LOGINพิธีการเล็ก ๆ หากเป็นคนทั่วไปก็ต้องเรียกว่าเป็นครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต การสวมแหวนหมั้น ได้รับพรจากผู้หลักผู้ใหญ่โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าบ่าว มันเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า นับจากนี้เป็นต้นไป หล่อนก็คือว่าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์
เสียงที่แว่วได้ยินเข้าหูของวาวไหม ล้วนแล้วแต่เป็นคำชื่นชมทั้งสิ้นว่าเหมาะสมกันดี เจ้าบ่าวหล่อ เจ้าสาวสวย
หล่อนสบตากับชายหนุ่มที่เป็นเจ้าบ่าวเพียงแวบเดียวเท่านั้น ใจเต้นรัว เพราะแท้จริงแล้วทรงฤทธิ์ก็คือผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ถอดแบบพ่อเลี้ยงรณชัยมาเลยทีเดียว
หลังงาน...
วาวไหมจึงได้พบกับพ่อเลี้ยงรณชัยอีกครั้ง
“ตกลงหนูชื่ออะไร”
“วาวไหมค่ะ” หญิงสาวตอบ
“หนูสวยมากนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
สายตาของพ่อเลี้ยงรณชัยมองวาวไหมอย่างเอ็นดู หล่อนรู้สึกผ่อนคลายกับความเป็นกันเองของพ่อเลี้ยง
“ต้องขอโทษด้วยนะที่มันฉุกละหุกมาก แต่เอาเป็นว่านับจากนี้เป็นต้นไป หนูคือสะใภ้อย่างเต็มตัวของฉันนะ”
“พ่อเลี้ยง”
“เรียกฉันว่าคุณพ่อสิ”
“แต่ว่า...”
“ฉันถือว่า ได้ทำลายเกียรติยศทั้งหมดที่เธอมี ผู้หญิงทุกคนล้วนฝันถึงการแต่งงาน โดยเฉพาะการแต่งงานครั้งแรก เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันไม่ใช่แค่การจัดฉาก แต่ฉันต้องการให้มันเป็นจริง ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของเธอ”
น้ำเสียงหนักแน่นหลุดออกมาจากปากของพ่อเลี้ยงรณชัย วาวไหมรู้สึกเหมือนฝันไป จากที่คิดว่าจะต้องไปเสี่ยงชีวิตถึงในเมืองนอกเมืองนา กลับกลายเป็นว่าได้เป็นเจ้าสาวของลูกชายพ่อเลี้ยงรณชัย
ที่สำคัญ เงินแสนกว่าจะทำให้สภาพชีวิตของแม่ดีขึ้นแน่ สำหรับหล่อน คงไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
“เธอยินดีมาเป็นสะใภ้ของบ้านนี้หรือเปล่า วาวไหม”
“ยินดีค่ะ”
“ขอบใจมากนะ”
มือหนาที่เอื้อมมาจับหัวของหล่อนเขย่าเบา ๆ นั้น ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นในตอนแรกจนหมดสิ้น วาวไหมรู้สึกเหมือนกับว่าพ่อเลี้ยงรณชัยเป็นผู้ใหญ่ที่สนิทชิดเชื้อมานาน
“เอ้อ...ได้คุยกับทรงฤทธิ์บ้างหรือยัง”
“ยังค่ะ” วาวไหมตอบ
“ค่อย ๆ ปรับตัวหน่อยนะ เขาเป็นลูกชายคนเดียว เลี้ยงตามใจจนเสียคน”
“ไม่เป็นไรมั้งคะ”
“ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายของเธอกันแน่นะวาวไหม แต่เอาเป็นว่าฉันจะดูแลเธออย่างดีที่สุด แค่แรกเห็น ฉันถูกชะตากับเธอนะ”
วาวไหมได้เข้ามาอยู่ในห้องพักห้องหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว อยู่แยกต่างหากจากบริเวณรับรองแขกทั่ว ๆ ไป
