LOGINลองรักพ่อผัว ตอนที่ 15
พลัน ร่างของอ้อมก็ถูกกอดกระหวัดลงไปอยู่เบื้องล่าง กางเกงในตัวสุดท้ายหลุดลุ่ยออกไปตั้งนานแล้ว เพียงแค่ปลายเท้าของเธอขยับออกห่างจากกันเท่านั้น ก็มองเห็นรอยยิ้มจากกลีบดอกไม้ที่เผยออกห่างจากกัน
เสี่ยเวทินยังก้มเข้าหาหัวนม ดูดจนแก้มตอบ เสียงลมหายใจฟืดฟาดกระเส่าเร่าร้อน ความปรารถนาล้นปรี่
มือของอ้อมจับเอ็นล้นมือของเสี่ยเวทิน ส่งนำทางเพื่อให้เข้ามายังช่องทางรัก
เมื่อตรงแล้วก็โอบรอบเอวของเขาแล้วสูดปากยาวเหยียด
“คุณพ่อขา เอาเลยค่ะ”
นักรักอย่างเสี่ยเวทินมีหรือจะอดทน
กดน้ำหนักแทรกเข้าทันที!
ความฉ่ำเยิ้มเต็มรู กลีบเนื้อแม้จะฟิตเปรี๊ยะ แต่มันก็พร้อมแล้วสำหรับความเป็นชายที่กำลังแทรกตัวเข้ามา
“คุณพ่อขา อ๊อยย”
เสี่ยเวทินกดเข้าไปจนมิดลำ!
สะใภ้คนกลางร่างอวบถึงกับผวา ดวงตาเบิกกว้างขึ้น เพราะตั้งแต่ได้กับวรเดชผู้เป็นสามี ยังไม่เคยถูกแกนกายฝังได้ลึกล้ำขนาดนี้มาก่อน
เสียวจนน้ำตาคลอ ช่องทางตอดรัวไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่เสี่ยเวทินยังไม่ได้ขยับเอวซอย สองมือของเธอโอบรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น ราวกับเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ เรียวขาก็เกี่ยวรอบสะโพกของเขาเอาไว้
“เข้าลึกจังค่ะคุณพ่อ อู๊ยย...”
เสี่ยเวทินบดกรามกรอด ก้มหน้าเข้าหาจุกนมของเธอแล้วลิ้นก็ละเลงรัวสลับกับอีกข้างที่เหลือก็เคล้นคลึงด้วยมือ
สะโพกของอ้อมเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เพราะเมื่อเสี่ยเวทินขยับออกห่าง เธอก็ยกลอยเกรงว่าจะหลุดออกไป
“คุณพ่อขา เสียวเหลือเกินค่ะ”
น้ำเสียงแหบพร่า สั่นเครือของสะใภ้คนกลาง ยิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์ของเสี่ยเวทินให้ลุกโพลง จังหวะซอยเอวหนักหน่วงขึ้น
ร่องรักฟิตเปรี๊ยะตอดขมิบรึงรัดเอ็นแท่งจนสามารถรู้สึกได้ น้ำหล่อลื่นฉ่ำเต็มร่องรูสวาท
เหลี่ยมรักยังคงแพรวพราว จนทำให้อ้อมเกือบจะลืมเลือนด้วยซ้ำว่า ภารกิจของเธอคืออะไร
ใบหน้าของอ้อมเหยเกทุกครั้งเมื่อท่วงท่าลีลาเริ่มเปลี่ยนไป เธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับลีลารักเร้าใจจากวรเดชมาก่อน ทั้ง ๆที่เขาหนุ่มแน่นกว่า
ส่วนใหญ่เสร็จไว เธอยังไม่ถึงฝั่ง อีกอย่างขนาดก็เทียบไม่ติดกับผู้เป็นพ่อ
อ้อมสูดปาก ปั่นป่วนเหลือกำลัง ความรู้สึกเวลานี้เหมือนจะขาดใจเสียให้ได้ ร่างกายราวกับกำลังปริแยก ทว่าทุกครั้งที่เขาทำท่าจะขยับออกห่าง เธอก็ผวาเข้าหา ไม่ยอมให้หลุดง่าย ๆ หัวใจเต้นรัว โสตประสาทอื้ออึง ได้ยินแค่เสียงหอบกระเส่าทั้งจากของตัวเองและของเขา
ในที่สุด อ้อมก็รู้สึกเกร็งทั่วทั้งร่าง นาทีนั้น ข้างในก็ตอดรัวถี่ยิบพร้อมกับของเหลวที่ทะลักออกมาอย่างมากมาย
“อูยยย... แตกแล้วค่ะคุณพ่อ”
เสี่ยเวทินกัดฟันกรอด รู้สึกเหมือนธารารักจะระเบิดออกมา ต้องรีบถอนทัพ แล้วใช้มือสาว
“โอย โอย... แตก...แตกแล้ว”
หลักฐานเป็นน้ำรักขาวขุ่น ทะลักออกมาจากปลายแท่งราดรดเต็มหน้าท้องของสะใภ้คนรอง พร้อมกับความรู้สึกชั่วดีกลับคืนมาอีกครั้ง
“พ่อทำอะไรลงไปเนี่ย”
นาทีนั้นเอง สะใภ้รองก็ปั้นสีหน้าเศร้าสร้อยเหมือนกันสูญเสียพรหมจรรย์
“คุณพ่อ...”
