เข้าสู่ระบบร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตแขนสั้น เดินเข้าบ้านหลังยืนทอดอาลัยให้กับความหวังที่พังครืนไปแล้ว ภายในห้องรับแขกภรรยาคนสวยของเขากำลังคุยอยู่กับเมริกาเพื่อนของเธอ สามีเลิกงานกลับบ้านคนที่ดูตื่นเต้นกลับเป็นนางแบบที่เป็นแขกมากกว่า ทำท่าทางระริกระรี้ใส่สามีเพื่อน ไม่รู้ว่าทิพย์อาภาคบเข้าไปได้อย่างไร ที่แน่ๆ เขาไม่ชอบเธอเอาซะเลย
เมริกาพยายามเข้าหากฤษณ์ก่อนใคร แต่เขาเลือกโรส เธอจึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอดีตคนรักของเขา แต่ถึงจะชังน้ำหน้าก็ต้องเก็บไว้ภายในใจอีกนั่นแหละ เพราะหญิงคนนี้ดันเป็นหลานสาวของคุณวิโรจน์ เจ้าของบริษัทไนท์ สเปซ นักธุรกิจบ้านจัดสรรรายใหญ่ ที่กฤษณ์รับเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้อยู่
"อ้าวพี่กฤษณ์มาแล้ว สวัสดีค่ะ"
เสียงหวานแหลมดัดจริตน่ารำคาญ กับรอยยิ้มยั่วน่าหมั่นไส้ ทำให้อารมณ์หงุดหงิดยิ่งขึ้น แววตาเย็นชาหลังกรอบแว่นสายตาปรับเปลี่ยนให้เป็นมิตรเพื่อมารยาท พนมมือรับไหว้นางแบบคนสวยด้วยความจำเป็น
"สวัสดีครับ"
"เดี๋ยวทิพย์ไปเอาน้ำเย็นมาให้นะคะ" ทิพย์อาภาขยับเก้าอี้ลุกขึ้น แต่อีกฝ่ายหยุดเอาไว้
"ไม่ต้องหรอก..เดี๋ยวไปหยิบในตู้เย็นเอง"
เผลอตัวใช้เสียงแข็งกับภรรยาต่อหน้าเพื่อน ทำเอาเธอหน้าเจื่อน แล้วจึงผ่อนน้ำหนักเสียงลง
"พี่เห็นว่ามีแขกน่ะ"รอยยิ้มเย็นเฉียบไม่ใช่รู้สึกผิด แต่แท้จริงนั้นกำลังไล่แขกของบ้านกลายๆ เมริการู้ดีว่ากฤษณ์เกลียดเธอเพราะดันเป็นคู่แข่งอดีตที่รักของเขา
"งั้นริก้ากลับก่อนนะคะ"
นางแบบสาวรวบสายกระเป๋าถือใบใหม่ที่ตั้งใจเอามาอวดเพื่อน จังหวะนั้นกฤษณ์ถึงได้เห็นว่ามันคือเฟนดิ กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงใบที่เขาซื้อมาให้โรส รอยสลักกุหลาบดอกเล็ก ที่เขาจ้างออกแบบเพื่อเธอยืนยันชัดเจน คนตัวใหญ่พุ่งเข้าไปจับเพื่อเพ่งมองให้เต็มตา ทำไมกระเป๋าโรสมาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ได้
"กระเป๋าใบนี้…ริก้าได้มาจากไหน" กฤษณ์ถามเสียงขรึม จ้องหน้าเมริกาอย่างไม่พอใจ
"ริก้าก็ซื้อจากร้านน่ะสิคะ"
ตอบออกไปอย่างเกร็งๆ อย่าบอกนะว่าจะเกี่ยวกับกุหลาบดอกนี้ ว่าจะไม่เอาแล้วเชียว เพราะนังโรส ทำให้เธอเกลียดดอกกุหลาบเข้าไส้ แต่คนขายน่ะสิเชียร์จัง บอกว่าเข้ากับเธอ ดูหรูดูแพง สภาพนางฟ้าแล้วยังเป็นรุ่นนี้อีก ราคาไม่ถึงแสนหายากมาก คิดแล้วแค้นใจถือใช้มาสองวันแล้วด้วย ถ้ากระเป๋าใบนี้เป็นของเก่าแม่นั่นจริง แพงก็แพงเหอะ แม่จะเผาส่งพร้อมพริกกับเกลือเลย
"เป็นไปได้ไง" ชายหนุ่มพึมพำคนเดียว
"ซื้อมาเท่าไหร่ พี่ขอซื้อต่อเท่าตัว"
ว่าแล้วไม่มีผิด ซื้อหวยทำไมไม่ถูกแบบนี้นะ ที่เพิ่งโอ้อวดกับเพื่อนว่าเป็นของใหม่อิมพอร์ตจากนอกก็โป๊ะแตก อายแค่ไหนก็ไม่ยอมถือกระเป๋าต่อจากนังกุหลาบพิษหรอก จำต้องอาศัยถุงผ้าใส่ข้าวของไปก่อน
"แฟนเก่าพี่คงจนตรอกจริงๆ อย่างที่เขาลือกันสินะคะถึงได้เทขายสมบัติแบบนี้" นางแบบคนสวยลอยหน้าลอยตาพูด ยิ้มระรื่นแววตาประกายสุข ประมาณว่าสาแก่ใจอีช้อยยิ่งนัก
"จนตรอกอะไร"
กฤษณ์ทั้งตกใจ และเป็นห่วง หรือบิดาเขากำลังเล่นงานโรสกันนะ อุตส่าห์ไม่เข้าใกล้เธอ ไม่ถามไถ่ ปิดทุกช่องทางรับรู้ข่าวสารแล้ว ถ้ายังทำอีกก็คงใจดำมากเกินไป
"ก็งานพิธีกรพากันเทนางหมดเลยน่ะสิ แม้แต่งานคุณลุงวิโรจน์วันเสาร์นี้ก็เลิกจ้างนางด้วย"
พูดด้วยน้ำเสียงสะบัดสะบิ้งเยาะเย้ย ยิ่งเห็นสามีเพื่อนโกรธจนขอบตาสั่นระริกก็ยิ่งพอใจ
"สงสัยจะเป็นขาลงแล้วล่ะ เพื่อนก็หนีหนี้แชร์ลูกโซ่ งานก็ไม่มี ถ้าขายของหมดคงต้องขาย... "
"พอเถอะริก้า! ไหนเธอบอกว่าเอเดรียนรออยู่ไง"
ทิพย์อาภาพูดแทรกห้ามเอาไว้ ก่อนที่กฤกษณ์จะต่อความกับเพื่อนเธอ เพราะดูจากสีหน้าสามีทำเหมือนอยากจะจับเมริกาโยนออกนอกบ้านเดี๋ยวนี้
"อุ๊ย! เกือบลืมไปเลย"
พูดว่าเกือบลืมแต่ไม่ลืม นับเดือนแล้วที่เอเดรียนไม่เรียกหา อยากบินลัดฟ้าไปเลยเชียว แต่ติดที่ว่าหนุ่มลูกครึ่งติดธุระ ให้เธอเข้าไปช่วงค่ำๆ เลยถือโอกาสมาอวดกระเป๋าใบใหม่ เม้าท์มอยเรื่องของแฟนเก่าสามีเพื่อนซะก่อน หลังร่างระหงเดินส่ายสะบัดพ้นห้องรับแขก กฤษณ์หันมาตาเขียวใส่ภรรยา
"อย่าให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านอีก ถ้าจะคบกันต่อ ช่วยกรุณานัดกันข้างนอก"
กฤษณ์กำกระเป๋าในมือแน่นแค้นใจแทนโรส คราแรกนึกว่าเธอทิ้งกระเป๋าเพราะเกลียดเขา กลับได้รู้ว่าเธอกำลังลำบาก และเขาช่วยอะไรไม่ได้เลย ชายหนุ่มปิดประตูอยู่คนเดียวในห้อง คิดถึงวันที่เขาเอากระเป๋าให้โรสเป็นของขวัญวันเกิด
"โอ๊ยพี่กฤษณ์มันแพงไป แพงยิ่งกว่าทอง ถ้าซื้ออีกสักใบได้รถมือสองสภาพดีเลยนะ โรสไม่กล้าใช้หรอก"
สาวสวยยิ้มหุบไม่ลง ตื่นเต้นมาก ไม่เคยฝันว่าจะได้ใช้ของแพงขนาดนี้ แต่มันก็แค่กระเป๋าใบเล็กๆ เอง ตั้งแสนสามหมื่นกว่าบาทจริงหรือ
"มันไม่เท่าไหร่หรอก ของมันต้องมีนะ พี่อยากให้โรสได้ใช้ดีๆ บ้าง เดี๋ยวมีโอกาสจะหารุ่นดังๆ มาให้อีก"
พูดเพราะเข้าใจว่าผู้หญิงกับกระเป๋าเป็นของคู่กัน ตามข้อมูลที่ค้นหา และเขาให้เธอได้ทุกอย่าง
"อย่าเชียวนะ โรสไหว้ล่ะ เสียดายเงิน กระเป๋าใบละพันสองพันก็พอแล้ว อีกอย่างโรสห่วงความรู้สึกบุษ จะให้ใช้แบรนด์เนมทั้งตัว เดินไปกับเพื่อนยังไงกันเล่า"
บุษรินทร์ยังลำบาก ต้องหาเงินส่งน้าสาวที่เลี้ยงดูเธอมา และโรสเองก็เคยจนมาก่อนเธอจึงรู้คุณค่าของเงิน คิดถึงแล้วก็เสียใจ นึกว่าเธอจะเก็บของไว้แทนตัวเขาซะอีก
"โรสขายกระเป๋าพี่ได้ลงคอ มันไม่มีค่ากับโรสบ้างเลยหรือ"
เขารู้ดีว่าโรสโกรธและเสียใจมาก ที่เขาแต่งงานกับคนอื่นโดยที่ไม่บอกกล่าวกันก่อน ถ้าทำถึงขนาดนี้คงจะเกลียดเขา หรือเพราะเธอไม่มีงาน และต้องการใช้เงินกันนะ
"ก็งานพิธีกรพากันเทนางหมดเลยน่ะสิ แม้แต่งานคุณลุงวิโรจน์วันเสาร์นี้ก็เลิกจ้างนางด้วย"
ใช่แล้ว งานอำลาตำแหน่งนายวิโรจน์ เป็นโอกาสที่เขาจะได้เจอโรส"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







