LOGIN“ผมรู้มาว่าพ่อไปร่วมงานรับปริญญาของผมทั้งสองครั้ง แต่ทำไมถึงไม่มีความกล้าพอที่จะแสดงตัวให้ผมรู้”
ไตรภพมีสีหน้าตกใจที่ลูกรู้เรื่องนี้ รู้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคยบอกใคร มีเพียงอาทรเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
“ติณณ์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือมันเป็นความจริงไหมต่างหากครับ”
“เป็นความจริง พ่อยังแอบถ่ายรูปติณณ์กับแม่เก็บไว้ดูต่างหน้า”
“ผมเห็นแล้วครับ”
“เห็นได้ยังไง...อาทรใช่ไหม”
“ใช่ครับ พ่อยังไม่ได้ตอบเลยว่าทำไมถึงไม่แสดงตัวให้ผมรู้”
“เพราะคำมั่นสัญญาที่พ่อเคยให้ไว้กับแม่ ทำให้พ่อได้แต่เฝ้ามองความสำเร็จของติณณ์อยู่ห่าง ๆ และภูมิใจในตัวติณณ์ตลอดมา”
“พ่อรักแม่ไหมครับ”
“รักสิ รักมาก เราถึงได้แต่งงานกัน”
“แต่มันคงยังไม่มากพอที่จะทำให้พ่อหยุดอยู่ที่แม่”
“ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อ เพราะพ่อไม่ดีเองแม่ของติณณ์ถึงต้องช้ำใจ เราทะเลาะกันบ่อยครั้งเรื่องที่พ่อแอบไปมีผู้หญิงอื่น สุดท้ายตติยาก็ขอหย่าขาดจากพ่อ”
“หมดรักจึงตัดขาดกันได้อย่างสิ้นเยื่อใย”
“ใครว่า เพราะรักถึงได้ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เธอจะได้ไม่ต้องทนทุกข์อยู่กับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพ่อ เพราะพ่อรู้ดีว่าพ่อเลิกพฤติกรรมเหล่านั้นไม่ได้”
“คำพูดกับการกระทำของพ่อมันสวนทางกัน ถ้าพ่อรักแม่จริงทำไมถึงไม่กลับไปดูใจในวาระสุดท้ายของแม่”
แม้จะพอรู้มาบ้างถึงเหตุผลแห่งการกระทำในครั้งนั้น แต่เขาก็อยากที่จะฟังคำอธิบายจากปากของท่าน
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากไปอยู่ดูใจแม่ของลูกในวาระสุดท้ายของเธอ นั่นเป็นสิ่งที่พ่ออยากทำที่สุด เพียงแต่ไม่สามารถทำได้ในตอนนั้น เพราะบริษัทเกิดปัญหาวิกฤตที่ทำให้พ่อต้องอยู่จัดการกับปัญหาเหล่านั้นด้วยตัวเอง มิฉะนั้นเราอาจต้องสูญเสียเงินมูลค่าหลายพันล้าน ในเวลานั้นพ่อจึงต้องเลือกละทิ้งเรื่องส่วนตัวมารับผิดชอบเรื่องงานที่บริษัทก่อน เพราะยังมีพนักงานอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องดูแล ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเราก็อาจจะอยู่ได้ไม่เดือดร้อนมากนัก แต่พนักงานของเราจะอยู่ยังไง พวกเขายังมีครอบครัวที่ต้องดูแลเช่นกัน พ่อจึงละทิ้งหน้าที่และความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้”
ติณณภพมองเห็นแววตาแห่งความเสียใจของบิดา และเห็นน้ำตาลูกผู้ชายที่เจ้าตัวพยายามฝืนไว้จนตาแดงก่ำ
“ติณณ์อาจไม่เชื่อว่าพ่อเสียใจมาก และเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ตอนนั้นพ่อไม่อาจเดินทางไปอยู่ดูใจผู้หญิงที่พ่อรัก ก่อนที่เธอจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ และไม่ได้ไปร่วมในงานพิธีศพของเธอ แต่ถึงแม้จะย้อนเวลากลับไปได้พ่อก็จะยังตัดสินใจเช่นเดิม ด้วยเหตุผลที่พ่อบอกติณณ์ และก็หวังว่าติณณ์จะเข้าใจเมื่อติณณ์ได้อยู่ในสถานะเดียวกับพ่อ สถานะที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของพนักงานเกือบพันชีวิต การอยู่ในจุดนั้นไม่ใช่คิดคำนึงแต่เรื่องของเรา แต่ต้องคำนึงถึงพวกเขาด้วยในฐานะที่พวกเขาเป็นคนในปกครอง แน่นอนว่าการกระทำใดก็ตามของเราจะมีผลกระทบไปถึงพวกเขาไม่มากก็น้อย”
ไตรภพสูดลมหายใจแรงพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือบุตรชาย
“พ่อไม่คาดหวังให้ติณณ์ยกโทษให้พ่อ และขอบใจที่ติณณ์ยอมอดทนรับฟังพ่ออธิบายถึงเหตุผล ว่าทำไมพ่อถึงต้องตัดขาดการติดต่อกับติณณ์ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้พ่อไม่สามารถไปอยู่ดูใจผู้หญิงที่พ่อรักตามคำขอของติณณ์ได้ในเวลานั้น การที่ติณณ์สูญเสียแม่ไม่ใช่แค่ติณณ์เท่านั้นที่เสียใจ พ่อเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าติณณ์ เพราะพ่อก็สูญเสียคนที่พ่อรักไปเช่นกัน แม่ของติณณ์คือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พ่อรัก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ยังคงอยู่ในหัวใจของพ่อเสมอ เช่นเดียวกับติณณ์ พ่อรักติณณ์ รักมาตลอด ความรักที่พ่อมีให้ติณณ์มากไม่ต่างไปจากที่แม่ติณณ์มีให้ และพูดได้เต็มปากว่าติณณ์เป็นลูกที่พ่อตั้งใจให้เกิด พ่อภาคภูมิใจในตัวลูกเสมอไอ้ลูกชาย”
“หลังจากแม่ตายทำไมพ่อถึงไม่ติดต่อผม”
“แม้พ่อจะไม่เคยแสดงตัวให้ติณณ์เห็น แต่พ่อรู้ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของลูก รู้ว่าลูกเสียใจกับการสูญเสียแม่มากแค่ไหน เสียศูนย์แค่ไหนในเวลานั้น และผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนั้นมาได้ยังไง พ่อรู้หมด รู้แม้กระทั่งว่าลูกโกรธและเกลียดพ่อจนไม่คิดที่จะให้อภัย”
“ผมเคยคิดเช่นนั้น แม้ในเวลาที่แม่ขอร้องให้ผมรับปากว่าจะยกโทษให้พ่อ เลิกโกรธเลิกเกลียดพ่อ ผมยอมรับปากแม่แต่ก็ใช่ว่ามันจะทำเช่นนั้นกันได้ง่าย ๆ พ่อเข้าใจใช่ไหมครับช่องว่างระหว่างเรามันมีมากเกินไป”
“พ่อเข้าใจ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