หญิงสาวทิ้งร่างนอนลงบนเตียงนุ่ม ใบหน้าพริ้มเพราเบิกบานมีความสุข เพราะมันยิ่งกว่าฝัน หล่อนแอบหยิกตัวเอง หล่อนไม่ได้ฝันไปแน่ ๆ
วาวไหมโทร.หาเอก หนุ่มร่างท้วมที่เป็นธุระให้หล่อนมาถึงจุดนี้อย่างไม่ได้คาดคิด
“ว่าไงไหม” เสียงปลายสายถาม “เรียบร้อยดีไหม”
“มากกกก ก.ไก่ล้านตัวเลยค่ะพี่เอก”
“ได้ยินแบบนี้ยิ่งอยากฟังเลยว่าตกลงแล้วเป็นไงบ้าง”
วาวไหมเล่าให้พี่เอกฟังอย่างละเอียด
“ดีใจด้วยนะวาวไหม คนเราบุญวาสนานี่แข่งกันไม่ได้จริง ๆ อ้อ...เรื่องเงินพี่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่เอก”
มีคนมาเรียกวาวไหมออกไปหาพ่อเลี้ยงรณชัย หลังจากที่หล่อนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืด
“มาหนู มาทานข้าวด้วยกัน” พ่อเลี้ยงรณชัยนั่งรออยู่หน้าเบื้องหน้าอาหารเต็มโต๊ะ มีคนเตรียมเสิร์ฟอาหารยืนอยู่ใกล้ “เอ้า...ตักข้าวเลย”
น่าแปลก จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เห็นทรงฤทธิ์ผู้เป็นลูกชาย แต่วาวไหมก็แค่นึกสงสัยเท่านั้น ไม่กล้าถาม
“ป่านนี้ทรงฤทธิ์ก็ยังไม่โผล่หัวมา ขอโทษด้วยนะหนู” พ่อเลี้ยงรณชัยเอ่ยขึ้นราวกับรู้ว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ”
วาวไหมตอบตามตรง หล่อนยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับทรงฤทธิ์ แม้จะมีแหวนหมั้นของเขาสวมอยู่ที่นิ้วก็ไม่ได้แปลว่า หล่อนจะต้องรู้สึกอะไรกับเขาในทันที มันอาจจะต้องใช้เวลา
อันที่จริง วาวไหมรู้สึกอบอุ่นกับการได้พูดคุยกับพ่อเลี้ยงรณชัยมากกว่า อาจเป็นเพราะในชีวิตจริง หล่อนไม่มีพ่อ หล่อนมาจากครอบครัวที่แตกแยก แค่แม่สามารถเลี้ยงดูหล่อนรอดพ้นจากอันตรายมาจนเติบใหญ่ ก็ถือว่าเก่งมากพอแล้ว ไม่แปลกอะไรหรอกที่สุขภาพกายและสุขภาพใจของแม่จะเข้าขั้นย่ำแย่
“หนูเรียนจบชั้นไหนมา”
“ม. 6 ค่ะ กู้เรียนด้วย”
“จบมอปลาย โอ้ ดีเลย งั้นพ่อจะส่งเสียให้หนูเรียนต่อเองนะ เอาให้จบปริญญา ตรี โท หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่หนูเองละกัน”
“คุณพ่อ”
มันเกินกว่าคำว่ายินดี เกินกว่าความหมายว่า ความฝัน หล่อนเลิกล้มความตั้งใจที่จะได้เรียนหนังสือต่อมานานแล้ว
พอได้ยินก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“อยากเรียนหรือเปล่าล่ะหนู”
“อยากสิคะ”
“ถ้างั้นก็จัดไป”
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริง ๆ น้ำตาไหลเลย”
“สะใภ้ของพ่อ ทำไมพ่อจะให้ไม่ได้เรื่องแค่นี้เอง”
วาวไหมอดนึกถึงคำพูดของพี่เอกไม่ได้ว่า วาสนาเป็นอะไรที่แข่งกันไม่ได้เลยจริง ๆ ถ้าหากยังเป็นไปตามแผนเดิม ป่านนี้หล่อนคงไปอยู่ในต่างประเทศ แล้วจะเจออะไรอีกก็ไม่รู้ แม้แต่พี่เอกก็ยังพูดตั้งแต่แรกว่า มันต้องเสี่ยง
ทานอาหารแล้ว จะช่วยเก็บกวาดอะไร พ่อเลี้ยงรณชัยก็ไม่ยอมบอกว่ามีคนทำอยู่แล้ว
“หนูไปพักผ่อนเถอะนะ ทำตัวเหมือนเป็นบ้านของตัวเองแล้วกัน”
“เกรงใจจังค่ะ”
