LOGINบทที่7
จัดบนเรือ NC
ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ศรุตกำลังยืนรอน้องสาวกับน้องชายและคนของใจเดินลงมาจากบ้านเพียงแค่เขาเห็นคนของใจก้าวเดินลงมาด้วยชุดเดรสสีชมพูอ่อนแถมยังใส่สร้อยที่เขาตั้งใจซื้อให้เธอจนทำให้เธอดูสวยเด่นที่สุดในงานนี้
"สร้อยสวยดี" น้ำเสียงของศรุตดูเรียบเฉยใครได้ยินคงไม่ได้คิดอะไรเพราะพี่น้องบ้านนี้ก็คุยกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติ
"อืม... คนซื้อคงตั้งใจเลือกให้น่ะ^^"
"หึ"
เมื่อแสงไฟในบ้านดับลงเสียงร้องเพลง happy birthday ก็เริ่มดังขึ้นตลอดเวลาที่เพลงนี้ถูกร้องบรรเลงสายตาของศรุตกับเฝ้ามองเพียงหนูใจ๋แค่คนเดียวความสวยและความน่ารักของเธอสะกดจิตให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ เมื่อคุณหมอศิลากับมินตราเป่าเทียนจนแสงไฟดับลงศรุตก็ฉวยโอกาสโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มหนูใจ๋หนึ่งทีอีกทั้งยังจับข้อมือเล็ก ๆ ของเธอวิ่งออกมาจากงานด้วยความเร็ว
"เดี๋ยวศรุตจะพาพี่ไปไหนยังไม่ได้ตัดเค้กกันเลย"
"ไปขับรถเล่นกัน"
รถสปอร์ตเปิดประทุนถูกศรุตขับออกมาจากบ้านด้วยความเร็วคนในบ้านไม่ได้สงสัยอะไรเพราะทุกคนกำลังสนุกอยู่กับการป้ายครีมเล่นกันอยู่ในงาน
แสงไฟในเมืองหลวงพาให้บรรยากาศมันดูอบอุ่นลมเย็นปะทะผิวหน้าสร้างความโรแมนติกราวกับพระเอกนางเอกซีรีส์เกาหลีที่หนูใจ๋ชอบดู
"เฮ้อ..."
"เป็นอะไร?" นอกจากเขาจะถามเธอแล้วเขายังเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้แล้วดึงมาวางไว้บนตักของเขา
"พี่แค่รู้สึกสบายใจศรุตรู้ไหมว่าตั้งแต่ที่พี่เข้ามาทำงานกับคุณแม่พี่ต้องแบกรับอะไรหลาย ๆ อย่างธุรกิจของไร่เฝ้ารักพี่ก็เกรงใจคุณพ่อน่านฟ้าแต่โชคดีที่คุณพ่ออย่างมีน้องคอยช่วย"
"เหนื่อยก็พักบ้างคุณแม่ไม่ใช่คนเจ้ากี้เจ้าการขนาดนั้นพี่ไม่ไหวก็แค่บอกท่าน"
"พี่ไหวแต่บางครั้งพี่ก็แอบน้อยใจ... เวลาที่ทุกคนพูดถึงอนาคตว่าที่เจ้าสาวของศรุตพี่จำได้ว่าคุณพ่อศรัณย์เคยอยากให้เราลงเอยกัน"
"ก็เพราะว่าพี่ไม่ยอมให้ผมเปิดตัวพวกท่านเลยคิดว่าเราสองคนเป็นได้แค่พี่น้องกันทั้งที่ความจริงเราคบกันมา 5 ปีแล้วนะ"
ระหว่างติดไฟแดงเขาหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังส่งสายตาหวานซึ้งมาให้เขา เขาจึงรีบปิดระบบเปิดประทุนเพื่อให้เธอรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่กับเขาเพียงลำพัง
เมื่อไฟเขียวศรุตก็รีบเหยียบคันเร่งมาที่ท่าเรือแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการหนูใจ๋มองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยเขาไม่ได้บอกว่าจะพาเธอมาที่นี่สักหน่อย
"ไหนบอกว่าจะพาพี่มาขับรถได้ไงทำไมมาที่นี่ล่ะ?"
