Mag-log in“ลองขยับสิพะวา”
“นี่เบสิกแล้วหรือคะ” พะวาร้องถาม ไหนว่าครั้งแรกของเธอควรเริ่มที่เตียง มันก็สมควรเป็นท่าง่ายๆ ไม่ใช่หรือ
คิระกดยิ้มลึกแทนคำตอบ คิ้วเลิกขึ้นคล้ายบอกว่าเฝ้ารอ
พะวาจึงส่งเสียงยาวตอบกลับ “จะลองขยับดูเดี๋ยวนี้ละค่ะ”
สะโพกสวยค่อยๆ ขยับขึ้นแล้วกดช้าๆ ลงหาความใหญ่โต มีมือแกร่งช่วยประคองนำพาเธอให้พบความสุขที่หวานล้ำ ท่วงท่านี้ยิ่งทำให้สัมผัสได้ถึงตัวตนของคิระ
ชายหนุ่มช่วยด้วยการยกสะโพกสวนกลับ แล้วเคลื่อนไหวเร็วไวด้วยความปรารถนาที่กำลังล้นทะลัก
ไม่นานคิระก็พลิกร่างเล็กให้หันกลับมานอนราบเช่นเดิม ดวงหน้าโน้มไปกดจูบหนักหน่วง สะโพกเร่งรัวจังหวะเพราะเขาใกล้จะพบกับความสุข พะวาเองก็ยกตัวตอบกลับด้วยความรู้สึกที่ใกล้จะกรีดร้อง ไม่นานทั้งสองร่างก็เกร็งกระตุกแล้วนอนหอบหายใจอยู่หลายนาที
พะวารู้สึกว่าร่างกายของเธอเหนื่อยอ่อน พอจบบทรักก็ง่วงขึ้นในทันตา ถ้อยคำที่หมายจะเอ่ยบอกก็ไม่ทันพ้นปาก ดวงตาปิดสนิทไปเสียแล้ว
คิระหันไปมองคนที่หลับไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่เนื้อตัวมีแต่เหงื่อ สงสัยคงจะง่วงมากจริงๆ
ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นถอดเครื่องป้องกันโยนทิ้งถังขยะ หยิบกางเกงขึ้นสวม ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูออกมาหนึ่งผืน เขาจะช่วยให้คนที่หลับไปนอนได้สบายขึ้น โดยไม่ต้องเหนียวตัว
เจ้าของร่างบอบบางกะพริบตาถี่ๆ เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ทุกวัน แม้จะยังไม่อยากตื่นก็ต้องฝืนลืมตาขึ้น เพราะเธอต้องไปทำงานเพื่อให้ได้รับเงินเดือนมาใช้จ่าย
คนที่นอนหลับสนิทมากที่สุดในรอบสองเดือนที่ผ่านมาเลิกคิ้วย่นจมูก แม้จะรู้สึกว่านอนได้เต็มอิ่ม แต่เนื้อตัวกลับปวดเมื่อยราวกับไปวิ่งรอบสนามบอลมาสักยี่สิบรอบ ยามขยับตัวจะลุกก็สัมผัสได้ว่าเธอมีเพื่อนร่วมเตียง
ภาพจำต่างๆ วิ่งวนเข้ามาโดยพลัน พวงแก้มเลยแดงปลั่งในบทรักของเมื่อค่ำคืน สายตาจดจ้องมองบุรุษร่างกำยำที่ยังหลับสนิทอยู่ แม้ยามนอนเสน่ห์ที่เขามีก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
พะวาขยับตัวแผ่วเบา แค่ปลายเท้าแตะพื้น สีหน้าก็บูดเบี้ยว ความเจ็บวิ่งปรี่เข้ามาแจ้งเตือนถึงความสุขน่าถวิลหา แล้วค่อยๆ พาตัวเองลงไปอาบน้ำที่ชั้นล่าง
“คงไปแล้ว”
พะวาหันไปมองห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง ห้องนั้นถูกปิดสนิท แล้วก้าวเท้าเข้าไปอาบน้ำ หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะไปถึงที่ทำงานสายเอาได้
ยี่สิบนาทีต่อมาสองเท้าเรียวเล็กก็ย่องกลับขึ้นห้อง พยายามให้แผ่วเบาไม่ไปรบกวนการนอนของบุรุษร่างโต ก้นหย่อนลงนั่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเริ่มใช้เครื่องประทินผิว
แต่งหน้าไปได้ไม่นานก็เห็นว่ามีคนพิงตัวกับหัวเตียงมองเธออยู่ ลำตัวจึงหมุนไปเผชิญหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณคี”
“อื้ม”
มีเสียงครางรับในลำคอ พะวายังไม่ได้หันกลับไปแต่งหน้าต่อ เธอต้องเอ่ยบอกประโยคหนึ่งเสียก่อน
