로그인บ่ายคล้อยแดดร่มลมตก หญิงก้อยพาตัวเองเดินออกจากตึกพร้อมหนังสือเล่มโปรด ค่อย ๆ เดินลัดสนามไปยั
ระหว่างที่ครุ่นคิด หญิงก้อยได้ปะทะสายตากับนางจิกที่แอบอยู่ตรงมุมตึกเข้า แม้จะได้เจอบ่อยครั้งเวลาลงมาเดินเล่นแต่ก็มิได้ปราศรัยกันมาก ด้วยเพราะหญิงก้อยมิอยากนำความของนางจิกมารกสมอง เมื่อยุไม่ขึ้นนางจิกก็เลยเลิกวอแวกับเธอไปเองทว่าครั้งนี้สายตาที่นางจิกมองมาดูท่าคงมีสิ่งใดอยากบอกกล่าวกับเธอเป็นแน่ ซึ่งหญิงก้อยคิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องนางโคมเขียวหรือบ่าวสาวที่พระยาธนบดีสามีของเธอแอบเรียกไปรับใช้อยู่เป็นประจำหรอกกระมัง“นายมั่นจ๊ะ ช่วยตามบ่าวอีกสักคนมาขนกระเป๋าพวกนี้ขึ้นไปห้องฉันที จวงคงจะรออยู่แล้ว แล้วก็หาน้ำท่ามาให้นายเด่นหน่อยนะ”หญิงก้อยหันไปสั่งงานกับบ่าวผู้ชาย“นายเด่นนั่งรอคุณยศที่ศาลาตรงนั้นก็ได้นะจ๊ะ ตรงนั้นลมโชยดี ถ้าฉันเสร็จธุระไวแล้วจะมานั่งคุยด้วย”หญิงก้อยหันไปบอกกับนายเด่น แล้วก็เดินอ้อมไปด้านหลังตึก มุ่งตรงไปท่าน้ำริมคลอง โดยมีบ่าวจิกซอยเท้ายิกๆ ตามหลัง นายเด่นสงสัยว่าเธอจะไปไหน แต่ก็ไม่กล้าถาม“แม่จิกมีอะไรก็ว่ามาเถิด”เมื่อหญิงก้อยนั่งลงที่ท่าน้ำ บ่าวจิกก็รีบพับเพียบนั่งลงข้าง
บ่ายคล้อยแดดร่มลมตก หญิงก้อยพาตัวเองเดินออกจากตึกพร้อมหนังสือเล่มโปรด ค่อยๆ เดินลัดสนามไปยังศาลาริมสระบัวที่ประจำตั้งแต่ครั้งยังไม่ออกเรือนแม้ตอนนี้เธอได้แต่งงานออกไปเป็นคุณหญิงภรรยาของพระยาผู้มั่งคั่งและกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ ทว่าการที่ได้กลับมายังวังชินภัทร ได้กินอยู่นอนหลับที่นี่ดังเช่นกาลก่อน ก็ชวนให้หญิงก้อยรู้สึกว่าตนนั้นยังเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบแปด ยังอยู่กับพ่อแม่พี่น้องสบายใจ ถึงจะรู้ว่าเป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่การที่ได้รู้สึกย้อนเวลากลับไปอีกครา ก็ทำให้เธอมีความสุขมากล้นเหลือเกิน“คุณหญิงก้อยขอรับ”หญิงก้อยหันไปยิ้มกว้างตามเสียงเรียกทันที“วันนี้แม่แดงทำอะไรให้ฉันชิมเหรอนายเด่น”“วันนี้เป็นข้าวเกรียบปากหม้อไส้ปลาขอรับ”นายเด่นยิ้มกว้างพร้อมเปิดผ้าคลุมชามกระเบื้องที่มีฝาครอบออก เขานำถาดขนมไปวางไว้ข้างหญิงก้อยและเปิดฝาชามให้เธอ ภายในนั้นมีข้าวเกรียบปากหม้อสีขาวนวลที่มีไส้ปลาผัดไช้โป๊วปั้นรสหวานเค็มผสมกับถั่วลิสงวางอยู่บนผักกาดเขียวสวยงามน่ารับประทานอย่างยิ่ง“อร่อย
