تسجيل الدخول| การันต์ |
ผมให้คุณเลขาสาวพักเอาแรงสักหน่อย เธอเอนตัวซบตัวลงที่อกผม...เราจึงนั่งอยู่ในท่านี้กันสักพัก ก่อนที่นาราเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ใกล้มือ บรรจงเช็ดคราบน้ำรักที่อยู่เปรอะอยู่รอบๆ ตัวของเราทั้งคู่ออกจนหมด
หลังจากเช็ดเสร็จ ดูเหมือนว่าเจ้าน้องชายของผมมันจะยังไม่ยอมสงบ ถึงแม้จะปล่อยน้ำรักออกมารอบหนึ่งแล้วก็ตาม ดูมันสิ...ชูคอแข็งสู้เตรียมพร้อมสำหรับรอบถัดไป
ผมเริ่มต้นจับสะโพกนาราไว้แล้วจับอุ้มเปลี่ยนท่า ยกตัวเบาหวิวของเธอไปวางไว้บนโซฟา ส่วนตัวผมย้ายขึ้นมาอยู่ด้านบน จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออก แล้วค่อยๆ จับตัวตนเสือกไสดันเข้าไปอีกครั้ง ซอยเข้าออกอย่างเนิบนาบเชื่องช้า สลับกับกระแทกซ้ำเน้นๆ อย่างหนักหน่วง ตอนดันมันเข้าไปสุดจนปลายแท่ง
“อื้อ~”
ความลื่นของน้ำรักที่ค้างเติ่งอยู่ด้านใน ยิ่งทำให้การขยับเข้าออกลื่นไหลมากขึ้น สาวสวยตรงหน้าเธอเสียวจนตัวเริ่มสั่น ก่อนเธอจะเอื้อมมือขึ้นลูบไล้จุดอ่อนไหวด้านนอกด้วยอีกทาง
ผมเอื้อมมือไปหยิบหมอนอิงข้างๆ ขึ้นมารองให้บั้นท้ายเธอยกสูงขึ้น จับเอาขาข้างหนึ่งพาดขึ้นบ่า
“พร้อมสำหรับรอบต่อไปไหมครับ คนสวยของผม”
“…”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนใต้ร่าง มีเพียงเสียงครางต่ำออกจากลำคอ เมื่อมองนาราจากมุมนี้ด้วยแสงสลัวจากโคมไฟ และแสงจากภายนอกที่ผ่านกระทบกระจกบานใหญ่เข้ามา ทำให้มองเห็นใบหน้าสวยหวาน ปากนิด จมูกหน่อย รวมทั้งผิวกายขาวเนียนของเธอที่ถูกฉาบด้วยแสงและเงาเหล่านั้น
หญิงสาวคนนี้สวยสมบูรณ์แบบไปหมดทุกส่วน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรูปร่าง หน้าตา นิสัย หรืออะไรกันแน่ ที่ทำให้ผมหลงใหลเธอได้ขนาดนี้
“คะ...คุณการันต์ จูบฉันหน่อยสิคะ”
กึก!! ประโยคนี้ทำให้ผมหลุดจากภวังค์แห่งความคิด ดึงสติกลับมาให้ความสนใจกับคนตรงหน้าต่อ ผมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงจุมพิตกลีบปากสวย แลกเรียวลิ้นอุ่นร้อนโต้ตอบตวัดไปมาพัลวัน พลางป้อนไวน์แบบที่เคยทำให้กับเธอดื่มกลืนลงไป
เอวสอบของผมยังขยับสาวแก่นกายเข้าออกไม่หยุด กระแทกการันต์น้อยใส่นาราอย่างบ้าคลั่ง ก่อนผละปากออก และเปลี่ยนไปพรมจูบตรงเรียวขาเธอที่ผมจับพาดบ่าไว้ ไล่จากข้อเท้ากระทั่งถึงขาอ่อน
เสียงครางอือ เสียงพึ่บพั่บของเนื้อกระทบกันของเรายังดังต่อเนื่อง สองเสียงผสมปนเปเกินกว่าที่จะแยกออกว่าเสียงไหนเป็นเสียงไหน จนผมเองเริ่มจะไม่ไหว น้ำรักทั้งหมดตอนนี้มันไหลรวมเตรียมพร้อมจะระเบิดออกมาอีกครั้ง
“นะ...นารา ผมจะเสร็จแล้วนะ”
“นาราขอกินได้ไหม”
O_O
หญิงสาวคนนี้ทำให้ผมประหลาดใจและตื่นเต้นได้เสมอสินะ ยิ่งได้ฟังแต่ละคำแต่ละประโยคจากคนหน้าหวานคนนี้แล้ว พานทำให้อารมณ์ผมกระเจิงแทบฉุดไม่อยู่ นี่เธอไม่เธอผ่านมือชายคนไหนมาก่อนจริงรึเปล่าเนี่ย ทำไมคุณเลขาผมถึงเซ็กส์จัดขนาดนี้นะ ให้ตายเหอะ!!
