LOGINหลังกลับจากชะอำ โรสเริ่มกลับมาทำงาน
เวลานี้เหลืองานพิธีกรรายการทีวีอย่างเดียว เพียงแค่นี้ก็ต้องแลกกับการยอมทำคีย์การ์ดห้องของเธอให้เอเดรียน แต่ส่วนใหญ่เขาจะให้มาร์ตินรับเธอไปที่โรงแรม
"วันนี้ไม่ต้องให้มาร์ตินมารับนะ ฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง มีงานต้องสะสาง"
"มาทำที่ห้องผมก็ได้นี่"
"เอเดรียน ไปห้องคุณฉันไม่เคยได้ทำอะไรเลย"
พูดทั้งเขินคนหื่นกามทำเอาไม่ได้พักผ่อน ร่างกายอ่อนเพลียทุกเช้า จนทุกวันนี้ไม่กล้าขับรถเอง เพราะเคยหลับในเฉี่ยวชนราวเหล็กกั้นขอบทางมาแล้ว ดีที่ไม่เป็นอะไรรุนแรงแค่รถบุบสีถลอกเท่านั้น โรสออกจากสตูดิโอเธอเดินผ่านรถเก๋งสีดำคันหนึ่ง ที่จอดริมฟุตบาธปากทางออก
"พี่สาวครับ"
"อื้อ! ปล่อยนะ! "
หันตามเสียงเรียกยังไม่เห็นว่าเป็นใคร ก็ถูกมือใหญ่คว้าตัวเข้ามากอดไว้ อีกมือถือผ้าชุบยาสลบโปะเข้าที่จมูก แล้วลากขึ้นเบาะหลังของรถ หญิงสาวดิ้นรนสักพักก็นิ่งหลับคอพับลงกับตักหนุ่มวัยรุ่นร่างผอม
"เสร็จล่ะ ออกรถเร็วสิมึง"
หนุ่มวัยรุ่นร่างกายซูบผอมสั่งเพื่อนที่มาด้วยกันออกรถ
"สวยจริงๆ แม่งเอ้ยกูเสียดายว่ะ"
ชื่นชมพร้อมลูบแก้มเนียน อยากเปลี่ยนใจลากเข้าม่านรูดแทน แต่ต้องการเงินไปเสพยามากกว่า ระหว่างนี้ก็ค้นกระเป๋าถือหยิบฉวยทรัพย์สินทุกอย่าง รวมถึงเครื่องมือสื่อสารของเธอด้วย คนร้ายรีบปิดเครื่องไม่ให้ใครติดต่อมาได้ ต้องรีบนำเหยื่อไปส่งเซฟเฮาส์หรูตามที่ถูกว่าจ้าง
"สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย ฉันอยากเห็นแล้วสิว่า จุดเร้นลับของเธอจะงดงามเหมือนภายนอกที่เห็นไหม"
ชายสูงวัยในชุดนอนเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อน ยิ้มชื่นชมความงามของหญิงสาวบนเตียง ขนาดเธอหลับไม่ได้สติยังงดงาม สวรรค์อยู่ตรงหน้าแล้ว แต่อยากได้ในแบบที่มันน่าตื่นเต้นสักหน่อย
วิโรจน์หยิบกรรไกรมาตัดชุดเดรสทำงานที่โรสสวม ตั้งแต่คอเสื้อลงไปเรื่อยๆ ผ่านอกอวบคู่สวย ใช้สองมือเปิดเนื้อผ้าออกชื่นชมความงาม เนินแน่นส่วนที่พ้นจากบราเซียร์สีเบจ แล้วตัดต่ำลงไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น เขาไม่ชอบอะไรที่ไม่ระทึกใจ รอเธอฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยไล่ขย้ำน่าสนุกกว่า แต่ระหว่างนี้ขอทำลายชุดสวย ให้อยู่ในสภาพใส่ไม่ได้เสียก่อน
เมริกาขับรถตามจนผู้รับจ้าง จนเห็นว่าโรสถูกอุ้มเข้าไปส่งวิโรจน์ถึงเซฟเฮาส์ เป็นบ้านหรูชั้นเดียวบนเนื้อที่กว้าง ที่นี่ไม่มีรั้วกั้นแต่เต็มไปด้วยวงจรปิดและมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ใจจริงอยากขึ้นไปร่วมชมนาทีที่โรสย่อยยับ นาทีที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นของชายรุ่นพ่อ เหมือนอย่างที่เธอเคย อยากถ่ายคลิปที่ทำให้รู้สึกสะใจ แต่ติดที่ถูกสั่งไม่ให้เข้าไปยุ่ง ระหว่างกำลังแสยะยิ้ม ต้องหุบลงฉับพลันเมื่อรถของกฤษณ์พุ่งเข้ามาจอดเทียบเซฟเฮาส์ เขาไปไม่ทันตอนโรสออกจากสตูดิโอ ลองโทรศัพท์หาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ แค่นั้นใจก็แทบร่วงลงตาตุ่ม