“อย่าพูดแบบนี้อีกนะ หนูคือสะใภ้ของพ่อ สะใภ้อย่างเป็นทางการคนเดียวด้วย”
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 16“อย่าสนใจเลยค่ะป้า เรื่องในครอบครัว”“อ้อ ป้าเข้าใจแล้ว”“หนูอยู่ด้วยสักพักนะคะ”“จะไปยากอะไรคะ เดี๋ยวป้าจัดห้องให้”“ขอบคุณค่ะ”“คุณหนูมาอยู่นี่ก็ดีเหมือนกันค่ะ ระยะหลังออร์เดอร์เข้าเยอะเหลือเกิน คนงานทำโอทีแทบไม่ได้พักได้ผ่อน”“จริงค่ะ หนูว่านะคะ ในวิกฤตมีโอกาสจริง ๆ นะคะป้า”“ใช่ค่ะคุณหนู”พราวเดือนดูจะมุ่งมั่นกับการทำงาน เธอเริ่มรู้แล้วละว่าความสุขที่แท้จริงของเธอมากจากการทำงานนี่เอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไรก็ตามเธอนึกถึงช่วงเวลาที่โรงงานกำลังเจอวิกฤตถึงสองครั้งสองครา โดยเฉพาะครั้งหลังสุดแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เธอจึงได้เห็นการลุกขึ้นมาใหม่ ความสำเร็จของโรงงานมาจากกำลังคนส่วนหนึ่งนั่นเองพราวเดือนยังเป็นคุณหนูของพวกคนงาน พวกเขาได้เห็นเธอมาร่วมสุขทุกข์ โดยเฉพาะในเวลาทุกข์ เพราะฉะนั้นสถานะของพราวเดือนในความคิดของคนงาน เรียกว่าอยู่เหนือบรรดาลูก ๆ ของเสี่ยเวทินด้วยซ้ำ เสี่ยเวทินยังหายหน้าไป ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาวิษณุ วรเดช หรือแม้แต่วาทิต ก็เริ่มหายหน้าไปทีละคน พวกเขาไม่ได้ถนัดในสายงานนี้ แต่ละคนย้อนกลับเข้าบ้านสิทธิรังสรรค์ เพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 15พลัน ร่างของอ้อมก็ถูกกอดกระหวัดลงไปอยู่เบื้องล่าง กางเกงในตัวสุดท้ายหลุดลุ่ยออกไปตั้งนานแล้ว เพียงแค่ปลายเท้าของเธอขยับออกห่างจากกันเท่านั้น ก็มองเห็นรอยยิ้มจากกลีบดอกไม้ที่เผยออกห่างจากกันเสี่ยเวทินยังก้มเข้าหาหัวนม ดูดจนแก้มตอบ เสียงลมหายใจฟืดฟาดกระเส่าเร่าร้อน ความปรารถนาล้นปรี่มือของอ้อมจับเอ็นล้นมือของเสี่ยเวทิน ส่งนำทางเพื่อให้เข้ามายังช่องทางรักเมื่อตรงแล้วก็โอบรอบเอวของเขาแล้วสูดปากยาวเหยียด“คุณพ่อขา เอาเลยค่ะ”นักรักอย่างเสี่ยเวทินมีหรือจะอดทนกดน้ำหนักแทรกเข้าทันที!ความฉ่ำเยิ้มเต็มรู กลีบเนื้อแม้จะฟิตเปรี๊ยะ แต่มันก็พร้อมแล้วสำหรับความเป็นชายที่กำลังแทรกตัวเข้ามา“คุณพ่อขา อ๊อยย”เสี่ยเวทินกดเข้าไปจนมิดลำ!สะใภ้คนกลางร่างอวบถึงกับผวา ดวงตาเบิกกว้างขึ้น เพราะตั้งแต่ได้กับวรเดชผู้เป็นสามี ยังไม่เคยถูกแกนกายฝังได้ลึกล้ำขนาดนี้มาก่อนเสียวจนน้ำตาคลอ ช่องทางตอดรัวไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่เสี่ยเวทินยังไม่ได้ขยับเอวซอย สองมือของเธอโอบรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น ราวกับเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ เรียวขาก็เกี่ยวรอบสะโพกของเขาเอาไว้“เข้าลึกจังค่ะคุณพ่อ อู๊ยย...”เสี่ยเวท
