Home / โรแมนติก / คุณคี / บทที่ 2 มีแต่ฉัน (04)

Share

บทที่ 2 มีแต่ฉัน (04)

last update publish date: 2026-08-30 20:54:51

          “พวกพี่ๆ ซื้อขนมมาให้ ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยเหลือ บอกได้เลยนะ”

          พะวาที่ไปถึงบริษัทในย่านสาทรเรียบร้อยแล้วก็ได้รับขนมจากพวกรุ่นพี่ในแผนกเหมือนเคย ทั้งสามซื้อมาปลอบประโลมใจเศร้าๆ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

          “ขอบคุณค่ะพี่อิ๋ม พี่เกว พี่มณ”

          มือที่เพิ่งวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะทำงาน พนมขึ้นไหว้ในน้ำใจที่พวกพี่ทุกคนมีให้

          “ถ้าเหงา อยากไปเที่ยวบอกพี่นะ พี่จะพาไปผับเฮียคี”

          “ยัยอิ๋ม”

          เกวลินถลึงตาดุใส่เพื่อน เธอมองว่าเป็นข้ออ้างเสียมากกว่า แล้วไม่วายว่าไปอีก

          “แกเพ้อเฮียคีของแกหนักมากเลยนะยัยอิ๋ม”

          “ก็ฉันชอบแบบฮอตเนิร์ด”

          “ชอบขนาดนี้ทำไมไม่เสนอตัว”  คนเป็นเพื่อนตั้งคำถามกลับไปอีก มัวแต่เพ้อคงไม่ได้อะไร ลุกเข้าหาไปเลยจะดีกว่า ส่วนพะวากัดเม้มปาก เมื่อคนที่เธอเพิ่งจากมาตกเป็นประเด็นสำคัญ

          “กลัวลีลาไม่เด็ดพอ” จริยาบอกเสียงอ่อน

          “เขาหรือแก” หนนี้มณฑิกาเป็นผู้ถาม

          “ฉันน่ะสิ”        

          จริยาไม่วายส่งค้อนไปให้มณฑิกา ก็รู้อยู่ยังจะแสร้งมาร้องถามอีก พลางทำสีหน้ากล้าๆ กลัวๆ ประกอบคำพูด

          “ของเด็ดๆ ก็ต้องเจอกับของเด็ดๆ ปะวะ จืดชืดกลัวเขาจะกินครั้งเดียวแล้วทิ้ง” ก็อย่างที่เคยบอกไปว่ากลัวทุรนทุรายอยากได้อีก หากถูกเขาเขี่ยในครั้งเดียวเพราะลีลาไม่เด็ดดวง ประโยคนั้นไม่วายทำให้ใครอีกคนหูผึ่งไปด้วย ปากอิ่มสวยปล่อยคำถามสวนกลับ

          “ต้องเด็ดยังไงหรือคะ”

          “หือ...” ประโยคจากพะวาทำให้รุ่นพี่ทั้งสามหันมอง ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะอยากรู้ด้วย

          “พะวาหาวิธีเด็ดพริกให้ไม่แสบตาอยู่น่ะค่ะ” คนที่ตกเป็นจุดสงสัยหาข้อแก้ตัวแทบไม่ทัน สีหน้าแสดงความกังวล เพราะเพิ่งรู้ว่าการเป็นเด็กของคุณคีก็ต้องเด็ดด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่เด็ดคนเดียว แบบนี้อย่างไรถึงเผลอหลุดปากเอ่ยถามออกไป 

          “อ้อ…”

          ทั้งสามคนร้องอ้อ แม้จะงุนงงเล็กๆ กับเหตุผลของรุ่นน้อง มณฑิกาที่อยากรู้อยากเห็นเอ่ยถามไปอีก เกวลินก็ใคร่รู้เช่นกัน

          “แล้วเด็ดแบบไหนที่เขาชอบ”

          “ฮั่นแน่ แกสนใจเฮียคีของฉันเหรอ” จริยาหรี่ตาข้างหนึ่งมองเพื่อน

          “ฉันแค่อยากรู้เรื่องชาวบ้าน” มณฑิกาบอกอย่างชัดเจน ในทันใดนั้นก็ได้ยินถ้อยคำที่ทำให้ตาโตพร้อมทั้งรีบส่ายหน้า

          “สุกี้หม้อรวม”

          จริยาบอกเสียงฉะฉาน

          “ฉันขอบาย” เกวลินก็ขอยกธงขาวโดยพลัน

          ใครอีกคนหนึ่งที่ได้ฟังด้วยรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอไม่ใช่คนซื่อที่จะไม่รู้ว่าสุกี้หม้อรวมคืออะไร ดวงตากลอกไปมาราวกับต่อว่าตัวเอง

          ‘หาเรื่องใส่ตัวแล้วพะวา’ นาทีถัดมาคำถามจากกลุ่มรุ่นพี่ก็ดังขึ้นอีก

          “กลางวันนี้เรากินอะไรกันดี พะวาล่ะอยากกินอะไร” แล้วอีกฝ่ายก็หันมาหาเธอ พะวาจึงบอกออกไปเสียงแข็ง

