แชร์

บทที่7

ผู้เขียน: นรกสร้าง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-15 14:53:18

ขอรีเพลย์กลับไปก่อนหน้านี้แล้วไม่ถามได้ไหมว่าไปเจออะไรมาถึงมานอนบนรถ...

ผมโอดครวญในใจพลางอยากจะขยี้หัวตัวเองแรงๆ ถ้าผมรู้ว่าคำถามตามประสาคนเซ่อในวันนั้นจะเปลี่ยนชีวิตผมไปไกลขนาดนี้ ผมคงเลือกปิดปากเงียบแล้วปล่อยให้เฮียแกชักว่าวโชว์ให้หูดับไปเลยยังจะดีกว่า

นับตั้งแต่วันนั้น ชีวิตที่เคยสงบสุขของผมก็หายวับไปกับตา มาเฟียเสวียนอู่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตแทบทุกวัน และไอ้คำว่า 'รับผิดชอบ' ที่เฮียแกประกาศกร้าวไว้ สรุปสั้นๆ ก็คือการลากผมไปเป็น 'เมียมาเฟีย' แบบมัดมือชก

...แต่เอาเข้าจริง หน้าที่เมียที่ว่ามันดันดูเหมือนไปเป็น 'ไม้กันหมา' ซะมากกว่า!

ผมเพิ่งมารู้ความจริงที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าเดิม ว่าเหตุผลที่มาเฟียความกวนตีนระดับสิบต้องมานอนระเนระนาดอยู่หน้าบ้านคนอื่น เพราะแกดันติดหล่มความสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด

ถูกเพื่อนสนิทกับแฟนหนุ่มหักหลังนี่มันพลอตน้ำเน่านะแต่ก็โดดเข้ามาเล่นบทนี้

ในโลกของสีเทาธุรกิจที่ทำร่วมกันมันค้ำคอไหนจะความลับเบื้องลึกเบื้องหลังที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับสายไฟประเทศไทย ทำให้แกตัดขาดจากพวกนั้นไม่ได้ การต้องอยู่แบบคาราคาซังเห็นหน้ากันทุกวันในที่ทำงานคงพะอืดพะอมเกินกว่าจะกลับไปทำเหมือนไม่มีอะไรังรไม่ได้

จึงเป็นเหตุผลที่เฮียแกต้องทำตัวประหลาด ขนข้าวขนของมาปักหลักอยู่หน้าบ้านผม และพยายามดึงผมเข้าไปเป็นกันชนกลางศึกรักหักเหลี่ยมโหดครั้งนี้!

ในร้านเหล้าแหล่งโคจรคอมเพลกที่มีอบายมุขครบวงจรแห่งนี้

"นี่เมียใหม่มึง?"

เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งดังขึ้น แววตาที่เขามองมาที่ผมมันเต็มไปด้วยความฉงนสงสัยจนผมต้องขยับตัวลีบเข้าหามาเฟียข้างกายโดยอัตโนมัติ

แววตาของมาเฟียจีนจ้องตากันชั่วครู่ มันคล้ายมีสายฟ้าแล่บแปลบปลาบชวนขนลุกยังไงพิกล

สายตาของคนตรงหน้า มีความห่วงใยและความรู้สึกผิดซ่อนอยู่จนคนนอกอย่างผมสัมผัสได้

"เออ ทำไม" คุณนักเลงตอบนิ่งกวนประสาทตามสไตล์คนพาลนิสัยเสีย พลางวาดแขนหนัก ๆ มาพาดไหล่ดึงเข้าซุกอกกว้างจนหน้าผมแทบจะมุดเข้าอกของเขา

ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางยกมือนวดขมับเหมือนคนเหนื่อยจะเสวนา

