เข้าสู่ระบบดอกหญ้ารู้สึกถึงความร้อนของพวงแก้มก่อนที่อีกฝ่ายจะหันกลับไปสนทนากับคนในกลุ่ม แววตาลึกลับคู่นั้น สบตากันแค่แวบ สั้น ๆ เอง แต่ทำไมถึงมีพลังพอที่จะทำให้เธอเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มมองตัวเอง ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอคนหล่อระดับนี้ รับรองได้เลยว่าเธอจะไม่คว้าเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ ชายเสื้อยาวรุ่มร่ามผสมรุ่งริ่งจนต้องมัดมันด้วยหนังยาง กางเกงยีนขาสั้นขาด ๆ รวมรองเท้าแตะเก่า ๆ เข้าไปด้วย
“เฮ้อ…ขอทานดี ๆ นี่เอง”
แต่งตัวเซอร์เน้นความเรียบง่ายสบาย ๆ เป็นตัวของตัวเองกับโกโรโกโสนั้นมีแค่เส้นบาง ๆ ขวางกั้นไว้จริง ๆ
“หยิบเสื้อผ้าผิดชีวิตเปลี่ยนจริง ๆ” ปากกระจับบ่นอุบอิบ
“พ่อเลี้ยงเขาไม่ชอบเด็กหรอกหนูป้าบอกไว้ก่อนนะ มีแต่สาว ๆ สวย ๆ เข้าหาเขาทั้งนั้นแหละ” เสียงหนึ่งดังมาจากในกลุ่ม
‘สาว ๆ สวย ๆ หมายความว่าไง? คนคนนั้นยื่นตัวเบ้อเร่ออยู่นี่!’ เกิดควันไฟตรงปลายจมูกโด่งเชิดเล็กน้อยบอกถึงความดื้อรั้น
‘เชอะ! ดับฝันใครไม่ดับมาดับฝันหญ้า’ ความคิดมาพร้อมกับการมองค้อนวงเล็ก นัยน์ตาดำขลับจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคน ปากกระจับพยายามฉีกยิ้ม
“ถ้าสาวสวยแบบป้าว่าเขาไม่สน บางทีเด็กหน้าแปลก ๆ แบบหนูพ่อเลี้ยงอาจจะชอบก็ได้นะ…คะ” มารยาทมีแบบกระแทก
ดอกหญ้าเชิดใบหน้าสวยขึ้นโชว์ โสตประสาทชักไม่ชอบป้าข้างบ้านที่ปากยื่นปากยาว เข้าใจว่าตัวเองหายตัวไปนานจนกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคนที่นี่ พอทำใจได้หากการยกมือไหว้ของเธอไม่ได้มีความหมายอะไร แต่การพูดตัดกำลังใจกันแบบนี้หญ้าไม่ปลื้มค่ะ
“ตามใจ อย่าหาว่าป้าไม่เตือนละ”
อยากเตือนลูกหลานตามสไตล์ของคนอาบน้ำร้อนมาก่อนหรือเพราะว่าป้ารู้จักพ่อเลี้ยงดีกว่าใคร พอเข้าใจได้ แต่เสียงหัวเราะชอบใจที่ฟังแล้วทะแม่ง ๆ ในรูหู อันนี้คงให้อภัยไม่ได้จริง ๆ
ดอกหญ้าแอบเบะปากมองบน เพราะคนในกลุ่มไม่ใช่มีแต่คนแก่เคี้ยวหมาก ยังมีสาวแก่แม่หม้ายกับพวกมีลูกสาวที่คอยจ้องจะงาบพ่อเลี้ยงอยู่ ถึงเจ้าตัวไม่ได้ยินกับหู แต่เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าตัวเองเนื้อหอมแค่ไหน
ศัตรูเปิดไผ่มาสะบัดหน้าใส่สิคะรออะไร หางม้ามัดสูงกระจายกลางอากาศยังไม่ทันตกลงถึงกลางหลังเลย กระเป๋าเดินทางก็ถูกดอกหญ้ากระชากแรง สะบัดก้นงามงอนเดินตามป้าดาไปยังรถจักรยานยนต์
พอถึงป้าก็ยกมันไปวางไว้ระหว่างขา ส่วนเธอเดินไปนั่งซ้อนท้าย ป้าขับรถจักรยานยนต์บนถนนใหญ่ได้ไม่นานก็เลี้ยวเข้าซอยข้างทาง ถนนลูกรังขนาดเล็กแค่พอให้รถเก๋งสวนกันได้