"ลงไปเถอะอยู่ในรถผมเอาพี่ไม่ถนัด"
เธอถูกเขาพาลงมาแล้วเดินขึ้นเรือยอชต์ของครอบครัวภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศดินเนอร์สุดหรู หนูใจเคยมานั่งเรือยอชต์นี้หลายครั้งเพราะมันเป็นเรือของครอบครัวที่มักจะเอาไว้จัดงานสำคัญเล็กๆ ภายใน
"ดื่มสักหน่อยไหม" ศรุตถือแก้วแชมเปญเข้ามาหาเธอ เธอจึงรับมาถือไว้แล้วแกว่งเบา ๆ ก่อนจะจิบเล็กน้อย
"ไม่คิดว่าจะพาพี่มาที่นี่..."
"ก็ดูแต่งตัวสิสวยขนาดนี้จะขลุกอยู่แต่ในบ้านทำไม"
ศรุตวางแก้วลงบนโต๊ะเขาใช้มือโอบเอวเธอเข้ามาหาตัวมือซ้ายเกลี่ยไปตามกรอบหน้ารูปไข่นิ้วโป้งแตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากคนตัวเล็กจึงเผยอปากขึ้นแล้วงับนิ้วโป้งของเขาเบา ๆ แต่มันกลับกระตุ้นอารมณ์บางอย่างที่ศรุตเฝ้ารอคอย
ริมฝีปากของทั้งสองประกบจูบกันอย่างดุเดือดสองแขนของหนูใจ๋โอบคอเขาพร้อมยกขาหนึ่งข้างเกี่ยวรั้งเขาไว้จนถูกเขาพามานอนที่เตียง
"จะเอาให้ขาดใจเลย"
"เบาๆ นะศรุตพี่กลัว~"
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดว่ากลัวแต่ใจของเธอกลับสู้สุดใจไม่ว่าเขาจะจูบปากซุกไซร้ซอกคอหรือใช้ลิ้นตวาดเลียความสาวของเธอ เธอก็ตอบสนองเขาได้เป็นอย่างดีทำเอาศรุตอดใจไม่ไหวต้องรีบถอดสูทออกแล้วโยนให้พ้นตัว เขาก้าวขาขึ้นมาบนเตียงแล้วแทรกกายเข้าหว่างขาแท่งร้อนขนาดเกินมาตรฐานถูกวางทาบไว้บนตัวเธอ
"ไม่ใส่ถุงยางเหรอศรุต!"
"ไม่ชอบ"
พูดจบเขาก็ดันแท่งร้อนเข้ามาช้า ๆ แต่มันกลับสร้างความทรมานให้กับหนูใจ๋จนเธอร้องครวญครางเสียงหลง
"อ๊าา~ พี่เจ็บนะ~"
"ผมก็เจ็บ~ อ่าา นี่ก็ครั้งแรกของผมเหมือนกัน”
ปึก!
“อ๊าาาา~ เจ็บ! อื๊อออ~”
หยาดน้ำตาไหลออกมาทางหางตาหมอศรุตรีบดึงแท่งร้อนออกจากกายสาวของเธอก่อนจะจับสะโพกของเธอยกขึ้นแล้วจอแท่งร้อนเข้าไปช้า ๆ ให้เธอได้เห็นภาพสุดสยิวไปพร้อมกับเขา
"พี่เห็นไหมของผมมันกำลังเข้าไปในตัวพี่แล้วอ่าา~"
"อื๊ออ~ สะ เสียวว~ ไม่ไหวแล้วศรุต~"
เขากดแท่งร้อนแช่ไว้ครู่หนึ่งก่อนจะขยับเอวบดครึ่งเธอช้า ๆ จนร่างกายของเธอเริ่มปรับสภาพความยืดหยุ่น จากนั้นเขาก็ก่นกระแทกเธอทันทีจนเสียงของเขาและเธอดังออกมาจากลำคอ
"อ๊าา~" ดวงตาคู่สวยเพ่งมองไปยังลำแท่งร้อนที่กำลังระรัวเข้าออกใส่ร่างกายเธออย่างรุนแรงแม้เธอจะร้องครวญครางเหมือนคนจะขาดใจแต่เขาก็ไม่หยุดยังคงระรัวเอวสอบใส่เธออยู่แบบนั้น
ปึก! ปึก! ปึก!
