LOGIN"อะไรกันเนี่ย! "
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แม้แต่เครื่องสำอางที่เธอรับรีวิวยังยกเลิก นี่เป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้น 'เขาหรือ? ' คงไม่ใช่ เอเดรียนจะตามจองล้างจองผลาญเธอทำไม เมื่อเขาได้ไปทุกอย่าง แค่รอเวลาหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก
"จะทำยังไงดี โอ๊ย ฉันจะบ้าแล้วนะ! "
ตะโกนเสียงดังปามือถือลงเตียงนิ่มอย่างแรง จนเครื่องเด้งขึ้นมา แล้วมิวายมีสายเรียกเข้าอีก คราวนี้เป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้
"สวัสดีค่ะ โรสค่ะ"
ทักทายเสียงหวาน หวังว่าจะเป็นลูกค้ารายใหม่
[สวัสดีโรสที่รัก] พูดไทยไม่ชัดแล้วยังเรียกเธอแบบนี้ จะใครล่ะ น่าหมั่นไส้จริงๆ
"คุณ! " เรียกเขาเป็นเสียงอุทาน ไปเอาเบอร์มาจากไหน แล้วทำไมโทร.มาเวลานี้ เธอยิ่งกำลังเครียดเรื่องเสียงานอยู่
[เรียกชื่อสามีให้ชื่นใจหน่อยสิโรสที่รัก] คนโทร.มายังทำพูดจากระเซ้าเย้าแหย่ หาเรื่องให้เธอโกรธ
"นี่อย่ามากวนประสาทนะ วันนี้ฉันไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนหน้าตา แค่นี้นะ ฉันงานยุ่ง" ต่อว่าไปก็หัวเราะหึ หึ กลับมา
"หัวเราะอะไร! บ้าไปแล้วเหรอ!" เธอต่อว่าเสียงดัง
[ผมว่าคุณไม่มีงานมากกว่า]
"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มีงาน? " เค้นเสียงถาม นี่เป็นฝีมือของเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ
[เปิดประตูให้ผมโรสที่รัก]
หันขวับไปที่ประตู ไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าเขาจะตามมาตอแยถึงที่นี่ โรสลุกจากเตียงเดินไปยังโซนรับแขก เธอยืนแนบประตูส่องช่องตาแมว และเอเดรียนอยู่ที่นี่จริงๆ ตาคมคู่นั้นจ้องมาในมุมที่คิดว่าเธอจะเห็นชัด
"ฉันไม่เปิด คุณกลับไปซะเอเดรียน"
[ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ เรื่องของบุษรินทร์]
เขาชิงพูดทันทีที่ได้ยินเสียง 'อะ' ของเธอเหมือนจะพูดแทรก แต่แค่ได้ยินชื่อเพื่อนเธอก็เงียบ
"อย่ามาหลอกฉันเสียให้ยาก"
[ผมไม่ได้หลอก และคุณก็รู้ว่าผมทำได้ทุกอย่างแม้แต่เรื่องงานของคุณ]
โรสกลืนน้ำลายหนืด พูดไม่ออกเธอกดวางสายและเปิดประตูให้ เอเดรียนยิ้มหวาน แค่เห็นหน้าหญิงสาวใจก็เต้นระส่ำ แต่ต้องระงับความตื่นเต้นไว้ ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาท คนเข้ามาใหม่สำรวจภายในห้อง โทนสีสว่างสะอาดตา มีมุมห้องรับแขกแยกกับห้องนอน เขานั่งลงที่โซฟาโดยไม่รอคำเชิญ
"เรื่องบุษน่ะ เรื่องอะไรบอกฉันมานะ" เธอยืนจ้องเขา
"ผมจะบอกว่าเธอปลอดภัยดี คุณไม่ต้องห่วง" พูดอย่างเรียบเฉยแล้วเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ
"แค่นี้เหรอ" โรสถามคิ้วขมวด สงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเพื่อนเธอปลอดภัยหรือไม่
"อืมก็แค่นี้ล่ะ" พยักหน้าแล้วช้อนตาขึ้นมองเธอ
"รู้ได้ไงว่าบุษสบายดี ฉันยังติดต่อเพื่อนไม่ได้เลย"
"เธออยู่กับพี่ชายผมเอง"
"พี่ชายคุณเกี่ยวอะไรกับเพื่อนฉัน แล้วเขา...ทำอะไรเพื่อนฉันหรือเปล่า? "
ที่อยากถามคือพี่ชายของเขา ลามกและหื่นระดับสิบอย่างเขาหรือไม่ ชักจะห่วงเพื่อนซะแล้วสิ
"พอแล้วโรส ผมจะบอกเรื่องเพื่อนคุณ แค่รู้ว่าเธออยู่ไหน สบายดี และคุณไม่ต้องห่วง ไม่ต้องทำงานหนักเพื่อช่วยเธอก็เท่านั้น"
พูดพลางลุกขึ้นเดินเข้าหา เธอไม่หลบหลีกคนตัวใหญ่ที่เดินเข้าแนบชิด ตอนนี้อารมณ์โกรธคับแค้นใจจุกอก
"ไม่ต้องทำงานหนักงั้นเหรอ คุณทำอะไรกับงานของฉัน"
"ผมแค่บอกให้เขาเลิกจ้างคุณ แลกกับค่าตอบแทนนิดหน่อย"
หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะคุกคามเธอ
"ทำบ้าอะไรเอเดรียน ไม่มีงานไม่มีเงินแล้วฉันจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง"
"ผมบอกคุณแล้วว่าให้รับเงินจากผม ถ้ามาเป็นผู้หญิงของผม คุณไม่ต้องลำบากซะด้วยซ้ำ"
พูดอย่างอารมณ์ดี แต่รอยยิ้มมุมปากดูร้าย และบ่งบอกว่าเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชนะเธอ
"ไม่มีทาง"
ถ้าเป็นผู้หญิงของเขา ไม่ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เกิดวันหนึ่งไม่มีเขาก็ลำบาก เหมือนอย่างในวัยเด็กอาศัยกับพ่อแม่บุญธรรม วันที่ไม่มีพวกท่านเธอไม่เหลืออะไรเลย
"งั้นก็ลองสิ แข่งกับผมว่าใครจะชนะ" อำนาจเงินของเขาแผลงฤทธิ์ให้เห็นขนาดนี้ ไม่ต้องถามเลยว่าใครจะชนะ
"ถ้าใช้วิธีสกปรกอย่างนี้ฉันคงชนะยาก แต่ฉันไม่ยอมหรอก สุดท้ายคุณต้องเป็นฝ่ายแพ้"
เอเดรียนมองสบตาหญิงสาว เธอไม่หลบตาเขาจนเริ่มรู้สึกถึงประกายบางอย่างในแววตาคู่นั้น
"คุณมีธุระแค่นี้ใช่ไหม งั้นเชิญกลับได้แล้ว"
หญิงสาวทำท่าจะเดินไปเปิดประตู แต่ถูกจู่โจมเบียดชิดผนังห้อง วงแขนแกร่งกักตัวเอาไว้ โรสตัวแข็งทื่อ
"ไม่ใช่แค่นี้สักหน่อย ยังมีอีกมากมายหลายชั่วโมง"
พูดพลางใช้หลังมือไล้ข้างแก้มของอีกฝ่าย หญิงสาวเอียงหน้าข้างหนึ่งชิดผนังห้อง แต่ถูกมือหนาประคองให้หันกลับมา ตาคมมองสำรวจเธอ โรสที่รักของเขางดงามหมดจด เป็นส่วนผสมระหว่างเอเชียกับชาติยุโรปที่แสนลงตัว ใบหน้าเรียวสวย นัยน์ตาสีเข้มออกน้ำตาลอมเทา จมูกเรียวโด่งกว่าหญิงไทยทั่วไป
ริมฝีปากสีนู้ทฉาบด้วยลิปออยล์ให้ความชุ่มชื้น แลดูนุ่มนวลน่าสัมผัส เธอเติมเมคอัพแค่บางๆ แต่สวยหรูดูแพง ทั้งที่ตอนนี้อยู่ในชุดกางเกงผ้าขาสั้น กับเสื้อยืดคอวีเนื้อผ้าบางนุ่ม คนถูกมองสะบัดแก้มแนบชิดผนังห้องอีกหน เขาเบียดชิดเธอไออุ่นที่เคยสัมผัสมาแล้ว ทำให้รู้สึกแปลกๆ ใจเต้นแรงราวกับจะทะลุหน้าอกออกมา
"แค่นี้ยังหันหน้าหนี คุณจะสู้ผมได้เหรอ"
พูดจายั่วยุ ดูเชิงว่าคนตัวเล็กจะต่อกรอย่างไร
"คุณกำลังคิดลามก ฉันสู้กำลังคุณไม่ได้หรอกเอเดรียน"
เธอหันมาต่อว่า ดวงตากลมสวยประกายวาบเหมือนจะพ่นไฟใส่หน้าเขา ผู้ชายคนนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษและเจ้าเล่ห์ ร่างกายกำยำรุกเมื่อไหร่ใครจะสู้ไหว
"งั้นผมต่อให้ก็ได้ ผมจะใช้แค่สองนิ้วสู้กับคุณ แต่ถ้าคุณแพ้ผมจะใช้กำลังทั้งหมดกับคุณ"
'ตาฉ่ำวาวรอยยิ้มร้ายแบบนี้ เขาต้องตุกติกแน่เลย'
เขาต้องคิดไม่ซื่อแน่ อันนั้นโรสรู้สึกได้ แต่เธอยังไร้เดียงสากับเรื่องแบบนี้ จึงไม่เข้าใจในสิ่งที่เอเดรียนต้องการสื่อถึง
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