คนนั่งซ้อนท้ายชะเง้อคอมองไปข้างหน้าสุดสายตา ยามเมื่อเห็นหลังคาบ้านตั้งอยู่ไกล ๆ ดวงตากลมโตก็แดงระเรื่อขึ้นด้วยความคิดถึง
พื้นดินที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวดูเรียบร้อยและสะอาดตามาก ต้นไม้ใหญ่เขียวขจีรวมถึงหญ้าคลุมดินเหมือนพึ่งถูกตัด ส่วนบ้านแห่งความทรงจำหลังนี้แม้ว่าภายนอกจะถูกกาลเวลาทำร้าย ทว่าภายในกลับสะอาดสะอ้าน เป็นโชคของเธอ จริง ๆ ที่มีป้าคอยดูแลให้
“ขอบคุณป้าดามาก ๆ เลยนะคะที่ดูแลสวนกับบ้านให้”
ดอกหญ้ารีบยกมือไหว้หญิงสูงวัยอย่างซาบซึ้งใจ
“ไม่เป็นไรคนกันเองทั้งนั้น จะนอนที่นี่แน่เหรอทำไมไม่ไปนอนบ้านใหญ่ด้วยกัน”
บ้านใหญ่ที่ว่าอยู่หน้าไร่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้ ถึงที่นี่จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน รั้วกั้นปลอดภัย แต่เปลี่ยวเกินไปสำหรับหลานสาวคนสวยของเธอ
“หนูนอนได้ค่ะ”
เรื่องไม่เป็นเรื่องก่อนหน้านี้ทำเธออยากหลีกหนีปากของผู้คน
“เอามอ’ไซค์ไว้ไหมล่ะ”
“หนูคงไม่ได้ไปไหนหรอกป้า เรียนกับทำงานมาหนักมาก อยากพักร่างเงียบ ๆ น่ะค่ะ”
“งั้นเย็น ๆ เดี๋ยวป้าไปตลาดซื้อของมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ อยู่นานแค่ไหนล่ะ”
“อืม…ยังไม่รู้เลย น่าจะสักพักละค่ะ”
“มาเหนื่อย ๆ พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวป้าไปบอกพ่อเลี้ยงอาทิตย์ให้ มีอะไรเร่งด่วนก็ไปหาเขาให้ช่วย”
หญิงวัยสี่สิบปลาย ๆ ชี้ไปยังบ้านไม้สักหลังใหญ่ไร่ข้างกัน คิดห่วงแค่ไหนจำต้องเก็บไว้ในใจเพราะหลานสาวโตแล้ว อยู่คนเดียวนานหลายปีย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง ทว่าเธอแทบไม่รู้เลยว่าดวงตากลมมองตามนิ้วไปนั้นเห็นแต่พุ่มไม้หนาตากับต้นไม้เล็กใหญ่
“ขอบคุณค่ะ”
ดอกหญ้ากล่าวนอบน้อม คิดว่าคงไม่เจอเรื่องร้ายแรงจนต้องไปพึ่งใคร ป้าของเธอเป็นคนมีลูกยาก ได้มาคนหนึ่งดันป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เลยรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาว
ส่งป้าเสร็จเธอก็เดินเข้าบ้าน จัดการเอาของใช้ส่วนตัวออกจากกระเป๋า วางเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยก็เอนกายพักผ่อนบนเตียงขนาดเล็ก
อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงบ่ายทำให้ใครบางคนไม่อาจหลับตาต่อได้ ขนตายาวแพหนาขยับเล็กน้อย
จะไปต่อหรือพอแค่นี้…
ถ้าพอแค่นี้…
ไม่! เกิดเสียงค้านดัง
ถ้าเลือกเธอตามใจตัวเองความสุขก็รอเธออยู่แค่เอื้อม แต่อารมณ์ชั่ววูบนี้อาจนำพาแผลใหญ่มาให้ในภายหลัง คิดมาถึงตรงนี้ มือของเธอก็เริ่มสั่นและเปียกชื้น
‘พ่อจ๋าแม่จ๋าอย่าโกรธหญ้าเลยนะ’
ทั้งรู้สึกผิดทั้งลังเล
‘ไม่ลองไม่รู้โว้ย!’