"อ๊าาา~ อ๊ะ! อ๊ะ!"
"แน่นมาก~ เจ็บหัวไปหมดแล้ว~ อ่าาาา"
"ศรุต~ อื๊อออ~ ศรุตพี่ไม่ไหวแล้ว~
ปึก! ปึก! ปึก!
ในเมื่อเธอไม่ไหวเขาเองก็ไม่ขอทนอีกต่อไปความอัดอั้นที่มีมาตลอดระยะเวลา 5 ปีมันจบสิ้นแล้วเขาปลดปล่อยน้ำสีขาวออกมาใส่ตัวเธอหนำซ้ำยังกดแช่เอาไว้จนแท่งร้อนเริ่มอ่อนตัวลงเขาถึงได้ดึงออกมาจนเห็นความสวยงามของน้ำสีขาวผสมเลือดสีแดงไหลหยดลงมาเป็นสาย
"สุดยอดเลย.... ผมต่อเลยนะ"
บทที่ 53ตอนพิเศษ เจ้านายกับน้องคนนั้นในช่วงวันหยุดยาวของนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายเขาเลือกที่จะเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่อเมริกาวันนี้เขามานั่งอยู่ที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คนิวยอร์ก ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กที่นี่มีสวนสัตว์ โรงละครกลางแจ้ง ลานน้ำพุ สนามกอล์ฟเป็นที่เที่ยวเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบายอุณหภูมิอยู่ที่ 10-18 องศาใบไม้ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนสีช่างเป็นภาพที่สวยงามจนนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ในขณะที่เขารัวชัตเตอร์อยู่นั้นภาพในเฟรมก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีก่อนจะเดินหายเข้าไปในกลุ่มผู้คนมากมายสองขาที่ยืนอยู่กับที่ก็เผลอก้าวตามไปอย่างไม่รู้ตัวเจ้านายเดินมาเรื่อย ๆ จนเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นจู่ ๆ เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้สติของตัวเองกลับมาทำไมเขาต้องสนใจว่าเธอเป็นใครแล้วทำไมเขาต้องเดินตามเธอมาขนาดนี้เมื่อคิดได้เจ้านายก็หันหลังเดินกลับไปตามทางที่เขาเดินมาเมื่อครู่วันนี้ทั้งวันเจ้านายเดินเล่นอยู่แถว ๆ สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คจนตะวันใกล้จะตกดินเข
บทที่52เปียโนสวยแซ่บกับมินนี่สุดเรียบร้อยมินนี่กับเปียโนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจด้วยกันทั้งสองเป็นเพื่อนรักเรียนอยู่คณะเดียวกันและยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีกแต่นิสัยและไลฟ์สไตล์ของทั้งสองต่างกันสุดขั้วคนนึงสวยแซ่บส่วนอีกคนก็เรียบร้อยเพราะเป็นลูกคุณหนู ส่วนตอนนี้เจ้านายก็ย้ายไปเรียนที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วนาน ๆ ถึงจะได้คุยกันแต่ก็ยังติดต่อทักหากันอยู่ตลอด"มินนี่ได้โปรดล่ะเธอช่วยทำอะไรให้มันกระฉับกระเฉงหน่อยได้ไหมเดินขึ้นตึกเรียนชั้น 4 