Masukในช่วงที่ฉันไม่สามารถหาจุดหมายของตัวเองได้แต่เพราะการป่วยของคุณย่าทำให้ฉันได้ไปเจอเขา. "ไม่ต้องกลัวนะย่าของหนูจะปลอดภัย" รอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นและปลอดภัย คำพูดที่เหมือนกลีบดอกไม้สัมผัสผิวช่างอ่อนโยนเหลือเกิน! "แม่คะ พ่อๆ ค่ะ หนูอยากเป็นพยาบาล!!!" ควีน พัชรินทร์ อนันต์พิบูลย์ อายุ 22 ปี เธอผู้ที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะไปทางไหนแต่เมื่อเขาเข้ามามันทำให้เธอรู้จุดหมายของตัวเอง และเขาคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้ นิสัยที่พูดเก่ง ยิ้มเก่ง เป็นมิตรกับคนรอบข้างแต่กับเขาเธอเหมือนเชื้อโรคยังไงยังงั้น "คุณหมอคะ! ฉันช่วยค่ะ! ฉันทำได้ค่ะ!" หมอบดินทร์ นพ.บดินทร์ โกษาเมศกุล อายุ 32 ปี เขาคือแพทย์ฝีมือดีคนหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งนี้ แพทย์เฉพาะทางรักษาโรคหัวใจ เขาคือคนที่จริงจังกับงานสุดๆ นิสัยที่ทุกคนต้องเจอคือ ใบหน้านิ่งขรึม สายตาดุดัน คำพูดที่กดดันพวกเหล่าพยาบาลจบใหม่ เขาจะไม่ยอมทำงานร่วมกับคนทีไม่มีความพยายาม ที่คนไข้ได้รับคือ รอยยิ้มที่อบอุ่น ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสว่าง เขาคือเทพบุตรจุดติ (เฉพาะคนไข้)
Lihat lebih banyakแคร๊ก! แคร๊ก! คลืด~
"ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก แต่ยังมีสติค่ะเราได้ทำการให้ออกซิเจนและปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาก่อนแล้วค่ะ"เสียงของพยาบาลสาวผู้ชำนาญเอ่ยร่ายประโยคยาวให้กับแพทย์เฉพาะทาง เขาพยักหน้ารับและรีบเดินตามทันที สายตาคู่คมเหลือลงไปเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายใบหน้าเปื้อนน้ำตาเธอเกาะเตียงเข็นผู้ป่วย "คุณย่าขา อย่าเป็นอะไรนะคะคุณพ่อกำลังมาค่ะ ฮึก! คุณย่าต้องอดทนนะคะ ฮึกๆ" เธอร้องสะอื้นพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเล็กกอบกุมมือเหี่ยวย่นด้วยแรงที่บีบแน่น คุณย่าเป็นคนที่ใจดีกับเธอมาก ตั้งแต่เล็กจนโตคุณย่าจะตามใจเธอมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ หลานสาวคนเดียวจะไม่ให้รักได้ยังไง เขามองเธอสลับกับคนป่วยก่อนที่เตียงจะถูกเข็นเข้าไปยังห้องผ่าให้รออยู่ด้านนอก ร่างเล็กสั่นเทาเธอกลัว กลัวว่าจะเสียย่าอันเป็นที่รักไป เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งมือหนาของใครคนหนึ่งมาแต่ลงที่ไหล่ของเธอ ใบหน้าหวานที่เปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตาค่อยๆ เงยขึ้นมามองร่างสูงตรงหน้า "อย่ากลัวไปเลยนะ ย่าของหนูต้องปลอดภัย ฉันจะช่วยย่าของหนูเองรอนะ รอตรงนี้รอฉันออกมาบอกหนู" จบประโยครอยยิ้มแสนอบอุ่นก็เผยขึ้นบนใบหน้า มือหนายื่นมาเช็ดปาดน้ำตาก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปภายในห้องผ่าตัด น้ำเสียง คำพูด รอยยิ้มและแววตาของเขามันติดอยู่ในหัวเธอคลายความกังวลลงอยู่บ้างแต่ก็ยังคงกลัวอยู่ดี