เข้าสู่ระบบตัดพ้อกับคนหลับไม่รู้เรื่อง ไหนว่าเป็นมาเฟียอเมริกา จนถึงเวลานี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงของตัวเอง กระจอกสิ้นดี ไม่ได้ถือเป็นบุญคุณอะไร แค่น้อยใจที่เธอเปลี่ยนไปก่อน ทั้งที่หลังแต่งงาน เขาไม่แตะต้องทิพย์อาภาเพื่อรอวันหย่าร้าง
เมื่อคิดถึงหญิงผู้เป็นภรรยา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นทะมึน ไม่อยากจะเชื่อว่าทิพย์อาภากล้าทำถึงเพียงนี้ ใจดำอำมหิตทำกับผู้หญิงด้วยกันได้ลงคอ เพราะความริษยาโรสหรือ ยิ่งทำแบบนี้กลับยิ่งจะไม่มีทางได้หัวใจของเขาเลย ไม่อยากคิดเลยว่าโรสจะเสียใจแค่ไหน ถ้าต้องตกเป็นของวิโรจน์
"กลับมาหาพี่นะโรส พี่สัญญา ไม่ว่าจะใครหน้าไหนก็ทำอะไรโรสไม่ได้ พี่พร้อมจะชนกับคุณพ่อคุณแม่ และแม้แต่ผู้ชายคนนั้น"
ริมฝีปากอุ่นจุมพิตลงที่หน้าผาก ไล่ลงมาที่พวงแก้ม ทำให้หญิงสาวขยับใบหน้าหลบ เหมือนรำคาญที่ถูกรบกวนการนอน กฤษณ์หายใจแรงจากอาการตื่นเต้น รักเธอมากมากเสียจนหักหาญน้ำใจเธอไม่ลง ดึงผ้าห่มคลุมร่างงามเอาไว้
ทำจริงไม่ได้ งั้นก็ทำหลอกๆ เขาถอดชั้นในที่เหลือของโรส ในขณะที่ไม่เปิดผ้าห่ม ไม่กล้ามองร่างกายสวยงามเพราะกลัวจะห้ามใจไม่อยู่ ส่วนตัวเองถอดเพียงเสื้อออก นอนตะแคงจ้องหน้าหญิงสาวอันเป็นที่รัก
"พี่อยากให้โรสตื่นเร็วๆ จัง ถ้าเข้าใจว่าเป็นของพี่โรสจะรู้สึกยังไง ยังรักพี่ไหมคนดี"
สำหรับเขายังรักและคิดถึงเธอเสมอ แม้ว่า ช่วงหลังมานี้ ความสัมพันธ์กับภรรยาดีขึ้น จนเขาเกือบจะยอมเปิดใจรับทิพย์อาภาแล้ว ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้กับโรส
เร็วสมใจกฤษณ์ โรสพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้ง มึนงงไม่รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไร จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยากจะตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ตาคู่สวยลืมขึ้นมองด้านบน ฝ้าเพดานเป็นกระจก มีภาพสะท้อนของกฤษณ์นอนเคียงข้าง เธอกระพริบแล้วเบิ่งตาจ้องเงาในกระจกใหม่ก็ยังเห็นเช่นเดิม ในหัวยังมึนๆ อึนๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นฝันหรือเรื่องจริง
อีกความรู้สึกคืออากาศเย็นเฉียบ จนต้องกอดอก สัมผัสโดนเนื้อเต่งตึง เธอไม่ได้ใส่เสื้อ ด้านล่างเองก็หวิวๆ นั่นเองถึงได้ตกใจลืมตาโพลง ภาพบนนั้นชัดเจนไม่ใช่ฝัน เธออยู่ในห้องที่ไหนสักแห่งกับกฤษณ์ เธอเปลือยเปล่าและเขาไม่ใส่เสื้อ ชายนอนข้างๆ เอาแต่ยิ้มเมื่อเห็นเธอตื่น โรสไม่ใช่คนขี้โวยวายมาแต่ไหนแต่ไร จึงได้แต่รวบผ้าห่มขึ้นมากอดบดบังอกเปล่าเปลือย ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธส่งที่ในหัวคิด
"มันเกิดอะไรขึ้น! " น้ำเสียงสั่น
"โรสถูกคนของนายวิโรจน์วางยาสลบแล้วจับตัวไป พี่ไปช่วยโรสได้ทัน แต่พี่อดใจไม่ไหว"
บอกเล่าพร้อมกับตีสีหน้าสำนึกผิดอย่างแนบเนียน
"พี่กฤษณ์! อย่ามาโกหกนะ โรสไม่เชื่อ! "
ปากบอกไม่เชื่อแต่ใจแป้ว ในหัวสับสนปนเป พยายามจับความรู้สึกของตัวเอง ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงหรือไม่ แต่จากสภาพของเธอแล้ว จะดึงดันเถียงหลักฐานนี้ได้อย่างไร
"พี่ขอโทษ...พี่ยังรัก พี่ทำลงไปเพื่อให้ได้โรสกลับมา แม้โรสจะว่าพี่เป็นคนเลวก็ยอม"