ผมเข้าใจคุณ

เพราะผมก็โดนเหมือนกัน ฮึ้ก~

ท่าทางการขยับตัวที่ดูเข้าอกเข้าใจนิสัยกวนประสาทของคุณนักเลงเป็นอย่างดี แถมยังกล้าต่อปากต่อคำแบบไม่กลัวหัวหลุด ทำให้ผมเริ่มมั่นใจว่านี่แหละต้นเหตุที่ทำให้ตามาเฟียคนนี้ต้องไปอยู่บนรถหน้าบ้านของผม

"มึงนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาสามเดือน แต่ได้เมียเป็นเด็กผู้ชายหน้าเอ๋อคนนี้เนี่ยนะ?" เขาถามย้ำพลางหรี่ตามองผมอย่างพิจารณา

อีแก๊งขี้บูลลี่

ชอบเหยียดชาวบ้านเป็นงานอดิเรกเร๊อะ!!

"เสือกอะไร"

คุณนักเลงสวนกลับทันควัน ปากหมาคงเส้นคงวาจริง ๆ

"มึงไม่ใช่เพื่อนสนิทกูแล้ว เป็นแค่หุ้นส่วน... อย่ามาสาระแนเรื่องผัวเมียคนอื่น"

ประโยคนั้นทำเอาบรรยากาศรอบๆ เงียบกริบแบบเดตแอร์ ขนลุกวุ้ย~

ผมมองสลับไปมาระหว่างคนสองคนด้วยความมึนงง คือ..ถึงผมจะซื่อแต่ก็ไม่ได้โง่นะครับ ท่าทางอึดอัด กับสายตาเจ็บปวดของเพื่อนที่โดนคำพูดผลักไสใส่หน้า มันชัดเจนจนผมเริ่มใจคอไม่ดี นี่ผมโดนลากเข้ามารับกระสุนในสงครามรักเก่าของคุณนักเลงขี้ประชดคนนี้ไหมเนี่ย

"อ้าว? อาเสวียนมาร้านด้วยเหรอ"

หนุ่มหน้าสวยสวมผิวพรรณสะอาดตาเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้ามาหยุดที่โต๊ะ

เขาคนนี้ดูเป็นคนใจเย็นกว่าใครในสามคนนี้ ต่างจากคนข้างตัวผมที่รังสีอัมหิตพุ่งพล่านทันทีที่เห็นหน้ากัน

"ทำไมกูจะมาไม่ได้นี่ก็ร้านกู" คุณนักเลงสวนกลับเสียงแข็ง แววตาดุดันขึ้นมาทันที

"แค่ถามน่า" เขายังคงรักษาระดับเสียงให้ราบเรียบพลางหันไปมองคนข้างๆ ที่นั่งอยู่ ก่อนจะปรายตามาทางผม

"แล้วนี่เด็กที่ไหน ใครให้เด็กมัธยมเข้ามาเดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก"

เอ่อะ..

แม่งมึงก็เป็นสมาชิกแก๊งขี้บูลลี่สินะ

"มึงนี่มันมีตาหามีแววไม่จริงๆ นะอีเมียเก่า" คุณนักเลงแค่นยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ พลางวาดแขนมาโอบไหล่ผมให้ขยับเข้าไปชิดอกกว้าง

"นี่เมียใหม่กูชื่อ... เบ๊บ"

(ใครวะเบ๊บ?!)

ผมได้แต่นั่งตาค้าง ทำหน้าเอ๋อใส่พวกเขาทั้งสามคน คือไอ้มาเฟียข้างตัวผมเนี่ย ตั้งแต่ลากผมมามันถามแค่อายุกับทำหน้าหื่นไปวันๆ ชื่อจริงชื่อเล่นผมมันเคยถามที่ไหนกันล่ะ! แล้วอยู่ ๆ มาอุปโลกน์ชื่อเบ๊บที่ฟังดูหวานแหว๋วแต๋วจ๋าเนี่ยนะ?

ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ไหล่เหมือนเป็นการขู่บังคับว่า 'มึงต้องชื่อเบ๊บเดี๋ยวนี้' ผมเลยได้แต่เงียบกริบสวมบทเมียเด็กเบ๊บอะไรนั่นไปแบบงงๆ ท่ามกลางสายตาของแฟนเก่าเขาที่จ้องมองมานิ่ง ๆ บอกเลยว่าความอึดอัดนี้ทำเอาผมอยากจะสำลักเหล้าตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

"อาเสวียน ลื้อคบเด็กเหรอ บ้าไปแล้ว"

อดีตเพื่อนสนิทถึงกับหลุดมาดขรึมโพล่งออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาที่เขามองสลับไปมาระหว่างผมกับคุณนักเลง มันเต็มไปด้วยความสับสน แฟนเก่าของมาเฟียยืนนิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าจืด ๆ ของผมละเอียดยิบแววตาสุขุมแฝงไปด้วยความสงสัย

"มึงสิบ้า เมียกูอายุสามสิบแล้วมันหน้าเด็กกว่ามึงสองตัวไง ไอ้พวกหน้าแก่"

คุณนักเลงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงกวนประสาทกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก

ท่าทางจริงจังปนกวนตีนนั่นทำเอาผมด่าในใจแต่ผมก็ทำได้แค่ปั้นหน้าเอ๋อเงียบปากรับบทเมียมาเฟียประสาทแดกไปตามระเบียบ

"มึงอายุเท่าพวกกูไอ้บ้าเสวียนอู่"

เพื่อนของเขาตอกกลับทันทีอย่างเหลืออดกับความปากหมาหน้าตาย ท่าทางของพวกเขาทั้งคู่ดูจะเหนื่อยหน่ายกับนิสัยเอาแต่ใจและปากหมาไม่เลือกที่ของคนข้างตัวผมอยู่ไม่น้อย

การปะทะคารมที่เกิดขึ้นมันแฝงไปด้วยความสนิทสนมในวันวานที่ยังตัดกันไม่ขาด แต่ความพยายามของคุณนักเลงที่ตั้งท่าจะขิงใส่พวกเขาในทุกประโยคนั้น มันทำเอาคนกลางอย่างผมอึดอัดจนอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

"พวกคุณอายุเท่าไหร่กันเหรอครับ"

ผมหลุดปากถามออกไปอย่างลืมตัว เพราะในหัวมันตีกันยุ่งไปหมดกับตัวเลขที่ขยับขึ้นลงเหมือนกราฟหุ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่33

    บรรยากาศในช่วงบ่ายคล้อยดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อเช้ามาก แสงแดดสีทองอ่อนๆ เริ่มทอดเงายาวผ่านกระจกหน้ารถสปอร์ตคู่ใจ เสวียนอู่ที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเป็นพิเศษตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วจูงมือผมออกจากบ้าน ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ไร้รังสีอำมหิต ไร้ลูกน้องเดินตามเป็นพรวนเหมือนทุกที วันนี้มีแค่เราสองคนกับพื้นที่ส่วนตัวที่เขาตั้งใจมอบให้"อยากดูเรื่องอะไร เลือกเอา"คุณมาเฟียเอ่ยสั้นๆ ขณะหักพวงมาลัยวนรถเข้ามาจอดในที่จอดรถระดับวีไอพีของห้างเราเลือกดูหนังตลกเรียบง่ายเรื่องหนึ่งที่ผมอยากดูมานาน เสวียนอู่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ บนเบาะหนังนุ่มของโรงหนัง เขายอมให้ผมซบพิงไหล่กว้างตลอดสองชั่วโมงโดยไม่บ่นสักคำ แถมยังคอยหยิบป๊อปคอร์นป้อนใส่ปากผมประหนึ่งจะไถ่โทษเรื่องที่รุนแรงไปเมื่อคืน แม้เขาจะทำหน้านิ่งขรึมเหมือนคนไม่ค่อยอินกับเนื้อหาในจอเท่าไหร่ แต่แรงบีบเบาๆ ที่มือซึ่งกุมประสานกันไว้แน่นตลอดเวลาก็บอกให้ผมรู้ว่าเขาเต็มใจมานั่งตรงนี้ด้วยกันหลังหนังจบ เขาก็พาผมขับรถเลี่ยงความวุ่นวายออกไปแถบชานเมือง ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าผ่านกระจกรถที่ลดลงครึ่งหนึ่งจนกระทั่งรถสปอร์ตชะลอตัวจอดที่ร้านอาหารลับๆ ริมแม่น้ำ บรรยากา

