LOGINงานมงคลสมรสระหว่างพระยาธนบดีและหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรี เป็นที่อื้ออึงไปทั่วพระนคร ด้วยความแปลกใหม่ที่มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่ง
เช้าทำพิธีแบบไทยให้พระสงฆ์มาเจริญพร เลี้ยงเพล รดน้ำสังข์ จัดที่บ้านเจ้าสาว ตกบ่ายเป็นพิธีแบบจีน กราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษ ยกน้ำชาญาติผู้ใหญ่ จัดที่บ้านเจ้าบ่าว ส่วนตอนค่ำเป็นการเลี้ยงค็อกเทลแบบฝรั่งหรูหรา บ่าวสาวแต่งตัวอย่างสากลสวยงาม จัดที่สมาคมท่าเรือ ทว่าเสียงอื้ออึงมีเพียงชื่นชมยินดีอย่างเดียวเสียที่ไหน
‘น่าสงสารคุณหญิงก้อยได้ผัวแก่คราวพ่อ จะไหวเร้อ’
‘แต่งใหม่ทั้งทีได้เมียเด็กทั้งสวยทั้งชาติตระกูลก็ดี ขึ้นสวรรค์ชัด ๆ’
‘คุณหญิงกชกรจรัสศรี ตกถังข้าวสารใบโตเชียวนะ’
‘เห็นว่าท่านเจ้าคุณช่วยล้างหนี้ให้ด้วย มิน่าถึงได้เป็นเขยขวัญของวังชินภัทร’
จะปิดหูปิดตาเช่นไรก็ต้องมีเล็ดลอดมาให้ได้ยินอยู่ตลอด หญิงก้อยเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมีเวลาให้คิดน้อยใจ ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำผมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปสามสี่ชุด ข้าวปลาก็ได้รับแค่นิด ๆ หน่อย ๆ โชคดีที่เจ้าสาวหมดเรื่องต้องรับแขก ได้กลับมาอาบน้ำผลัดผ้าตั้งแต่งานเลี้ยงยังไม่เลิก ปล่อยให้เจ้าบ่าวสังสรรค์กับเพื่อนฝูงต่อไป
หญิงก้อยมองไปรอบกาย นี่เป็นบ้านใหม่ของเธอ ช่างไม่คุ้นเอาเสียเลย แต่เพราะหม่อมแม่เป็นห่วงลูกสาว กลัวจะคิดถึงบ้านหนัก เลยขอให้พระยาธนบดีช่วยจัดห้องที่ตกแต่งคล้ายกับห้องของหญิงก้อยที่วังชินภัทร แยกให้เธอไว้ใช้ส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ท่านเจ้าคุณก็ยินยอมจัดการให้มิได้ขัด มีเครื่องเรือนบางชิ้นที่ยกมาไว้ที่นี่ด้วย นั่นช่วยให้หญิงก้อยเคว้งคว้างน้อยลงพอสมควร
ก๊อก... ก๊อก
ตกดึกหญิงก้อยกำลังจะเคลิ้มหลับ แต่มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ มาปลุกเสียก่อน เปิดประตูออกไปก็พบบ่าวรับใช้สาวคนหนึ่งยืนถือโคมไฟสีแดง บ่าวเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
“ท่านเจ้าคุณให้บ่าวมาเรียนถามคุณหญิงว่า สะดวกจะไปที่ห้องหอ หรือสะดวกจะให้ท่านเจ้าคุณมาหาที่นี่เจ้าคะ”
หญิงก้อยได้ยินก็รู้สึกกระดากอาย ความหมายของบ่าวคือต้องการทราบว่าเธออยากจะร่วมหลับนอนกับพระยาธนบดีที่ใดใช่หรือไม่
หญิงก้อยมองกลับเข้าไปในห้องของเธอที่คล้ายกับห้องเก่าที่วังชินภัทร จึงตัดสินใจจะขอเก็บห้องนี้ไว้เป็นส่วนตัว มิอยากให้มีใครมาล่วงล้ำแม้กระทั่งสามีของตัวเองก็ตาม คิดได้ดังนั้นจึงก้าวออกจากห้อง แล้วให้บ่าวนำทางไป