หญิงก้อยดื่มยาบำรุงแล้วเข้านอน แป้นไล่ปิดไฟแล้วออกมานั่งที่ด้านนอกเช่นเคย เธอดีใจที่ได้ข่าวจากเรือง เขาเป็นคนตั้งมั่นแน่วแน่นัก ก่อนจากกันบอกว่าจะต้องตั้งตัวให้ได้ แม้จะไม่ได้ส่งข่าวมาบ่อยแต่ก็ไม่เคยหาย เบี้ยอัฐแม้น้อยนิดก็ยังอุตส่าห์ส่งมาให้ ทว่าก็หมดไปกับการใช้หนี้สินให้พ่อแม่ ขนาดตอนที่นังหนูเกิด พี่เรืองฝากคนเอาเงินมาให้มากกว่าทุกครั้ง ก็ยังต้องแบ่งไปใช้หนี้ดอกเบี้ยเสียเกือบหมดด้วยข้อเสนอล่อตาล่อใจที่จะไม่คิดดอกเบี้ย เพียงแต่ให้ตนเข้ามารับใช้พระยาธนบดีระยะเวลาหนึ่ง พ่อแม่พี่น้องของแป้นก็ถึงกับตาโต เห็นเป็นโอกาสทองที่จะได้เป็นไทจากหนี้ก้อนนี้เสียที แน่นอนว่าหญิงมีผัวมีลูกแล้วอย่างแป้นต้องไม่ยอม แต่เพราะบุญคุณบุพการีที่มิอาจต่อต้าน ทุกคนต่างกดดันว่าเรื่องนี้มีเพียงแป้นเท่านั้นที่จะทำได้ อีกทั้งยังพากันรับปากสัญญาว่าเรื่องรับใช้ท่านเจ้าคุณจะไม่ไปถึงหูของเรือง ผัวของเธอจะรับรู้เพียงว่าแป้นมาทำงานเป็นบ่าวในโรงครัวของบ้านพระยาธนบดีเท่านั้น แป้นจึงต้องจำใจฝืนกล้ำกลืนยอมรับชะตากรรมด้วยความช้ำชอกใจกระนั้น ก็ดุจมีพระมาโปรดสัตว์ยากไร้ คุณหญิงก้อยนายสาวผู้เมตตา ช่วยให้แป้นพ้
“คุณหญิงก้อยขอรับ”หญิงก้อยที่กำลังนั่งเล่นรับลมอยู่ที่ริมเขื่อนหันไปตามเสียงเรียก เป็นนายเด่นนั่นเอง“นายเด่น มากับพี่ชายกฤตหรือ”“มิได้ขอรับ คุณชายกฤตใช้ให้กระผมนำหนังสือมาให้ท่านเจ้าคุณลงนาม ตอนนี้คุณยศรับไปตรวจความเรียบร้อย เห็นว่าคงใช้เวลาอีกสักพักขอรับ”“เช่นนั้นก็นั่งก่อนสิ แป้น ไปนำขนมน้ำชาออกมาให้ทีนะจ๊ะ”หญิงก้อยคิดว่านายเด่นจะนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ที่ไหนได้ เขากลับนั่งลงตรงบันไดเสียนี่ หญิงก้อยทำสายตาให้เขาลุกขึ้นมานั่งข้างบน แต่นายเด่นก็ทำยิ้มกว้างนั่งอยู่ที่เดิม“คุณหญิงเป็นอย่างไรบ้างขอรับ สุขภาพดีขึ้นแล้วหรือไม่”“ดีขึ้นกว่าคราวก่อนมาก มีแพ้ท้องบ้างแต่ไม่มากนัก แล้วนายเด่นเล่า ติดตามพี่ชายกฤตเป็นอย่างไร สนุกหรือไม่”“คุณชายกฤตกรุณากระผมมาก ท่านมิได้ถือตนว่าเป็นนาย ไว้ใจสอนงานให้หลายอย่าง บ่าวอย่างกระผมเลยได้เปิดหูเปิดตา ดีที่คุณหญิงสอนให้อ่านออกเขียนได้ กระผมเลยทำตัวเป็นประโยชน์กับคุณชายได้บ้างขอรับ”“ช่วงนี้พี่ชา