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่32 nc

    ผมแทบจะสำลักเมื่อเขาส่งแรงเข้ามาเน้นหนัก แต่ผมก็ยังไม่ยอมถอย ผมยิ่งโหมกระหน่ำความร่านใส่เขาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างกายแกร่งเริ่มสั่นเทา เสวียนอู่คำรามออกมาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะคลั่ง เขากระแทกสวนเข้ามาเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ความร้อนระอุจะพุ่งพรวดล้นปรี่อยู่ในปากของผม ผมไม่ได้รังเกียจ แต่กลับกลืนกินทุกหยาดหยดของเขาลงไปราวกับมันคือยาชุบชีวิต ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในสภาพที่มุมปากเปื้อนเปรอะ แววตาของผมมันฟ้องชัดเจนว่าผมพร้อมจะให้เขาตักตวงมากกว่านี้อีกกี่รอบก็ได้ เสวียนอู่จ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความกระหายที่ดูเหมือนจะยิ่งลุกโชนขึ้นกว่าเดิม เขาเอื้อมมือมากระชากตัวผมขึ้นไปหา ก่อนจะบดจูบที่ร้อนแรงกว่าเดิม จ๊วบบบ "หิวขนาดนี้.. คืนนี้จะป้อนให้จุก มึงไม่ได้นอนแน่อีติ๋ม" เขากระซิบชิดริมฝีปากผม ก่อนจะเริ่มบทเพลงรักบทใหม่ที่รุนแรงและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม "ใครบอกว่ากลัวผมเมียมาเฟียนะ รู้ยัง~" ผมกระซิบตอบยั่วเสียงพร่า เสวียนอู่ไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขาเปลี่ยนมาเป็น ท่าคลานเข่า แต่กดตัวผมให้ ซบหน้าลงกับฟูกนอน จนจมมิด มือหนาขยำสะโพกผมให้สูงขึ้น จนก้นงอนงา

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่31 nc

    ในขณะที่ผมกำลังถูกเขาเล่นงานทางด้านหลัง ความโหยหาก็ทำให้ผมอ้าปากงับรับแก่นกายใหญ่โตของเขาเข้าสู่ลำคอทันที ผม ดูดควย ของเขาอย่างแรงจนแก้มตอบ ลิ้นของผมตวัดเลียรอบส่วนหัวที่บวมเป่งสลับกับการรูดรั้งด้วยปากอย่างหนักหน่วง "อ่าาา... ฟาง แบบนั้นแหละดูดแรง ๆ!" เสวียนอู่ครางกระเส่าพลางกดสะโพกเบียดใส่ปากผมเน้นๆ ผมเร่งจังหวะการ ดูดและรูด ให้เร็วขึ้น กลิ่นคาวกามและความร้อนระอุในปากมันทำให้ผมยิ่งมีอารมณ์พุ่งพล่าน ผมใช้มือทั้งสองข้างช่วยรูดรั้งโคนหนาในขณะที่ปากยังทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายผสมกับเสียงดูดจ๊วบดังก้องห้องนอนที่มืดสลัว เสวียนอู่ไม่ปล่อยให้ผมได้พักนานนัก เขาขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงผนังห้องพลางรั้งเอวผมให้ขึ้นไป นั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง ในท่าหันหน้าเข้าหากัน ขาของผมถูกแยกออกกว้างจนเกือบขนานไปกับพื้นฟูก โดยมีแก่นกายใหญ่โตของเขาสอดลึกค้างคาอยู่ในตัวผมจนคับแน่นไปหมด "ขย่มควยผัวให้หน่อย" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นสะโพกผมจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว ผมซบหน้าลงกับไหล่กว้าง กลิ่นเหงื่อและบุหรี่มอมเมาจนผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย ผมเริ่มพยุงตัวขึ้นแล้

