Mag-log in“จูบพะวาได้ไหมคะ”
จู่ๆ เธอก็อยากให้เขาจูบ
คิระไม่รอช้าเคลื่อนใบหน้าไปแนบชิดหน้านวลสวย ปากหยักลึกตวัดไล้เลียเรียวปากอิ่มด้านนอก ยังไม่ได้บุกเข้าไปในโพรงปากหวาน ราวกับเขาต้องการจะทำให้คนตัวเล็กยิ่งกระหาย
ดวงตาฉ่ำเยิ้มมองไปยังคนที่เริ่มอย่างนุ่มนวล ทว่าก็สามารถปลุกความดํากฤษณาให้ลุกโชนขึ้นได้ คนไร้ประสบการณ์รู้สึกวูบวาบไปทั่วช่องท้องจนคล้ายว่าจะบิดเป็นเกลียว มือเลื่อนขึ้นไปขยำเสื้อเชิ้ตสีขาวที่คิระสวมใส่แล้วกระตุกเสื้อสองหนราวกับอยากจะบอกว่า
‘เลิกใจเย็นเสียทีคุณคี จูบพะวาได้แล้วค่ะ’
คิระไม่อยากหยอกเย้าคนไม่ประสามากจนเกินไปจึงใช้ริมฝีปากดูดดึงสอดไซ้กลีบปากนุ่ม และความซุกซนก็ตามมาเมื่อโพรงปากหวานถูกสำรวจไปทั่ว
สองมือแกร่งเองก็ขยับจับประคองหน้านวลสวย ชั่วครู่หนึ่งก็เลื่อนปลายนิ้วแทรกเข้าไปในกลุ่มผมดำสลวย เขารู้สึกว่าผมของพะวาทั้งนุ่มและนิ่ม
พะวาปล่อยใจให้เตลิดเพริดกับการปรนเปรอของคิระ ลมหายใจสะดุดเมื่อรู้ว่ากระดุมของชุดนอนกำลังถูกแกะอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากที่ดูดดึงก็เคลื่อนย้ายต่ำไปขบกัดให้ยิ่งปรารถนา ไม่ทันไรหูกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่หน้าห้องนอน
เสียงฝีเท้าของคนเดินวนไปมาราวกับหงุดหงิดงุ่นง่าน พะวากัดเม้มปาก ก่อนมองไปยังคิระที่ดันตัวขึ้นมองตามเสียงนั้น
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นราวกับตั้งคำถามว่าจะเอาอย่างไรดี กับผู้อาศัยที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องมีอะไรบางอย่าง
พะวาไม่ได้ดันร่างกำยำให้ออกห่างแต่โน้มลำคอแกร่งลงมาใกล้ ปากปล่อยประโยคร้องขอออกไป
“เราทำกันเสียงดังหน่อยได้ไหมคะ”
พะวารู้ว่าคำพูดของเธอดูบ้าบิ่น หน้าไม่อาย แต่เมื่อเลือกทางนี้แล้วก็ไม่คิดถอย ส่วนคิระบิดปากเป็นยิ้มแล้วจูบกลีบปากอิ่มตอบกลับความต้องการของคนตัวเล็ก แล้วดูดดึงปากนุ่มอย่างหนักหน่วง“อื่อ...”
บทที่ 2 มีแต่ฉัน
“อื่อ...”
ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตวัดรัดลิ้นนุ่ม มือแกร่งสอดเข้าไปใต้เอวคอดอุ้มรวบร่างอรชรขึ้นมานั่งเกยบนหน้าตัก
พะวาหายใจถี่ลึก ทั้งตื่นเต้นและตื่นกลัว รวมถึงมีอาการระแวงนิดๆ ในยามเหลือบตาไปมองทางประตูห้องนอน
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหยุดจูบ คนที่ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นเมื่อครู่จึงลากตากลับมามองเขา
“หลับตาลงสิพะวา แล้วมีแต่ฉัน” น้ำเสียงทุ้มนุ่มพ้นปากหยัก แต่ครั้งนี้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น
พะวาไม่อิดออดรีบหลับตาลง นาทีนั้นก็รับรู้ได้ถึงปลายนิ้วที่จับกลีบปากด้านล่างให้เผยอต่ำลงก่อนจะถูกลูบไล้ คิระใช้อีกมือสอดเข้าไปใต้ชุดนอนตรงไปที่บราเซียลูกไม้สีขาว ที่เนื้อผ้ามีความบางและเบา
“อื้อ... ”
แค่ความเย็นจากปลายนิ้วแตะทรวงกลมกลึง เสียงแห่งความปรารถนาก็ดังระงม ยิ่งยามถูกนวดฟอนเฟ้นก็ราวกับมีกระแสไฟวิ่งไหลไปทั่วกาย จนยอดปทุมถันดีดเด้งชูชัน ร่างกายนั้นก็ร้อนผ่าวตามความรู้สึก
คิระเคล้าคลึงสร้างห้วงอารมณ์รักให้เป็นราวกับทะเลลึก ที่นักดำน้ำชอบกระโดดลงไปแหวกว่ายค้นหาความสวยงามใต้พื้นลึกกว้าง แล้วเลื่อนไล้ฝ่ามือไปด้านหลัง ปลดตะขอบราเซียร์ให้หลุดออก
พะวาห่อไหล่เข้าหากันทันที คิระกดยิ้มลึกกับท่าทางนั้นแล้วใช้ปลายจมูกโด่งคลอเคลียที่ซอกคอขาว ใช้ปลายลิ้นอุ่นๆ ตวัดไปสัมผัสเนื้อกายหอมเย้ายวน
พะวาสะดุ้ง ความซ่านสยิวเริ่มจากลำคอ ไม่นานเสียงครางกระเส่าก็ดังแว่วเมื่อนิ้วแกร่งกำขยำความนุ่มเด้งแรงขึ้นและแรงขึ้น
“อ่า... ”
พะวาเคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับรสชาติแปลกใหม่ ปล่อยอารมณ์ให้นำพาก่อนจะรับรู้ว่าชุดนอนลายผลส้มกำลังถูกดึงออกทางศีรษะ
ดวงตาจึงทำท่าจะเปิดขึ้น แต่ต้องปิดแน่นกว่าเดิมยามมีคำสั่งจากชายหนุ่ม
“ห้ามลืมตา”
หากดวงตาคู่สวยเปิดขึ้น เชื่อว่าใจดวงน้อยๆ คงจะว่อกแว่กไปอยู่ที่หน้าประตู จังหวะที่ถ้อยคำจบลง ชุดนอนก็ถูกโยนทิ้งไว้ข้างเตียง
เขาเห็นชัดว่าพะวาเม้มปาก พวงแก้มแดงปลั่ง แล้วไล่ตาคมกล้าลงไปยังทรวงกลมกลึงที่ยั่วยวนฝ่ามือ ไม่รอช้ายกขึ้นไปเคล้าคลึงอย่างปรารถนา สลับกับการใช้ปากงับยอดอกเบาๆ
พะวาแทบดีดดิ้นในความสุขที่มากยิ่งกว่าเก่า การหลับตาทำให้เธอเลิกพะวงกับสิ่งอื่น เพราะว่าสัมผัสได้ถึงแต่คิระ
คิระพึงพอใจกับความนุ่มที่พอดีมือ แล้วลากกรอบหน้าขึ้นไปแนบกับปลายจมูกสวย ใช้จมูกของเขาเขี่ยไปมาราวกับเอ็นดูคนที่เชื่อฟังคำสั่ง
จากนั้นมอบความหวานให้พะวาอีกครั้งด้วยริมฝีปากที่กดจูบและดูดดึงจนเกิดเสียง มือลูบไล้ทั่วกายนุ่มนิ่มก่อนเลื่อนต่ำลงไปวอแวกับกางเกงนอนที่ทำให้หญิงสาวหายใจถี่
พะวาหุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ไม่นานก็มีคำขอร้องอ้อนๆ ที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้าน
“ให้ฉันได้เข้าไปนะพะวา ฉันอยากเห็นตัวตนของพะวา”
เสียงนั้นราวกับมีมนตร์สะกดให้เธอยินยอมทำตาม สองขาเปิดออกเล็กน้อย คิระกดยิ้มพอใจ ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขาเรียวสวย
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