          “กินอะไรก็ได้ค่ะ แต่ไม่เอาสุกี้หม้อรวม” ไม่เท่านั้นยังทำสีหน้าขยาด

          “ยัยอิ๋ม พะวากินสุกี้ไม่ลงเลย...” เกวลินหันไปดุเพื่อน

          “พี่ล้อเล่นพะวา พี่ไม่รู้หรอกว่าคุณคีชอบกินอะไร” จริยารีบเฉลยก่อนรุ่นน้องจะขยาดสุกี้ แล้วทำสีหน้าอยากรู้     

          พะวาโล่งใจเป็นอย่างมาก อะไรก็ได้ ขอแค่ไม่สุกี้หม้อรวม แล้วเอ่ยบอกกับรุ่นพี่ไปเสียงจริงจัง

          “เดี๋ยวพะวาถามให้เองค่ะว่าฮอตเนิร์ดชอบกินอะไร”

          “พะวารู้จักพวกฮอตเนิร์ดด้วยเหรอ” ทุกคนมองพะวาเป็นตาเดียว

          “พะวารู้จักอยู่คนหนึ่งค่ะ”

          พะวายิ้มแห้งๆ เธอก็รู้จักคนเดียวกับพวกพี่ๆ นั่นแหละ ตาเหลือบมองทั้งสามคนที่หันกลับไปทำงาน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกอย่างไรดี แล้วรุ่นพี่จะโกรธไหมที่เธอได้เด็ดกับคนที่อีกฝ่ายอยากเด็ดด้วย

          พะวาเปิดเอกสารที่ต้องตรวจสอบขึ้นมาอ่านทบทวนก่อนที่จะส่งต่อไปให้กับหัวหน้า การทำงานของเธอไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ต้องมีความรอบคอบเป็นที่หนึ่ง แล้วเวลาก็เดินวนผ่านไปจนมาถึงตอนเลิกงาน

          “พรุ่งนี้เจอกันพะวา”

          รุ่นพี่ทั้งสามโบกมือให้พะวาหลังกำลังจะแยกย้ายกลับบ้าน พะวาเป็นเพียงคนเดียวที่บ้านอยู่คนละทิศทาง

          พะวาโบกมือกลับแล้วส่งยิ้ม สองเท้าก้าวไปยังป้ายรถเมล์ แต่ยังไม่ได้ก้าวขึ้นไปเมื่อรถเมล์ประจำทางมาถึง เพราะมองดูแล้วหากขึ้นไปคงจะต้องถูกเบียดจนแบนลีบแน่ รออีกสักคันสองคันพื้นที่ในรถคงโล่งกว่านี้ บางทีอาจจะมีเบาะว่างๆ ให้เธอนั่ง          

          โดยนับว่าเป็นโชคดีที่รถเมล์สายประจำขับวนไปใกล้ผับของคิระ เดินเท้าต่อไปอีกสักสิบนาทีก็ถึง

          “ตอนนี้ผับยังไม่เปิดนะครับ” แค่เธอไปหยุดเท้าหน้าสถานบันเทิง เสียงของพนักงานที่กำลังดูแลพื้นที่ด้านหน้าอยู่ก็เอ่ยบอก

          “พะวามาหาคุณคีค่ะ”

          “นัดไว้หรือเปล่าครับ”

          “นัดค่ะ เมื่อเช้าพะวานัดคุณคีไว้” พะวาตอบเสียงฉะฉานมั่นใจ ก่อนจะเห็นว่ามีผู้ชายอีกคนหนึ่งเปิดประตูออกมา คนก่อนหน้าจึงรีบเอ่ยบอก สายตามองเธออย่างไม่ไว้ใจเลยสักนิด

          “มีคนมาพบเฮียคีครับเฮียเก่ง”

          “แอบอ้างหรือเปล่า” ลูกน้องคนสนิทของคิระถามเสียงแข็ง

          “น่าจะใช่ครับ เพราะเรียกเฮียว่าคุณคี”

          “พะวาไม่ได้แอบอ้างนะคะ” พะวาที่ได้ยินบทสนทนาของชายทั้งสองรีบแย้ง คนพวกนี้มองเธออย่างกับเป็นมิจฉาชีพที่หวังมาหลอกลวง

          “พะวารู้จักคุณคีจริงๆ ค่ะ พะวาบอกได้ว่าคุณคีใส่บ็อกเซอร์สีขาวยี่ห้อตัวซี แล้วคุณคีก็มีรอยสักที่เขียนว่า LOVE…ME MORE อยู่ที่ช่วงสะโพกด้วยค่ะ”

          พะวานึกรายละเอียดเกี่ยวกับคิระ จำได้ว่าตอนลงจากเตียงเห็นบ็อกเซอร์ที่อยู่บนพื้นพอดี ส่วนรอยสักก็เห็นตอนที่เขาบอกให้ลืมตาขึ้นมานั่นแหละ แล้วชี้นิ้วไปยังแผ่นหลังของตัวเองเพื่อบอกตำแหน่งของรอยสัก

          “น่าจะอยู่ช่วงนี้นะคะ เอ๊ะใช่ไหมนะ เมื่อคืนพะวาได้แค่ลูบๆ คลำๆ อยู่ไม่นาน พะวาไม่แน่ใจเท่าไรค่ะ” พะวานิ่วหน้าไม่รู้ว่าจำผิดไหม

          “เด็กเฮียหรือครับเฮียเก่ง” พนักงานคนแรกหันไปกระซิบถามกับคนสนิทของเจ้านาย

          “คงใช่ บอกซะละเอียด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (04)

    ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (03)

    “เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (02)

    เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน

    “คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน (02)

    “หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน

    บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status