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่30

    ผมประท้วงเสียงแผ่ว พลางเบือนหน้าหนีจูบที่เกือบจะปลิดวิญญาณ ร่างกายบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกจุดสัมผัส"ขะ... ขอเอาหน่อย..."เสวียนอู่พึมพำชิดซอกคอขาว น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็น เขาซุกหน้าลงดมเม้มผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดงจางๆ มือหนาลูบไล้ไปตามสีข้างและสะโพกมนอย่างถนุถนอมแต่แฝงด้วยความต้องการที่รุนแรง"เสวียนอู่...""ได้ไหม? จะไม่บังคับถ้ามึงไม่ให้"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอ่อนโยนที่แฝงมากับคำขอทำเอาหัวใจที่เคยเปราะบางละลายลงทันที"ฮึ่ก... ทำได้เหรอ?""ได้... ตอบมาสิ" เขาเอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วโป้งคลึงวนที่ยอดอกผ่านเนื้อผ้าที่ขาดวิ่น สร้างความกระสันอยากจนเผลอแอ่นกายเข้าหา"กูตามใจมึง... ครั้งนี้กูตามใจมึงทุกอย่าง""ไม่เอา..." ผมพึมพำตอบออกมาแผ่วเบา"...เหรอ" เสวียนอู่ชะงักค้าง แววตาคมกริบฉายแววผิดหวังและเจ็บปวดวูบหนึ่ง เขาเตรียมจะขยับกายออก"ไม่เอาแบบเมื่อก่อน...อยากให้ทำแบบที่มีสถานะ... ฮึ่ก" ผมรีบคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น รั้งร่างสูงใหญ่ไม่ให้จากไปไหนอีกเสวียนอู่หรี่ตาลง มองคนใต้ร่างที่หน้าแดงก่ำไปด้วยความขัดเ

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่29 nc

    รถสีดำสนิทจอดนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดอยู่ที่หัวมุมถนนไม่ไกลจากบ้านหลังเล็กนั่นนัก เสวียนอู่นั่งอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับไปนานแล้ว รอบกายเต็มไปด้วยขวดเหล้าที่ว่างเปล่าล้มระเนระนาด แววตาที่เคยดุดันบัดนี้แดงก่ำจากการดื่มหนักและไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความหม่นหมองจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารยอมถอนหุ้นร้านเหล้าและสัญญาขายอสังหาย่านนี้ถูกทิ้งขว้างปลิวว่อนเต็มเบาะราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าคำพูดที่ว่า "การมีคุณอยู่ข้าง ๆ มันทำให้ผมรู้สึกตายทั้งเป็น" ยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกซ้ำ ๆ เหมือนแผลสดที่ถูกราดด้วยเกลือตลอดหลายวันที่ไม่มีที่จอดรถสุดแสนจะวีไอพีอย่างบ้านหลังนั้นให้เขาได้พักพิงอีกแล้วเขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยทุกอย่าง... เพราะมันเจ็บ เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว"อาเสวียน ลื้อจะถอนหุ้นทำไม!"เสียงเคาะกระจกดังปังพร้อมกับการปรากฏตัวของ องเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันเฉิงและหวายแฟนเก่าที่ตอนนี้เลิกโกรธเคืองกันแล้ว ทั้งคู่เปิดประตูรถเข้ามานั่งประกบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ถ้าลื้อไม่อยู่กับพวกอั้วแล้วลื้อจะไปอยู่ไหน ลื้อไม่