ห้องหอที่ว่าคือห้องนอนใหญ่ของพระยาธนบดีที่อยู่ชั้นสองอีกปีกหนึ่งของตึก เมื่อมาถึงหน้าห้อง บ่าวคนนั้นก็จัดการแขวนโคมแดงไว้ที่หน้าประตู เคาะส่งสัญญาณให้คนข้างในรู้ ก่อนจะเปิดประตูให้หญิงก้อยเดินเข้าไป
เมื่อหญิงก้อยข้ามพ้นธรณีประตู บ่าวก็ปิดประตูไล่หลัง ปล่อยให้เธอได้พิจารณาบรรยากาศห้องนั้นตามลำพัง ด้านในกว้างขวางโอ่โถง มีของตกแต่งทั้งจีนทั้งตะวันตก มีผ้าสีแดงม้วนเป็นโบประดับรายรอบ โคมไฟถูกเปิดไว้ให้แสงสลัว อีกทั้งมีกลิ่นคล้ายเทียนหอมจาง ๆ ตลบอบอวลไปทั่ว
เมื่อเดินข้ามมาพ้นฉากกั้น ก็พบโต๊ะกลมฝังมุก ที่มีถ้วยชา จอกสุรา และอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ วางไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม
“น้องหญิงมาแล้วหรือ”
หญิงก้อยสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง หันไปก็พบว่าเป็นเจ้าบ่าวของเธอ พระยาธนบดีที่บัดนี้ผลัดเปลี่ยนจากชุดเจ้าบ่าวมาอยู่ในชุดคลุมนอนผ้าแพรสีแดง
ในไฟสลัว หญิงก้อยไม่แน่ใจในสายตาที่พระยาธนบดีมองมาที่เธอว่าเป็นแบบใด ตลอดทั้งวันที่ต้องยืนเคียงข้างกัน หญิงก้อยมิใคร่ได้มองหน้าท่านเจ้าคุณตรง ๆ สักเท่าใดนัก เพราะมัวแต่ต้องจดจำพิธีการและวางตัวให้สวยงามสำรวมอยู่ตลอดเวลา การพูดคุยกันก็มีเพียงไม่กี่คำเท่านั้น
พระยาธนบดีผายมือเชิญให้หญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้ พร้อมทั้งรินสุราใส่จอกส่งให้ หญิงก้อยรับมาจิบเล็กน้อยก็ต้องหน้าเบ้ เพราะรสชาติมันช่างขมฝาดจับใจ
“หึ ๆ เป็นสุรามงคล ดื่มพอเป็นพิธีก็พอ”
พระยาธนบดีกล่าวอย่างเอ็นดู ส่วนตัวเองนั้นกระดกจนหมดจอก จากนั้นจึงดื่มชาในถ้วยที่วางข้างกัน หญิงก้อยอยากล้างปากจึงยกถ้วยขึ้นมาดื่มบ้าง ก็พบว่าเครื่องดื่มที่อยู่ในถ้วยนี้ไม่ใช่ชาจีนหรือน้ำเปล่า แต่เป็นยาจีนที่หม่อมไฉไลให้เธอดื่มเป็นประจำนั่นเอง เพราะว่าคุ้นชินเสียแล้วหญิงก้อยจึงดื่มได้โดยง่าย
“น้องหญิง เธอช่างงามจับใจพี่เหลือเกิน รู้หรือไม่ ตั้งแต่ครั้งที่เราได้เต้นรำกันวันนั้น พี่ก็เฝ้าแต่คิดถึงน้องหญิงทุกคืนวัน คอยแต่จะนับให้ถึงวันที่เราได้แต่งงานกันเร็ว ๆ”
พระยาธนบดีเดินเข้ามาใกล้แล้วยกคางหญิงสาวขึ้นมาเชยชม แม้หญิงก้อยจะไม่ค่อยพึงใจเจ้าบ่าวสักเท่าไร แต่ด้วยท่าทีเจ้าชู้เช่นนี้ ก็อดทำให้สาวน้อยขวยเขินไม่ได้
พระยาธนบดีดึงแก้วชาออกจากมือหญิงก้อย แล้วพาเธอเดินไปที่เตียงซึ่งตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงและชมพูสวยงาม ทว่าแทนที่บริเวณเตียงควรจะมืดสลัว กลับมีความสว่างมากกว่าทุกที่ คล้ายตรงนี้จะเป็นเวทีการแสดงอย่างไรอย่างนั้น
ครานี้หญิงก้อยได้สบตากับพระยาธนบดีตรง ๆ และได้เห็นหน้ากันอย่างใกล้ชิดมากกว่าทุกครา หญิงก้อยไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองนั้นรู้สึกเช่นไร
ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ มิใช่คนที่เธอยินยอมสมัครใจรักใคร่ แต่เพราะเขาคือสามีที่ตบแต่งอย่างถูกต้องตามประเพณี อีกทั้งยังมีสัญญาเรื่องเงินทองผูกพัน เธอจึงพึงระลึกเสมอว่าตนมิควรต่อต้าน ทว่านี่เป็นการเสียพรหมจรรย์ครั้งแรก และเขาก็มิใช่ชายคนที่รักใคร่ปรารถนา จะทำใจไม่ให้รู้สึกประหม่ากลัวก็ยากยิ่งนัก
“ให้พี่ได้เชยชมน้องหญิงเถิด”
ไม่ทันขาดคำ พระยาธนบดีก็โน้มตัวลงมาบดจูบปากนุ่มของหญิงก้อย เธอมิได้เตรียมใจเลยรู้สึกตกใจจนเผลอเบิกตาโต เขาพลุ่งพล่านเสียเหลือเกิน การจุมพิตครั้งนี้เลยออกจะตะกละตะกลามมากกว่าจะนุ่มนวลอ่อนโยน
ขณะที่ลิ้นสากล่วงล้ำเข้าในโพรงปากสวย สองมือของพระยาธนบดีก็ลูบไล้เต้าตึงอันล้นมือของหญิงก้อย สาวน้อยเริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเล็กน้อย อาจเป็นเพราะผลพวงจากสุรามงคลหรือยาจีนก็ไม่แน่ชัด
“หญิงก้อย เธอทำให้พี่รู้สึกเป็นหนุ่มอีกครั้ง”
พระยาธนบดีลุกขึ้นปลดเสื้อคลุมของตัวเองออก เผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ตรงหว่างขา หญิงก้อยตะลึงงัน เพราะความไม่ประสาจึงกระดากนัก ไม่มีเวลาให้ตั้งตัว มือหนาก็ปลดเสื้อผ้าของเธอออกไปจนหมด
บทรักดำเนินไปจนถึงขีดสุดอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันจะได้รู้สึกอะไรนอกจากความเจ็บเล็กน้อยจากการเสียพรหมจรรย์ครั้งแรก มิได้เจ็บมากแต่ไม่ชินอย่างยิ่ง ส่วนพระยาธนบดีหลังจากสุขสมไปหนึ่งครั้งแล้วแล้วก็หมดแรงคอพับคออ่อนหลับเป็นตาย
คืนเข้าหอวันแรกของหญิงก้อยจึงจบลงเพียงเท่านี้
“ฉันอยากมาเจรจาเรื่องท่านเจ้าคุณพี่ชายของฉัน”คุณเตียงเอ่ยออกมาเช่นนั้น ชายกฤตมิตอบอันใด หันไปบอกบ่าวให้เตรียมรับแขก และผายมือเชิญคุณเตียงให้เข้าไปข้างใน“น้องหญิงก็มาฟังด้วยกัน พี่จะคุยเรื่องของเธอด้วย”ชายกฤตบอกแก่หญิงก้อยก่อนจะเดินตามคุณเตียงกับอาเน้ยเข้าไป หญิงก้อยสบตากับนายเด่นที่พยายามจะก้มหน้าเสมองไปที่อื่น แล้วจึงเร่งเท้าตามพวกเขาไป โดยภายในใจคิดว่าเสร็จจากตรงนี้แล้วจะต้องพูดจากับนายเด่นให้รู้เรื่อง“ผมขอให้ทนายอยู่ด้วยได้หรือไม่”เมื่อบ่าวนำน้ำชามารับรองเรียบร้อย ชายกฤตจึงได้เอ่ยขึ้นมาก่อน คุณเตียงได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้ามิขัดข้อง“ฉันเข้าใจว่าคุณชายกับทนายกำลังร่างหนังสือเพื่อแจ้งความแก่นครบาลเกี่ยวกับความผิดของท่านเจ้าคุณ ฉันจะมาขอต่อรองในเรื่องนี้”“กระผมคิดว่าเรื่องที่ต่อรองได้มีไม่มาก เพราะที่เหลือคืออาญาแผ่นดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมคบอั้งยี่ ทุจริตเก็บส่วยท่าเรือ นำเข้าของหนีภาษี และค้าอาวุธเถื่อน พวกกระผมเป็นเพียงผู้แจ้ง ส่วนรัฐมีหน้าที่ไปจับกุมดำเนินการขอรับ&
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ







