เข้าสู่ระบบ"ฉันต้องทำยังไงคะ"
น้ำเสียงอ่อนหวาน โถมความปีติให้แก่เอเดรียน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เธอโยนความเย่อหยิ่งทิ้งไป แล้วแสดงออกถึงความเต็มอกเต็มใจไปกับเขา
"ทำอย่างที่คุณต้องการโรสที่รัก"
โรสสบตาชายหนุ่ม เธอมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าหล่อคมเข้ม ไล่ลงไปที่ไหล่กว้าง อกแน่น กล้ามท้องลอนสวย จนไปสะดุดที่ความเป็นชายที่ตั้งตระหง่าน เพิ่งได้มองเต็มตา เหมือนสิ่งนั้นสะกดเธอ มันดูสะอาดสะอ้าน อวบใหญ่ และยาวจนน่าตกใจ เธอใช้สองมือโอบกำรอบกัน เคลื่อนรูดท่อนร้อนระอุขึ้นลง
"อะ โรสคุณจะทำอะไรผม อ๊า"
"ฉันกำลังทักทายมัน อย่างที่คุณบอกยังไงคะ"
เธอสัมผัสเงอะงะ ทำให้รู้สึกสยิวมาก แต่ไม่ถึงใจ เขาต้องการให้ขยับมือเร็วกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้โรสดูดมันเข้าไป
"พะ พอแล้ว วางมันเถอะ ผมจะจัดการคุณเอง"
"ฉันอยากจะชิมมันดู ว่าอร่อยเหมือนไอติมหรือเปล่า"
พูดแล้วก็ช้อนสายตายั่วยวน เอเดรียนพยักหน้าตอบรับ นั่นคือสิ่งที่รอคอย ปากหยักสวยเผยอเล็กน้อย ก่อนจะตวัดลิ้นเล็กๆ ลากจากโคนขึ้นหาส่วนปลาย รสชาติของเขาเฝื่อนๆ คนตัวใหญ่เด้งสะโพกเข้าหาปากจิ้มลิ้ม
"โอวโรสที่รัก วิเศษเหลือเกิน"
เธอไม่ให้มันเข้าไปลึกเกินไป ลิ้นนิ่มดูดดุนสลับเลียเม้มริมฝีปากขบเบาๆ ให้ทั่วท่อนลำ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าเป็นสิ่งน่าขยะแขยง เอเดรียนมาเปลี่ยนมุมมองเรื่องเพศสัมพันธ์ ทำให้เธอรู้สึกดีที่ได้สัมผัสเขา อยากเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
"โอว พระเจ้าโรสที่รัก อ่า ที่รัก"
ปากและมือของเธอ ประสานการทำหน้าที่ปรนเปรอให้เขา ยิ่งเอเดรียนมองหน้าเหมือนวิงวอนอะไรสักอย่าง ก็ยิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้น พอใจที่ทำให้ชายตัวใหญ่ครางกระเส่าด้วยรู้สึกทรมาน
"ว้าย! "
แล้วเธอก็ต้องเสียท่า เมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นมาคว้ากอดเหวี่ยงลงบนเตียง จับให้นอนตะแคงโดยเขานอนทาบซ้อน มือหนาแทรกผ่านใต้วงแขนหญิงสาวไปเกาะกุมทรวงอกอวบ เบียดแท่งแข็งเข้าใส่เธอจากทางด้านหลัง โรสครางเสียงหวานเกร็งบั้นท้ายรับความใหญ่โต เอเดรียนขับเคลื่อนในจังหวะเนิบนาบ ก่อนกระหน่ำรัวรักเข้าใส่
"อะ เอ...เอเดรียนคะ" "ที่รักของผม โอว บีบรัดสุดๆ "
รักเธอคนนี้ มีความสุขที่ได้สัมผัสทั้งร่างกายภายนอก และความสุขที่ได้ตอกลึกเข้าไป เขาจับยกเรียวขาหนึ่งข้าง เพื่อกระแทกเข้าไปลึกกว่าเดิม โรสหันหน้าไปรับจูบดื่มด่ำ เสียงครางกระเส่าคละเคล้ากัน ตลอดการร่วมรัก เสร็จสมพักเหนื่อยแล้วตื่นมาโรมรันกันต่อ
"เอเดรียน อา เอเดรียน"
เรียกชื่อซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว เสียวสยิวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งร่ำเรียกมากเท่านั้น หัวใจเธอร่ำเรียกหาเขา ร่างกายเช่นกันเปิดขากางรับการสอดแทรกเข้าใส่ โรสลูบไล้ใบหน้าเคราครึ้มอย่างหลงใหล บางจังหวะเป็นฝ่ายยื่นปากขึ้นเรียกร้องจูบจากเขา ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อน