“พ่อขอโทษ”
“ถ้าพี่วรเดชรู้เรื่องนี้เข้า หนูตายแน่ ๆ”
เจอเข้าแบบนี้ เสี่ยเวทินรู้ได้ทันทีว่า เรื่องนี้อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด
เรื่องแบบนี้ แม้ว่าเป็นความเต็มใจ หรือถูกยั่วยวนจากอีกฝ่าย แต่ในฐานะผู้ชาย และอยู่ในสถานะอย่างเขาด้วยแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดหรือสารภาพความผิด เพราะทุกคำพูดก็คือการแก้ตัวนั่นเอง!
พราวเดือนนอนหลับงีบเดียวเท่านั้น ก็สะดุ้งตื่นกับเสียงกรนของวาทิต ลึก ๆ อยากจะออกจากห้อง ขึ้นไปหาเสี่ยเวทินเหมือนอย่างที่เคยทำ ทว่า...ในสถานการณ์แบบนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นใจทั้งสิ้น
หญิงสาวยังคำนึงถึงเกียรติยศของเสี่ยเวทินมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ
พยายามข่มตา ในที่สุดก็เอาชนะตัวเอง ร่างกายเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ในเวลาต่อมา พราวเดือนไม่ได้รอใครอีกแล้ว ทำหน้าที่ของตัวเอง ใช้รถโดยสารมุ่งหน้าไปยังโรงงาน ซึ่งคนที่นั่นยังให้ความนับถือเธออย่างสุดหัวใจ พวกเขารู้ดีว่า โรงงานนี้ถ้าไม่มีพราวเดือนผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเสี่ยเวทิน ก็คงไม่มีแม้แต่วันนี้
มันคงล่มสลายไปตั้งแต่วันที่เสี่ยเวทินล้ม และล่มอีกครั้งตอนที่ไฟเผาผลาญจนไม่เหลือซาก
หลายวันแล้วที่พราวเดือนเลือกที่จะมาทานข้าวกับพวกคนงาน คนเหล่านี้ไม่มีนอกมีในหรือผลประโยชน์แอบแฝง
“คุณหนูอย่าทิ้งพวกเราไปอีกนะ”
เจอคำพูดแบบนี้เข้า ทำเอาหญิงสาวถึงกับหัวเราะออกมา
“ทำไมถึงคิดว่าหนูจะหนีไปล่ะคะ”
“ไม่แน่หรอกค่ะ” ป้าคนงานเก่าแก่พูด สีหน้าจริงจัง
“ไม่หรอกค่ะป้า หนูรักที่นี่ รักคุณพ่อด้วย”
“รัก? รักแบบไหนอ่ะ”
เจอหยอกเย้าแบบนี้ ทำเอาพราวเดือนถึงกับหน้าแดง นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้าพูดแบบนี้กับเธอ
“ก็รักแบบลูกรักสิคะป้า แหม จะให้รักแบบไหนได้ล่ะคะ”
“ป้าก็หยอกเล่นไปงั้นแหละ”
“อย่าไปพูดให้ใครได้ยินเข้านะคะ หนูเจอด่าตาย”
“ต่อให้เป็นจริงนะคะคุณหนู อย่างน้อยที่สุด พวกเราในนี้จะไม่ตำหนิคุณหนูแม้แต่นิดเดียว”