"พี่กฤษณ์! มาได้ไง"
โมโหแทบจะกรีดร้องออกมา เธออยากเข้าไปขวางนะ แต่กลัวเขาจะรู้ว่าเป็นฝีมือเธอ แต่เอ...หรือว่าทิพย์อาภาหักหลังเธอบอกให้สามีมาช่วยโรส
"ยัยทิพย์ เธอได้เห็นดีแน่"
เมริกาโกรธกัดเม้มริมฝีปาก มีเพื่อนโง่ๆ อย่างทิพย์อาภาทำให้แผนเธอไม่สำเร็จ ขอให้ขึ้นไปไม่ทันทีเถอะ เธอจอดรถรออยู่ตรงนี้นี่แหละ
กฤษณ์เดินเข้าไปในตัวบ้านบอดี้การ์ดสองคนออกมาขวาง หนึ่งในนั้นเอ่ยถามอย่างสุภาพเพราะคุ้นเคยกันดี และเขาไม่กล้าสบตาหนุ่มผู้มาใหม่ รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เพราะเมื่อตอนที่กฤษณ์คบกับโรส เขาเคยรับหน้าที่คุ้มกันให้ทั้งสอง
"คุณกฤษณ์นัดท่านวิโรจน์หรือเปล่าครับ"
"ไม่ได้นัด แต่ผมมีธุระด่วน" พยายามควบคุมความโกรธ เพราะเป็นห่วงหญิงที่รักเหลือเกิน
"เอาตรงๆ นะครับ ท่านมีผู้หญิง ผมไม่กล้าไปเรียกท่านมาพบคุณ"
"ผู้หญิงเหรอ! "
ก้อนเนื้อภายในอกซ้ายเต้นแรง กลัวว่าจะป็นโรส
"ให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกแก รวมทั้งเจ้านายแกเจอดีแน่"
กฤษณ์โวยวายเสียงดังลั่น วิ่งเข้าไปด้านในเขาเคยมาค้างที่นี่และรู้ว่าห้องของวิโรจน์อยู่ที่ไหน แต่ถูกคว้าตัวเอาไว้ ชายทั้งสองไม่ได้ทำรุนแรงกับเขา แต่ความแข็งแรงของคนที่ฝึกต่อสู้มีกำลังเหนือกว่าล็อกดอกเตอร์หนุ่มไว้ แม้จะดิ้นรนก็ไม่หลุด
"ปล่อยฉันนะเว้ย! โรส! โรสอยู่นี่ใช่ไหม!? "
"คุณกฤษณ์ครับ ผมให้เข้าไปไม่ได้จริงๆ "
"ปล่อยนะ คุณวิโรจน์ ถ้าโรสเป็นอะไรไปผมนี่แหละจะจัดการคุณ คุณก็รู้ว่าผมมีข้อมูลคุณทุกเรื่อง! " เสียงกฤษณ์ดังไปถึงคนข้างใน วิโรจน์หัวเสีย อยากจะได้ผู้หญิงคนนี้ก็อยากนะ แต่รู้ตัวว่ามีคดีเยอะ และเขาเองไม่ถูกกันกับรัฐมนตรีเกริกพลพ่อของกฤษณ์ แต่เพราะดอกเตอร์หนุ่มหัวรั้นกับที่บ้าน มาเป็นที่ปรึกษาให้กับเขา ถึงยังรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายในหลายๆ คดี ส่วนทนายความของบริษัทที่ว่าจ้างนั้น เทียบไม่ได้กับที่ปรึกษาคนนี้เลย
ประตูเปิดผางปรากฏร่างของชายสูงวัย บอดี้การ์ดจึงยอมปล่อยตัวดอกเตอร์หนุ่ม กฤษณ์รีบวิ่งเข้าไปด้านในโดยไม่สนใจคนออกมาจากห้องนั้น สภาพของโรสหลับไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง ชุดของเธอถูกตัดขาดทั้งหมด เผยร่างระหงขาวผ่องน่าหวงแหนที่มีเพียงชั้นในบนล่างเท่านั้น
"โรส! โรสของพี่"
เธอ ยังเป็นที่หนึ่งในใจของเขา กฤษณ์เขย่าแต่หญิงสาวไม่รู้สึกตัว เขาเรียกเธอซ้ำๆ โอบกอดไว้แนบอก แล้วคว้าผ้าห่มแพรผืนเล็กบนเตียงห่อเธอเอาไว้
"ผมยังไม่ได้ทำอะไร แต่ไม่รู้เธอโดนยาตัวไหนถึงได้สลบ"
เจ้าของบ้านเอ่ยหน้าตาเฉย กฤษณ์เม้มปากจ้องวิโรจน์อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมคำขู่
"ถ้าโรสเป็นอะไรไปผมไม่ปล่อยคุณแน่! "
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