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 14ในฐานะประมุขของสิทธิรังสรรค์ ยังมีหลายเรื่องต้องจัดการ เสี่ยเวทินจะล้มอีกไม่ได้แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าเก่า เพราะไม่นานนัก วาทิตก็ย้อนกลับเข้ามาอยู่อีกคน โดยไม่ได้พาเมียใหม่เข้ามาด้วย ราวกับว่าเขาจะมาทวงสิทธิ์ในฐานะสามีของพราวเดือนอย่างนั้นแหละทุกคนล้วนนำพาความทุกข์อันหนักหน่วงมาสู่ประมุขแห่งสิทธิรังสรรค์...แม้แต่พราวเดือนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน เวลาที่ครอบครัวนี้อยู่พร้อมหน้ากัน ไม่แปลกหรอกที่เธอจะรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เพราะไม่สามารถแสดงท่าทีที่สนิทสนมกับเสี่ยเวทินได้เหมือนในขณะที่อยู่กับเขาตามลำพังเสี่ยเวทินเป็นแค่พ่อสามี ไม่ใช่สามีต่อหน้าคนอื่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรอยู่แล้วนี่คือความทุกข์มหันต์ที่พราวเดือนกำลังได้รับอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เธอบอกตัวเองว่าจะไม่มีทางหนีอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามสถานการณ์ของพราวเดือนเหมือนหลังพิงฝานั่นเอง เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเธอประสบการณ์บอกให้พราวเดือนรู้ว่า ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้กับเธอได้อีกแล้ว ไม่ว่าเสี่ยเวทินจะเป็นคนยังไงก็ตาม เขาก็คือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ใ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 13“โถ...” เสี่ยเวทินรั้งร่างของพราวเดือนเข้ามาสวมกอด เพราะเขาเป็นฝ่ายซักถามเธอถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเธอทั้งหมด พราวเดือนจึงจำเป็นต้องเล่าแล้วสรุปว่า “หนูจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”“พ่อเป็นห่วงหนูแทบจะบ้า แต่พอติดต่อหนูได้ พ่อก็สบายใจขึ้นมาบ้าง ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าหนูยังไม่กลับมาจะต้องบอกสื่อให้ช่วยกันตามหาอีกแรง”“มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ หนูสัญญา”“พ่อรู้เรื่องที่วรเดชพูดกับหนูแล้วนะ เขาสัญญาว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกแล้ว ตอนนี้เมียของเขามารับกลับบ้านไปเรียบร้อย”พอเสี่ยเวทินพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ความรู้สึกของพราวเดือนสะดุดไปนิดหนึ่ง ใช่ว่าจะไม่เชื่อคำพูดของเขา เพียงแต่...เธอบอกตัวเองว่าควรจะเผื่อใจเอาไว้มากกว่าอย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็คือพ่อลูกกัน เธอยังไม่เชื่อนักหรอกว่าจะสามารถตัดความสัมพันธ์ได้อย่างไม่เหลือเยื่อใย ส่วนตัวเธอเองเป็นเพียงคนนอกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีหลักประกันอะไรเลยว่าวันหนึ่งวันใดข้างหน้า ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นพราวเดือนจึงมีความคิดใหม่ว่า เธอควรเผื่อหัวใจเอาไว้ดีกว่า จะได้ไม่ผิดหวังมาก“วาทิตล่ะ โทรหาหนูบ้างหรื
