登入เหมือนกันสำหรับ เซริวตอนนี้ ก็คนมันนึกเบื่อทำอะไรก็เกิดจะเบื่อไปหมด ตอนแรกก็สนุกอยู่ดีๆ พอคิดถึงเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูแก๊งโอริวเข้ามันก็พลันห่อเหี่ยวหัวใจ เขาควรจะทำอย่างไรดีนะ ถึงจะหนีการแต่งงานหนนี้ได้ คิดจนปวดหัวก็แล้ว หนีมาเที่ยวก็แล้ว ก็ยังปวดหัวปวดใจต่อไป กินเหล้าดีกว่า ชายหนุ่มคิดในใจ
“สวัสดีค่ะ เรารู้จักกันไหมคะ หน้าตาคุ้นมากเลย”
เสียงหวานดังขึ้นข้างตัว ทำให้เซริวหันไปมองหล่อน แล้วยิ้มน้อยๆ
มุกเดิมอีกแล้ว ฉะนั้นเขาก็จะมุกเดิมใส่เจ้าหล่อน ผีเสื้อราตรีคนนี้เหมือนกัน
“Bon soir”
“อุ๊ย! ภาษาอะไรวะ เอ่อ...หน้าตาโคตรเอเชีย ดันตอบมาเป็นภาษาอะไรง่า แบบนี้ก็ Good Buy ลาก่อน My Guy ฮือ”
แม่สาวลาเขาไปเสียดื้อๆ ทำเอาเซริวแทบจะหัวเราะพรืดออกมา เขามีความรู้สี่ภาษา ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศสค่อนข้างดี สามอย่างแรก ใช้ในชีวิตประจำวันเสียส่วนมาก ส่วนภาษาที่สี่ แค่นึกอยากจะเรียน เพราะชอบสำเนียง เอาไปเอามา เขามักได้ใช้เวลามีสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างหนนี้อย่างไรเล่า พอสื่อสารกันไม่เข้าใจ ก็ไม่โดนตื๊อ ไม่โดนอ่อย โกยแนบไปเลย
นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว สักพักหนึ่ง ธงรามก็กลับมาที่โต๊ะ เห็นเพื่อนนั่งเหงาๆ อยู่คนเดียว ก็เอ่ยทัก
“เฮ้ย...อะไรกันวะ อุตส่าห์หายไปตั้งนาน นี่กูได้เบอร์หญิงมาแล้วตั้งสองคน มึงยังไม่ได้อีกเรอะ”
“ก็...ยังไม่เจอใครที่ชอบว่ะ”
“ได้ไง มาเมืองไทย ต้องถึงเมืองไทยสิมึง กูไปญี่ปุ่น ยังถึงญี่ปุ่นเลย”
“เอ่อ...”
เกือบจะอ้าปากถามเพื่อนแล้วว่า ทำไมกูจะต้องถึงด้วยวะ ไม่มีอารมณ์ แต่แล้วสาวนางหนึ่งก็เหมือนจะมากู้สถานการณ์เกือบสิ้นลายของเซริว เจ้าหล่อนปราดเข้ามาด้วยท่าทีมั่นใจในตัวเอง สาวร่างเล็ก คัพ...ดูจากสายตาถ้าเจ้าหล่อนไม่ได้ยัดอะไรเข้าไป ก็น่าจะคัพอีอย่างเบาะ ๆ ละ ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาสวยคม สวมชุดเดรสยาวแต่ผ่าสูงเหนือขาอ่อน ตัวเสื้อเองก็ลึกจนเห็นอกงามนั่นรำไร เธอยิ้มหวานส่งให้เขา ไม่มองธงรามที่มองเจ้าหล่อนด้วยสีหน้าและสายตาที่เกือบ ๆ จะเหมือนหมาจิ้งจอกมองเหยื่อ
ถ้าเป็นคนนี้...
