Mag-log inใบหน้าคมเข้มเลื่อนต่ำมาหยุดอยู่ที่สะดื้อบุ๋ม คลอเคลียอยู่ชั่วครู่ก็ลากหน้าต่ำลงไปยังขอบกางเกงนอน มือดันร่างเล็กให้เอนตัวไปด้านหลัง ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวขอบกางเกง รวมถึงแพนตี้สีขาวให้ร่นพ้นปลายเท้าสวย
พะวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขินอายและรู้สึกสยิว ชั่วนาทีก็มีสิ่งที่ทำให้เนื้อตัวแดงก่ำ
“อื้ม”
เป็นเสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจ
“พะวาสวย” ตามมาด้วยคำชมจากปากหยักลึก
ถ้อยคำนั้นทำให้พะวารู้สึกเขินอายมากกว่าครั้งไหนๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อายจนอยากจะหายตัวได้ แต่อีกใจก็ไม่อยากหายไป เพราะความปรารถนาที่เกิดขึ้นทำให้ตื่นเต้นเสียเหลือเกิน รสชาติความหวานที่ได้ลิ้มลองยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความโหยหา
เธออยากรู้ว่าหากลุ่มหลงลึกมากกว่านี้จะเป็นอย่างไร ชั่วครู่ต่อมาภวังค์ความคิดก็ถูกสะกิดให้หลุดออกมา เพราะปลายนิ้วแกร่งวนเวียนลูบไล้อยู่แถวโพรงเนื้ออ่อนนุ่ม
คิระใช้นิ้วกรีดไปตามกลีบกุหลาบงาม ดวงหน้าเงยขึ้นไปมองคนที่กัดปากอย่างแรง ทุกการสัมผัสผิวกายนวลขาวจะสะดุ้งเล็กๆ
ความหวานฉ่ำของพะวาทำให้คิระค่อยๆ สอดนิ้วชำแรกเข้าไปในใจกลางกุหลาบ
“ไหวไหม” คิระเอ่ยถามเสียงนุ่ม
คนหลับตาไม่ยอมโต้ตอบ เอาแต่กัดฟันแน่น ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บ ทว่าก็ทำให้ยิ่งปรารถนาด้วยเช่นกัน ช่างเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งสิ้นดี
คิระคาดเดาจากปฏิกิริยาของหญิงสาวจึงเลื่อนใบหน้าไปคลอเคลียที่ซอกหูสะอาด ริมฝีปากหนาขบกัดเบาๆ ปลายลิ้นตวัดเลียไล้ ขณะค่อยๆ ขยับปลายนิ้วเข้าไปอีกนิด
“อื้อ... ”
พะวาปล่อยเสียงกระเส่า ยิ่งนิ้วแกร่งขยับ เธอยิ่งรู้สึกคล้ายกำลังจะคลั่ง แล้วแอ่นอกรับปากได้รูปที่เลื่อนต่ำมากลืนกินยอดอก
“คุณคี”
พะวารู้สึกว่าเธอกำลังจะเดินไปสุดทาง สะโพกเคลื่อนเข้าหานิ้วที่ขยับไปมา ชั่วครู่เท่านั้นร่างของเธอก็เกร็งกระตุก ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาคิระกดยิ้ม ยื่นหน้าไปจูบพะวาที่มีท่าทางเหนื่อยหอบชัดเจนพร้อมกระซิบบอกข้างหูสวย
“ลืมตาได้แล้วพะวา” พะวายกคิ้วขึ้นคล้ายสงสัย ทำไมถึงยอมให้เธอลืมตาแล้วค่อยๆ ทำตามคำเอ่ยบอกสิ่งแรกที่เธอเห็นก็ไม่พ้นกรอบหน้าหล่อเหลากับรอยยิ้มมุมปากที่ดูทั้งเจ้าเล่ห์และมีเสน่ห์ แต่แค่มองต่ำไปเท่านั้น ปากที่เคยถูกจูบก็อ้าออกคล้ายกับตกตะลึง
พะวาตาโตเป็นลำดับต่อมา ทำให้คิระหัวเราะเบาๆ
“ไม่ตาย เชื่อฉัน” คิระบอกเสียงแหบพร่า หลังเห็นพะวาจับจ้องตัวตนแข็งขืน
“มันจะเข้าไปอยู่ในพะวาน้อยได้หรือคะ” พะวาถามอย่างไม่มั่นใจ และไม่รู้ว่าชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกตอนไหน สิ่งที่ชูชันเบื้องหน้าทำให้รู้สึกหายใจติดขัด มันดูใหญ่และโตเกินกว่าจะรับไหว
“อืมม...คิดว่าได้นะ”
คิระทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ แล้วกลั้วหัวเราะในคำถามที่ฟังดูน่ารักของพะวา มือยกขึ้นลูบผมนุ่มสลวยหลังเห็นท่าทางหวั่นๆ ของหญิงสาวราวต้องการปลุกปลอบพะวาทำหน้าไม่ถูก บอกไม่ได้ว่าสมควรจะรู้สึกอย่างไรดี เขินอายสิ่งไหนมากกว่ากัน ระหว่างตัวเองเปลือย หรือการได้เห็นตัวตนของคิระ แล้วนี่น่ะหรือที่รุ่นพี่ของเธอบอกว่าทั้งแซ่บทั้งเด็ด เธอคิดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ก่อนจะสังเกตเห็นว่าตรงเหนือเอวของชายหนุ่มมีรอยสักตัวอักษรสลักอยู่
LOVE ME MORE
คิระยื่นใบหน้าไปกดจูบกลีบปากนุ่มคล้ายอยากจะปลุกปลอบให้พะวาเลิกกลัว มือยื่นไปดึงมือนุ่มมาสัมผัสกับตัวตนของเขาเบาๆ
พะวาไม่ได้ดึงมือออก แต่เนื้อตัวแข็งทื่อ แก้มแดงปลั่ง
คิระใช้อีกมือนวดมือบางให้ค่อยๆ กลับมาอ่อนและชินกับความแข็งขืนที่ร้อนผ่าว แล้วถึงออกแรงกดขยับขึ้นลง
พะวามองตามสิ่งที่โดดเด่นปะทะสายตา พยายามดึงตัวเองออกมาจากอาการประหม่า พร้อมทั้งเริ่มทำตัวเป็นเด็กหัวไว ค่อยๆ นำพาความสุขมอบให้แก่ชายหนุ่ม
“อื้ม ดีมากพะวา” คิระครางในความหัวไวของพะวา ความสุขพัดวนไปทั่ว ขณะยื่นริมฝีปากไปกดจูบหนักๆ บนปากอิ่มสวย
พะวาเริ่มสนุก เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้คุมเกม ยิ่งขยับมือเร็วไวยิ่งรู้สึกตัวเองอยู่เหนือคิระ แต่ไม่นานกลับถูกหยุด เพราะคนตัวโตรู้ทันเสียแล้ว
คิระแทบทนไม่ไหวกับการปรนเปรอของมือน้อย ก่อนที่เขาจะยั้งตัวไม่อยู่จึงยุติความสุขนั้น เนื่องจากความสุขที่มากล้นกำลังรออยู่
สองมือดันร่างเล็กให้นอนราบลงบนเตียง ไล่ตามองตั้งแต่ปลายเท้าจนมาถึงส่วนที่อยู่ต่ำกว่าสะโพก กรอบหน้าโน้มลงไปแนบชิดละเลงปลายลิ้นเพิ่มความชุ่มฉ่ำ แล้วอ้อยอิ่งอยู่หลายนาทีกว่าจะขยับหน้าขึ้นไปฟัดทรวงนุ่มทั้งซ้ายและขวา
“อื้อ...คุณคี”
พะวาดีดดิ้นยิ่งกว่าเดิม ปลายลิ้นที่ตวัดพันยิ่งเพิ่มความปรารถนา อึดใจเดียวเท่านั้นคิระก็ขยับใบหน้าขึ้นมาจดจ้องมองเธอ
ใช่ว่าเธอจะเป็นเด็กที่ไม่ประสา พอจะรู้อยู่ว่าสายตาที่ชายหนุ่มมองหมายถึงสิ่งใดจึงกัดเม้มปาก แล้วเห็นเขาเอี้ยวตัวไปหยิบถุงยางที่วางไว้บนโต๊ะ
เธอมองตามขั้นตอนการสวมใส่อย่างใคร่รู้ คิระทำทุกอย่างอย่างเชื่องช้าหลังเห็นสายตาคู่สวยเฝ้ามอง เมื่อเสร็จก็กลับมากดจูบที่กลีบปากอิ่ม แล้วค่อยๆ ขยับตัวเข้าหา
เสี้ยวนาทีนั้นพะวาก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บที่วิ่งแทรกเข้ามา
“จูบและกอดฉันสิพะวา”
คิระปล่อยถ้อยคำหลังเห็นว่าคนตัวเล็กต้านทานตัวตนของเขาไม่ไหว ดวงหน้ายื่นไปใกล้
พะวาไม่รอช้าจูบริมฝีปากหนา มือขยับขึ้นไปโอบรัดคิระ ชายหนุ่มตอบกลับอย่างนุ่มนวล ไม่นานเท่าไรความเคลิบเคลิ้มก็ทดแทนความเจ็บ สะโพกหนักจึงเริ่มกดลึกอีกครั้ง
ในครั้งนี้ความเจ็บลดน้อยลง แต่พะวาก็ไม่วายรู้สึกอึดอัดกับความใหญ่โต คิระจึงค่อยๆ ขยับตัวให้พะวาชินกับความอุ่นร้อน
“อื้อ”
ไม่นานทั้งคิระและพะวาก็ครางในลำคอกับกระแสสวาทที่พุ่งทะยาน
พะวารู้สึกคล้ายกับมีปีกแล้วได้โบยบินขึ้นไปบนอยู่ท้องฟ้า แม้จะหอบถี่กลับมีความสุข ทรวงกลมกลึงกระเพื่อมขึ้นลงจากแรงรัก
คิระกดกระแทกถี่ ปากนั้นเลื่อนไปดูดดึงสอดแทรกปลายลิ้น เขาปรนเปรอพะวาทั้งด้านล่างและด้านบน แล้วจับพลิกร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งบนหน้าขาในท่าหันหลังให้
มือหนาโอบจากด้านหลังไปขยำทรวงละมุนแล้วกระซิบเสียงแหบพร่า
“ลองขยับสิพะวา”“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