ร่างบางในชุดนักเรียนนั่งก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นเธอได้แต่ภาวนาของให้ย่าของเธอปลอดภัย ภายในห้องผ่าตัด "ตรงนี้มีรอยตีบ ตรงบริเวณนี้ เราจะทำการขยายหลอดเลือด!" เขาเอ่ยในขณะที่ตามองจอภาพที่เผยให้เห็นอาการของผู้ป่วย ก่อนจะสอดสายสวนขนาดเล็กเข้าไปในหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือ "จะใช้วิธีการรักษาแบบไหนคะ" พยาบาลผู้ช่วยเอ่ยถาม "ทำบอลลูน!" ด้านนอกหน้าห้องผ่าตัด "ควีนเป็นยังไงบ้างลูก?" เสียงเข้มกระวนกระวายด้วยท่าทางเป็นห่วงเอ่ยถามลูกสาว "ยังไม่ออกมาเลยค่ะ คุณย่าจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะคุณพ่อ ฮือ~ หนูกลัวแต่เขาบอกจะรักษาคุณย่าให้หายดี" เธอเอ่ยในขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ "ไม่เป็นไรนะลูก อยู่ในมือหมอแล้ว ไม่เป็นไรนะคะคนเก่งของพ่อคุณย่าต้องปลอดภัยนะ" เขาเอ่ยปลอบลูกสาว "ใช่ลูกปู่ก็เป็นห่วงคุณย่าไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ ไม่น้อยไปกว่าหนูเลย แต่ปู่เชื่อว่าย่าต้องปลอดภัยนะ" เสียงแหบของชายชราเอ่ยบอกหลานสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะทอดสายตามองไปยังประตูห้องผ่าตัด 2 ชั่วโมงต่อมา ไฟหน้าห้องผ่าตัดเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวไม่นานประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของแพทย์หนุ่มที่อยู่ในชุดผ่าตัดในสภาพเหน็ดเหนื่อย เมื่อทั้งสามเห็นจึงรีบลุกและเดินตรงไปหาเขาทันที "คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ?" "ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ?" "ปลอดภัยแล้วนะครับ คนไข้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผมทำบอลลูนเพื่อเปิดทางขยายให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ไม่ต้องเป็นกังวลแล้วนะครับเดี๋ยวพักฟื้นสัก2-3วันเพื่อดูอาการก็กลับบ้านได้แล้วครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" ก่อนไปเขาเหลือบสายตาไปยังคนตัวเล็กที่ยิ้มด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา เขายิ้มให้เธอก่อนจะเดินจากไป ห้องพักฟื้น "เป็นไงล่ะตัวแสบ เรียนเป็นยังไงละเรา" เสียงของหญิงชราเอ่ยถามหลานสาวที่เพิ่งมาจากโรงเรียน "เรียนไม่รู้เรื่องเลยค่ะคุณย่า หนูเป็นห่วงคุณย่ามากเลยนะคะ" "ย่ารู้แล้ว แต่หนูต้องเรียนนะลูกตั้งใจเรียนแล้วนี่เลือกได้ยังว่าอยากเรียนต่ออะไร?" "อย่าพึ่งถามหนูค่ะ หนูก็ยังเลือกไม่ได้เลยหรือจะไม่เรียนแล้วนอนอยู่บ้านให้คุณย่าเลี้ยงดีคะ" "ไม้เรี่ยวย่ามีเยอะนะ" ฮ่าๆๆๆ เสียงหัวเราะกับบทสนทนาเรียกให้คนที่เดินเข้ามาถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อย "ถ้าจะอยู่แต่บ้านคุณย่าคงจะปวดหัวนะครับ เรียนนั่นแหละดีแล้วนะ" เจ้าของประโยคในชุดกาวน์สีขาวพร้อมกับชาร์ตรายงานผู้ป่วยในมือเดินเข้ามาหยุดข้างเตียง "นั่นสิคะคุณหมอ หลานคนนี้ดื้อค่ะ แสบใช่เล่นนี่จะจบมอหกอยู่แล้วยังเลือกไม่ได้เลยว่าจะเรียนต่ออะไร" ย่าเอ่ยพร้อมกับส่ายหน้าไปมา "ก็ลองเลือกสักอย่างสิ เลือกในสิ่งที่ชอบ เลือกในสิ่งที่สนใจ แล้วลองทำมันดูหรือไม่ก็ลองหาอะไรทำเล่นๆดู เผื่อเจอสิงที่ชอบ แต่อย่าตามเพื่อนนะหมอไม่แนะนำครับ" จบประโยครอยยิ้มที่เธอได้รับเป็นครั้งที่สามก็เผยขึ้น 'ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว ทำไมหมอหล่อจังคะ นี่เทพบุตรชัดๆ แสนดี อ่อนโยน นี่คือสิ่งที่ฉันตามหาสินะ ผู้ชายในฝัน!!' "ขอตรวจหน่อยนะครับ" สามวันตลอดสามวันฉันมาเฝ้าคุณย่าจนวันสุดท้ายของการอยู่โรงพยาบาล และสิ่งที่ได้พบเจอคือ คุณหมอ คุณหมอแล้วก็คุณหมออออ! ความอ่อนโยน รอยยิ้ม การกระทำนั่นที่ฉันได้เห็นเขาช่างแสนดีเหลือเกิน นี่หมอหรือเทพบุตรกันแน่! แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือ สิ่งที่ฉันอยากจะเรียนต่อและเลือกได้แล้วว่าอยากเรียนอะไร จากที่ไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไร จะไปทางไหน สิ่งไหนที่ชอบหรือไม่ชอบ งานมีให้ทำเยอะแยะธุรกิจของแม่ คลีนิกของพ่อ บริษัทของคุณปู่แต่ก็ไม่ใช่ทางจนเขาเข้ามาเปิดทางของฉันและนี่'คือแรงบันดาลใจในการเรียนต่อ' บ้านใหญ่ ในขณะที่คนในครอบครัวกำลังนั่งกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตามั้งนะ เพราะลูกชายของบ้านแทบไม่มีใครเข้าบ้านตรงเวลาสักคน เหล่าพ่อๆที่นั่งพูดคุย ดูข่าวก็รีบเงยหน้าขึ้นไปมองลูกสาวที่วิ่งเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมเพียงกัน ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย "แม่คะ พ่อๆขา หนูอยากเป็นพยาบาลค่ะ หนูจะเรียนพยาบาลค่ะ!" "ห๊าาา!"เช้าวันรุ่งขึ้นฉันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยสีหน้าที่สดใสกว่าปกติทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกพอสมควร แต่แค่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...ฉันก็เผลอยิ้มออกมาอีกแล้ว'คุณหมอกานต์พาฉันไปกินก๋วยเตี๋ยวด้วยนะ!'ถึงจะเป็นแค่ก๋วยเตี๋ยวข้างทางธรรมดา ๆ ก็เถอะแต่สำหรับฉันมันไม่ธรรมดาเลยสักนิดเพราะปกติคุณหมอกานต์เป็นคนที่ดูเหมือนจะอยู่กับตารางงานมากกว่าคนอื่นเสียอีก จะให้ไปกินข้าวกับใครแบบไม่มีเหตุผลเรื่องงานนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วเมื่อคืน...เขาเป็นคนชวนฉันเอง'โอ๊ย...คิดแล้วก็เขิน'ฉันรีบสะบัดหน้าแรง ๆ“ไม่ได้ ๆๆๆ วันนี้ต้องทำงาน”ฉันเดินเข้าไปในหน่วยงาน ก่อนจะเห็นพี่นุชกับรินกำลังจัดเอกสารกันอยู่“อ้าว ควีน วันนี้อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะ”รินหันมาทัก“เหรอคะ”“เหรออะไร ยิ้มจนคนไข้นึกว่าแจกโปรโมชั่นแล้วมั้ง”“ฮ่า ๆๆๆ”ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนทันที“ไม่มีอะไรค่ะ แค่เมื่อคืนได้นอนเต็มอิ่ม”“แน่ใจ?”พี่นุชมองฉันด้วยสายตารู้ทัน“แน่ใจค่ะ!”ฉันตอบเร็วเกินไปจนตัวเองยังรู้สึกแปลก ๆแต่ก่อนที่พวกพี่ ๆ จะได้ถามต่อ เสียงเรียกจากด้านหน้าก็ดังขึ้น“คุณควีน”ฉันหันไปมองคุณหมอกานต์เดินเข้ามาพร้อมแ
