Share

บทที่ 37

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:13:20

            “คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยว่าผมต้องทำอะไรบ้าง”

            “ดินก็แค่สวมรอยเป็นคุณติณณ์ และไปงานเลี้ยงรุ่นในฐานะแฟนของมัท ไม่ยากเกินไปใช่ไหม”

            ถ้าเธอรู้ว่ากำลังพูดอยู่กับติณณภพตัวจริงเสียงจริงอยู่ล่ะก็จะมีปฏิกิริยาอย่างไร

            “ไม่กลัวคนอื่นจะจับได้เหรอ”

            “จับได้ว่าดินสวมรอยเป็นเจ้านายของตัวเองน่ะเหรอ พวกนั้นไม่มีทางจับได้หรอก”

            “อะไรทำให้คุณมั่นใจมากขนาดนั้น”

            “เพราะไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณติณณ์น่ะสิ อย่างที่บอกถ้าจะต้องมีใครสักคนสวมรอยเป็นเขา ดินคือคนที่เหมาะสมที่สุด”

            “เราจะทำได้แน่เหรอ”

            “แน่สิ รับรองไม่มีใครจับได้ เพียงแต่เราต้องแสดงให้แนบเนียนสมบทบาทที่สุดเท่านั้น”

            “แต่เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน และยังรู้จักกันไม่มากพอแล้วจะแนบเนียนได้ยังไง คุณเข้าใจใช่ไหมความสนิทสนมระหว่างเพื่อนแตกต่างจากความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว”

            “ไม่เห็นจะยากเลย เราก็มาเรียนรู้และทำความสนิทสนมกันไว้สิ ยังพอมีเวลา”

            “ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมดสำหรับคุณ”

            “แน่ใจนะว่านี่เป็นคำชม”

            ชายหนุ่มมอบรอยยิ้มให้เธอแทนคำตอบ ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบเขาก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา

            “สุดสัปดาห์นี้คุณว่างไหม”

            “ถามทำไม”

            “มัทจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ไร่ ถ้าดินว่างไปด้วยกันนะ ถือเป็นการพักผ่อนชาร์ตแบตให้ร่างกายไปในตัว มัทจะได้แนะนำให้ดินรู้จักกับพิซซี่และลียา เพื่อนที่รักและปรารถนาดีต่อมัทมากกว่าใคร”

            “ไร่ของคุณ”

            “ใช่ก็ดีสิ ที่จริงเป็นไร่ผลไม้ของคุณยายมัทเอง ไปด้วยกันนะ จะได้ทำความสนิทสนมกันไว้”

            “ไม่แน่ใจว่าผมจะได้ไปไหม”

            “หมายความว่าไง” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น

            “ผมไม่รู้ว่าคุณติณณ์จะมีงานอะไรให้ผมทำหรือเปล่า”

            ที่จริงแล้วเขามีนัดที่จะต้องไปพบกับบิดา ที่เดินทางกลับจากไปผ่าตัดหัวใจที่อเมริกา จึงมิอาจรับปากเธอได้

            “ในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังต้องทำงานอีกเหรอดิน” น้ำเสียงที่ย้อนถามบ่งบอกถึงความประหลาดใจ

            “บางครั้ง...ถ้ามีงานด่วนเข้ามาก็จะถูกเรียกตัวไป”

            “น่าเสียดาย มัทอยากให้ดินไปเที่ยวที่ไร่ของคุณยายพร้อมกับมัท”

            “เอาเป็นว่าถ้าผมไม่ติดงานอะไรผมจะตามไป”

            “พูดจริงนะ”

            “จริง”

            “ทำสัญญากันหน่อย”

            เธอเอ่ยพร้อมกับชูนิ้วก้อยไปตรงหน้า แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงมองนิ่งเฉย ๆ ทำให้หญิงสาวใช้ข้อศอกสะกิดแขนเขา การกระทำของเธอเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมเกี่ยวก้อยทำสัญญากับเธอ

            ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น จากนั้นก็คุยกันเรื่องจิปาถะอีกพักใหญ่

            “มัทกลับบ้านก่อนดีกว่า นี่ก็รบกวนเวลาพักผ่อนของดินมานานละ”

            “แน่ใจนะว่าขับรถกลับเองได้”

            “สบายมาก”

            ทันทีที่ก้าวเดินก็สะดุดโซฟาจนเกือบล้มลงไปนอนวัดพื้น โชคยังดีที่เขาคว้าตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปกองอยู่ที่พื้น เธอจึงนั่งอยู่บนตักเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่แว่นดันกระเด็นหลุดไปนี่สิ

            “คุณโอเคนะ”

            หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะหยีตามองหาแว่นสายตาที่กระเด็นตกไปที่พื้น

            “แว่นตาของมัท” ภาพทุกอย่างดูลางเลือนเมื่อไม่ได้สวมมัน

            ติณณภพเอื้อมมือไปหยิบชึ้นมาให้ จังหวะที่เขาเงยหน้ามาสบตาเธอในระยะประชิด ทำให้เขาค้นพบว่ามัฑณาวีมีดวงตาที่งดงาม สวยสะกดทุกสายตา ชวนให้หลงใหล จุดเด่นอยู่ที่ประกายในแววตาที่ทำให้เธอดูมีเสน่ห์มาก

            ทั้งดูสวยงามและขี้เล่นอยู่ในที เรียกได้ว่าเธอเป็นสาวที่มีดวงตาคมเข้มและเปี่ยมไปด้วยพลัง น่าเสียดายที่ความสวยงามของดวงตาคู่นั้นถูกบดบังด้วยแว่นสายตาที่เจ้าตัวมักจะสวมใส่อยู่เสมอ

            “คืนแว่นให้มัทสิคะ มัทมองเห็นไม่ชัดถ้าไม่ได้สวมมัน”

            เขาคืนแว่นสายตาในมือให้เธอ หญิงสาวรับมาสวมพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณ

            “รู้ตัวไหมว่าคุณมีดวงตาที่สวยมาก น่าเสียดายที่คุณปกปิดมันไว้ด้วยแว่นสายตาที่คุณชอบสวมใส่”

            มัฑณาวียิ้มรับคำชม “คุณไม่ใช่คนแรกที่พูดกับมัทแบบนี้”

            “ทำไมคุณไม่เปลี่ยนมาใช้คอนแทคเลนส์”

            “มัทชอบสวมแว่นมากกว่า”

            “ไหนบอกว่าจะกลับบ้าน” ติณณภพเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งอยู่บนตักเขา อันที่จริงเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่เธอนั่งคุยอยู่กับเขาแบบนี้ ออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ

            คำพูดของชายหนุ่มทำให้มัฑณาวีรู้สึกตัวว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนตักเขาจนเพลิน หน้าของเธอแดงก่ำ

            “ขอโทษนะ มัทเผลอนั่งนานไปหน่อย” เธอเอ่ยปากขอโทษพร้อมกับจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำเช่นนั้นก็ได้ยินคำพูดบางอย่างหลุดออกมาจากปากเขา

            “ไม่เป็นไร จะนั่งนานกว่านี้ก็ได้ผมชอบ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status