และแล้วผมก็ใกล้ถึงฝั่ง...ไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมกระแทกไม่ยั้งแบบลึกสุดแรงอีกสองสามที แล้วจึงถอนมันออกมา จับการันต์น้อยที่ตอนนี้กำลังจะระเบิดเต็มทีใส่เข้าไปในปากเล็กๆ นั่น ก่อนที่น้ำรักจำนวนมากจะพวยพุ่งเข้าไปในคอของเธอ
น้ำเยอะมากจริงๆ เยอะจนเธอแทบจะสำลักออกมา แต่ยังดีที่เธอยังควบคุมและกลืนกินมันลงไปจนหมด แถมยังดูดเลียทำความสะอาดให้อีก
“อื้ม...อร่อยจัง”
“หืม”
เอาอีกแล้ว…เจ้ากระต่ายน้อยแสนซนมาวิ่งเล่นให้ใจผมเต้นรัวอีกแล้ว!!
เราสองคนพักยกกันสักครู่ หยิบเสื้อคลุมหนานุ่มขึ้นมาใส่ แล้วพากันเดินไปบนดาดฟ้าเรือ จุดที่เรานั่งดินเนอร์กันเมื่อค่ำ
“มีความสุขจัง” ผมโอบกอดคนข้างๆ พลันใช้จมูกหอมฟอดลงตรงกลุ่มผมสีดำยาวสลวย
“คุณจะไม่ทิ้งนาราไปไหนใช่ไหมคะ”
“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ ผมจะทิ้งนาราไปได้ไง ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้”
“แล้วถ้ากลับไป เราต้องทำตัวยังไงเหรอคะ”
“แล้วแต่นาราเลย อยากให้ผมเปิดเผย หรือจะปิดเรื่องของเราไว้ก่อนก็ได้ เอาที่คุณสบายใจ ผมได้หมด”
“อืม ถ้างั้น...เราก็ไม่ต้องปิด แต่เราก็ไม่ต้องเปิดดีไหมคะ”
“หืม…ยังไง?” ผมถามด้วยความสงสัย ในขณะที่หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน
“ไม่ต้องบอกใครเลยได้ไหม แต่ถ้าคนที่สนิท หรือครอบครัวสังเกตเห็นหรือถามมา ก็ค่อยบอกพวกเขาไป”
“เอางั้นเหรอ...แต่ก็ระวังอย่าโป๊ะเองนะ ฮ่าๆๆ”
“คุณการันต์...”
คุณเลขาผมเริ่มทำหน้ามู่จู้ เตรียมจะงอนผมเต็มที่ ผมจึงกดจมูกหอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มใส ก่อนยื่นไวน์ที่รินไว้ให้เธอดื่ม
ไวน์แดงรสชาติดีถูกเราสองคนละเลียดดื่มไป ชมวิวเกาะฮ่องกงไป พูดคุยกันไปจนไวน์เกือบหมดขวด ตอนนี้คาดว่าบริกรน่าจะไม่ขึ้นมายุ่มย่ามบริเวณนี้แล้ว เพราะผมกำชับให้ขึ้นมาเฉพาะตอนที่กดเรียกเท่านั้น
“นารา...”
“คะ”
“อยากลองอะไรใหม่ๆ ไหม”
“คุณการันต์ นี่คุณยังไม่พออีกเหรอ เอาต์ดอร์แบบนี้กลัวคนอื่นเห็น บ้า นาราไม่เอาด้วยหรอก!!”
แต่นั่นไม่ทำให้ความตั้งใจของผมหยุดไป ผมรวบรวมความกล้า หยิบของเล่นชิ้นหนึ่งออกมา และนั่นทำให้อีกคนตาโต พลางทำหน้าเขินก้มหน้างุด
“ลองไหม”
“จะดีเหรอคะ”
“ดีสิครับ รับรองผมจะทำให้นาราขึ้นสวรรค์เลย”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







