮงซวยของเมืองกรุงมาเรื่อยๆ โชคดีที่ฉันจำเส้นทางได้จากการมายื่นเอกสารรายงานตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน กูเกิลแมพจึงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไป

ฉันขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงตึกเดอะมาสเตอร์ ตึกสูงที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงหน้า ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปตรงป้ายทางเข้า

นั่นไงล่ะ! ไม่มีที่จอด วนจะสิบรอบไม่มีที่จอดเหลือเลย จะมีก็แต่ที่จอดสำหรับผู้มาติดต่องานด้านหน้าตึกอีกไม่กี่ช่องแค่นั้น

เอาวะ...จังหวะนี้ฉันว่าฉันต้องทำเนียนแล้วแหละ ทำไงได้...แค่วันแรกก็มาทำงานสายซะแล้ว ทั้งๆ ที่เมื่อวันก่อน ฝ่ายบุคคลก็กำชับแล้วกำชับอีกว่าให้รีบมาก่อนเวลางานอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

เฮ้อ...อยู่เมืองกรุงก็ต้องทำใจสินะ!!

เมื่อได้ที่จอดรถ ฉันวิ่งกระหืดกระหอบไม่ห่วงสวย ด้วยสปีดความเร็วสี่คูณร้อยมายังโถงลิฟต์ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ลิฟต์ทุกตัวยังอยู่ชั้นสูงๆ กันทั้งนั้น

แต่เอ๊ะ...สายตาอันเฉียบคมดันเหลือบไปเห็นลิฟต์ตัวด้านในสุดกำลังจะปิด ฉันจึงใช้พละกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดวิ่งไปยังลิฟต์ตัวนั้น ก่อนจะใช้มือเอื้อมไปคั่นไว้ไม่ให้ประตูลิฟต์ปิดลง

โชคยังเข้าข้าง เซนเซอร์ทำงานอัตโนมัติ ประตูลิฟต์ตัวนั้นเปิดออก ฉันจึงรีบแทรกตัวเข้าไปทันที แต่ก็แอบเซเสียการทรงตัวจนเกือบชนคนข้างใน

เมื่อตั้งสติได้ ฉันยืนเก้ๆ กังๆ จ้องแผงปุ่มเลขชั้นที่ดูลายตา จนเจอตัวเลขนั้นในที่สุด แต่เหมือนว่ามีคนกดไว้แล้วก่อนหน้า ฉันจึงหันหลังไปยิ้มให้กับคนที่อยู่ในลิฟต์แก้เก้อเร็วๆ หนึ่งที แต่ก็ไม่ได้สังเกตใบหน้าเขาหรอก เพราะมัวแต่ยืนก้มหน้าและเขินกับความล่กๆ เด๋อๆ ของตัวเองอยู่

แต่ด้วยความที่ลิฟต์ตัวนี้มันเป็นสแตนเลสแวววาวประดับกระจกไว้โดยรอบ ฉันจึงแอบชำเลืองมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผ่านกระจกเงาพวกนี้ ไล่จากปลายรองเท้าหนังมันแผล็บคู่สวย ขึ้นไปยังกางเกงสแล็กจับจีบสุดเนี้ยบ เสื้อสูทผ้าเนื้อดีที่ราคาคงแพงหูฉี่ ส่วนด้านในเป็นเชิ้ตขาว ผูกเนกไทสีเทาลายเข้ากัน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกนั่นอีก

สายตาฉันเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ กระทั่งเห็นใบหน้าเท่านั้นแหละ อื้อหือ...คนอะไรมันจะหล่อเท่ได้ขนาดนี้ เบ้าหน้าฟ้าประทานสุดๆ

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันควรจะจดจ่อ ตอนนี้ฉันควรจะต้องรีบไปรายงานตัวกับหัวหน้าก่อน

ติ๊ง...เสียงลิฟต์ดังขึ้น ฉันแหงนหน้ามองตัวเลขที่โชว์ขึ้นมา ตอนนี้ลิฟต์มาถึงชั้นยี่สิบเก้าแล้ว ฉันเดินออกจากลิฟต์ไปสองสามก้าว ก่อนหยุดอยู่กับที่ หันซ้ายหันขวา สอดส่ายสายตาตามหาป้ายหรืออะไรก็ตามที่พอจะบอกได้ถึงจุดที่ฉันควรจะต้องไปต่อ

ผลัวะ…โครม!! พลันฉันรู้สึกเหมือนมีคนมาชนด้านหลัง พร้อมกับเสียงข้าวของหลายอย่างตกกระแทกพื้น ฉันจึงรีบหันหลังไปดู