พราวเดือนอดสวมกอดป้าคนงานเก่าแก่ของโรงงานไม่ได้ จริงสินะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากมีคนให้กำลังใจโดยไม่เสแสร้ง เธอก็พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้ได้อีกต่อไป นึกถึงตอนที่ย้อนกลับไปยังบ้านเกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้ มันก็แค่อดีตเท่านั้น กลับไปแทนที่จะรู้สึกดีขึ้น สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนจมปลักอยู่กับความทุกข์เดิม ๆ ไม่จบสิ้น
หนทางเดียวสำหรับพราวเดือน ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานะไหนก็คือ ต้องเดินหน้าต่อไป
“ได้ข่าวว่าคุณวาทิตกลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียง “สักพักแล้ว”
“ก็ดีค่ะ ถ้ากลับมาช่วยกันทำมาหากิน แต่ถ้ากลับมาเพื่อจะล้างผลาญกันนี่ ป้าว่า...ไม่กลับจะดีกว่า”
พราวเดือนทำได้แค่ยิ้ม นี่เป็นมุมมองจากคนอื่นที่มองเข้ามาในบ้านสิทธิรังสรรค์ ไม่ใช่จากตัวเธอ
สำหรับเธอ ไม่เคยนำเรื่องราวในบ้านออกมานอกบ้าน ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็ตาม นั่นไม่ใช่นิสัยของเธอ อีกอย่างหนึ่ง...วินาทีนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอทำได้เพียงแค่ยืนหยัดต่อสู้ด้วยวิธีการของตัวเอง
เธอเข้าใจแล้วว่า ชายรุ่นพ่อ และเป็นเพียงแค่พ่อผัวอย่างเสี่ยเวทิน แท้จริงแล้วเป็นคนประเภทไหน ไม่ปฏิเสธว่ามุมหนึ่งของเขาก็มีความดีงาม แต่อีกมุมหนึ่งก็คือชายแก่ที่ยังเต็มไปด้วยเรื่องตัณหาบังตา
“อย่าพูดอีกเลยค่ะ” พราวเดือนเอ่ยกับคนงานวัยกลางคนผู้นั้น
เธอยังคงแวะเวียนมาที่โรงงานเป็นประจำ ไม่ได้สนใจนักหรอกว่า ลูก ๆ ของเสี่ยเวทินจะมองเธออย่างไรบ้าง วาทิตเองก็กลับมา เหมือนแค่ต้องการเอาชนะ เพราะใจจริงของเขาไม่ได้อยู่ที่เธอนานแล้วละ
โรงงานจึงเหมือนกับบ้านของพราวเดือนมากกว่าบ้านสิทธิรังสรรค์ด้วยซ้ำ
ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวเธอเองหรอกว่า เธอก็พยายามจะต่อสู้เพื่อตัวเองเหมือนกัน เธอจะไม่ไปไหนอีกแล้วละ เธอคิดว่าเธอสู้ไหว...
นับตั้งแต่วาทิตกลับมา เขาพยายามจะมีอะไรกับเธอเหมือนกัน แต่...เธอหลีกเลี่ยง
กับวาทิต คงไม่สามารถกลับไปเป็นได้เหมือนเดิมอีกแล้ว คงไว้เพียงแค่สถานะ แต่สถานะนั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะเธอไม่ได้จดทะเบียนอะไรกับเขา
แต่กับเสี่ยเวทินนี่ต่างหากล่ะ คือเป้าหมายของพราวเดือน!