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่28

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...สองชั่วโมงผ่านไป...เข็มนาฬิกาบนผนังเดินไปอย่างเชื่องช้าในความสลัว แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างหนักอึ้งและยาวนานเหลือเกิน ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมบ้านหลังเล็กจนใจคอไม่ดีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของมาเฟียที่เคยติดอยู่ตามโซฟาและปลอกหมอนเริ่มเจือจางลงไปพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดของผม ผมเดินวนไปวนมาในห้อง สายตาคอยแต่จะเหลือบมองไปที่บานหน้าต่างนึกว่าจะเห็นแสงไฟหน้ารถส่องพาดผ่านประตูเหล็กเข้ามาเหมือนทุกที หรืออย่างน้อยเขาก็ควรจะกลับมาวนรถประชดประชันส่งเสียงเครื่องยนต์กวนประสาทตามนิสัยเดิมที่ชอบทำแต่นี่กลับเงียบกริบ...เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ รถสปอร์ตคันนั้นไม่กลับมาจอดที่เดิมอีกผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเก่าที่เพิ่งถูกเขาถีบจนเบี้ยวเอียงระหว่างการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ ความเครียดเริ่มกัดกินหัวใจจนรู้สึกคลื่นไส้ผมเพิ่งไล่เขาไป...กล้าไล่มาเฟียขี้โมโหผู้ทรงอิทธิพลไปอย่างไม่ไว้หน้าเพียงเพราะอารมณ์โกรธที่ระเบิดออกมา แต่พอเขาหายไปจริงๆ โดยไม่แม้แต่จะปริปากด่ากลับสักคำ แววตาเจ็บปวดสุดท้ายของเสวียนอู่มันกลับฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ มันทำให้ผมรู้สึกเคว้งคว้างจนทำ

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่6

    เคยคุยอะไรกับนักเลงแล้วคิดว่าจะคุยกันรู้เรื่องมั้ย นั่นแหละ ผมพูดถึงมาเฟียจีนตาตี่หน้าหล่อเพราะแกไม่เอาใครมาเล่นจ้ำจี้บนรถแต่… ไอ้บ้าเอ้ย! คนบ้าอะไรมานั่งดูหนังโป๊แล้วชักว่าวบนรถที่จอดหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้วะ!! ผมยืนกุมขมับอยู่หลังประตูเหล็ก สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ตามจังหวะตามอารมณ์ของคนข้า

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่5

    สายตาคมปรายมองสำรวจริ้วรอยความประหม่าที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้าจืดชืดอย่างพิจารณาปากเล็กๆ พ่นคำถามกวนตีนด้วยใบหน้าน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเอาจังหวะหายใจของคนฟังสะดุดไปชั่วครู่ ก่อนที่มือหนาจะออกแรงดันร่างเล็กให้ลุกออกไปจากตักแกร่งตัดรำคาญ"เข้าบ้านไปซะ"มาเฟียตาตี่พูดเสียงเบาไม่ดุดันเหมือนตอนไล่ส

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่4

    ผมกัดฟันกรอดในใจพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขึ้นมาสู้หน้าคนพาลอีกครั้งปุ้บ~ มือเล็กๆ ยื่นกล่องยาเข้าไปในรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนกล่องกระแทกเข้ากับขอบประตูรถดังกุกกัก แต่ผมก็ยังพยายามส่งสายตาอ้อนวอนเพราะเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง"ทำไมไม่หนีไป"นักเลงตาตี่ถามเสียง

  • คุณมาเฟียครับอย่าจอดรถขวางหน้าบ้านผมได้ไหม   บทที่3

    รถคันหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งเฉิน เสวียนอู่พ่อค้าขายเหล้าและรถนำเข้าจากจีนนั่งพิงเบาะหลังด้วยท่าทางหงุดหงิด เลือดสีแดงสดไหลซึมจากแผลที่หัวลงมาอาบแก้มขาวจัดจนดูน่ากลัวทั้งที่เป็นคนมีตังจะนั่งชี้นิ้วสั่งลูกน้องก็ยังได้แต่ความเลือดร้อนที่ชอบลงมือจัดการกับคู่อริด้วยต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status