“คุณจะหยุดเดินทำไม เห็นไหมของของผมตกหมดแล้ว พังหมดแล้วมั้งเนี่ย” ผู้ชายคนในลิฟต์พูดเสียงดัง คือเขาไม่ได้ถึงขนาดตะคอกหรอกนะ แต่น้ำเสียงนั่นก็ดุดันพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกกลัวหัวหดขึ้นมาได้

“ขอโทษค่ะคุณ พอดีฉันหาห้องทำงานของคุณอารยาอยู่น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน ฉันก็ไม่เคยมาซะด้วยสิ” ฉันรีบขอโทษขอโพยชายคนนั้น พลางช่วยเขาก้มเก็บของที่ตกกระจัดกระจาย แต่คุณพระ! สูทสีเข้มเข้ารูปของเขาเต็มไปด้วยคราบกาแฟที่หกเลอะเทอะเป็นวงสีน้ำตาลน่าเกลียด

ซวยแล้วไง!! แต่ไม่ทันที่ฉันจะพูดเรื่องคราบกาแฟที่หกเลอะเสื้อเขา และยังไม่ทันได้พูดขอโทษ ผู้ชายคนนั้นเก็บของเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เบือนหน้าหนี และรีบเดินไปจากจุดนั้น ทิ้งให้ฉันเคว้งคว้าง ยืนงงๆ อยู่คนเดียวหน้าลิฟต์

เฮ้อ...คนอะไรแข็งกระด้างสิ้นดี ฉันคิดในใจพยายามมองหาป้ายบอกทางอีกครั้ง แต่พลันเห็นป้าแม่บ้านคนหนึ่งกำลังถูพื้นอยู่ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปสอบถาม และสุดท้ายก็สามารถไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

ฉันเคาะประตูห้องที่มีชื่อว่า อารยา มุทิตาอารีย์ - ผู้บริหารฝ่ายเลขานุการเมื่อได้ยินเสียงขานรับอนุญาต ฉันจึงเปิดประตูเข้าไป

“สวัสดีค่ะคุณอารยา ดิฉัน ‘นารา สุวรรณธานนท์ มารายงานตัวค่ะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อม และกล่าวทักทายไปตามมารยาท

“มาสายนะเรา แต่ไม่เป็นไร วันนี้พี่อารมณ์ดี ยกให้วันนึง”

“ขอโทษด้วยค่ะคุณอารยา ดิฉันวนหาที่จอดรถนานไปหน่อยค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องซีเรียส เอ้อ...ต่อไปเรียกพี่ว่าพี่ก็ได้ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก กันเองๆ” เธอยิ้มให้หนึ่งที ก่อนหันไปจัดการเก็บเอกสารที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะให้รวมเข้าเป็นกองเดียวกัน

พี่อารยาคนนี้ เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายเลขานุการ พูดง่ายๆ ก็คือดูแลเลขาของผู้บริหารระดับสูงๆ ของบริษัทนี้ทั้งหมด ฉันดูๆ แล้ว อายุอานามเธอน่าจะประมาณสี่สิบต้นๆ เธอเป็นผู้หญิงร่างท้วมหน่อยๆ แต่ใบหน้าสะสวย คมเข้ม แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงจะรูปร่างค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ดูเป็นผู้หญิงที่คล่องแคล่วมากๆ คนหนึ่ง

หลังจากทักทายเสร็จ พี่อารยาพูดคุยและแจ้งหน้าที่ พร้อมสอนงานและแนะนำงานต่างๆ อีกเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นพาฉันไปยังจุดที่ฉันต้องนั่งทำงาน

พี่อารยาเดินนำฉันไปตามโถงทางเดินยาว ที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนอย่างดี ซ้ายขวาของทางเดินเป็นห้องผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ประมาณห้าหกห้องเห็นจะได้ หน้าห้องแต่ละห้องมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยนั่งประจำอยู่ แต่บางห้องก็เห็นเป็นผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับพี่อารยานั่งก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น

เราสองคนเดินมาจนถึงห้องห้องหนึ่ง มันเป็นห้องที่ตั้งอยู่ตรงปลายสุดทางเดิน ข้างๆ ประตูมีป้ายสีเงินแวววาวสลักชื่อเอาไว้ว่า การันต์ เตชะกุลธร – รองประธานกรรมการบริหาร ฉันคิดในใจ โอ้โห! นี่ฉันได้มาทำงานเป็นเลขาท่านรองประธานของบริษัทนี้เลยเหรอเนี่ย...ช่างโชคดีจริง

แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็พอจะรู้คร่าวๆ จากฝ่ายบุคคลตั้งแต่วันที่มารายงานตัววันก่อนแล้วแหละ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าฉันต้องทำงานกับใคร รู้แค่เป็นเลขาผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งแค่นั้น

ด้วยดีกรีเด็กทุน จบโทอเมริกาด้านการบริหารจัดการองค์กร ฉันรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากสำหรับการเริ่มงานที่แรกในชีวิต ฝ่ายบุคคลให้ฉันฝึกงานก่อนสามเดือน ถ้าเจ้านายพอใจก็ค่อยเซ็นสัญญา แต่ถ้าเจ้านายไม่โอเค ก็อาจจะต้องย้ายไปทำแผนกอื่น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

หลังได้ยินเสียงอนุญาตจากคนด้านใน พี่อารยาเปิดประตูเดินเข้าไป แล้วจึงหันหลังกวักมือเรียกให้ฉันเดินตามเข้ามา

โอ้โห...ห้องนี้ตกแต่งไว้สวยมาก ทั้งหินอ่อน ไม้โอ๊กอย่างดี ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงพวกนี้อีก ดูหรูหราหมาเห่าเข้ากันไปหมด เจ้าของห้องรสนิยมดีจริงๆ ฉันมองซ้ายมองขวา ตื่นตะลึงกับห้องทำงานสุดหรูห้องนี้ จนเดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง

พี่อารยาสะกิดแขนดึงสติฉันให้กลับมาสนใจเรื่องตรงหน้า ฉันเห็นเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ที่หันหลังให้กับเราอยู่ คนนั่งคงกำลังมองวิวตึกสวยของเมืองหลวงอยู่แน่นอน

“อะ...แฮ่ม...!! คุณการันต์คะ นี่เลขาคนใหม่ของคุณค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ใช้เวลานานกว่าทางฝ่ายบุคคลจะหาให้ได้” พี่อารยากระแอมหนึ่งทีเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว พูดจนจบประโยค ก่อนที่คนนั่งหลังเก้าอี้ตัวสูงนั้นจะหมุนเก้าอี้กลับมา

“เฮ้ย...คุณ!”

ฉิบหายแล้ว...เจ้านายคนใหม่ ก็คือคนที่ฉันเจอในลิฟต์นั่นเอง!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 7

    ทั้งคู่เดินลงลิฟต์มาด้วยกัน ระหว่างอยู่ในลิฟต์ การันต์ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นแป้งเด็ก เขาจึงหันไปมองคนข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าอืม...ที่นาราบอกว่าลืมเอกสารคงจะจริง เพราะคนข้างๆ อาบน้ำประแป้งมาเสียหอมฉุย คนปกติที่ไหนจะกล้ามาออฟฟิศสภาพนี้ เขานึกขำในใจแต่แปลกที่ความไม่ชอบหน้านารากลับลดลง และความรู้สึกประหม่าเวลาอยู่ในลิฟต์กับคนที่ไม่สนิทก็ลดน้อยลง...จนแทบเป็นศูนย์ ส่วนนาราได้แต่ก้มหน้างุด กุมมือแน่น ถ้าให้ทาย เธอคงจะอึดอัดไม่น้อยติ๊ง...ประตูลิฟต์เปิด นาราโค้งตัวให้การันต์ ก่อนกล่าวลาตามมารยาทและเดินไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่หน้าตึก ส่วนอีกคนก็เดินไปยังหลังตึก จุดที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาจอดเอาไว้วันไหนที่เขาคิดจะกลับบ้านดึก การันต์มักจะให้พี่สุเมธคนขับรถ เอารถมาเปลี่ยนไว้ให้ จะได้ไม่ต้องรอตนจนดึกดื่นถึงการันต์จะเป็นคนเงียบขรึม ดูหยิ่ง และดุดัน แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่บ้าอำนาจ หรือใช้งานคนอื่นเยี่ยงทาสอย่างที่ใครหลายๆ คนมโนภาพเอาไว้ตอนนี้นาราเดินไปที่รถของตัวเอง เปิดประตู เข้าไปนั่ง ก่อนบิดกุญแจสตาร์ทรถ แต่...หมุนบิดกุญแจไปกี่รอบๆ ไอ้รถเจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติดเสียนี่!!นาราเริ่มเลิ่กลั่ก เหงื