หลายวันแล้ว
เสี่ยเวทินไม่ได้ออกจากบ้านเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา ทั้ง ๆ ที่วันนี้มีนัดอยู่อีกหลายที่ เพื่อเจรจาต่อรองในฐานะลูกหนี้ และเพื่อต่อรองในฐานะเจ้าหนี้
ชีวิตกลับมาโดดเดี่ยวอีกครั้ง แม้ว่าทั้งบ้านจะมีสมาชิกล้อมรอบมากมายก็ตาม
เวลานี้ทุกคนกำลังเข้ามาเพื่อรุมทึ้ง เพราะทุกคนจะรู้ว่าโรงงานที่เหลือแห่งเดียวนั้น กำลังก้าวหน้าไปด้วยดี พวกเขาเชื่อว่า อีกหน่อยมันจะกลายเป็นของพราวเดือน ผู้ที่ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างผู้เป็นพ่อ
เวลานี้ ลูกชายทั้งสามคนดูจะปรองดองกันเป็นพิเศษ
เหตุการณ์เมื่อคืน ดูเหมือนจะค้ำคอเสี่ยเวทินอยู่ ลูก ๆ ทั้งสามคนเหมือนรู้กันดี วรเดชเป็นหัวหมู่บุกทะลวง เปรยเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อกดดัน
วาทิตแม้ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็แสดงออกชัดว่าเขาใจดำ ต่อภรรยาอย่างพราวเดือนจนถึงวินาทีนี้ นอกจากไม่ปกป้อง ยังพร้อมจะตีจาก ส่วนวิษณุผู้เป็นลูกชายคนโต คือผู้คุมเกมทั้งหมด
พวกเขาเชื่อกันไปเองว่า เสี่ยเวทินยังซุกซ่อนทรัพย์สินเอาไว้ โดยไม่ได้บอกให้พวกเขาล่วงรู้ทั้งหมด เพราะขนาดว่าธุรกิจล้มครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ โดยมีพราวเดือนอยู่เคียงข้างตลอดเวลา
“ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูพราวเดือนอยู่กับฉัน เธอทำทุก ๆ อย่างที่ลูก ๆ ควรจะทำ แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน พวกแกอาจจะมองหนูพราวเดือนอีกแง่มุมหนึ่ง แม้แต่แก...วาทิต แกอาจจะดูถูกเหยียดหยามเธอ แต่เธอคือนางฟ้าสำหรับฉัน ถ้าไม่มีเธอ อย่าว่าแต่ธุรกิจเลย แม้ลมหายใจของฉันก็คงหมดไปแล้ว”
“....”
ลูก ๆ ทั้งสามก้มหน้างุด เอาเข้าจริง ๆ แล้วแทบไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อด้วยซ้ำ การฉีกตัวออกไปขณะที่ธุรกิจทั้งหมดล้มครืน ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะให้อภัยได้อยู่แล้ว
การย้อนกลับมาอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าจะช่วงชิงโรงงาน สถานที่พิงหลังสุดท้าย ก็ยิ่งตอกย้ำความเลวร้ายของพวกเขานั่นเอง
“ฉันพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน... พวกแกจะเอาอะไรไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะมันไม่มีนั่นก็อย่างหนึ่ง ส่วนโรงงานเก่าแก่ เล็ก ๆ แห่งนั่น ฉันยกให้หนูพราวเดือนเป็นคนจัดการ เธอจะมีสิทธิ์ทุกอย่าง ส่วนพวกแก ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ต่อไปก็เป็นเพียงผู้อาศัย ไม่มีสิทธิ์อื่นใดทั้งนั้นแหละ ฉันอาจจะใจดำกับพวกแก ก็แล้วแต่พวกแกจะคิด”
“คุณพ่อทำกับพวกเราแบบนี้ ชื่อเสียงของคุณพ่อไม่มีเหลือแน่นอนครับ!”
“เอาเลย!”