สิ่งที่บอกกับหญิงสาวคือความรู้สึกที่แท้จริง บีบเค้นน้ำคำมาจากหัวใจ หากเธอเกลียดชัง ก็คงเจ็บปวดมากกว่าเดิมอีก หยาดน้ำใสไหลเอ่อจากตาคู่สวย และเธอเริ่มสะอื้นไห้ ซบหน้ากับผ้าห่ม รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
"โรส... "
ชายหนุ่มจับที่ไหล่เล็ก พูดไม่ออกไม่เคยเห็นเธอร้องไห้เลยสักครั้ง
"พี่ทำลายชีวิตโรสทุกอย่างเลย เพราะถูกพี่ทิ้งไปแต่งงานกับคนอื่น โรสถึงได้พบกับเอเดรียน เรากำลังไปด้วยกันได้ดี พี่ก็มาทำแบบนี้อีก คนเลว! เลวที่สุด! "
มือหนึ่งข้างรวบผ้าห่มแนบอก ใช้ข้างที่เหลือกำหมัดทุบตีที่แผงอกอดีตคนเคยรัก แรงสุดกำลังเท่าที่จะพอมีในเวลานี้
"เดี๋ยวก่อนโรส! ถ้าพี่ไม่ช่วยมาจากนายวิโรจน์ โรสก็เสร็จมันไปแล้ว! นอนกับพี่มันจะเป็นอะไร เรารักกันไม่ใช่เหรอ? "
"เราแค่เคยรัก และไม่ว่าโรสจะเสร็จนายวิโรจน์ หรือใครมันก็เลวร้ายไม่ต่าง เพราะพี่ไม่ใช่เอเดรียน เข้าใจไหม! "
"หัวใจโรสไม่เหลือพี่เลยจริงๆ หรือ? " ถามขณะพยายามจับข้อมือเธอเอาไว้
ปัง! ปัง! ปัง! "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! "
"เอเดรียน! ไม่จริง"
น้ำเสียงของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกช็อก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเอเดรียนจะตามมาที่นี่ แม้แต่เธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคือที่ไหน
"ถ้าไม่เปิดผมจะพังประตูเข้าไป เปิดเดี๋ยวนี้! "
เสียงทุบประตูดังราวกับว่า เขาจะพังมันเข้ามาจริงๆ เอเดรียนรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่ แล้วอยู่ห้องนี้ด้วย หรือกฤษณ์เป็นคนเรียกเขามากันนะ คนที่เธอสงสัยเดินไปที่ประตู โรสกลัวจนทำตัวไม่ถูก เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียงกำผ้าห่มคลุมกายแน่น
"ไม่! อย่าเปิด"
"ไม่อยากรู้เหรอ ว่าคนรักของโรสจะทำยังไง ถ้ารู้ว่าเรามีอะไรกัน"
เจ็บปวดจนแทบคลั่งเมื่อหญิงสาวบอกความในใจ ว่านอนกับใครก็เลวร้ายเพราะไม่ใช่หนุ่มลูกครึ่งคนนั้น มันมีดีอะไรนักหนา เวลาเพียงไม่นานโรสก็ลืมเขาหมดใจอย่างนั้นหรือ
"ไม่นะ! พี่กฤษณ์! "
คำร้องห้ามไม่ช่วยให้กฤษณ์หยุด ประตูถูกกระชากเปิดโดยคนในห้อง เอเดรียนมาพร้อมกับบอดี้การ์ดทั้งสอง และเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับเธอ จ้องกันอย่างไม่กระพริบตา
นาทีที่ได้เห็นหญิงคนรักนั่งร้องไห้บนเตียงนั้น เอเดรียนรู้สึกราวกับโลกถล่มทับ มันหนักอึ้ง เจ็บปวด เขาพยายามระงับความโกรธ เช่นเดียวกับโรสที่กำลังพยายามระงับความกลัว ส่วนความเสียใจนั้นมันมากมาย เสียจนบรรยายไม่ถูก
"เอเดรียน ฉะ ฉัน... "
ทักเขาแล้วก็สะอื้น ไม่รู้จะบอกเล่าหรืออธิบายอย่างไร เมื่อเข้าใจว่าตัวเองพลาดท่าไปกับชายอีกคนแล้ว
"ผมภาวนามาตลอดทางว่า ขอให้เป็นเรื่องโกหกใส่ร้าย เพราะริก้าเกลียดคุณ แต่มันก็เป็นความจริง"
น้ำเสียงเย็นเยียบเจือไปด้วยความเจ็บปวด โกรธแค้น ผิดหวัง ภายในผ้าห่มนั่นคงไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น เพราะที่ปลายเตียงมีบราเซียร์ของเธอ พาดอยู่คู่กับเสื้อเชิ้ตของชายผู้อยู่ร่วมห้อง
"คุณมาที่นี่ เพราะริก้าบอกงั้นหรือคะ? "
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







