تسجيل الدخول| การันต์ |
ค่ำคืนแห่งความโรแมนติก หฤหรรษ์ และสุดเร่าร้อนของคุณเจ้านายกับคุณเลขาได้เริ่มต้นขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากดินเนอร์มื้อค่ำที่ผ่านมาบนเรือยอชต์ลำหรู
“อื้อ สะ...เสียว” คนตรงหน้าผมร้องครางเสียงหลง สลับกับเสียงกระทบของเนื้อที่ดังระงมน่าอาย แต่นั่นยิ่งปลุกอารมณ์ผมให้หื่นกระหายมากขึ้น ทันทีที่ผมเด้งเอวนำพาส่วนนั้นเข้าออกช่องทางรักของเธอ
ทำไมครั้งนี้มันเสียวกว่าทุกทีนะ เสียวจนหูตาผมพร่ามัวไปหมด อาจจะเป็นเพราะสถานที่ร่วมรักของเรามันช่างวาบหวาม ชวนให้เสียวสยิวมากซะจนใจเต้นแรง
มือทั้งสองข้างของนารากำลังค้ำยันกับกระจกบานใส ที่ทอดไปตามความยาวของเรือยอชต์ลำหรู และตอนนี้มันกำลังลอยเคว้งอยู่ในน่านน้ำฮ่องกงที่มืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย
วิวตรงหน้าของเราทั้งคู่จากจุดนี้สามารถมองเห็นเกาะฮ่องกงยาวสุดลูกหูลูกตา มันฉาบไปด้วยแสงไฟหลายล้านดวงจากตึกสูงและป้ายโฆษณาที่แข่งกันส่องแสงสว่าง ช่วยประดับให้ภาพนี้ยิ่งดูงดงามมากขึ้น
ฉากรักกึ่งเอาต์ดอร์แบบนี้ นำพาให้ผมเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก เอวผมยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง กระหน่ำสวนแทงคนข้างหน้าด้วยจังหวะเนิบช้า บางทีก็ถี่เร็วสลับกันไป ปากและจมูกคอยพรมจูบซุกไซ้ไปที่แผ่นหลังและซอกคอของเธออย่างไม่หยุดหย่อน
นี่เป็นการร่วมรักที่ดีที่สุดในชีวิต ไม่เคยมีใครทำให้ผมมีความสุขเท่านี้ เมื่อคืนว่าสุขที่สุดในชีวิตแล้ว วันนี้มันสุขยิ่งกว่านั้นหลายเท่า
“คนสวยของผม...ชอบไหมครับ”
“ชะ…ชอบค่ะ อืม~”
ทำไปได้สักพัก ผมหยุดดึงเอวเข้าออก ถอนแก่นกายออกมา พลิกตัวหญิงสาวตรงหน้าให้หลังติดกระจก ใช้มือช้อนขาทั้งสองข้างแล้วอุ้มขึ้นไว้บนสองแขนแกร่ง ก่อนสอดใส่แท่งร้อนของตัวเองเข้าไปในตัวอีกครั้งหนึ่ง
ฟรึ่บ…
“อ๊ะ...ลึกจัง”
“อยากเสียวมากกว่านี้ไหมครับ” ผมมองหน้าเธอที่ตอนนี้หลับตาพริ้ม อิ่มเอมกับความสุขที่ผมมอบให้ หน้านาราตอนนี้เซ็กซี่เป็นบ้าเลย!!
“คนบ้า…คนหื่น อ๊ะ…อืม~” ถึงแม้เธอจะแอบก่นด่าผมเบาๆ แต่นั่นก็ทำให้ผมยิ่งได้ใจกระแทกแรงๆ เน้นๆ สวนแทงแท่งร้อนเข้าไปอีกหลายสิบที และดูเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็ดูจะชื่นชอบกับท่านี้ไม่น้อย
ฮึก...!!
“เป็นไงบ้าง ท่านี้เสียวไหมครับ”
“อือ~ เสียวค่ะ~” เสียงทุ้มต่ำครางอือกระท่อนกระแท่นในระหว่างที่จมูกกับปากผมยังทำหน้าที่ซุกไซ้และดูดเม้มที่ลำคอ ไล้ลงมาถึงหน้าอกทรงสวยของคนตรงหน้าอย่างหยุดไม่ได้
“อย่าค่ะ ดะ...เดี๋ยวเป็นรอย”
ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ที่ผมสนใจก็แค่เธอคนนี้เท่านั้น ผมหยุดชั่วครู่ แล้วอุ้มเธอไปที่โซฟาหนังตัวยาว
“นารา ออนท็อปให้หน่อยได้ไหมครับ” ผมมองตาทำหน้าอ้อนพลางจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั่น
“อย่าทำแบบนี้บ่อยนะคะ”
“…!?”
“แค่นี้นาราก็หลงรักคุณจนโงหัวไม่ขึ้นละ”
โอ๊ย...ประโยคนี้มันปักฉึกเข้าตรงกลางใจผมเต็มๆ ถ้าทำหน้าทำเสียงแบบนั้นแล้วได้ผล ผมจะทำใส่เขาทุกวันเลย
เลขาสาวของผมเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง ค่อยๆ จับเอาแท่งร้อนของผมจ่อตรงช่องทางรัก แล้ว...
พรึ่บ!!
“อ๊ะ...นารา ซี้ด~ มันตอด อ๊า~”
นารานั่งทับการันต์น้อยลงมาแล้วค้างไว้อย่างนั้น ช่องทางรักของเธอตอดรัดน้องชายของผมแน่นจนปวดหนึบไปหมด แน่นจนผมรู้สึกได้ถึงแรงเต้นตุบๆ ของช่องทางคับแคบนี้
“ตอนนี้ตานาราคุมเกมบ้างแล้วนะ”
ผมจ้องมองใบหน้าที่กระหยิ่มยิ้มย่องของเธอ มันน่ารัก น่ารักจนใจเจ็บ เธอค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบช้า ก่อนจะเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้น ถี่ขึ้นเล่นเอาผมเสียวแทบขาดใจ!!
“นารา ผมเสียว ซี้ด~”
“คุณการันต์ห้ามเสร็จจนกว่านาราจะยอมให้เสร็จนะคะ”
O_O
โอ้มายก็อด!! นาราเวอร์ชั่นนี้คือที่สุดของที่สุด เลขาผมนี่โคตรเอ็กซ์เลย ไม่ใช่แค่เธอที่โงหัวไม่ขึ้น แบบนี้ผมเองก็โงหัวไม่ขึ้นเหมือนกันแหละ ถ้าเลขาผมเธอจะเซ็กส์จัดขนาดนี้ จากหญิงสาวเงอะงะขี้อายในวันแรกที่เจอ กลายมาเป็นหญิงสาวสุดเอ็กซ์ในวันนี้ ยิ่งกว่าถูกหวยรัฐบาลชุดหกสิบล้านอีกมั้งครับเนี่ย
ตอนนี้ทั้งตัวทั้งใจ ผมยกให้เธอไปหมดแล้วจริงๆ จากคนที่ไม่เคยมีใครมาสั่ง กลับกลายมาเป็นผู้ถูกสั่ง แล้วยิ่งมาสั่งผมแบบนี้ น้ำผมนี่แทบจะพุ่ง รู้สึกได้ถึงน้ำรักที่มันไหลรวมมาจ่อที่หัวท่อนเอ็น เตรียมจะออกมาเต็มที่
“นารา ผมจะไม่ไหวแล้วครับ อื้อ~”
“อ๊ะ...นาราก็ สะ...เสียว เสียวไปหมดเลย” ยิ่งพูด เธอก็ยิ่งขย่มการันต์น้อยแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนแกล้งให้ผมจะขาดใจตายให้ได้
“เสร็จพร้อมกันนะคะ” คำสั่งอีกคำหลุดออกมา ผมพร้อมปฏิบัติตามทันที
น้ำรักของผมพวยพุ่งอยู่ในช่องรักของนาราหลายระลอก ก่อนที่เธอจะดึงตัวเองออกมา กระทั่งน้ำรักสีใสของเธอไหลล้นออกจากช่องทางรัก จนเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ นี่มันยิ่งกว่าที่เคยเห็นในหนังโป๊เสียอีก ตั้งแต่ผมมีอะไรกับผู้หญิงมาหลายคน นาราคือคนแรกที่ปล่อยน้ำนั่นออกมาได้ สุดยอดจริงๆ
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