"อา เอเดรียน" ในจังหวะที่บั้นเอวสอบส่ายควงเข้าใส่
"เป็นอะไรจ๊ะ โรสที่รัก คุณเป็นอะไร บอกผมหน่อย"
"ฉันไม่ไหว ทรมานจังเลยค่ะเอเดรียน"
ชายหนุ่มคุมเกมตะบี้ตะบันดุเดือด จนต้องยกมือขึ้นดันกล้ามท้องของเขาเอาไว้ แต่คนตัวใหญ่ไม่ยอมผ่อนกำลัง ยิ่งกะซวกรัวเร็วเข้าใส่ หญิงสาวหวีดร้องเสียงแหลม คว้ากอดร่างหนา จุดเชื่อมต่อกันลื่นไหลขึ้นหลังเธอแตะวิมานฉิมพลี เอเดรียนหยุดเหมือนให้เธอได้พัก แต่ความจริงคือเขากำลังพอใจกับการบีดรัดจากกลีบกุหลาบงามนี้
"เอเดียน"
"เรียกทำไมจ๊ะ" คำนุ่มนวลกระซิบข้างหู
"ฉะ ฉันไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าในหัวมีแต่ชื่อคุณ"
"ผมรู้ นั่นมันคือเสียงจากหัวใจคุณ" เขากำลังจะปะทุเสียวซ่านจนตัวสั่น ครางกระหึ่มในลำคอ
"เสียงในหัวใจผมก็มีแต่คุณ โรสที่รัก" กระซิบคำหวานพร้อมจูบลงที่หน้าผากเธอ
"คุณจะเป็นของผมคนเดียวเท่านั้นโรส โอว พระเจ้า"
สะโพกสอบพุ่งเข้าใส่ กดกายแนบชิด น้ำอุ่นวาบพุ่งเข้ามาในตัวคืนนี้เป็นครั้งที่สอง ก่อนนั้นอีกไม่ได้นับ โรสปล่อยร่างกายดูดซับโดยไม่ได้ทักท้วงเลยสักครั้ง เมื่อเธอเองก็ยินยอมพร้อมใจให้เขากระทำโดยไร้เครื่องป้องกัน จากนี้ไปจะเกิดอะไรคงต้องยอมรับมัน
ลำตัวชุ่มเหงื่อทิ้งลงมาทาบทับ นิ้วเรียวเล็กแทรกเข้าลูบไล้ผมดกสีน้ำตาลเข้มของชายหนุ่ม รู้สึกลึกซึ้งและมีความสุขเหลือเกิน เป็นความสุขที่เธอเคยคิดไว้ว่าจะได้ร่วมกับชายที่รัก และแน่นอนในวินาทีนี้หัวใจเพรียกหาเพียงเอเดรียนคนเดียวเท่านั้น นอนก่ายกอดกันสักพักก็รู้สึกว่าเขายังแข็งแกร่งในตัวเธอขึ้นอีก
"เอเดรียน ฉันเหนื่อยจัง"
เสียงหวานครวญ เธอใช้มือเสยผมเขาด้วยแววตาวิงวอน แต่ละครั้งของเขามันเนิ่นนาน จังหวะรักของเขาดุเดือดจนกลีบกุหลาบงามบอบช้ำ
"ผมยังไม่สงบเลย ขออีกครั้งนะคนดี"
บอกว่า 'ขออีกครั้ง' แล้วก้มลงจูบ พร้อมกับการขยับโยกหนักหน่วงใส่กายเล็ก อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และท้ายที่สุดมันก็ไม่ใช่แค่อีกครั้ง มันคืออีกสองถึงสามครั้ง
สองวันสองคืนเต็มๆ ที่ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน วันนี้เอเดรียนบอกจะออกไปเจรจาเรื่องที่ดิน แต่ไม่ยอมให้โรสไปด้วย และเธอก็อยากจะพักเช่นกัน ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายยังไม่เห็นชายหนุ่มกลับมา จึงถือเป็นโอกาสที่จะได้ว่ายน้ำ เธอรวบผมมวยเอาไว้ให้เรียบร้อย
ร่างผอมเพรียวในชุดบิกินี่ทูพีชสีเลือดหมู นอนหงายลอยตัวในน้ำ กางแขนขาท่าสบาย เมฆบนนั้นเหมือนมีใบหน้าของเอเดรียนกำลังมองอยู่ เธอบ้าไปแล้ว มองอะไรก็เป็นเขาไปหมด โรสเปรยยิ้มให้กับกลุ่มปุยสีขาวบนท้องฟ้า ก่อนกลับตัวว่ายน้ำออกกำลังกายเบาๆ
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