เรือนร่างระหงกระเด้งตัวขึ้น เร่งฝีเท้าสู่ท้ายไร่
ปากกระจับสีแดงธรรมชาติพรายยิ้มสดใสไม่คิดไม่ฝันว่าลำธารนี้ยังอยู่ น้ำใสสะอาดเห็นหินเล็กหินน้อยด้านล่างชัดเจน ไม่เสียแรงถือสบู่ แชมพู และเสื้อผ้าชุดใหม่มาด้วย
ดอกหญ้าวางของทั้งหมดบนก้อนหิน ถอดกางเกงขาสั้นเสร็จก็ก้าวเท้าลงลำธาร ใช้มือเรียวโกยน้ำใส สายน้ำเย็นกำลังช่วยขับไล่ความร้อนในกายลง ปากกระจับแดงเผยยิ้มชื่นใจ…
ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของตัวเองนั้นทำให้คนมองร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย
‘ยัยเด็กขี้แยนี่…โตมาสวยชะมัด’
อาทิตย์กัดกรามแน่น เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นแหวกว่ายน้ำอยู่นี้งดงามราวกับนางกินรีในเทพนิยาย ไม่ผอมเป็นไม้เสียบผี ไม่อ้วนเกินไป กำลังอวบน่าฟัด ชุดว่ายน้ำทูพีซสีแดงสดทะลุผ่านเสื้อยืดสีขาวเนื้อบาง โชว์ส่วนโค้ง เว้า และนูนชัดเจน ทำเขาแทบบ้า
ไม่อยากมอง….ใช่ว่าจะทำได้
พอได้มองกระทิงเปลี่ยวอย่างพ่อเลี้ยงอาทิตย์ก็เผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคอแห้งผาก
‘มืดกว่านี้คงกลับ’ สติด้านดีพยายามข่มอารมณ์ดิบของตัวเองขณะมองดวงตะวันค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
ทว่าทุกอย่างต้องพังยับเมื่อจู่ ๆ นางกินรีก็กลายร่างเป็นนางแมวยั่วสวาทค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น
“ดอกหญ้า!” เสียงคุ้นเคยดังมาจากหน้าบ้าน แต่น้ำเสียงนั้นกลับดุดัน จนคนฟังสัมผัสถึงอารมณ์อันไม่ปกติของผู้เรียก จึงรีบเร่งฝีเท้าออกไป เจอกับสายตาคมของพ่อเลี้ยงอาทิตย์ แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นพิกุลหน้าบ้านปกติยามเย็นแดดร่มลมโชย ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกร้อนเสมือนมีกองไฟอยู่ตรงหน้า“สนุกมากไหมเวลาคุยกับคนอื่น”“เปล่าค่ะ”หมายถึงไม่สนุก เพราะเขาจ้องมายังกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอกลัวจนไม่กล้าสบตา จึงไม่มีคำตอบไหนที่ดีไปกว่านี้“เดี๋ยวนี้ยิ้มเก่งขึ้นนี่!”“นี่ลุง!”เธอดุกลับเสียงดังหันหลังขวับทันที ขี้เกียจอธิบายเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทะเลาะกับวัวกับควายมากรุณาอย่ามาลงกับเธอ อยากรู้อะไรถามดี ๆ อย่ามาใส่อารมณ์แบบนี้อาการหมางเมินของใครบางคนกลับกระตุ้นคนมองให้เร่งฝีเท้าเข้าใกล้ รวบข้อมือเล็กกระชากเข้าหาตัว รวดเร็วรุนแรงจนผู้ถูกดึงตกใจ“ปล่อยนะ! ลุงเป็นบ้าอะไร หา?!”การขัดขืนนี้ตอนแรกอาทิตย์คิดแค่จะดึงตัวใครบางคนเข้าไปถามในบ้านให้รู้เรื่องก็เปลี่ยนใจเป็นอุ้มแทน เดินตรงสู่ห้องนอนโครม! เตียงไม้พังราบค