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 6

    นาราแตะบัตรเข้ามาในตัวอาคาร ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบเก้า เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตน แต่เอ๊ะ! ทำไมในห้องคุณการันต์ถึงมีแสงสว่างจากจอคอม สงสัยคงจะลืมปิดแน่เลย เธอคิดในใจ พลางหยิบเอกสารจากลิ้นชักที่ลืมไว้ เปิดไฟฉายจากมือถือ แล้วเดินเข้าไปในห้อง“อุ๊ย...ตาเถร!!” เธออุทานออกมา เมื่อส่องไฟฉายไปที่โซฟา การันต์ยังคงนอนอยู่ที่เดิม และดูเหมือนว่าเสียงอุทานของนารา มันยังไม่ดังพอที่จะปลุกให้การันต์ตื่นได้ตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น ได้ยินแต่เสียงลมที่เป่าออกมาจากช่องแอร์ พร้อมความเย็นยะเยือกที่แผ่ปกคลุมไปทั่วห้องเธอสังเกตเห็นการันต์เปลี่ยนท่านอน จากตอนช่วงค่ำๆ ที่เห็นนอนเหยียดยาว กลายเป็นนอนขดตัว มือกอดอกแน่นจังหวะนั้นนารานึกได้ว่าพี่อารยาเคยบอกเอาไว้ ว่าในห้องของคุณการันต์มีอุปกรณ์อะไรตรงไหนบ้าง เธอจึงส่องไฟเดินไปเปิดตู้เก็บเอกสาร ดึงลิ้นชักชั้นล่างสุดออกมาเจอแล้ว! ผ้าห่มผืนบางๆ เล็กๆ ตามที่พี่อารยาบอกนาราจึงวางมือถือลงบนโต๊ะ หงายฝั่งไฟฉายขึ้นส่องกระจายแสงไปยังเพดานให้พอมองเห็น ก่อนจะคลี่ผ้าห่มผืนบางนั้นออก แล้วถือวิสาสะเอาผ้าไปห่มคลุมกายคนที่อยู่ตรงหน้าการันต์ขยับตัวเล็กน้

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 5

    ตัดภาพมาที่ห้องประชุม นาราเปิดประตูให้การันต์เดินเข้าไปก่อน และตัวเองเดินตามหลัง คนเป็นเจ้านายเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่หัวโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เสริมรอบนอก ก่อนหยิบสมุดออกมาเตรียมจดบันทึกการประชุมตามที่ได้รับมอบหมายณ ตอนนี้ มิสเตอร์ ‘เบนจามิน เฉิน’ ผู้บริหารสาขาสิงคโปร์ และพนักงานคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมานั่งรอการันต์เรียบร้อยแล้ว คนหัวโต๊ะกล่าวทักทายทุกคนในห้องประชุม ก่อนที่เบนจามินจะเอ่ยปากแนะนำพาร์ทเนอร์ธุรกิจคนใหม่จากจีนให้การันต์รู้จัก‘ลิ่วหยาง’ นักธุรกิจคนดังของเอเชียที่ตอนนี้บริษัทไหนๆ ก็อยากจีบให้เขามาเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจ เพราะเขาถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อคนหนึ่งของจีน ลิ่วหยางเป็นชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุที่ดูเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบ ขาดอยู่อย่างเดียวคือ พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นดังนั้นในห้องประชุมจึงมีแต่เบนจามินที่สื่อสารกับลิ่วหยางเป็นภาษาจีนได้เพียงคนเดียว และยังเป็นล่ามจำเป็นที่คอยแปลสิ่งที่ลิ่วหยางพูดออกมา เปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนเข้าใจการประชุมครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบเรียบ พนักงานแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาพรีเซนต์แต่ละส่วนของโปรเจกต์ จนกร

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 4

    | การันต์ | ภาพความงดงามของกระจกตึกระฟ้ากระทบหยอกล้อกับแสงแดดช่วงสายที่ผมชอบมองดูมันในทุกวัน แต่ทำไมวันนี้มันดูไม่สวยเอาเสียเลย!ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไหลเวียนอยู่ในหัวชนิดที่เอาออกไปไม่ได้ เจอเรื่องแย่ๆ แต่เช้า โดยเฉพาะเรื่องของยัยเด็กนั่นทำผมเสียเส้นไม่น้อย ที่ดันยืนทะเล่อทะล่าจนผมชนโครมเข้าให้ แถมยังทำเสื้อสูทตัวสวยเลอะเป็นรอยคราบกาแฟน่าเกลียดอีก เธอจะรู้อะไรไหมว่าสูทตัวนี้ราคาแพงแค่ไหนแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมมีนัดคุยงานสำคัญช่วงบ่ายแทนพ่อ แล้วผมจะใส่อะไรล่ะเนี่ย สูทสำรองก็เพิ่งส่งซักไปเมื่อวาน จะให้พี่สุเมธกลับไปเอาที่บ้านก็มีแต่ตัวที่สีไม่เข้ากับกางเกงอีกก๊อก ก๊อก ก๊อก...!! ระหว่างที่ผมคิดเรื่องจัดการเสื้อสูทของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู ผมจึงตะโกนอนุญาตให้คนที่เคาะเข้ามาได้นั่นไงล่ะ! ยัยเด็กหน้าเอ๋อที่ทำตัวเก้ๆ กังๆ ในลิฟต์นั่นเอง ตายยากจริงๆ แค่นึกถึงก็มาหาถึงที่!!แต่เดี๋ยวก่อนนะ...จะให้เธอมาเป็นเลขาผมเนี่ยนะ มันใช่เหรอ!? เธอจะทำงานไหวจริงๆ ใช่ไหม!?ผมจ้องหน้าเลขาคนใหม่ในระหว่างที่เธอแนะนำตัว แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ผมก็โบกมือไล่ให้เธอออกไปจากห้อง เพราะยิ่งเ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 3

    | นารา | หลังจากที่ฉันอุทานออกไป พี่อารยารีบหันมามองฉันตาเขียวปั้ด พร้อมขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้ฉันหยุดพูด ก่อนที่ฉันจะตั้งสติแล้วกล่าวขอโทษบุคคลตรงหน้า ที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดดูท่าทีไม่ค่อยพอใจ“เอ่อ...ดิฉันขอโทษด้วยนะคะคุณการันต์” ฉันกล่าวขอโทษเขา ก้มหน้างุดมองพื้นสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาก็แหม...ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่มขนาดนั้น แล้วไหนจะเรื่องที่ทำสูทตัวสวยนั่นเลอะอีก ดีนะที่เขาไม่เอาความแต่ถึงแม้ฉันจะก้มหน้ารับความผิดนี้อยู่ แต่ตาฉันก็แอบชำเลืองมอง เห็นเขากำลังจ้องหน้าฉันเขม็ง ทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ จนหัวคิ้วสองข้างขมวดแทบจะผูกกันเป็นโบได้อยู่แล้ว ดูยังไง มองมุมไหน หน้าตาก็โคตรจะไม่เป็นมิตรสักนิด“คุณการันต์คะ นี่นาราค่ะ...น้องนาราแนะนำตัวเองหน่อยจ้ะ” พี่อารยาตัดสินใจพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันมาคุนี้ หลังจากที่เธอก็คงสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของคุณเจ้านายใหญ่ ที่ดูจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย “สวัสดีค่ะคุณการันต์ ดิฉัน นารา สุวรรณธานนท์ ดิฉันมารับตำแหน่งเลขาของคุณการันต์นะคะ มาทำงานวันนี้วันแรก คุณการันต์มีอะไรเรียกใช้ฉะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 2

    | นารา | เช้านี้ฉันตื่นสาย นาฬิกาเจ้ากรรมดันไม่ยอมปลุก หรือฉันไปเผลอปิดมันตอนไหนก็ไม่รู้ และดูเหมือนมันจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย!!วันนี้...วันที่ฉันต้องเริ่มทำงานเป็นวันแรก แต่ไม่รู้ผีบ้านผีเรือนตัวไหนเข้าสิงคุณ ‘นาริน’ คุณแม่สุดที่รักของฉัน เธอคะยั้นคะยอให้ฉันขับรถไปทำงาน กลัวลูกขึ้นรถเมล์แล้วตัวจะเหม็นกลิ่นเหงื่อ จะขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกคนเยอะ กลัวลูกต้องยืนนาน จะแว้นไปกับพี่วินปากซอย ก็บอกกลัวเสื้อเหม็นกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะพานรังเกียจไปอีก ฉันจึงต้องจำใจทำตามที่แม่บอกเพราะเป็นเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์ วันนี้รถจึงค่อนข้างติดมากกว่าปกติ ฉันขับรถฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจะเฮงซวยของเมืองกรุงมาเรื่อยๆ โชคดีที่ฉันจำเส้นทางได้จากการมายื่นเอกสารรายงานตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน กูเกิลแมพจึงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไปฉันขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงตึกเดอะมาสเตอร์ ตึกสูงที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงหน้า ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปตรงป้ายทางเข้านั่นไงล่ะ! ไม่มีที่จอด วนจะสิบรอบไม่มีที่จอดเหลือเลย จะมีก็แต่ที่จอดสำหรับผู้มาติดต่องานด้านหน้าตึกอีกไม่กี่ช่องแค่นั้นเอาวะ...จังหวะนี้ฉันว่าฉันต้องทำเนียนแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status