تسجيل الدخولด้วยเพราะฤกษ์มงคลนั้นค่อนข้างกระชั้น แต่ละวันหม่อมแม่และบรรดาพี่สาวจึงได้วิ่งวุ่นตระเตรียมทุกสิ่งเพื่อให้พร้อมทันวันงาน ทุกคนทั้งนายบ่าวล้วนกระตือรือร้นดีใจที่วังนี้จะได้จัดงานมงคล เว้นไว้เสียแต่คุณหญิงก้อยผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวเท่านั้น
ระหว่างนี้หญิงก้อยได้พบหน้าพระยาธนบดีสองครั้ง เห็นหน้าทีไรเวลาไหว้สาทักทายก็หาได้รู้สึกว่านี่คือว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองไม่ ยิ่งเวลาที่พระยาธนบดีเจรจาหารือกับท่านพ่อก็ยิ่งตอกย้ำความสูงวัยของเขายิ่งไปอีก แต่งงานกันไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ทันมีลูกสมใจอยากหรือจะหมดแรงหมดลมไปเสียก่อน นี่หรือคือชีวิตคู่ของหญิงสาวอายุสิบแปดหมาด ๆ อย่างเธอ
กระนั้นหญิงก้อยก็รู้ถึงความจำเป็นในการออกเรือนของตนดี ถึงจะใช้คำพูดสวยหรูอย่างไรแต่การแต่งงานนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขายลูกสาวใช้หนี้ แล้วก็รู้ดีว่าคนจีนชอบผู้หญิงอวบอิ่มสะโพกผายเพื่อที่จะสามารถผลิตลูกชายให้ได้หลาย ๆ คน หากมิเพราะเหตุนี้ ผู้ที่จะต้องออกเรือนก่อนคงเป็นพี่หญิงคนใดคนหนึ่งของเธอเป็นแน่
บ่ายคล้อยวันหนึ่งหญิงก้อยหนีความวุ่นวายมานั่งเล่นกินขนมที่ศาลาริมสระบัว ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างอยู่ที่ท่าน้ำ เดินออกไปดูก็เลยพบเข้ากับนายเด่นนั่นเอง
“นายเด่นทำอะไร ลงไปในน้ำทำไมหรือ”
“กระผมรบกวนคุณหญิงก้อยหรือไม่ขอรับ พอดีแม่ให้มาเก็บสายบัวไปแกงกะทิน่ะขอรับ”
“เช่นนั้นก็เก็บเสียมาก ๆ ฉันชอบรับประทานแกงสายบัวของแม่แดง”
นายเด่นยิ้มกว้างแล้วลงไปดำผุดดำว่ายต่อ หญิงสาวนั่งเล่นดูชายหนุ่มเก็บสายบัวบ้าง เก็บผักบุ้งบ้าง ก็ให้รู้สึกสงบใจขึ้นมาได้หน่อย
ถึงนายเด่นจะเป็นลูกบ่าว แต่ก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก หญิงก้อยจึงได้พูดคุยเป็นกันเอง นอกจากท่านพ่อและพี่ชาย นายเด่นก็จัดว่าเป็นผู้ชายอีกคนที่หญิงก้อยคุ้นเคย ด้วยความที่ชอบทำหน้าทะเล้นยิ้มเก่งและมักจะมีเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้ฟังเสมอ เธอจึงสบายใจเวลาที่ได้พูดคุยกับเขา
ค่ำวันนั้น หลังจากลองชุดเจ้าสาวแบบจีนที่เพิ่งจะตัดเสร็จเรียบร้อย หญิงก้อยก็หลีกหนีความวุ่นวายกลับเข้าห้อง อีกไม่นานจะต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ขอใช้เวลาส่วนตัวอันมีค่าที่เหลือไม่มากนี้ให้คุ้มก่อนจะต้องไปนอนร่วมห้องกับคนอื่นดีกว่า
