เข้าสู่ระบบผ่านไปเกือบชั่วโมง เธอคิดว่าน่าจะพอได้แล้ว ดำผุดดำว่ายไปจนถึงบันไดขึ้นจากสระว่ายน้ำ มีมือใหญ่ยื่นมาให้จับ หญิงสาวยื่นมือเปียกเกาะกุมก้าวขึ้นบันไดได้หนึ่งขั้น แล้วก็ตกใจแทบหงายหลังเมื่อจ้องหน้าหนุ่มหล่อที่ดึงเธอขึ้นมา หน้าตาคล้ายกันแต่มีความเป็นลูกครึ่งไทยมากกว่า
"ขึ้นมาก่อนเถอะน่า ผมไม่กอดคุณหรอก"
พูดแล้วอมยิ้มน้อยๆ ให้หญิงสาว รูปร่างของโรสดึงดูดมาร์กให้เดินเข้าหา เธอสวยเย้ายวนดูมีระดับ สมกับเป็นราชินีแห่งดอกไม้ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเพื่อนกันกับผู้หญิงหน้าเงินคนนั้น คิดถึงหน้าบุษรินทร์แล้วพาลให้โมโห
โรสมองผ่านไปด้านหลังมาร์ก ได้เห็นคนที่เธอเพ้อถึงตลอดเวลายืนทำหน้ายักษ์ใส่ แต่อย่างไรก็รู้สึกปลอดภัย เพราะชายรูปหล่อคนนี้มากับเอเดรียนไม่ใช่ผู้ร้ายที่ไหน ผู้ชายที่กุมมือเธออยู่ตอนนี้ ดูเคร่งขรึมกว่าเอเดรียน แต่ดูท่าจะเจ้าเล่ห์และร้ายกาจไม่ต่างกัน
"ขอบคุณค่ะ... "
"ผม มาร์ก" มาร์กแนะนำตัวเพราะเห็นเครื่องหมายคำถามในแววตาคู่นั้น
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
หนุ่มหล่อกระตุกยิ้มมุมปาก แกล้งโปรยเสน่ห์ใส่หญิงสาว เมื่อสักครู่นี้เองเอเดรียนพูดดักคอไว้ ว่าเธอไม่มีทางสนใจใครอีก
"นั่นโรสที่รักของฉัน"
"ฉันขอทักทายเธอสักหน่อยนายคงไม่ว่า"
"ไม่หรอก โรสมองแค่ฉันเท่านั้น"
เอเดรียนตอบอย่างมั่นใจ แต่พอเห็นพี่ชายกุมมือโรสกลับหวงถลึงตาใส่เธอ โรสรีบคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาคลุมไหล่ พันปกปิดกายแล้วเดินเข้าหาเขา
"ผมไม่รู้ว่าคุณจะว่ายน้ำ" น้ำเสียงไม่พอใจ มาร์กบอกจะทักทาย แต่กลับมาจับไม้จับมือผู้หญิงของเขา
"เอเดรียน แค่ชุดว่ายน้ำเองใครก็ใส่กัน"
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เลย”
ออกคำสั่งอ่อนโยนพร้อมกับยื่นมือจับแก้มใส โรสยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม แล้วหันหลังเดินเข้าบ้าน ยังมิทันได้ก้าวเท้า ก็มีรถเก๋งอีกคันขับเข้ามาจอด
"พี่เอเดรียน! "
หญิงผู้ก้าวลงจากรถร้องเรียก แล้วก็วิ่งเข้ามากอดเอเดรียนด้วยท่าทางดีใจ สาวน้อยลูกครึ่งหน้าหวาน เส้นผมตรงสลวยสีน้ำตาลเข้ม ใครกัน? โรสมองอย่างขัดใจ ไม่ใช่แค่กอดยังซบอกผู้ชายของเธออีก
"นั่นเบลล่าน้องสาวผมเอง"
มาร์กเดินเข้ามาแนะนำ โรสพยักหน้า พยายามห้ามตัวเองไม่ให้แววตาขุ่นเคือง ในขณะที่มองความสนิทสนมของสองคนนั้น อีกทั้งเธออยู่ในชุดที่ไม่พร้อมจะทักทายกับใคร เลยรีบเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
"ผู้หญิงคนนั้นแฟนพี่เหรอ? "
"อืม! ใช่" เอเดรียนตอบทั้งรอยยิ้ม
"เบลล่าว่าเธอดูหน้านิ่งๆ เหมือนเธอจะไม่หึงพี่เท่าไหร่ หรือเธอรู้ว่าเราเป็นพี่น้องกัน"
"ยังไม่ได้แนะนำเลยนะ"
"งั้นอย่าเพิ่งบอกนะ ขอเบลล่าแกล้งก่อน" สาวสวยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไม่น่าสนุกหรอกเบลล่า ถ้าเธอโกรธขึ้นมาหนีพี่ไปจะทำไง"
"อ่ะ ไม่ก็ได้"
พูดแล้วทำหน้าเซ็ง และดูท่าพี่เอเดรียนจะจริงจังกับเธอ ก็หุ่นแซ่บซะขนาดนี้ ที่สำคัญแม้แต่พี่ชายแท้ๆ คลานตามกันมาของเธอ ยังมองตามโดยปริยาย สิ่งที่เบลล่าพูดก็น่าคิด ตอนมาร์กจับมือโรสเอเดรียนโกรธเป็นไฟ แต่เบลล่าทั้งกอดทั้งหอมแก้มเขา โรสกลับนิ่งๆ ซ้ำยังเบือนหน้าไปทางอื่น
ชายหนุ่มพยายามจะไม่คิดถึง ตอนที่เขาชกต่อยกับนายกฤษณ์ เธอดูเป็นห่วงหมอนั่นมาก เขาเกือบจะลืมภาพเธอเช็ดเลือดให้แฟนเก่าไปแล้ว ถ้าไม่เพราะคำของเบลล่าสะกิดใจ อยากรู้เหลือเกินว่าโรสหึงหวงเขาบ้างหรือไม่
ระหว่างร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำ เบลล่าคอยตักให้เอเดรียนและชายหนุ่มก็ตักอาหารที่น้องสาวตักไม่ถึงให้ เพราะหวังให้โรสแสดงท่าทีหึงหวงตัวเองบ้าง ดูอย่างเขาสิ แค่สายตาญาติผู้พี่มองเธอ ยังรู้สึกโกรธราวกับไปกินดีหมีมา แต่โรสก็ยังคงไม่แสดงออกอะไร เธอกลับไปใส่ใจพูดคุยกับมาร์ก
"คุณหน้าคล้ายเอเดรียนอยู่นะคะ"
สาวสวยพูดพลางยิ้มหวานให้มาร์ก ผู้ถูกทักยิ้มตอบรับอย่างจงใจยั่วประสาทใครบางคน ถ้าเปรียบเทียบใบหน้าสองคนในตอนนี้ เริ่มดูไม่เหมือนกันแล้ว เพราะผู้ชายของโรสหน้าบึ้งตึง และมองเธออย่างกับกำลังบอกว่า คืนนี้จะทำโทษให้หนัก
"ผมเป็นพี่ชายเขาเอง"
"พี่ชายหรือคะ" คำบอกของเขาทำให้โรสนึกขึ้นได้
“ใช่คนเดียวกันกับที่...คุณคือคนที่จับยายบุษเพื่อนฉันไปหรือคะ? "
"จะว่าอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพื่อนคุณเป็นฝ่ายมาหาผมต่างหาก" นำเสียงของมาร์กแข็งกร้าว เมื่อพูดถึงเพื่อนรักของโรส
"หมายความว่ายังไง? "
บรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด โรสยิงคำถามถึงเพื่อนรักรัวๆ มาร์กบอกเธอว่าบุษรินทร์คือคนที่ร่วมกับวิโรจน์ วางแผนฆ่าบิดาของเขา แม้จะยืนยันว่าเพื่อนของเธอไม่ได้มีอะไรกับเมธี หรือนายวิโรจน์ และไม่มีทางทำเช่นนั้น แต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจรับฟัง
"ไม่มีทางที่ยายบุษจะเป็นเด็กคุณเมธี"
โรสครุ่นคิดถึงเรื่องของเพื่อนตลอดเวลา แม้ว่าสองพี่น้องจะเดินทางกลับภูเก็ตไปแล้ว
"นอนเถอะที่รัก" เอเดรียนโอบไหล่เล็กให้ลุกจากโต๊ะเครื่องแป้ง ชวนนอน แต่มือไม้ลูบไล้บั้นท้ายไม่หยุด
"นอนจริงๆ นะ"
"นอนจริงๆ แต่นอนทำ... หรือจะยืนทำตรงนี้" พูดแล้วก็เบียดเป้าตุงเข้ากับหน้าท้อง
"บ้า..คนขี้หื่น" โรสเขินจนใบหน้าร้อนผ่าว คนอะไรพร้อมตลอดเวลา
"มีเมียสวยก็หื่นเป็นธรรมดา"
"เมียอะไร เอ... อืม.." หมดทางจะต้านทานทุกครั้งที่เขากอดจูบ แล้วก็จบที่เตียง มันคือช่วงเวลาอันแสนสุขที่สุด เท่าที่โรสเคยสัมผัส ความพยศไม่หลงเหลือ ถ้าจะหลงก็มีแต่หลงเอเดรียน ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปยังไง อยากขอให้เป็นเช่นนี้ต่อไปตลอด
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