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 12พราวเดือนผู้พร้อมจะเผชิญกับทุกอุปสรรคปัญหา พร้อมจะก้าวไปกับเสี่ยเวทินผู้มีสถานะเป็นเพียงพ่อสามีเท่านั้น ความรู้สึกที่มีต่อเสียเวทิน มันเกินกว่า เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายให้ใครรับรู้ได้ “ว่าไงลูก ให้โอกาสพ่อนะ”“ไม่ค่ะ” แกล้งปฏิเสธเสียงใส“โธ่...” เสียงของเสี่ยเวทินน่าสงสาร“หนูจะกลับเองค่ะ จริง ๆ!”“พ่อคงนอนไม่หลับทั้งคืน”“นอนเถอะค่ะ หนูจะนอนเหมือนกัน” พราวเดือนโกหก เอาเข้าจริงแล้ว คืนนี้เธอจะเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์ภายในบ้านของเก่งได้หรือเปล่า “ฝันดีนะคะ หนูวางนะคะ แบ็ตจะหมดแล้ว”“พ่อจะรอหนูนะ” เสียงสุดท้ายของเสี่ยเวทินระหว่างนั้นเอง ชายสูงวัยเดินเข้ามาหา พราวเดือนหันขวับไปมอง แววตาของเธอหวาดหวั่น ยังดีที่เขาไม่เข้ามาใกล้มากกว่านั้น“อะไรกัน ยังไม่ติดไฟอีกหรือ”“เอ่อ หนูกำลังจะติดค่ะ”“เร็ว ๆ ซีวะ ข้าหิวแล้ว”“ค่ะ ๆ หนูจะติดไฟเดี๋ยวนี้”พราวเดือนค่อนข้างลนลาน แต่สุดท้ายเธอก็สามารถควบคุมสติของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วเธอจะไม่ยอมแพ้หรอก พราวเดือนบอกตัวเองเมื่อสติกลับคืนมา พราวเดือนก็สามารถติดเตาไฟลุกโชนได้สำเร็จ เธอมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกน
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 11เอาเข้าจริง วันนี้จิตใจของพราวเดือนแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย เธอลองติดต่อวาทิต อยากจะถามเขาว่าจะเอายังไงกับเธอ แต่วาทิตกดตัดสายของเธอทิ้ง ท้ายสุดเขาก็บล็อกเบอร์ของเธอเหมือนกับรำคาญเต็มทีภาพของคนงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจของพราวเดือนอยู่บ้าง เพราะแท้จริงแล้ว เมื่อมองคนงาน เธอก็มักจะมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เธอก็มีที่มาไม่ได้ต่างอะไรจากพวกคนงานเหล่านี้ชีวิตของเธอพลิกผันเกินไป การเข้ามาสู่บ้านสิทธิรังสรรค์ของเธอก็เข้ามาในช่วงวิกฤต แทบไม่เคยรู้จักกับห้วงเวลาแห่งความสุขวาทิตไม่เคยอยู่เคียงข้างเธอแม้จนขณะนี้...นี่ยังเหลือเพียงแค่วันใดที่เรื่องราวระหว่างเธอกับเสี่ยเวทินถูกเปิดเผยออกไป สถานการณ์ของเธอก็คงเข้าสู่ความเลวร้ายอีกครั้งหนึ่งช่วงบ่าย คนที่มาปรากฏตัวที่โรงงาน ไม่ใช่เสี่ยเวทิน แต่กลับกลายเป็นวรเดช พราวเดือนไม่ได้ประหลาดใจอะไร ในเมื่อวรเดชยังถือว่าเขาเป็นลูกชายคนหนึ่งของเสี่ยเวทิน ถึงแม้ว่าจะแยกตัวไปแล้ว แต่เขาก็ยังกลับมาได้ตลอดเวลาเขาคงมองเห็นว่า โรงงานของผู้เป็นพ่อยังมีโอกาสรุ่งเรืองก็ไ