มันคือการแตกหักสมบูรณ์แบบ ระหว่างพ่อลูก เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ
ไม่มีความเจ็บปวดใดจะหนักหนาสาหัสเท่านี้อีกแล้วสำหรับเสี่ยเวทิน ลูก ๆ ทุกคนผ่านเมืองนอกเมืองนา ผ่านสถาบันการศึกษาชั้นเลิศ ใช้ชีวิตอย่างหรูหรามาตลอด
นี่หรือผลตอบแทนของการทุ่มเท
เสี่ยเวทินอาจไม่เคยคาดหวังว่าจะได้รับการเลี้ยงดูตอบแทนใด ๆ จากลูก ๆ ไม่เคยคาดหวังถึงขั้นนั้น แต่การกระทำของลูก ๆ ทั้งหมด เกินกว่าจะทนได้
นี่เหมือนจะเข้าตำรา พ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงไม่โตแม้แต่คนเดียว
“ขอนอนด้วยคนได้ไหมคะ”
เสียงใส ๆ ของหญิงสาวคนที่คนทั้งโรงงานพร้อมใจเรียกขานเธอว่า คุณหนู ทำให้ป้าสูงวัยคนงานเก่าแก่ของที่นี่อดสงสัยไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะคุณหนู”
“เรื่องวุ่น ๆ นิดหน่อยค่ะ” พราวเดือนตอบด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“แย่จัง”
“ไม่หรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงและสีหน้าไม่ได้มีท่าทีว่าจะวุ่นวายสับสนแต่อย่างใด “หนูว่า ทุกอย่างกำลังลงตัวต่างหากละคะ”
“เรื่องอะไรคะบอกได้ไหมคะคุณหนู แบ่บว่าอยากรู่อ่ะ”
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 16“อย่าสนใจเลยค่ะป้า เรื่องในครอบครัว”“อ้อ ป้าเข้าใจแล้ว”“หนูอยู่ด้วยสักพักนะคะ”“จะไปยากอะไรคะ เดี๋ยวป้าจัดห้องให้”“ขอบคุณค่ะ”“คุณหนูมาอยู่นี่ก็ดีเหมือนกันค่ะ ระยะหลังออร์เดอร์เข้าเยอะเหลือเกิน คนงานทำโอทีแทบไม่ได้พักได้ผ่อน”“จริงค่ะ หนูว่านะคะ ในวิกฤตมีโอกาสจริง ๆ นะคะป้า”“ใช่ค่ะคุณหนู”พราวเดือนดูจะมุ่งมั่นกับการทำงาน เธอเริ่มรู้แล้วละว่าความสุขที่แท้จริงของเธอมากจากการทำงานนี่เอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไรก็ตามเธอนึกถึงช่วงเวลาที่โรงงานกำลังเจอวิกฤตถึงสองครั้งสองครา โดยเฉพาะครั้งหลังสุดแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เธอจึงได้เห็นการลุกขึ้นมาใหม่ ความสำเร็จของโรงงานมาจากกำลังคนส่วนหนึ่งนั่นเองพราวเดือนยังเป็นคุณหนูของพวกคนงาน พวกเขาได้เห็นเธอมาร่วมสุขทุกข์ โดยเฉพาะในเวลาทุกข์ เพราะฉะนั้นสถานะของพราวเดือนในความคิดของคนงาน เรียกว่าอยู่เหนือบรรดาลูก ๆ ของเสี่ยเวทินด้วยซ้ำ เสี่ยเวทินยังหายหน้าไป ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาวิษณุ วรเดช หรือแม้แต่วาทิต ก็เริ่มหายหน้าไปทีละคน พวกเขาไม่ได้ถนัดในสายงานนี้ แต่ละคนย้อนกลับเข้าบ้านสิทธิรังสรรค์ เพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 15พลัน ร่างของอ้อมก็ถูกกอดกระหวัดลงไปอยู่เบื้องล่าง กางเกงในตัวสุดท้ายหลุดลุ่ยออกไปตั้งนานแล้ว เพียงแค่ปลายเท้าของเธอขยับออกห่างจากกันเท่านั้น ก็มองเห็นรอยยิ้มจากกลีบดอกไม้ที่เผยออกห่างจากกันเสี่ยเวทินยังก้มเข้าหาหัวนม ดูดจนแก้มตอบ เสียงลมหายใจฟืดฟาดกระเส่าเร่าร้อน ความปรารถนาล้นปรี่มือของอ้อมจับเอ็นล้นมือของเสี่ยเวทิน ส่งนำทางเพื่อให้เข้ามายังช่องทางรักเมื่อตรงแล้วก็โอบรอบเอวของเขาแล้วสูดปากยาวเหยียด“คุณพ่อขา เอาเลยค่ะ”นักรักอย่างเสี่ยเวทินมีหรือจะอดทนกดน้ำหนักแทรกเข้าทันที!