“พะวาติดใจค่ะ”
พอได้ลองแล้วเธอก็ติดใจเหมือนที่ใครๆ บอกนั่นแหละ แค่จุดประสงค์หลักของเธอไม่ใช่เซ็กซ์ก็เท่านั้น
“นับจากนี้หนึ่งปี เราแซ่บกับเด็ดกันที่นี่ได้ไหมคะ พะวาไม่อยากทิ้งบ้านไปไหน” สิ้นวาจาพะวามองตาแป๋วอย่างรอคำตอบ และคำเอ่ยของเธอมีความนัยแฝงอยู่ คิระยังนิ่งสงบ ดวงตาคมกล้ามองตรงไปยังผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าเขาอยู่มาก
“แล้วแต่พะวา” ในที่สุดคิระก็เอ่ยบอก พะวายิ้มโล่งใจพร้อมขยับตัวลุกไปหา คว้าหนึ่งอย่างที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งมาด้วย
“กุญแจบ้านของพะวาค่ะ” เธอยื่นกุญแจเก่าๆ ดอกหนึ่งไปให้ แล้วอธิบายอีกประโยคหลังจากเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง
“เป็นดอกเก่าของคุณพ่อค่ะ"คิระเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นคล้ายมีคำถาม
“พ่อเสียไปเมื่อสองเดือนที่แล้วค่ะ” สีหน้าและน้ำเสียงเศร้าลงเมื่อพูดถึงบิดา แม้เธอทำใจได้ส่วนหนึ่งแล้ว พอคิดถึงความเศร้าก็มักวิ่งปรี่เข้ามาขย้ำความรู้สึก
“เสียใจด้วยนะ”
“ค่ะ”
พะวายิ้มรับในความเสียใจที่คนตัวโตมีให้ก่อนเดินกลับไปแต่งหน้าต่อ ห้านาทีต่อมาก็เสร็จ
“พะวาต้องออกไปทำงานแล้วค่ะ” ถึงเวลาที่เธอต้องออกจากบ้านแล้ว แต่ไม่วายบอกหนึ่งสิ่งสำคัญ “อย่าไว้ใจคนที่อยู่ที่นี่อีกคนมากนะคะ”
“พอรู้”
มองปราดเดียวเขาก็รู้ว่าระหว่างหญิงสาวกับผู้อาศัยต้องมีปัญหาบางอย่าง อยู่ที่ว่าจะเป็นปัญหาในรูปแบบไหนก็เท่านั้น
ปิ๊นๆ ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยอะไรกันอีก เสียงแตรของรถจักรยานยนต์ก็ดังขึ้นหน้าบ้าน
“พี่เปี๊ยกมารับพะวาแล้วค่ะ” พะวาชะเง้อคอไปมองนอกหน้าต่าง เห็นว่าม้าเร็วของเธอมาแล้ว
“พะวาไปแล้วนะคะ คืนนี้พะวาจะไปหาที่เดิมค่ะ”
พอพูดจบมือเรียวเล็กก็ยกขึ้นโบกสองสามหนเป็นการร่ำลา ก่อนเธอกับเขาจะได้พบกันใหม่ในค่ำคืนนี้ พอไปถึงหน้าบ้านก็กล่าวคำทักทายคำเดิมกับหนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่มารับเธอไปส่งหน้าปากซอยเป็นระยะเวลาสองปีเต็มแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่เปี๊ยก”
ชั่วอึดใจรถมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินก็นำพาพะวาห่างจากบ้าน มีสายตาคู่แกร่งเฝ้ามองจากหน้าต่างบ้าน ก่อนคิระจะพลิกตัวหย่อนสะโพกพิงกับขอบหน้าต่าง กวาดมองไปรอบๆ ห้องนอนห้องเล็กที่มีการตกแต่งง่ายๆ ดูเป็นระเบียบ
สมองเริ่มคิดคำนวณและมองประเมิน ชักอยากรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ซ่อนเหตุผลอะไรไว้
อย่างไรคงได้รู้เมื่อเขาต้องอยู่ที่นี่อีกหนึ่งปี แล้วขยับตัวไปยังรถของตัวเองเพื่อหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนหายเข้าไปในห้องน้ำที่เห็นร่องรอยของการซ่อมแซม
พอออกมาแล้วก็ลงกลอนล็อกประตูห้องนอนและประตูบ้าน จากนั้นก็ขับรถเอสยูวีกลับไปผับที่เป็นจุดเริ่มต้น
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