นะ" เปียโนหันไปบ่นลูกพี่ลูกน้องของตนเองมินนี่เป็นคนทำอะไรเชื่องช้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะช้าขนาดนี้"ฉันก็รีบที่สุดแล้วเปียโนคราวหลังเธอก็ตื่นให้มันเช้า ๆ หน่อยสิ""แรงมากเธอกล้าว่าฉันตื่นสายงั้นเหรอ""ก็ฉันพูดจริง ๆ เธอตื่นสายทำให้มาเรียนสาย ถ้ามาเช้ากว่านี้ป่านนี้คงนั่งรออาจารย์สบาย ๆ แล้ว"มินนี่รีบเดินนำขึ้นไปถึงเปียโนจะขี้หงุดหงิดแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโกรธหรือว่าอะไรมินนี่ทั้งนั้นเพราะทั้งสองโตมาด้วยกันจึงรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี นี่แค่เรียนปี 1 เปียโนก็สร้างวีรกรรมมากมายรุ่นพี่คนไหนไม่พอใจหรือแขวะว่าเธอ เธอจะไม่เดินหนีเหมือนที่มิเท้าเอวนี่ทำแต่เธ
บทที่ 51เจ้านายกับรุ่นน้องคนนั้นหลายปีผ่านไปตอนนี้เจ้านายกำลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ในงานปัจฉิมนิเทศของวันนี้เขาเดินตรงไปหาเพื่อนอย่างคิวที่กำลังคุยกับรุ่นน้องสาว ๆ อยู่ใต้ต้นจามจุรีและหนึ่งในนั้นก็คือเด็กผู้หญิงที่เคยตามเอาขนมมาให้เขาแต่หลังจากที่ถูกเขาต่อว่าเธอก็ถอยห่างไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกเลย"ไงครับว่าที่นายแพทย์สุดหล่อมาร่ำลาน้อง ๆ หน่อยสิน้อง ๆ ครับเดี๋ยวไอ้เจ้านายเพื่อนของพี่มันจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วนะ""จริงเหรอคะน่าอิจฉาจังเลยได้ไปต่างประเทศด้วยยินดีด้วยนะคะพี่เจ้านายแบบนี้พี่ต้องไปหลายปีเลยใช่ไหม" รุ่นน้องเอ่ยถามทุกคนต่างเห็นเจ้านายเป็นไอดอลทั้งนั้นเขาเป็นคนดังของโรงเรียนจนทำให้สาว ๆ ในโรงเรียนรวมถึงสาว ๆ ต่างโรงเรียนตบตีกันเพื่อแย่งเขาแต่เขาไม่เคยสนใจใครเลยวัน ๆ เอาแต่สิงอยู่ในห้องสมุด"ก็หลายปีอยู่""ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับน้อง ๆ พอดีวันนี้พี่มีนัดปาร์ตี้เลี้ยงส่งวันที่ห้องดนตรีใครว่างก็ไปได้นะ"ทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ต่างจัดงานเลี้ยงส่งให้นักเรียนดีเด่นอย่างเจ้านายเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่ได้ใช้ทุนของโรงเรียนเลยเพราะเขายอมเสียสล
บทที่ 50 คุณหนูมินนี่กับงานวงการบันเทิงมาทางฝั่งของคุณหมอทิวไผ่และมินตราทั้งสองยังคงถือคติมีลูกคนเดียวนี่แหละสบายใจสุดแล้ว วันนี้คุณหนูมินนี่ได้มาเป็นนางแบบโลชั่นทาผิวสูตรน้ำนมกว่าจะถ่ายงานเสร็จก็ปาไปเกือบ 2 