เอาวะ...ก็พอไหวละ มึน ๆ สักนิด ถ้าเจ้าหล่อนยอมไปไหนต่อด้วย ก็ค่อยว่ากัน
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับคนสวย เอ...หน้าตาคุ้นมากเลยอะ พี่เคยเห็นที่ไหนรึเปล่าครับนี่? ดาราช่อง...รึเปล่าครับ”
คนชิงทักตัดหน้าก็คือพ่อเพื่อนตัวดีของเขา เซริว อยากจะสละเจ้าหล่อนให้เสียจริง ๆ ทางนั้นหัวเราะกระซิก ก่อนจะรีบปฏิเสธ แต่สายตายังมองจ้องเป๋งที่เซริว เป็นเชิงบอกกลายๆ ว่า สนใจเขา
“แหม...ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ อาโปก็คนธรรมดานี่แหละค่ะ เพื่อนพี่ต่างหากล่ะคะ ที่หน้าตาคุ้นๆ เหมือนดาราซีรีส์ ญี่ปุ่นเลย อาโปเข้าใจผิดหรือเปล่าคะ อยากจะขอถ่ายรูป กับขอลายเซ็นหน่อยน่ะค่ะ”
“ไม่ใช่หรอกครับ”
จำต้องตอบภาษาไทย เพราะใช้มุกเดิมไม่ได้ผลเซริวยิ้มให้กับเธอ พลางสั่นหน้าน้อยๆ อาโปถือโอกาสนั่งข้างเขา และยกแก้วของเธอให้เขา
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ จะเอาไปอำเพื่อนๆ ที่โต๊ะน่ะค่ะ”
เธอบุ้ยใบ้ไปทางโต๊ะของเธอที่ว่า เซริวมองตามอย่างไม่ตั้งใจ และ...
นั่น...
ดั่งศรปักเข้ากลางหัวใจที่กำลังเซ็งอย่างหนักของ เซริว เจ้าหล่อนไว้ผมหน้าม้าปัด หน้าตาเหมือนตุ๊กตา จิ้มลิ้ม ทั้งปากทั้งตา ทั้งจมูก ตัวเล็ก ผิวขาว ดูไกลขนาดนี้ยังน่ารักขนาดนั้น แต่งตัวมิดชิดรัดกุมก็ยังดูเซ็กซี่แบบ คาวาอิ โอ...ถ้าเป็นคนนี้ เขาก็อยากรับประสบการณ์แบบไทย ๆ เข้าจริง ๆ
เห็นสายตาของพ่อหนุ่มที่เธอหมายตาแล้ว อาโปก็แทบจะอยากเอาเหล้าสาดหน้าเข้าสักที นี่หล่อนมาอ่อยเขานะยะ! ไม่ใช่ให้เขามองนังฟิน...โอ๊ย...เธออยากจะกรี๊ด อีลูกคุณหนูหน้าแบ้วนั่น
นี่คนสวยเซ็กซ์ เอ็กซ์แตกอย่างเธอ จะมาแพ้อีนังหน้าเด็กนมแบนแต๋แบบนั้น ไม่นะ! อาโปไม่ย้อม... ไม่ยอม
“เอ่อ...คือคนนั้นชื่ออะไรหรือครับ?”
“คนไหนคะ”
เห็นสายตาจ้องเป๋งไปที่ฟ้าใหม่ขนาดนั้น แต่อาโปก็แกล้งทำไก๋ หึ ๆ คอยดูนะ อีบ้า...ฉันจะฆ่าแกให้ตายด้วยปากฉันนี่ละ
“คนที่ใส่เสื้อสีขาว ไว้ผมม้านั่นน่ะครับ น่ารักมากๆ ผมอยากรู้จักจัง”
“ตรงเลยนะเพื่อน”
ธงรามสะกิด เขาเองก็มองเหมือนกัน แต่มองอาโปนะ เจ้าหล่อนน่ากินเหลือเกิน...คนนั้นดูเด็กไป หน้าตายังกับเด็กน้อยสิบห้าสิบหก แบ้ว...ใส ไม่ใหญ่ได้ใจเหมือนคนที่กำลังนั่งหน้าเชิดตรงหน้าเขานี่
คืนนี้แหละ เขาจะชิงกับเพื่อนสักหน่อย ถึงเจ้าหล่อนจะมาหาเพื่อนเค้าก็เหอะ
“เอ๋...ชอบยัยฟินหรือคะ อาโป...เอ่อ...”
เธอแกล้งทำอึกอัก แล้วยิ้มแหยๆ เรื่องการละครนี่เธอตีบทแตกตลอดละ จะว่าเธอร้ายก็ร้าย แต่ใครจะว่า เพื่อนเธอไม่ได้ยินสักคนนี่
หึ!
แม่จะใส่ไข่ให้ยับเล้ย...(เสียงสูง) นังฟิน
“คนนั้นอย่าไปยุ่งกับเค้าเลยค่ะ แค่คุยน่ะ เข้าไม่ถึงหรอกค่ะ ต้องมีเงินด้วย”
“หมายความว่า...ยังไงครับ”
เซริวขมวดคิ้ว ฟังก็คุ้น ๆ แปลก ๆ แต่ก็ไม่น่าจะ...ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...อืม…
“ก็หมายความว่า...แค่คุยไม่ได้ ต้องซื้อยังไงล่ะคะ อุ๊ย...เหมือนเอาเพื่อนมาขาย แต่ชีก็ขาย เอ่อ...เฮ้อ เผลอพูดไปแล้วสิคะ”
อาโปแสร้งทำอึกอัก เอาวะ! ผู้ชายกูไม่ได้ อย่างน้อยกูได้ใส่ไข่นังฟินก็ยังดี๊ ยังดี...หึๆ ว่าแล้วก็ทำท่าจะลุกหนี เหยื่อรายนี้ชวด ไปหาเอาใหม่ก็ได้
“เดี๋ยวครับ”
มือ ๆ หนึ่งดึงข้อมือเธอไว้เสียก่อนที่เธอจะทันได้ลุกหนี ธงรามนั่นเอง เขายิ้มให้กับเธอ แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
“เพื่อนคุณ...เท่าไหร่ครับ ผมจะซื้อ”
“หืม?”
เซริวถึงกับคิ้วขมวด มองเพื่อนสนิทอย่างไม่อยากเชื่อ อาโปเองก็อ้าปากค้าง ที่ตลกใส่ร้ายของเธอ ชักจะไม่ตลกเสียแล้ว
“คือว่า...เอ่อ...คือ...”
ไหน ๆ ก็ทำชั่วไปแล้ว ก็ทำไปอีกสักนิดจะเป็นไรไป ฉันจะเรียกค่าตัวให้หล่อนนะยะ นังคุณหนู สาวร้ายคิดในใจ
“สามหมื่นค่ะ”
เรียกขนาดนี้ คงไม่...
“โอเค ไปจัดการให้ผมหน่อย ผมให้สามหมื่นห้าเลย”
หะ หา!
อาโปถึงกับตาเหลือก สามหมื่นห้า! หมอนี่กล้าจ่ายเธอ แถมยังยื่นเงินให้เธออีก เงินเป็นฟ่อนเสียด้วย เซริวไม่ทันได้อ้าปากค้านอะไร เพราะตอนนี้ เขากำลังมองจ้องเป๋งไปยังคนที่แม่สาวคนนี้บอกว่าเป็นไซด์ไลน์ ราคาแรงเสียด้วย แต่เป็นเขา ก็ยอมจ่าย
“สามหมื่นห้านี่ ผมเหมาได้ขนาดไหน?”
อาโปตอนนี้หูอื้อตาลายเพราะเงินตรงหน้า ถึงจะพูดพล่อยเล่นไป แต่ทางนั้นจ่ายมาจริงๆ เงิน เงินจ๋าเงิน เงินคือพระเจ้า ที่ดลได้ทุกอย่าง สามหมื่นห้า! เงินก้อนโตขนาดนี้ แลกกับ...แลก...เธอไม่ได้เสียสักหน่อย แถมเงินนี่เธอก็ได้เต็มๆ ก็แค่
แค่ลวงนังฟินมาให้หมอนี่ฟาด!
แหม...ในเมื่อสักวันก็ต้องเสียอยู่ดี จะเก็บไว้ทำไมล่ะ แถมเสียให้คนหล่อขนาดนี้ บางทีเพื่อนของเธอจะมาขอบคุณเธอทีหลังเถอะ
“ได้ทั้งวันทั้งคืนเลยละค่ะ อืม...พวกพี่ ๆ ไปรอที่รถได้เลยนะคะ เดี๋ยวไม่เกินครึ่งชั่วโมง อาโปจะเอาฟินไปพร้อมให้ฟินค่ะ”
เธอขยิบตาให้สองหนุ่ม หลังจากแลกเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว ก่อนจะเดินสะบัดสะโพกจากไป เซริวมองหน้าธงราม ที่กอดอก แล้วยักคิ้วให้กับเพื่อนสนิท
“เลี้ยงหรือไง? บอกแล้วว่าไม่ต้องซื้อเอา”
“ก็ซื้อให้แล้ว เห็นเพื่อนถูกใจด้วย แล้วดูน้องเค้าก็น่าจะ เกรดดีอยู่นา ยังเด็ก ๆ อยู่เลย หึ ๆ เอ้านี่...”
เขายัดกล่องบางอย่างลงในกระเป๋ากางเกงของเพื่อน เซริวถึงกับหน้าแดงนิด ๆ เมื่อเห็นแวบ ๆ ว่าเป็นอะไร
“ให้หมดแพ็กเลยก็ได้นะเพื่อน จ่ายแพงขนาดนี้”
“อืม...ฉันจะใช้ให้คุ้มเลยล่ะ”
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่
ด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ? ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’ ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย ท่านว่ามาแบบนั้น เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใ
ยาวนานจนกว่าที่เซริวจะอดกลั้นอดทนได้แล้ว เนื่องจากน้ำที่เขาดื่มเข้าไปมาก ผัดกะเพราของฟ้าใหม่รสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อน แม้จะไม่อยากปล่อยยูกะไว้กับฟ้าใหม่ แต่ข้าศึกที่โจมตีเข้ามาแบบนั้น มันก็ทำให้เซริวต้องจำถอยชั่วคราว “อย่าไปฟังที่ยูกะพูดนักนะฟิน” เขาไม่วายอดกระซิบสั่งเธอไว้ ก่อนจะหายแวบไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุด ยูกะ ผู้หญิงที่ทำให้เซริวหนีการแต่งงานหัวซุกหัวซุนก็อยู่กับเธอตามลำพัง...จนได้ “คุณทำอาหารอร่อยมาก เอ...ดูแล้ว ฉันจะต้องเรียกตัวเองว่า พี่ยูกะหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นเอ่ยชวนเธอคุย หน้าตายิ้มแย้ม แม้ใจจะระแวงบ้าง เพราะเซริวบอกไว้ แต่ก็อดคุยโต้ตอบด้วยไม่ได้ ตามแบบคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...ฟินอายุ 22 ค่ะ ก็คงจะเป็นรุ่นน้องคุณยูกะจริง ๆ” “ตายล่ะ...” ยูกะเอามือทาบอก แล้วทำตาโต ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งมาให้กับฟ้าใหม่ ตอนนี้ร่างเพรียวสมาร์ตของเธอเขยิบเข้ามาใกล้กับฟ้าใหม่ จนไหล่แทบจะชนกัน เธอโน้มใบหน้าจนแทบจะชิดหน้าของฟ้าใหม่ ทำให้สาวน้อยถึงกับตกใจแล้วผงะหนี เล่นเอายูกะหัวเราะชอบใจเลยทันที “พี่นึกว่าจะสัก 15- 16 เสียอีก หน้าเด็กมาก ผิวดี