“เพื่อนหุ้นส่วนของชายเห็นชอบให้พระยาธนบดีร่วมหุ้นด้วย เพราะการงานจะได้ลื่นไหลเสียที นี่ก็จะใกล้เวลาส่งเงินงวดแรกให้ทางโรงงานแล้ว ขายของได้เงินเร็วเท่าใดก็ยิ่งดี แต่ชาย...”“พ่อก็เห็นว่ามิมีอันใดเสียหาย หากชักช้าประเดี๋ยวจะเสียความน่าเชื่อถือกันพอดี จะส่งผลต่อการค้าขายในอนาคตได้”หญิงก้อยได้มาอยู่ในวงพูดคุยน้ำชายามบ่ายที่วังชินภัทร ท่านพ่อ หม่อมแม่ พี่น้องทุกคนอยู่กันครบ หัวข้อที่นำมาคุยในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องกิจการของพี่ชายกฤต“นายมีอะไรข้องใจหรือชายกฤต”พี่ชายใหญ่ถามขึ้น“ผมเห็นว่าหุ้นที่ท่านเจ้าคุณขอร่วมนั้นออกจะมากไปเสียหน่อยขอรับพี่ชายใหญ่ แรกเริ่มเดิมที ผมถือหุ้นร้อยละห้าสิบ เพื่อนอีกสองคนร้อยละยี่สิบห้า เมื่อจะจัดสรรกันใหม่ ท่านเจ้าคุณขอถือที่สามสิบ เราต้องยอมลดหุ้น ผมเหลือสี่สิบ เพื่อนอีกสองคนเหลือเพียงคนละสิบห้า พวกเขาไม่มีปัญหาอันใด แต่กระผมออกจะเกรงใจเพื่อน อย่างไรก็เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง ลงแรงด้วยกันตั้งแต่แรก อยากให้ท่านเจ้าคุณเพียงร้อยละสิบห้าหรือยี่สิบเท่านั้น แต่ท่านเจ้าคุณมิใคร่จะยอม ครั้นจะให้ผมลดหุ้นก็ไม่ใคร่จะเหมาะ
สองวันถัดมาชายกฤตก็มาที่บ้านพระยาธนบดีพร้อมกับเพื่อนหุ้นส่วน ท่านเจ้าคุณเปิดบ้านเลี้ยงมื้อกลางวันต้อนรับก่อนจะทำการลงนามซื้อขายหุ้น พร้อมกับกำหนดรายละเอียดหนังสือจัดตั้งบริษัทซึ่งมีรายชื่อกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่คือชายกฤต รองลงมาคือพระยาธนบดีและเพื่อนของพี่ชายตามลำดับในเมื่อชายกฤตปลงใจเรื่องนี้ได้แล้วก็ผ่อนคลายมากขึ้น บรรยากาศร่วมรับประทานอาหารจึงค่อนข้างชื่นมื่น คุณเตียงและคุณยศก็มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย แม้จะยังไม่สนิทใจไปเสียทั้งหมด แต่เห็นแบบนี้แล้วหญิงก้อยก็รู้สึกเบาใจขึ้น อย่างน้อยปัญหาเร่งด่วนตอนนี้ก็คงได้รับการแก้ไขได้ในเร็ววัน“ท่านเจ้าคุณนี่ก็ช่างหางานเพิ่มเสียจริง”คุณเตียงพูดขึ้นเมื่อทุกคนกลับไปแล้ว หญิงก้อยมาช่วยคุณเตียงดูบัญชีบ้านเช่นเคย แม้คุณเตียงไม่อยากให้หญิงก้อยต้องตรากตรำเพราะเห็นว่าท้องสาวอยู่ ทว่าเป็นหญิงก้อยเองที่ชอบงานคิดเลขพวกนี้ มันช่วยให้เธอมีสมาธิดีทีเดียว“ตอนนี้มีโกดังเพิ่มขึ้นสามแห่ง ไหนจะเรื่องสัมปทานเดินเรืออีก ทุกวันนี้งานก็ล้นมากพอแล้ว ท่านเจ้าคุณก็ยังอุตส่าห์หางานมาเพิ่ม ฉันล่ะกลัวว่าจะดูไม่ทั่วถึงจนเกิดความเสียหายขึ้นมา แล้วเ