ทุ่มคุณหมอทิวไผ่จึงมานั่งรอลูกสาวที่กองถ่ายโดยมีมินตราคอยดูเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของลูกสาวด้วยตนเอง"คุณแม่คะเราจะเดินทางไปจันทบุรีคืนนี้เลยหรือคะ?" "ใช่แล้วลูกส่วนเดือนหน้าเราค่อยบินไปเชียงใหม่กันตอนนี้เราต้องไปดูแลกิจการที่จันทบุรีได้ข่าวว่าทุเรียนกำลังได้ที่เลยนะ""งั้นเราไปกันเลยค่ะขอพูดถึงทุเรียนมินนี่รู้สึกหิวมากอยากได้กลิ่นหอม ๆ ของมันแล้วค่ะ^^"สองแม่ลูกชอบทานทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจส่วนคุณพ่อทิวไผ่นั้นขอส่ายหน้าอย่างเดียวระหว่างขับรถมินนี่ก็พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนพวกท่านแต่จู่ ๆ เสียงของเธอก็เงียบไปคุณหมอทิวไผ่มองกระจกหลังเห็นลูกสาวคนสวยนอนหลับปุ๋ยไปแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปลูกสาวเอาไว้ลงหน้า facebook ขำ ๆ"ดูแล้วลูกสาวของเราไม่มีทางเป็นหมอแน่นอนคุณว่าไหม?" คุณหมอทิวไผ่หันมามองภรรยาของตนเอง"แน่นอนอยู่แล้วล่ะลูกเหมือนฉันมากยังไงก็ไม
บทที่ 49เปียโนไม่อยากเป็นเด็กวัดวันนี้คุณหมอศิลากับคุณหมอปุ้มปุ้ยมีประชุมทำให้เธอต้องฝากลูกสาวกับลูกชายเอาไว้กับคุณตาปริญญ์แค่บอกว่าจะฝากลูกเอาไว้คุณตาปริญญ์ก็รีบขับรถมารับหลานทั้งสองตั้งแต่เช้ายิ่งช่วงปิดเทอมแบบนี้สถานที่ที่เหมาะที่สุดจะเป็นที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ วัด "คุณตาขาอีกแล้วนะคะตอนนี้เปียโนอายุ 15 โตเป็นสาวสวยมากแต่เปียโนต้องมาทำความสะอาดวัดถ้าคุณพ่อรู้คุณพ่อคงบ่นหูชา" เจ้าหนูเปียโนนึกถึงตัวเองในวัย 5 ขวบช่วงนั้นเธอเรียนอนุบาลคุณตาปริญญ์สอนแต่สิ่งดี ๆ ยามที่เธอกลับมาจากโรงเรียนคุณตามักจะถามว่าเธอได้อะไรกลับมาบ้างและสิ่งที่เธอได้มามันไม่ใช่ความรู้แต่มันคือดินสอ สีเทียน ยางลบแม้กระทั่งลิปสติกสีแดงของคุณครูเธอก็หยิบใส่กระเป๋ากลับมา'วันนี้หนูได้ลิปสติกสีแดงมาฝากคุณแม่ด้วยค่ะพอดีว่าคุณครูเผลอหนูเลยหยิบใส่กระเป๋ามาด้วย'หลังจากวันนั้นปริญญ์จึงถูกอบรมสั่งสอนโดยลูกสาวของตนเองและลูกชายที่เข้ามาสมทบ สอนหลานแบบนั้นมันไม่ได้แทนที่จะสอนสิ่งดี ๆ กับสอนให้หลานเป็นมิจฉาชีพตั้งแต่เด็กปริมในวัย 9 ขวบเริ่มรู้ประสีประสา มีเพื่อนเป็นเด็กวัดอนาคตยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรตอนนี้คบเด็กวัดเป็นเพื่อนสบา
บทที่ 48เจ้านายวัยขบเผาะเวลาผ่านไปหลายปีตอนนี้เด็ก ๆ ทุกคนกำลังเรียนมัธยมคุณหมอศรุตมีลูกสาวอีก 1 คน ชื่อว่าน้องจ๊ะจ๋าตอนนี้จ๊ะจ๋าอายุ 10 ขวบแล้ว ส่วนเจ้านายอายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นม 3 ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมสองพี่น้องกำลังเรียนซัมเมอร์ทั้งสองคนเรียนเก่งหัวไวซึ่งเจ้านายก็เอนไปทางคุณหมอมีความคิดที่อยากเป็นคุณหมอตั้งแต่เด็กคุณหมอศรุตจึงโล่งใจอย่างน้อยลูกก็เดินตามความฝันของครอบครัวส่วนจ๊ะจ๋าลึก ๆ เธอก็อยากเป็นคุณหมอแต่ก็ชอบเรื่องบริหารไม่ต่างกันอนาคตไม่แน่ไม่นอนอยากจะเป็นอะไรหนูใจ๋ก็ไม่ว่าเธอตามใจและเข้าใจลูกทั้งสองคนเป็นอย่างดีซึ่งคุณหมอศรุตก็ยอมปล่อยวางเขาเคารพการตัดสินใจของลูกแล้ว"คุณพ่อครับพรุ่งนี้ผมขอไปเตะบอลกับเพื่อนนะครับอาจจะกลับสัก 21:00 น คุณพ่อสะดวกไปรับผมไหมครับ""ได้ครับเดี๋ยว 21:00 น เข้าไปรับแล้วไปเตะบอลกันที่ไหน""สนามหญ้าเทียมใกล้ ๆ โรงเรียนครับตอนแรกจะใช้สนามของโรงเรียนแต่เผอิญโรงเรียนเตรียมจัดงานต้อนรับผู้อำนวยการคนใหม่เลยต้องใช้สถานที่""แล้วเรื่องเรียนซัมเมอร์เป็นยังไงบ้างมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" "เรื่องเรียนไม่มีปัญหาอะไรครับคุณพ่อ"สองพ่อลูกคุยกันถึงเรื่องเรีย
บทที่13สารภาพวันนี้คุณหมอศรุตเริ่มมีอาการแปลก ๆ เพราะน้องชายกำลังจะหมั้นแต่ตัวเองนั้นยังไม่มีวี่แววและท่าทีที่หนูใจ๋จะยอมเปิดตัวเลย อาการของเขาที่มันเสียสมาธิทุก ๆ อย่างแม้แต่ตอนอ่านหนังสือเขาก็ถอนหายใจทิ้งเป็นว่าเล่นจนคุณปู่และคุณพ่อชำเลืองมองเป็นระยะปกติแล้วศรุตเป็นคนที่มีสมาธิเด็ดเดี่ยวไม่เคยเ
บทที่12ปุ้มปุ้ยโดนจับหมั้นหลังจากที่หมอศรุตกลับมาถึงบ้านเขาก็เห็นครอบครัวของอาจารย์แพทย์เดินทางมาที่บ้านด้วยไม่เห็นคุณพ่อบอกว่าวันนี้จะมีแขกแต่คนที่เดินลงจากรถของเขานี่สิแทบจะไม่มองหน้าใครเลย"มาก็ดีแล้วพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย" คุณหมอศรัณย์กวักมือเรียกลูกชายทั้งสองคนให้มานั่งเหล่าแม่บ้านที่แอบมองกัน
บทที่11หายนะNCคุณหมอศิลาจัดการสาวสวยที่เขาพามาด้วยเธอเองก็ตอบสนองเขาทุกอย่างไม่ว่าจะจูบปากแลกลิ้นแม้กระทั่งอมแท่งร้อนของเขาเธอก็ทำให้เขาถูกอกถูกใจ เธอดูสดใหม่แกะกล่องแต่ก็มีความมั่นใจตัวเองสูง"ครั้งแรกก็จะขึ้นพี่เลยหรือคะหนูจ๋า~""คนอย่างหนูไม่เคยก้มหัวให้ใครค่ะ~"ปึก!คุณหมอศิลาสัมผัสได้ถึงอะไร
บทที่10คุณหมอกินดุ NC"อ๊าาา~""พี่อยากกินน้ำอีกขอพี่กินน้ำของศรุตได้ไหมคะ~""ก็กินไปสิ จะกินทั้งคืนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร อ่าา~"ปากเล็ก ๆ เริ่มทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงเธอดูดแท่งร้อนของหมอศรุตหวังจะกินน้ำปรารถนาของเขาสายตาของศรุตจ้องมองคนตัวเล็กที่ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีไม่ว่าเธอจะก้มหรือเงยหน้าใ







