LOGIN“คิดได้หรือยังว่าจะตอบรับหรือตอบปฏิเสธ” ภาคินย้อนถาม
“ยัง ถึงต้องมาปรึกษาพิซซี่กับลียาไง มัทควรตอบคุณติณณ์ยังไงดี”
“ก่อนอื่นแกต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าแกรักใคร เวลาอยู่กับใครแล้วมีความสุขมากกว่ากันโดยตัดเรื่องฐานะทิ้งไป อยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใคร และถ้าขาดเขาไปแล้วจะอยู่ไม่ได้ ดินหรือคุณติณณ์ นั่นล่ะคำตอบ”
“คุณติณณ์จะเสียใจ”
“ให้เขาเสียใจตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าคบหากันไปแล้วมารู้ทีหลังว่าแกไม่ได้รักเขา แกว่าอย่างไหนเจ็บมากกว่ากัน”
“มัทควรบอกความรู้สึกที่แท้จริงกับเขาตั้งแต่วันนี้ดีกว่าปล่อยให้มันยืดเยื้อออกไปใช่ไหมพิซซี่”
“ก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่ อะไรทำให้แกลังเล หรือยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของดินว่าเขารู้สึกอย่างไรกับแก”
“เพราะดินบอกรักมัท และมันทำให้มัทเห็นภาพชัดขึ้น ใครกันที่อยู่ในใจมัทมาตลอด”
“แกก็ได้คำตอบแล้วนี่”
“มัทไม่อยากทำให้คุณติณณ์เสียใจนะพิซซี่”
“ก็เลยจะเป็นคนเสียใจเสียเอง ลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีผู้ชายอีกคนที่รักแก และเขาจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ของแกด้วย”
“มัทไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะตัดสินใจยังไงดี” ที่ยังคงลังเลเพราะไม่อยากให้ตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ใครบางคนต้องเสียใจ
“ไม่ว่าพี่มัทจะตัดสินใจอย่างไร แน่นอนว่าจะต้องมีใครบางคนเจ็บปวด เรื่องนี้พี่มัทหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกค่ะ สิ่งที่พี่มัทต้องทำคือฟังเสียงเรียกร้องจากหัวใจของตัวเอง ไม่มีใครตัดสินใจเรื่องนี้แทนพี่มัทได้นอกจากตัวพี่มัทเอง แต่ไม่ว่าพี่มัทจะตัดสินใจอย่างไรเราสองคนก็พร้อมที่จะสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างพี่มัทเสมอ”
“ถามตัวเองดูว่าระหว่างตอบตกลงกับตอบปฏิเสธ อย่างไหนที่ทำให้แกอึดอัดน้อยกว่ากัน เมื่อได้คำตอบก็อย่าลังเลที่จะพูดมันออกไป”
“ขอบใจมากนะพิซซี่ เธอด้วยลียา”
“สบายใจขึ้นหรือยัง”
“ดีขึ้นแล้วพิซซี่ มัทจะลองคิดดู ไม่ว่ายังไงพรุ่งนี้มัทก็ต้องให้คำตอบคุณติณณ์ แม้ว่ามันอาจจะเป็นคำตอบปฏิเสธก็ตาม”
“แล้วแกไม่นึกเสียดายเหรอมัท ถ้าแกปฏิเสธ ตำแหน่งลูกสะใภ้ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านจะหายวับไปในพริบตา แถมปัญหาเรื่องฤทัยก็ยังไม่จบ คาราคาซังกันต่อไป”
“พี่พิซซี่กำลังจะทำให้พี่มัทสับสนนะคะ”
“พี่กำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้มัทต่างหากล่ะลียา”
“แต่ลียาว่าจะยิ่งทำให้พี่มัทสับสนมากกว่าเดิม”
“ไม่หรอกลียา พี่ตัดสินใจแล้วและคงไม่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ” มัฑณาวีเอ่ย
“ตัดสินใจว่า...” ภาคินถามด้วยความอยากรู้ทั้งที่ก็พอจะเดาคำตอบได้
“พรุ่งนี้มัทจะปฏิเสธคำขอของคุณติณณ์”
ภาคินและฬียากรยิ้มออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินคำตอบที่หนักแน่นของมัฑณาวี
“ในที่สุดเสียงเรียกร้องของหัวใจก็เอาชนะความโลภได้ เก่งมากมัฑณาวี”
“ขอบคุณนะ” มัฑณาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ
“สำหรับอะไร” ภาคินย้อนถาม
“ที่อยู่เคียงข้างมัทเสมอ”
“ก็เรารักแก หรือแกไม่รู้”
“รู้สิ มัทรู้ดีว่าพิซซี่กับลียารักและปรารถนาดีกับมัทมากกว่าใคร”
“รู้ก็ดีแล้ว ดึกละแยกย้ายกันไปนอนสักทีดีไหม”
“ก็ดีเหมือนกัน” จากนั้นต่างก็วางสาย
หลังจากที่มัฑณาวีได้รับคำตอบว่าใครคือคนที่อยู่ในหัวใจของเธอ และใครเป็นคนที่เธออยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย เธอตัดสินใจว่าจะบอกคำตอบนี้กับติณณภพในเช้าวันรุ่งขึ้น จึงส่งข้อความขอให้เขามาพบเธอตอนเช้าก่อนเข้างาน ที่ร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากที่ทำงานมากนัก จากนั้นก็ส่งข้อความไปบอกดินถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยไม่ลืมที่จะเล่าว่าเธอจะให้คำตอบติณณภพในวันพรุ่งนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าเธอจะตอบรับหรือตอบปฏิเสธ
มัฑณาวีมาถึงที่นัดพบก่อนเวลาแต่ก็ยังช้ากว่าเขา เธอเดินตรงเข้าไปทักทายชายหนุ่ม
“มารอมัทนานหรือยังคะ”
“สักพักแล้วครับ ผมตื่นเต้นที่จะได้ยินคำตอบจากคุณ”
หญิงสาวมอบรอยยิ้มที่สดใสให้เขาก่อนที่จะเอ่ยปาก
“ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่คุณมีให้มัท แต่มัทคงไม่สามารถรับปากคบหากับคุณได้”
“บอกได้ไหมครับว่าคุณมีเหตุผลอะไรถึงได้ปฏิเสธคำขอของผม หรือเป็นเพราะผมไม่ดีพอ” ภูมิระพีแสร้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผิดหวัง ทั้งที่ภายในใจเขาลิงโลดเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ เพราะนั่นหมายความว่าคนที่เธอเลือกคือเพื่อนรักของเขา
“ไม่ใช่ค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณติณณ์ แต่เป็นเพราะมัทรักคนอื่น และมันไม่แฟร์สำหรับคุณ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)