ระหว่างที่กำลังพลิกหน้าหนังสืออ่านเล่นก็มีเสียงคนเรียก คงเป็นบ่าวเอายาจีนมาให้ดื่มอีกแล้วสินะ หม่อมแม่บอกว่านี่เป็นยาบำรุงสำหรับหญิงสาว ทั้งด้านกำลังทั้งด้านความงาม สรรพคุณดีนักแล หม่อมแม่กับบรรดาพี่สะใภ้ล้วนดื่มตำรับเดียวกันนี้ทั้งสิ้น แต่หญิงก้อยคิดว่าตัวเองนั้นไม่ค่อยถูกกับยาสักเท่าใดนัก ทั้งฝาดทั้งกลิ่นแรง
ด้วยเหตุเพราะยาจีนที่ดื่มเข้าไปหรือเพราะว่าวันนี้อากาศร้อนกว่าทุกที ทำให้นอนหลับมิใคร่สนิท หญิงก้อยจึงตัดสินใจลุกขึ้นออกจากมุ้ง สวมเสื้อคลุมแล้วออกจากห้อง คิดไว้ว่าจะเดินเล่นรับลมให้สบายสักหน่อยแล้วค่อยขึ้นนอน
ทว่าเดินพ้นตัวเรือนออกไปเพียงเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงคนคุยกระซิบกระซาบกัน หญิงก้อยมิใคร่สนใจเรื่องผีสางเลยคิดว่าคงเป็นบ่าวชายกำลังเดินตรวจตรา แต่เมื่อได้ฟังดี ๆ ก็พบว่าเสียงที่ได้ยินคือชายกับหญิง ดังออกมาจากพุ่มต้นเข็มที่อยู่ไม่ไกลตรงนั้น หญิงสาวเพ่งมองไปก็เห็นเงาศีรษะของคนสองคนกำลังแนบชิดกัน
“อีกไม่นานหรอก พี่จะเก็บเงินซื้อนาคให้ได้สักเส้น แล้วจะเอามาเป็นสินสอดสู่ขอเอ็ง อีแช่ม”
“โถ... พี่ก้อน คนดีของอีแช่ม กว่าจะถึงวันที่เก็บเงินได้ตามที่แม่ขอ ฉันคงได้ตกไปเป็นเมียอีกคนของไอ้แปะแผงขายปลาเสียแล้ว”
“ไม่ได้ ข้าไม่ยอม ใครคิดจะแย่งเอ็งไปต้องได้เห็นดีกัน ข้ารักของข้ามาตั้งนาน ถ้าแม่เอ็งยังฝืน ข้าจะพาเอ็งหนี”
“ฉันก็ไม่อยากได้ไอ้แปะนั่นเป็นผัวดอก ในใจของฉันมีแต่พี่ก้อนคนเดียวเท่านั้น”
“อีแช่ม... ข้ารักเอ็งเหลือเกิน เอ็งยอมเป็นเมียพี่เสียแต่ตอนนี้เถิดวะ”
“อ๊ะ... พี่ก้อน”
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ
“คุณชายกฤต! เหตุใดจึงออกจากวังมาเช่นนี้เล่าขอรับ! หากพวกมันพบตัวเข้าจะเป็นอันตรายได้!”คนที่มาหานายเด่นกลับเป็นชายกฤตเสียเอง เขาแต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านมิต่างอันใดกับนายเด่นเลย“ทันทีที่แม่แดงเอาจดหมายมาให้ก็นั่งแทบไม่ติด ฉันคิดว่านายเด่นจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว แล้วไหนจะน้องหญิงอีก เป็นเพราะฉันแท้ๆ พวกนายถึงต้องลำบากเช่นนี้ ฉันต้องมาได้เห็นกับตาว่านายปลอดภัยดีและต้องมาขอโทษนายโดยตรง ถึงจะรู้สึกผิดต่อแม่แดงน้อยลง”คนทั้งคู่พากันหาที่หลบมุมห่างไกลผู้คนได้พูดคุย กว่าที่ชายกฤตจะออกมาได้มิใช่เรื่องง่าย มีนักเลงเดินว่อนอยู่รอบวังเต็มไปหมด จึงใช้เวลาอยู่มากโขกว่าจะมาถึงที่นี่ได้“ตอนที่บ่าวจิกจากบ้านพระยาธนบดีพาเด็กสร้อยมาพร้อมกับหลักฐานกองโต ฉันกับพี่ชายใหญ่ก็ร้อนใจนัก อุตส่าห์เตือนหญิงก้อยแล้วว่าอย่าได้ทำการใดสุ่มเสี่ยงก็หาฟังไม่ ลองสอบถามกับบ่าวจิกและเด็กสร้อยก็มิได้ความอันใด โชคดีนักที่บ่าวจิกอาสากลับไปสืบความที่บ้านของพระยาธนบดีให้“ตกเย็นจึงได้รู้ว่าหญิงก้อยหายตัวไปเสียแล้ว ฉันนี่แทบขาดใจ คิดหาทางกับพี่ชายใหญ่อยู