เช้าวันต่อมาฉันยืนถือถุงปาท่องโก๋กับนมถั่วเหลืองอยู่หน้าห้องพักแพทย์เหมือนทุกวันแต่วันนี้ยังไม่ทันได้เคาะประตู เสียงประกาศจากลำโพงก็ดังขึ้นทั่วทั้งชั้น“ขอทีมแพทย์และพยาบาลเตรียมรับผู้ป่วยฉุกเฉินด้านหัวใจที่ห้องฉุกเฉินค่ะ”ฉันชะงักทันทีมือที่ถือถุงอาหารอยู่ค่อย ๆ ลดลง'เอาแล้วไง...'จากบรรยากาศสบาย ๆ เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเร่งรีบแทบจะในทันทีฉันวางถุงอาหารไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ ก่อนรีบวิ่งกลับไปที่หน่วยงาน“ควีน! มาแล้วเหรอ รีบไปเตรียมของเลย!”พี่นุชตะโกนบอกทันทีที่เห็นฉัน“ค่ะ!”ฉันไม่ถามอะไรให้เสียเวลา รีบเข้าไปช่วยเตรียมอุปกรณ์ตามที่ได้รับมอบหมายทันทีไม่นานผู้ป่วยฉุกเฉินก็ถูกนำตัวเข้ามา ทีมแพทย์และพยาบาลต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาหายใจและในวินาทีนั้นเอง...ฉันก็เห็นคุณหมอกานต์เดินเข้ามาใบหน้าของเขายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตากลับจริงจังกว่าปกติ“รายงานอาการครับ”พยาบาลอีกคนรีบรายงานข้อมูลที่มีให้เขาฟังอย่างรวดเร็วคุณหมอกานต์พยักหน้ารับ ก่อนหันไปสั่งทีม“เตรียมผู้ป่วยสำหรับการรักษาเร่งด่วนครับ แจ้งห้องผ่าตัดให้พร้อม”“ค่ะคุณหมอ”ฉันเอ
หลังจากวันนั้นฉันก็เริ่มตั้งใจทำงานมากกว่าเดิมหลายเท่าไม่ใช่เพราะอยากให้ใครมาชื่นชมแต่เพราะฉันอยากพิสูจน์ให้คุณหมอกานต์เห็นจริง ๆ ว่าเด็กที่เขาเคยมองว่าเป็น “ลูกคุณหนู” อย่างฉันก็สามารถทำงานหนักได้เหมือนกันเช้าวันแรกของการเริ่มภารกิจ ฉันมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งที่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเพราะต้องอ่านสรุปงานและเตรียมตัวขึ้นวอร์ดแต่พอเดินผ่านร้านอาหารหน้าโรงพยาบาล ฉันก็หยุดกึกกลิ่นน้ำเต้าหู้ลอยมาแตะจมูกฉันยืนคิดอยู่สองวินาทีก่อนจะเดินกลับเข้าไป“ป้าคะ เอาน้ำเต้าหู้สองถุงค่ะ แล้วก็ปาท่องโก๋อีกหนึ่งชุด”พอรับของมา ฉันก็ยิ้มกว้างทันทีภารกิจแรก...เริ่ม!ฉันเดินขึ้นไปที่แผนกด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ก่อนจะเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยกำลังยืนอ่านแฟ้มคนไข้อยู่ตรงเคาน์เตอร์เสื้อกาวน์สีขาวตัวเดิมสีหน้าเรียบนิ่งตัวเดิมคุณหมอกานต์คนเดิมจริง ๆฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหา“คุณหมอคะ”เขาเงยหน้าขึ้นสายตาคมมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนมาหยุดตรงถุงในมือ“อะไรครับ?”“อาหารเช้าค่ะ”“ของคุณ?”“ของคุณหมอค่ะ”คิ้วของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย“ผมไม่ได้สั่ง”“หนูซื้อให้ค่ะ”“ทำไม?”ฉันยิ้
