Mag-log in“คงใช่ บอกซะละเอียด”
คนที่ทุกคนเรียกว่าเฮียเก่งคิดว่าคงเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ว่าสายตายังจดจ้องผู้หญิงเบื้องหน้าราวกับมีบางอย่าง ปากปล่อยประโยคไปหลังเห็นสายตาเฝ้ามอง
“เข้าไปรอด้านในก่อน ตอนนี้เฮียหลับอยู่”
“ขอบคุณค่ะ”
พะวายิ้มแฉ่งดีใจ แล้วถูกนำพาเข้าในผับ ถึงอย่างนั้นก็มีเสียงคำสั่งดังขึ้น
“เฝ้าไว้ด้วย”
พนักงานคนดังกล่าวพยักหน้า ส่วนเฮียเก่งเดินเลี่ยงตัวไปจัดการงานต่อหลังยกนาฬิกาดูเวลา อีกไม่เกินยี่สิบนาทีเฮียคงตื่นจากการพักผ่อน ไม่วายหันหลังกลับไปมองผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นอีกรอบ แล้วเปรยบางถ้อยคำ
“ก็คล้ายๆ”
พะวามานั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางร้าน มีพนักงานคนนั้นคอยจับตาดู ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำปากเล็กๆ ก็อ้าออก หาวออกมา คงเพราะเธอเริ่มง่วง แม้เมื่อคืนจะได้นอนเต็มอิ่ม แต่ก็อ่อนเพลียจากการใช้ร่างกายไปมาก
ไม่นานเท่าไรเธอก็เริ่มสัปหงก ความง่วงคืบคลานเข้ามาอย่างไม่อาจฝืนแล้ว
“พะวาว่า พะวาง่วง” พะวาเอ่ยบอกกับพนักงานคนนั้น
“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ก็เฮียนอนอยู่”
“พะวาขอไปหาคุณคีไม่ได้หรือคะ” พอพูดจบพะวาก็หาวตาหยี เพราะรู้สึกง่วงมากจริงๆ พร้อมทำสีหน้าอ้อนๆ หวังให้อีกฝ่ายยินยอมให้เธอไปหาคิระ
“มึงไปปลุกเฮียเหอะ กูว่าเขาง่วงจริง” พนักงานอีกคนที่ทำงานอยู่ไม่ห่างเดินวนมาเอ่ยบอก
ชายคนนั้นหันไปมองเฮียเก่งที่เดินวกกลับมาสมทบ หลังอีกฝ่ายพยักหน้าจึงก้าวเท้าไปทางบันไดที่จะพาขึ้นไปยังห้องทำงานของเจ้านาย ไม่ทันไปถึงคนที่ต้องการก็เดินลงมา
“เด็กเฮียมาครับ”
คิระมองตามนิ้วที่ชี้บอก เห็นผู้หญิงรูปร่างเล็กกำลังนั่งสัปหงกอยู่ เท้าก้าวไปหา ส่วนพะวาที่ทิ้งศีรษะลงต่ำใกล้ติดกับโต๊ะ จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นเพราะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นที่เธอแนบชิดเมื่อคืน
“คุณคี” ดวงตาที่หรี่ลงกลับมากลมโตอีกครั้งพร้อมลุกขึ้นไปหา
“ขึ้นไปนอนข้างบนในห้องทำงานฉัน ห้องซ้ายมือ”
คิระชี้นิ้วไปทางบันได พะวาพยักหน้า อยากจะทิ้งร่างลงนอนสักตื่น แต่เมื่อเดินไปแล้วไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตามมาจึงหยุดมอง
เห็นคิระยืนคุยอยู่กับลูกน้อง จังหวะนั้นคำถามจากคนสนิทก็ดังขึ้น
“เด็กใหม่เฮียหรือครับ ถ้ามาอีกผมจะได้ช่วยดูแล”
“นับจากนี้ไปอีกหนึ่งปี” คำพูดของคิระเป็นการยอมรับว่าพะวาคือเด็กของเขา
“หนึ่งปี?” เก่งหรือว่ากรวัฒน์แสดงท่าทีแปลกใจกับระยะเวลาที่ถูกกำหนดขึ้น ความสงสัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จึงถูกปล่อยออกไป
“เพราะเธอเหมือนพี่ป...” เขาสังเกตเห็นว่าผู้หญิงตัวเล็กมีความพิเศษบางอย่าง ไม่ทันได้พูดให้ครบประโยค สายตานิ่งเฉียบของคิระก็ทำให้ต้องหยุดปาก
ส่วนพะวาที่เห็นว่าฝ่ายชายไม่ได้เดินตามมาสักทีจึงเดินไปยังห้องที่เขาบอก พอเห็นโซฟาหนังตัวยาวก็กระโจนตัวลงไปทิ้งร่างแล้วหลับตาลงเธอขอพักสักหน่อย เพราะเดี๋ยวต้องใช้แรงอีกเยอะ แค่คิดพวงแก้มก็แดงปลั่ง
ร่างอรชรที่นอนบนโซฟาตัวยาวเริ่มขยับหลังมีเสียงดังแว่วเข้ามารบกวน ท่อนแขนที่กอดตัวเองสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เพิ่มเติมเข้ามา ดวงตาคู่สวยลืมขึ้นมอง
พะวาพบว่ามีผ้าห่มผืนกำลังพอเหมาะคลุมถึงหน้าอก จำได้ว่าตอนนอนไม่มี จึงหันไปมองทางโต๊ะทำงานที่สัมผัสได้ถึงไออุ่นๆ
“พะวาตื่นแล้วค่ะ”
พะวาเอ่ยบอก น้ำเสียงนั้นติดงัวเงีย แล้วขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อมองบุรุษหน้าหล่อเหลา เห็นเขาเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์มามองเธอ
“กี่โมงแล้วคะ” ยังไม่หมดคำถาม ไม่รู้ตัวเองนอนไปนานเท่าไร พร้อมบิดขี้เกียจสองหน
“ห้าทุ่ม และผับยังไม่เลิก”
คำตอบจากคิระทำให้หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ ถึงว่าเธอยังได้ยินเสียงดังของเพลงอยู่ แล้วได้ยินคำถามตามมาบ้าง
“กินอะไร”
“ปกติพวกฮอตเนิร์ดชอบกินแบบไหนคะ”
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