อาทิตย์คำรามต่ำกดสะโพกกลมแน่นเร่งจังหวะกระแทกไม่นาน…สองนักรักพากันเร่งรบ จบลงที่ฝั่งปรารถนาอาทิตย์ตักตวงความสุขขณะปล่อยน้ำรักใส่โพรงเล็ก เฉกเช่นกายสาวสะพรั่งกระตุกรุนแรงเสพความสุขดอกหญ้าหายใจหอบราวกับคนวิ่งมาราธอนพึ่งเสร็จ ขาสั่นชาไร้เรี่ยวแรง อาทิตย์รีบกอดเรือนร่างนุ่มนิ่มไว้ ไม่ยอมถอนความเป็นชายออก จูบแผ่วบนแก้มอมชมพู กระซิบถามเบา ๆ“เมียจ๋าย้ายมาอยู่ที่นี่ดีไหม”“ไม่เอา แค่นี้…ลุงยังไม่ให้ใส่เสื้อผ้าเลย”เขาหัวเราะกระชับกอดแน่นขึ้น มองท้องฟ้าก็พบว่าตะวันส่องแสงอยู่ภายใต้ก้อนเมฆสีครึ้ม“ฝนกำลังมา รอบนี้น่าจะหนักกว่าเมื่อคืน เมียจ๋าคงกลับบ้านไม่ได้แล้ว ต่อให้คิดกลับฉันก็ไม่ให้ไป”ดอกหญ้าหันหลังกลับไปมอง เผื่อเขาจะมีเหตุผลอื่น หรืออะไรก็ได้สักข้อที่ทำให้เธอชื่นใจมากกว่านี้อาทิตย์จ้องลึกในดวงตากลม เขาไม่เคยชวนผู้หญิงคนไหนหรือพาใครมาบ้านนอกจากคู่หมั้น เขาเป็นคนมีความมั่นใจสูง ทว่าตอนนี้ความมั่นใจนั่นกลับถูกบั่นทอนด้วยประโยคปฏิเสธของเธอรอบนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว เ
06 ยั่ว…ให้ท่า…ตอนไหน?เรือนไม้สักทองสองชั้นขนาดใหญ่หลังนี้ตั้งอยู่บนที่สูง แต่ทำไมเธอถึงมองไม่เห็น ปลายเท้าเรียวตรงสู่ระเบียงเพื่อหาคำตอบลมแทบจับ!ความทุเรศของเธอเพียงแค่มองผ่านแมกไม้และส่วนเว้าของหินก้อนใหญ่ก็เห็นอย่างชัดเจน ความตั้งใจที่ทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทำให้กรอบหน้าหวานร้อนผ่าวหลังจากโดนจัดหนักจนแทบยืนไม่ไหวบนแคร่ข้างลำธาร เขาก็พาเธอมาต่อในบ้านเกือบค่อนวันบนเตียงนอน โซฟาไม่มีโอกาสแม้จะจิบชา จบลงที่ห้องน้ำโดยที่อีกฝ่ายอ้างว่าเข้ามาช่วยถูตัว ร่างเธอแทบพังเพราะโดนถูด้วยตะบองยักษ์ ดีนะ อีตาจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ยังพอรู้งาน พอรบกันเสร็จเขาก็เร่งรีบเข้าครัวทำอาหารแหงละกองทัพมันต้องเดินด้วยท้องหนิ!นึกมาถึงตรงนี้ริมฝีปากกระจับสีชมพูเผยรอยยิ้ม แววตาประกายวิ้งวับเต็มไปด้
อาทิตย์คลุมผ้าขนหนูผืนใหญ่ให้แขกคนพิเศษหลังจากรีบเร่งเดินไปหยิบมาจากตู้เสื้อผ้า ประทับจูบบนหน้าผากเล็ก ก็ได้ยิ้มหวานแทนคำขอบคุณเขาหย่อนก้นนั่งข้าง เพิ่มความอบอุ่นด้วยการวาดแขนโอบเรือนร่างเล็ก ดันเบา ๆ เพื่อให้เธอเอาหลังมาพิงบนตัวเขาแทน“เสื้อกับผ้าขนหนูลุงอุ่นไหม”คนถามไม่ได้สนใจคำตอบมากไปกว่าการซุกซนปลายจมูกโด่งบนแก้มใส“อุ่น…แต่ของลุงอุ่นกว่า”คนตอบเองฟังเองยังรู้สึกอายจนแทบบ้า ยังต้องมาเจอสายตาร้อนแรงของเขาอีก ตาย ๆ ๆ ดอกหญ้ารีบมุดหน้าลงตักเค้กใส่ปาก“เค้กลุงหวานมันอร่อยไหม”คนถามยิ่งเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำก็ยิ่งอยากแกล้ง อาทิตย์ส่งสายตาร้อนแรงมองเมียเด็ก ช่างเป็นเด็กสาวที่มีเสน่ห์ทางเพศสูงมาก ไม่ว่าเธอจะอยู่ท่วงท่าไหนก็สามารถกระตุ้นความปรารถนา ของเขาได้เสมอ ความรู้สึกหวงและอยากซ่อนเธอไว้มองแค่คนเดียวผุดขึ้นในหัว“ของลุงหวานไหมไม่รู้ แต่…”ดอกหญ้าหยุดพูด มองหน้าชายในฝัน…ที่ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปอย่าคาดหวัง…เสียงเตือนนี้เป็นเหมือนว่าเธอกำลังพยายามถักทอเกราะแกร่งกุมหัวใจที่กำลังหวั่นไหวให้กับตัวเอ
อาทิตย์เพ้อเสียงหวานพร้อมกับยกสะโพกของเธอขึ้น“อื้อ...ลุงขา...”ดอกหญ้าครางกระสันยามเมื่อกดสะโพกลง ก้มมองแกนกลางตัวเองกลืนกินความแข็งแกร่งเข้าไปทีละนิด“แน่นฉิบ…”อาทิตย์ส่งเสียงต่ำในลำคอ สอนม้าอ่อนด้อยประสบการณ์ด้วยการยกสะโพกสอบของตนขึ้นลงอ้อยอิ่ง ไม่ลืมเอาสองมือขยำแก้มก้นของอีกฝ่ายให้ขยับดอกหญ้าโยกตัวเก้ ๆ กัง ๆ ในตอนแรก ทว่าเรื่องแบบนี้เป็นกลไกทางธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้มากก็สามารถสะบัดพลิ้วได้อย่างคล่องแคล่ว“หนูไม่ไหว” ดอกหญ้าร้องครางอ้อนวอน“เห็นไหมล่ะว่าขยับเองมันฟินยังไง เด็กดีของผมเก่งมาก”นักเรียนพอจับจังหวะได้ก็เริ่มแผลงฤทธิ์กับครู ร่อนส่ายสะโพกตามใจปรารถนา กระแทกเขาอย่างแรงจนน้ำในลำธารกระฉอก!อาทิตย์คำรามต่ำในลำคอบอกถึงความพึงพอใจ มองเคลิบเคลิ้มยังแกนกลางของเรือนร่างขาวอวบกลืนกินตัวตนของเขา เป็นภาพที่ยั่วยวนและเซ็กซี่ที่สุดจนกระทั่งถึงจังหวะที่ไม่อาจทนต่อได้ มือหนาจับสะโพกกลมขยับขึ้นลงระรัว การกระทำนี้ทำเอาร่างบางเสียวซ่านปานจะขาดใจดอกหญ้ากระตุกลำตัวถี่ยิบ ร้องครางเสียงหลงยามเมื่
แววตากลมออดอ้อนกับเสียงร้องประท้วงในกระเพาะของเด็กผู้หิวโหยทำให้คนฟังอมยิ้ม“ได้ เดี๋ยวฉันทำของง่าย ๆ ให้กิน”“ทำเป็นด้วยเหรอ”“เธอเห็นฉันเป็นคนยังไง?”‘ตาแก่ บ้ากาม ขี้หื่น หูตึง’คำตอบเขียนชัดอยู่ในดวงตากลม แน่นอนว่าคนมองไม่รู้อะไรนอกจากความน่ารักของเธอนั้นทำให้เขามีความสุขจนเผลอยิ้มมุมปาก แต่ก็รีบกลบอาการด้วยการจ้องบนเนินมะปรางอันแดงเถือก“บวมขนาดนี้ใจฉันไม่ดำหรอกน่า”“ตาลุงบ้า! ทะลึ่ง! ใครล่ะแกล้งมัน ชิ!”เกิดการค้อนควักวงใหญ่ รีบดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาปิดเพราะ ไม่อาจทนแววตาของเขาได้ ดูเจ้าชู้ ดุก็ไม่เชิง คนบ้าอะไรขนาดพูดเล่นยังดูสยองอาทิตย์อมยิ้มในแววตาเอี๊ยด!“เอ๊ย!” เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน“ลุงขยับเบา ๆ เดี๋ยวมันหัก”ดอกหญ้าจับแขนแกร่งทันทีที่เตียงโยกไปข้างหน้า แววตามีความหมายสองคู่สบกัน ดอกหญ้าได้แต่หัวเราะในลำคอ ขำแรงเดี๋ยวเตียงหักไม่ต่างจากอาทิตย์ค่อย ๆ โ