“ซวยแล้วไงกู!!!”ฉันแทบอยากเอาหัวโขกโต๊ะทันทีที่ได้ยินพี่นุชพูด“น้องควีน คุณหมอเขาแพ้กุ้งค่ะ!”“อะไรนะคะ?!”ฉันหน้าซีดทันทีกุ้ง...ข้าวผัดกุ้งพิเศษกุ้งเยอะ ๆ ที่ฉันตั้งใจสั่งให้เขา!“แล้วคุณหมอกินไปหรือยังคะ?”“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่ว่ารีบไปดูเถอะ”“ค่ะ!”ฉันรีบวิ่งออกจากแผนกทันที โดยมีรินวิ่งตามมาติด ๆ พอถึงหน้าห้องพักแพทย์ ฉันก็ได้ยินเสียงไอจากด้านใน“แค่ก ๆ” หัวใจฉันหล่นไปอยู่ที่พื้นทันที ซวยแล้วไง ฮืออออ!ก๊อก! ก๊อก!“คุณหมอคะ!”“เข้ามา”ฉันรีบเปิดประตูเข้าไปทันทีภาพตรงหน้าทำให้ฉันใจหายวาบคุณหมอกานต์ยืนอยู่ข้างโต๊ะ มือหนึ่งแตะบริเวณลำคอ สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก บนโต๊ะยังมีกล่องข้าวที่เปิดอยู่“คุณหมอ...”“คุณเป็นคนสั่งอาหารนี่ใช่ไหม?”น้ำเสียงของเขายังนิ่ง แต่ใบหน้ากลับเริ่มมีผื่นแดงขึ้นบริเวณลำคอ“ค่ะ หนูขอโทษ หนูไม่รู้ว่าคุณหมอแพ้กุ้ง!”“ผมกินไปนิดเดียว...”เขาพูดจบก็ไออีกครั้ง“แล้วตอนนี้มีอาการอะไรบ้างคะ?”“คันคอ...เหมือนคอเริ่มบวม แล้วก็รู้สึกแน่นหน้าอกนิดหน่อย” ฉันหน้าซีดทันที“ริน! รีบตามทีมฉุกเฉินมาค่ะ!”“ได้!”รินรีบวิ่งออกไปฉันไม่กล้าเข้าไปทำอะไรเกินหน้าที่ จึงรีบกดเรี
หลังจากคืนนั้นที่ฉันทำแบบนั้นไปกับคุณหมอก็รีบเดินหนีฉันทันที ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดฉันไปแล้วนะ ม้ายยย!!! ฮือออ!! แต่ฉันไม่ล้มเลิกความพยายามหรอกนะ ก็เขาพูดเอาว่ายังไม่มีใครแสดงว่ายังโสดงั้นก็คงต้องเดินหน้าต่อสินะ"นั่งยิ้มทั้งวันไปเป็นอะไรไปเนี้ยควีน?"หญิงเอ่ยถาม"เป็นคนสวย!"จบฉันก็เดินนำทั้งคู่ออกมาทัน
ตอนนี้ฉันเข้าเรียนได้สองเดือนแล้วในแต่ละวันมันก็ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับฉัน แต่ถ้าทำไม่เป็นก็แค่ฝึกฝนกับมันการเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ของฉันทั้งเรียน ทั้งลงปฏิบัติงานขึ้นวอร์ดเปลี่ยนวอร์ดไปเรื่อยแทบไม่มีเวลาอ่านหนังสือแต่ก็ได้ป๋าแทนช่วยสรุปทุกอย่างให้อ่านได้เข้าใจง่าย พ่อคิม แด๊ดโรมก็ช่วยหาสรุปการสอบ
หลังจากที่ฉันได้บอกกับพ่อแม่ไปแล้วก็เหมือนจะไม่มีใครเชื่อว่าฉันจะอยากเรียนพยาบาลจริงๆ แต่ถ้าให้พูดถึงเรื่องที่ว่า แค่ฉันชอบหมอก็จะเรียนพยาบาลเลยหรอ มันก็ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งคือคุณย่าขอเพราะฉันดูแลเวลาทุกคนในบ้านไม่สบาย ฉันคือคนที่คอยช่วยคุณแม่ทำหน้าที่ต่างๆ พวกเฮีย น้องสาว ตัวร้อนก็ฉันคอยเช็ดตั
แคร๊ก! แคร๊ก! คลืด~"ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก แต่ยังมีสติค่ะเราได้ทำการให้ออกซิเจนและปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาก่อนแล้วค่ะ"เสียงของพยาบาลสาวผู้ชำนาญเอ่ยร่ายประโยคยาวให้กับแพทย์เฉพาะทาง เขาพยักหน้ารับและรีบเดินตามทันที สายตาคู่คมเหลือลงไปเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายใบหน้าเปื้อนน้ำตาเธอเกาะเตียงเข็นผู






Ulasan-ulasan