ความฉ่ำเยิ้มเต็มรู กลีบเนื้อแม้จะฟิตเปรี๊ยะ แต่มันก็พร้อมแล้วสำหรับความเป็นชายที่กำลังแทรกตัวเข้ามา“คุณพ่อขา อ๊อยย”เสี่ยเวทินกดเข้าไปจนมิดลำ!สะใภ้คนกลางร่างอวบถึงกับผวา ดวงตาเบิกกว้างขึ้น เพราะตั้งแต่ได้กับวรเดชผู้เป็นสามี ยังไม่เคยถูกแกนกายฝังได้ลึกล้ำขนาดนี้มาก่อนเสียวจนน้ำตาคลอ ช่องทางตอดรัวไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่เสี่ยเวทินยังไม่ได้ขยับเอวซอย สองมือของเธอโอบรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น ราวกับเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ เรียวขาก็เกี่ยวรอบสะโพกของเขาเอาไว้“เข้าลึกจังค่ะคุณพ่อ อู๊ยย...”เสี่ยเวท
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 14ในฐานะประมุขของสิทธิรังสรรค์ ยังมีหลายเรื่องต้องจัดการ เสี่ยเวทินจะล้มอีกไม่ได้แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าเก่า เพราะไม่นานนัก วาทิตก็ย้อนกลับเข้ามาอยู่อีกคน โดยไม่ได้พาเมียใหม่เข้ามาด้วย ราวกับว่าเขาจะมาทวงสิทธิ์ในฐานะสามีของพราวเดือนอย่างนั้นแหละทุกคนล้วนนำพาความทุกข์อันหนักหน่วงมาสู่ประมุขแห่งสิทธิรังสรรค์...แม้แต่พราวเดือนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน เวลาที่ครอบครัวนี้อยู่พร้อมหน้ากัน ไม่แปลกหรอกที่เธอจะรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เพราะไม่สามารถแสดงท่าทีที่สนิทสนมกับเสี่ยเวทินได้เหมือนในขณะที่อยู่กับเขาตามลำพังเสี่ยเวทินเป็นแค่พ่อสามี ไม่ใช่สามีต่อหน้าคนอื่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรอยู่แล้วนี่คือความทุกข์มหันต์ที่พราวเดือนกำลังได้รับอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เธอบอกตัวเองว่าจะไม่มีทางหนีอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามสถานการณ์ของพราวเดือนเหมือนหลังพิงฝานั่นเอง เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเธอประสบการณ์บอกให้พราวเดือนรู้ว่า ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้กับเธอได้อีกแล้ว ไม่ว่าเสี่ยเวทินจะเป็นคนยังไงก็ตาม เขาก็คือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ใ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 13“โถ...” เสี่ยเวทินรั้งร่างของพราวเดือนเข้ามาสวมกอด เพราะเขาเป็นฝ่ายซักถามเธอถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเธอทั้งหมด พราวเดือนจึงจำเป็นต้องเล่าแล้วสรุปว่า “หนูจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”“พ่อเป็นห่วงหนูแทบจะบ้า แต่พอติดต่อหนูได้ พ่อก็สบายใจขึ้นมาบ้าง ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าหนูยังไม่กลับมาจะต้องบอกสื่อให้ช่วยกันตามหาอีกแรง”“มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ หนูสัญญา”“พ่อรู้เรื่องที่วรเดชพูดกับหนูแล้วนะ เขาสัญญาว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกแล้ว ตอนนี้เมียของเขามารับกลับบ้านไปเรียบร้อย”พอเสี่ยเวทินพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ความรู้สึกของพราวเดือนสะดุดไปนิดหนึ่ง ใช่ว่าจะไม่เชื่อคำพูดของเขา เพียงแต่...เธอบอกตัวเองว่าควรจะเผื่อใจเอาไว้มากกว่าอย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็คือพ่อลูกกัน เธอยังไม่เชื่อนักหรอกว่าจะสามารถตัดความสัมพันธ์ได้อย่างไม่เหลือเยื่อใย ส่วนตัวเธอเองเป็นเพียงคนนอกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีหลักประกันอะไรเลยว่าวันหนึ่งวันใดข้างหน้า ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นพราวเดือนจึงมีความคิดใหม่ว่า เธอควรเผื่อหัวใจเอาไว้ดีกว่า จะได้ไม่ผิดหวังมาก“วาทิตล่ะ โทรหาหนูบ้างหรื
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 12พราวเดือนผู้พร้อมจะเผชิญกับทุกอุปสรรคปัญหา พร้อมจะก้าวไปกับเสี่ยเวทินผู้มีสถานะเป็นเพียงพ่อสามีเท่านั้น ความรู้สึกที่มีต่อเสียเวทิน มันเกินกว่า เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายให้ใครรับรู้ได้ “ว่าไงลูก ให้โอกาสพ่อนะ”“ไม่ค่ะ” แกล้งปฏิเสธเสียงใส“โธ่...” เสียงของเสี่ยเวทินน่าสงสาร“หนูจะกลับเองค่ะ จริง ๆ!”“พ่อคงนอนไม่หลับทั้งคืน”“นอนเถอะค่ะ หนูจะนอนเหมือนกัน” พราวเดือนโกหก เอาเข้าจริงแล้ว คืนนี้เธอจะเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์ภายในบ้านของเก่งได้หรือเปล่า “ฝันดีนะคะ หนูวางนะคะ แบ็ตจะหมดแล้ว”“พ่อจะรอหนูนะ” เสียงสุดท้ายของเสี่ยเวทินระหว่างนั้นเอง ชายสูงวัยเดินเข้ามาหา พราวเดือนหันขวับไปมอง แววตาของเธอหวาดหวั่น ยังดีที่เขาไม่เข้ามาใกล้มากกว่านั้น“อะไรกัน ยังไม่ติดไฟอีกหรือ”“เอ่อ หนูกำลังจะติดค่ะ”“เร็ว ๆ ซีวะ ข้าหิวแล้ว”“ค่ะ ๆ หนูจะติดไฟเดี๋ยวนี้”พราวเดือนค่อนข้างลนลาน แต่สุดท้ายเธอก็สามารถควบคุมสติของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วเธอจะไม่ยอมแพ้หรอก พราวเดือนบอกตัวเองเมื่อสติกลับคืนมา พราวเดือนก็สามารถติดเตาไฟลุกโชนได้สำเร็จ เธอมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกน
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 11เอาเข้าจริง วันนี้จิตใจของพราวเดือนแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย เธอลองติดต่อวาทิต อยากจะถามเขาว่าจะเอายังไงกับเธอ แต่วาทิตกดตัดสายของเธอทิ้ง ท้ายสุดเขาก็บล็อกเบอร์ของเธอเหมือนกับรำคาญเต็มทีภาพของคนงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจของพราวเดือนอยู่บ้าง เพราะแท้จริงแล้ว เมื่อมองคนงาน เธอก็มักจะมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เธอก็มีที่มาไม่ได้ต่างอะไรจากพวกคนงานเหล่านี้ชีวิตของเธอพลิกผันเกินไป การเข้ามาสู่บ้านสิทธิรังสรรค์ของเธอก็เข้ามาในช่วงวิกฤต แทบไม่เคยรู้จักกับห้วงเวลาแห่งความสุขวาทิตไม่เคยอยู่เคียงข้างเธอแม้จนขณะนี้...นี่ยังเหลือเพียงแค่วันใดที่เรื่องราวระหว่างเธอกับเสี่ยเวทินถูกเปิดเผยออกไป สถานการณ์ของเธอก็คงเข้าสู่ความเลวร้ายอีกครั้งหนึ่งช่วงบ่าย คนที่มาปรากฏตัวที่โรงงาน ไม่ใช่เสี่ยเวทิน แต่กลับกลายเป็นวรเดช พราวเดือนไม่ได้ประหลาดใจอะไร ในเมื่อวรเดชยังถือว่าเขาเป็นลูกชายคนหนึ่งของเสี่ยเวทิน ถึงแม้ว่าจะแยกตัวไปแล้ว แต่เขาก็ยังกลับมาได้ตลอดเวลาเขาคงมองเห็นว่า โรงงานของผู้เป็นพ่อยังมีโอกาสรุ่งเรืองก็ไ







